ในฐานะคนดูที่เติบโตมาท่ามกลางการถกเถียงเรื่องการเซ็นเซอร์ ผมมองว่า 'หนังอาบัติ' ทำหน้าที่สองอย่างในสังคม หนึ่งคือเป็นสัญญาณเตือนว่าค่านิยมร่วมกำลังปกป้องสิ่งที่ถือว่าเป็นศีลธรรม สองคือกลายเป็นพื้นที่ทดลองสำหรับผู้สร้างที่อยากผลักขอบเขตศีลธรรมหรือถามคำถามเชิงปรัชญา ตัวอย่างระดับโลกเช่น 'The Last Temptation of Christ' เคยถูกเรียกว่าละเมิดเพราะตีความเรื่องทางศาสนาในมุมที่คนจำนวนหนึ่งรับไม่ได้ เหตุการณ์นั้นแสดงให้เห็นถึงแรงเสียดทานระหว่างเสรีภาพสร้างสรรค์กับความศรัทธาของชุมชน
เมื่อพูดถึงตัวอย่างที่ชัดเจน 'Salò, or the 120 Days of Sodom' เป็นกรณีศึกษาที่มักถูกอ้างถึงเมื่อถามว่าควรยอมรับความรุนแรงสุดโต่งในงานศิลป์หรือไม่ ผู้สร้างบางคนยืนยันว่านี่คือการวิจารณ์ทางการเมืองที่รุนแรง แต่ผู้ชมบางกลุ่มเห็นว่าเป็นการยั่วยุเกินไป เรื่องนี้ทำให้เห็นว่าแทนที่จะมีคำตอบเดียว คำว่า 'อาบัติ' กลายเป็นป่าคำที่ถูกใช้เพื่อโน้มน้าวให้สังคมเลือกทิศทางการยอมรับหรือการปิดกั้นงานเหล่านั้น