Masukลั่วฟางเซียนพยายามดึงสติตนกลับคืน แต่กลายเป็นว่าร่างกายนางอ่อนแรงลง ผิดกลับกลีบหวานนุ่มที่ชุ่มฉ่ำเร่าร้อนขึ้น นางรู้สึกว่ามันโหยหาความใหญ่โตของบุรุษ อยากให้เขาโจนจ้วงความแข็งขันอันร้อนลวกเข้าสู่แอ่งเนื้อนิ่ม
ความรู้สึกดังกล่าว ย่อมเป็นเพราะนางได้รับพิษรุนแรง ทั้งที่ป้องกันตนแล้ว ทว่านางยังตื้นเขิน ประมาทศัตรูเกินไป
ตอนนี้ในหัวของลั่วฟางเซียน พยายามคิดถึงสิ่งที่จะช่วยให้ตนรอดพ้นจากสถานการณ์ตรงหน้า
ฝ่ายฉิงไท่ ไม่เอ่ยสิ่งใด เพียงแต่ส่งสายตาคมกริบถึงนาง ส่วนลิ้นสากร้อนกลายเป็นมีดสั้นว่องไว และมันอาบด้วยพิษร้ายซึ่งทำให้นางไม่อาจขัดขืนเขา
“อ๊ะ...ทรมาน ข้าทรมานหรือเกินพี่ไท่”
“เป็นสามีภรรยากัน จะทรมานได้เยี่ยงไร”
ลั่วฟางเซียน ส่ายหน้าปฏิเสธเขาช้าๆ ดูเหมือนร่างกายนางไม่เป็นปกติเสียแล้ว มันไม่เชื่อฟังคำสั่งของคนเป็นนาย
“อี้...ท่าน คิดทำสิ่งใดต่อสตรีผู้นี้”
“ซินเอ๋อร์...ร่วมรักกับพี่ไท่เถิด เจ้าแต่งเข้ามาที่นี่ ย่อมเป็นอนุ...เอ่อเป็นเมียของพี่ไท่”
เมื่อครู่เขาเอ่ยบางสิ่ง และส่งผลให้ลั่วฟางเซียนเกือบปะติดปะต่อความจริงที่เขาลอกลวงเอาไว้ได้
“ข้าเป็นอนุเหยียนของถานป๋อ”
“มิได้ ยามนี้เจ้าเป็นของพี่ไท่ จำไว้บุรุษที่เจ้าจะตกเป็นของเขาชื่อ ฉิงไท่”
เขาว่าเสียงขึงขังแล้วแทรกลิ้นเข้าไปในแอ่งเนื้อหวานฉ่ำ ทั้งดูดติ่งเนื้อ แลบเลียเย้าหยอก สิ่งที่เขาปรนเปรอทำให้ลั่วฟางเซียน แทบขาดใจตาย
สองมือเรียวสวยพยายามไขว่คว้าหาศีรษะเขา อยากผลักไส อยากขัดขืน ทว่าความหวานแหลมและซ่านใจที่ได้รับมันช่างอิ่มเอม
คำถามในหัวผุดขึ้น นางต้องตกเป็นของชายหลังค่อมและขาเป๋ผู้นี้หรือ ลั่วฟางเซียนไม่ใช่หญิงร่านสวาท นางถูกจ้างมาเพื่อสืบเรื่องราวในเรือนหลังนี้ พร้อมจัดการชายชั่วสกุลถาน!
ในขณะที่มึนงงสับสน ความสุขได้ถาโถมเข้าใส่ลั่วฟางเซียนไม่ยั้ง นางพยายามลืมตามองไปรอบๆ ตัว และเห็นว่ามีสายตาแดงก่ำจับจ้องอยู่ ยามนี้นางนอนอยู่บนแท่นหินด้านหน้าเรือนไม้หลังหนึ่ง มันมีบรรยากาศอึมครึม อีกทั้งมีกลิ่นสาปรุนแรงของสัตว์ป่า ผสมกินคาวอ่อนๆ ซึ่งนางคะเนว่าคงเป็นกลิ่นเลือด!
