อีกเพลงที่มักใช้ในมู้ดแบบนี้คือ 'First Day of My Life' เสียงกีตาร์คลีนและเนื้อที่เรียบง่ายช่วยให้ซีนที่เกี่ยวกับการเริ่มต้นของครอบครัวเล็ก ๆ ดูจริงและอ่อนโยน ไม่ใช่แค่รักโรแมนติก แต่เป็นความรับผิดชอบและความตื่นเต้นแบบกลม ๆ รวมถึง 'The Night We Met' ที่มีโทนโหยหานิด ๆ เหมาะกับซีนย้อนอดีตหรือการตระหนักว่าทุกอย่างเปลี่ยนไป เพลงพวกนี้ทำให้ฉากไม่ต้องพยายามอธิบาย ทุกครั้งที่ได้ยินมันฉันรู้สึกว่าภาพมันเคลื่อนไหวได้เอง เหมือนกล้องหายไปแล้วปล่อยให้ตัวละครอยู่ด้วยกันสักพักก่อนจะกลับมาสู่เรื่องราว
เพลงเปียโนอย่าง 'Comptine d'un autre été: L'après-midi' ให้ความใสบริสุทธิ์ เหมาะกับซีนที่ต้องการความเงียบที่พูดได้มากกว่าเสียง ในหลายงานฉากที่ตัวละครสองคนเงียบแต่ใกล้ชิด เพลงแบบนี้ทำให้ผู้ชมเติมอารมณ์เองได้
เพิ่งจบ 'A Place Further Than the Universe' เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นี่คืออนิเมะที่ทำให้เข้าใจคำว่า 'การเดินทาง' ในมุมใหม่หมดเลย ตัวละครหลักทั้งสี่คนต่างก็มีแรงผลักดันและความกลัวเป็นของตัวเอง แต่การได้ออกเดินทางไปแอนตาร์กติก้าด้วยกันนี่แหละที่เปลี่ยนพวกเขา
สิ่งที่ประทับใจคือวิธีเล่าเรื่องที่ผสมผสานระหว่างความสนุกสนานกับความเศร้าได้อย่างลงตัว บางตอนหัวเราะจนท้องแข็ง บางตอนก็น้ำตาซึมโดยไม่รู้ตัว แอนิเมชันของ MADHOUSE ก็สวยงามจนอยากหยุดเวลาเพื่อดูรายละเอียดในแต่ละเฟรม