ความรักถูกมองเป็นรูปร่างและเงาในบทสัมภาษณ์ของผู้เขียน 'the shape of love' ซึ่งทำให้ผมคล้อยตามได้ง่ายเพราะภาพเปรียบเทียบมีพลังมาก
คำสัมภาษณ์สะท้อนแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรม ความทรงจำในเมืองเก่า และภาพวาดที่คั่นกลางความเหงากับความหวัง ผู้เขียนเล่าว่าเคยนั่งมองหน้าต่างอพาร์ตเมนต์เก่าแล้วคิดถึงเส้นสายของความสัมพันธ์เหมือนหน้าต่างที่เปิด-ปิดได้ตามช่วงเวลา ความคิดนี้ถูกย้ำด้วยเพลงบรรเลงช้าๆ และภาพยนตร์เรื่องที่เล่าเรื่องความรักอย่างละเอียดอ่อนอย่าง 'Call Me by Your Name' จนลงตัวเป็นวิธีเล่าเรื่องแบบนุ่มนวลแต่ไม่หวานจนเกินไป
ความตั้งใจอีกอย่างที่สัมผัสได้คือการเอาเรื่องเล็กๆ ในชีวิตประจำวันมาขยายให้กลายเป็นประเด็นใหญ่ ผู้เขียนพูดถึงการสังเกตแววตา ท่าทาง และคำพูดที่ไม่ได้ออกเสียง ซึ่งกลายเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างตัวละครสองคน นั่นทำให้ฉากเรียบง่ายหลายฉากมีน้ำหนักและทำให้ผมรู้สึกเข้าหัวใจของเรื่องได้มากขึ้น