เมื่อตระหนักถึงสิ่งที่ชวนให้ครั่นคร้ามใจ ร่างที่ชวนให้ขวัญเสียงก็เยื่องย่างเข้ามาใกล้ๆ กระทั่งลั่วฟางเซียนตัวแข็งทื่อ
เสียงคำรามของสุนัขป่าดังอยู่ข้างหูนาง พวกมันหายใจเสียงดัง
ลั่วฟางเซียนรู้สึกอับอายและอดสู นางกำลังทำเรื่องน่าละอายกับฉิงไท่ โดยมีสัตว์เดรัจฉานจ้องมองอยู่
“ปะ ปล่อยข้า พะ พี่ไท่...อย่าข่มเหงข้าเช่นนี้”
“มีสิ่งใดที่ต้องปิดบัง พวกเขาคือพี่น้องพี่...เมื่อซินเอ๋อร์เป็นเมียพี่แล้ว เราคือครอบครัวเดียวกัน”
ฉิงไท่เอ่ยจบก็ทำในสิ่งที่ลั่วฟางเซียนต้องตื่นตะลึง เขาเงยหน้าขึ้น แล้วหอน เสียงเขาก้องกังวาน ฟังดูคล้ายเสียงสุนัข
ลั่วฟางเซียนกำลังจะใช้โอกาสดังกล่าวเคลื่อนตัวหลบหนีเขา แต่มือใหญ่คว้าตัวนางไว้ ก่อนเลื่อนขึ้นมาบีบลำคอระหง แล้วออกแรงบีบอย่างไม่ปรานี
หญิงสาวนึกว่าตนคงต้องขาดอากาศหายใจเป็นแน่ เขาป่าเถื่อนทั้งโหดร้ายจนนางขยาดกลัว
ทว่าความรู้สึกเหมือนจะสิ้นลมหายใจเกิดขึ้นเพียงประเดี๋ยวเดียว ด้วยนิ้วใหญ่ๆ สองนิ้วแทงลึกเข้าสู่แอ่งเนื้อนิ่ม แทงแล้วคว้านวนไปมา จนน้ำหวานพรั่งพรูชะโลมนิ้วยาวใหญ่
ดวงตาคมกริบจ้องใบหน้างามล้ำ ยิ่งเห็นนางมีสีหน้าราวกับคนตื่นกลัวและใกล้สลบเหมือด เขาก็สาแก่ใจ
“ซินเอ๋อร์อยากเป็นของพี่ไท่หรือไม่”
“อย่าทำร้ายข้า”
นางร้องประท้วง
“ช่างเบาปัญญา พี่ไท่เพียงแค่อยากทำให้เจ้ามีความสุขในคืนแรกของเรา”
เมื่อเขาเอ่ยถึงตรงนี้ ลั่วฟางเซียนจึงคล้ายตระหนักได้ถึงบางสิ่ง นางมาที่นี่ในฐานะอนุเหยียน เช่นนั้นย่อมมิอาจให้ชายอื่นเข้าหอกับนางได้
“ขะ ข้าคืออนุเหยียนของคนแม่ทัพถาน...”
“หึๆ ๆ ซินเอ๋อร์ เนื้อนิ่มเจ้าฉ่ำเยิ้มด้วยลิ้นของพี่ และสองมือนี้ ยังคิดอยากเป็นของถานป๋ออีกรึ เจ้าช่างไร้ยางอาย!”
ลั่วฟางเซียนขนลุกชันทั้งสรรพางค์กายทั้งรังเกียจคำพูดเขา ก่อนพยายามรวบรวมพลังของตน เพื่อข่มใจไม่ให้หลงระเริงไปกับแรงสิเน่หาและไฟราคะที่ท่วมร่างในตอนนี้....
