ความประทับใจแรกคือฉากสตั๊นท์และคิวบู๊ที่เรียงเป็นพอยต์ต่อพอยต์เหมือนงานศิลป์หนึ่งชิ้น — 'The Fall Guy' คือหนังที่ทำให้ผมอยากลุกขึ้นปรบมือกลางโรงเพราะความตั้งใจในการแสดงฉากเสี่ยงตายจริง ๆ งานกำกับฉลาดใช้มุมกล้องฉาบแสงให้เห็นพละกำลังของตัวละครโดยไม่ต้องยัดบทพูดมากมาย
อีกเรื่องที่ผมคิดว่าน่าดูมากคือ 'Mission: Impossible – Dead Reckoning Part Two' ถ้าคุณหลงใหลการไล่ล่า การใช้ยานพาหนะ และไอเดียสตันต์ที่ดูเป็นไปได้จริง หนังแบบนี้ให้ความตื่นเต้นแบบหนีไม่พ้น ในแง่ของอารมณ์ก็ยังมีความหนักแน่นไม่ปล่อยให้แอ็กชันกลายเป็นแค่โชว์มากไป สุดท้าย 'The Killer' ให้กลิ่นอายของทริลเลอร์ผสมแอ็กชันที่เยือกเย็น ฉากลอบสังหารหรือการไล่ล่าที่เน้นจังหวะช้าๆ แต่มีแรงตึงเครียดทำให้หัวใจเต้นตามได้ดี
สรุปสั้น ๆ ว่าเลือกตามอารมณ์ที่อยากได้: ถ้าต้องการสตั๊นท์จัดเต็มเลือก 'The Fall Guy', ถ้าอยากลุ้นแบบไม่หยุดเลือก 'Mission: Impossible – Dead Reckoning Part Two', ส่วนถ้าอยากดูแอ็กชันที่มีมิติในตัวละครลอง 'The Killer' ดู แล้วค่อยเลือกวันไปดูพร้อมป๊อปคอร์นแล้วปล่อยให้มันพาเราวิ่งตามฉากกันไป