หลายคืนต่อมา อากาศเริ่มเย็น และลั่วฟางเซียนเห็นว่า สามีของนางขี้หนาวกว่าปกติ ยามนี้ซุกตัวอยู่ในผ้าห่ม แต่พอนางขยับขึ้นเตียงตั้งใจพักผ่อน เขาก็เริ่มทำตัวขยุกขยิก “ป๋อเกอ ข้านึกว่าท่านหลับแล้ว” ชายหนุ่มอมยิ้ม แสงเทียนในห้องที่ยังไม่ทันดับ ขับให้ใบหน้าเขาดูหล่อเหลายิ่งกว่าเดิม “อยากดูดนมเสี่ยวเซียนสักหน่อยได้ไหม ตัวข้านั้น อิจฉาลูกที่ได้ดื่มนมเจ้าตลอด” “ลูกหนวนหย่านมตั้งนานแล้ว” “ก็ลูกคนใหม่ที่จะเกิดขึ้นมาอย่างไรเล่า เดี๋ยวก็แย่งนมของเสี่ยวเซียนจากข้าไปดูดเป็นปีๆ” “ป๋อเกอ ท่านเหลวไหลเกินไป” ปากนางก็บอกเขาอย่างนั้น หากใจลิงโลดที่สามีจะเล่นผีผ้าห่มด้วย และยามนี้ถานป๋อคึกจัด ร่างกายเขามีไอร้อนแผ่ขยายออกมา และส่วนที่มันพองโตได้ก็ยืดยาว เส้นเลือดปูดโปนตลอดลำ “ข้าดูดนมสองเต้านี้ ส่วนเสี่ยวเซียนคนงาม ก็ทำรักด้วยปากให้สามีได้หรือไม่” ถานป๋อชอบพูดตรงๆ ไม่อ้อมค้อม และมันจั๊กจี้มาก ลั่วฟางเซียนเขินจนหน้าแดง มือไม้พันกันยุ่ง แม้จะเป็นอย่างนั้น แต่นางมีความปรารถนาในเรือนกายของอีกฝ่าย นางสัมผัสกล้ามหน้าท้องของเขา และเลื่อนมือต่ำลงไปเรื่
ห้าปีต่อมา พื้นที่ด้านทิศตะวันออกของเรือนสัตตบงกชเป็นท้องนา และสวนผักขนาดใหญ่ พื้นที่ดังกล่าวใช้สำหรับทำการเพาะปลูกทั้งเลี้ยงสัตว์มาหลายปี เรียกได้ว่าถูกจัดสรรไว้เช่นนี้ นับแต่สกุลถานสร้างคฤหาสน์หลังโอ่อ่า คืนวันที่ผ่านมา มีเรื่องต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย และเรื่องหนึ่งที่ลั่วฟางเซียนไม่รู้ นางถูกถานป๋อฝังเข็ม ทั้งนี้ก็เพื่อขับพิษยาสั่งขององค์ชายสาม และผลตามมาคือความทรงจำนางบางส่วนหายไป ฝ่ายเขาไม่ต้องการบอกเรื่องนี้กับนาง เพราะอาจมีผลร้ายมากกว่าดี และยามนี้บ้านเมืองสงบ รัชทายาทขึ้นครองบัลลังก์และเป็นฮ่องเต้องค์ใหม่ ส่วนองค์ชายสามถูกขังในตำหนักเย็น มีข่าวว่าสุดท้ายเขาผูกคอตาย ลั่วฟางเซียนหายใจติดขัดอยู่สักหน่อย ครั้งนี้เป็นท้องที่สอง แต่นางรู้สึกว่าตนยังตื่นเต้น นั่นเป็นเพราะก่อนหน้า ประสบการณ์คลอดลูกของนางแทบไม่มี เนื่องจากเอาแต่สลบ สุดท้ายหมอตำแย และผู้เป็นสามีคือคนช่วยให้ลูกสาวแสนน่ารักของนางลืมตาขึ้นมาดูโลก “ท่านแม่เจ้าขา” ลั่วฟางเซียนหันไปมองลูกสาวของนาง ฝ่ายนั้นตัวอวบ แก้มเป็นสีชมพูน่ารัก นางอุ้มเป็ดตัวเล็กๆ มาสองตัว หนวนหนวน เป็นเด็กหญิงที่สด
เมื่อถูกคนชั้นต่ำต่อว่า ด้วยน้ำเสียงและสีหน้าหยาบคาย อิงหนูจึงแทบกระอักเลือดตาย “เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้เยี่ยงไร” เหยียนเข่อซินเบ้ปาก และตอบอย่างหงุดหงิด “องค์ชายสามเรียกข้ามาทำหน้าที่สตรีข้างกายเขา...ยกให้เป็นเมียรัก และยังคอยดูแลพวกที่ออกนอกลู่นอกทาง ใครที่ทำผิด หรือคิดหันเหไปทางอื่น ข้ามีหน้าที่จัดการได้ทันที” “หมายความเยี่ยงไร” อิงหนูถาม เสียงนางสั่นอยู่สักหน่อย จู่ๆ ก็เกิดความกลัวขึ้นมา “เมื่อคืน เจ้าหลุดปากบอกแผนขององค์ชายสามกับพวกนอกด้าน และพูดเรื่องไม่สมควรมากมาย คนทรยศเช่นนี้ สมควรเก็บไว้เหรอ” “เหลวไหล ข้ารับใช้องค์ชายสามมานาน และไม่คิดเป็นอื่น พวกนอกด้านมันบังคับข้า และให้กินยาหลอนประสาท สิ่งที่ข้าทำล้วนไม่รู้สึกตัว” เหยียนเข่อซินส่ายหน้า และหัวเราะเสียงแหลมสูง “น่าเสียดาย เจ้ายังสวยอยู่มาก แต่เกรงว่า คงไม่เหมาะที่จะใช้ชีวิตที่ดีต่อจากนี้” “เจ้า...จะทำสิ่งใดกันแน่” “คุณหนูอิง พูดกันตามตรง ข้ามีสองทางเลือกให้เจ้า คือ มีร่างกายครึ่งท่อนในไหสักใบ หรือกลายเป็นคนหมูในอ่างไม้ดี” ได้ยินอย่างนั้น อิงหนูก็หัวใจแทบหยุ
“น้ำยาของข้า เข้มข้นยิ่งนัก ตัวเจ้าก็รู้ดี” ลั่วฟางเซียนหัวเราะคิกคัก และบอกเขา “ดูเหมือนเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานแล้วที่ข้าไม่ได้ลิ้มรส ดังนั้นคงต้องได้ชิม และกลืนมันลงท้องอีกสักรอบสองรอบ ถึงจะมั่นใจในสิ่งที่ท่านแม่ทัพอวดอ้าง” “หึๆ ๆ ร้อยรอบ พันรอบก็ย่อมได้ ข้าจะปลดปล่อยไปกับเจ้าเดี๋ยวนี้” ชายหนุ่มว่าไม่ทันจบดี ลั่วฟางเซียนจึงหมุนตัวมาเผชิญหน้ากับเขา “ลิ้นสากๆ ของท่าน จงใช้มันรัดลิ้นข้าปล่อยน้ำหวานกับความเร่าร้อนออกมา จากนั้นค่อยแทงเข้าไปในร่างกายนี้ได้หรือไม่ท่านแม่ทัพ” เขาพยักหน้า และบอกนาง “ป๋อเกอ เรียกข้าเช่นนี้เสียเถอะ เราล้วนเป็นคนเดียวกันแล้ว” “ท่านแม่ทัพ เอ่อ ปะ ป๋อเกอ... แทงลิ้นของท่านในโพรงปากนี้ และร่องสวาทของข้าเร็วๆ เถิด ข้าไม่ไหวแล้ว” “ได้ และไม่ใช่แค่ลิ้นหรอกนะ ที่จะข้าใช้เล่นสนุกในทางคับแน่นฉ่ำเยิ้มของเสี่ยวเซียน” “ฮึ... ทะ ท่าน อย่าเก่งแต่ขู่ข้าเลย” “ข้าจะทำให้เจ้าท้องเร็วที่สุด คอยดูฝีมือสามีผู้นี้เถิด” เขายิ่งพูดลั่วฟางเซียนยิ่งซ่านสยิว นางกับเขาจูบกัน แทรกลิ้นสอดเข้าไปในโพรงปาก ตวัดลิ้นรัดแรงๆ เย
ลั่วฟางเซียนเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว ทั้งที่มั่นใจว่าตนหายดี ทว่าเหตุใดยาของเจี่ยงเทียนถึงได้ร้ายแรงจนทำให้นางไม่เป็นตัวของตนเอง ยามนี้นางนอนบิดตัวไปมาบนรถม้าคันใหญ่ที่กำลังมุ่งหน้าลงใต้ เนื่องจากต้องการหาที่สงบห่างไกลจากความวุ่นวาย อันเป็นความประสงค์ของถานป๋อ พอรถม้าหยุดพักชั่วประเดี๋ยว อีกฝ่ายก็เข้ามาหานาง ชวนไปยืดเส้นยืดสาย ยามนั้นลั่วฟางเซียน รู้สึกร้อนอบอ้าว ทั้งปรารถนาในเรือนกายบุรุษ แต่ละอายใจหากต้องเอ่ยปากกับถานป๋อตรงๆ “ท่านแม่ทัพ ข้าอยากล้างตัว” ชายหนุ่มไม่ปฏิเสธสิ่งที่นางร้องขอ และเขาเป็นฝ่ายอุ้มนางลงจากรถม้า พาเข้าไปที่ลำธาร ซึ่งด้านบนมีน้ำตก ในช่วงที่เขาพานางไปยังลำธาร ถานป๋อก็ส่งสัญญาณให้ผู้ติดตาม คอยสอดส่องความเคลื่อนไหวเป็นระยะๆ กระทั่งได้เห็นว่า มีสายลับปะปนมาในกลุ่มของตน เขาก็ใช้แผนซ้อนแผน ลวงพวกมันให้ติดกับเพื่อนำข่าวไปแจ้งแก่นายของตน เมื่อไปถึงจุดหมาย ลั่วฟางเซียนเขินอายเล็กน้อย แต่นางไม่อาจทนเสียงเล็กๆ ที่เรียกร้องอยู่ในร่างกายได้ “เป็นไปได้หรือไม่ หากท่านแม่ทัพจะช่วยถูหลัง และสระผมให้คนต่ำต้อยเช่นข้า” “เสี่ยว
ยามนี้องค์ชายสามได้ร่วมมือกับต่างแคว้น และเขาสู้อย่างหมาจนตรอก ใครขัดขวางถูกสังหารอย่างเหี้ยมโหด แน่นอนความมุ่งหวังคือ เขาต้องจัดการถานป๋อให้ได้ มิเช่นนั้น หากคนผู้นี้เข้าร่วมมือกับรัชทายาทเมื่อใด ความยุ่งยากย่อมตามมา และที่เขามั่นใจว่าแผนการนี้ย่อมสำเร็จ เพราะเขาปล่อยให้ถานป๋อชิงตัวฟางเซียนไป แม้เกิดจากความผิดพลาด แต่เขาวางแผนร้ายไว้ในใจต่อจากนั้น เจี่ยงเทียนมองดูแผนที่ในมือ ใช้ความคิดอย่างหนัก เขาจะก้าวขึ้นเป็นใหญ่ แผ่นดินนี้ต้องอยู่ในกำมือเขา มิใช่คนอ่อนหัดอย่างรัชทายาท “พวกมันกำลังเดินทางลงใต้หรือ ฮ่ะๆ ๆ ดี เช่นนั้น ข้าจะไปส่งมันลงนรกขุมที่ลึกที่สุด โทษที่มันไม่ยอมร่วมมือกับข้า” เมื่อกล่าวจบเจี่ยงเทียนก็จัดทัพของตน ให้ไปตามจุดหมายที่วางไว้ พร้อมกันนั้นก็ส่งคนไปสืบข่าวจากสายลับที่ปะปนอยู่กับฝ่ายของถานป๋อ “ข้าจะปล่อยให้ถานป๋อเสวยสุขอีกสักหน่อย เมื่อเสร็จสม ศีรษะของมันย่อมต้องถูกนำมาให้ข้าเหยียบจมดิน” ฝ่ายอิงหนูในยามนี้ นางครั่นคร้ามใจเหลือเกิน และพยายามถอยห่างจากเจี่ยงเทียนด้วยเริ่มกลัว คนผู้นี้เกินเยียวยา แต่เดิมนางช่วยหลายสิ่ง ทว่านับวัน







