تسجيل الدخولจากนักเขียนนิยายที่กำหนดชะตาผู้อื่น ดันมากลายเป็นผู้ประสบภัยเสียเอง เมื่อต้องข้ามมิติเข้ามาอยู่ในนิยายที่แต่ง แถมยังเป็นร่างนางร้ายที่ถูกกำหนดให้กำลังจะตุย! งานนี้มีหรือนางจะปล่อยให้ตัวเองต้องดำเนินตามเนื้อเรื่องที่แต่ง ไม่มีใครอยากตุยซ้ำสอง คนเดียวที่จะทำให้นางรอดได้มีเพียงพระรองที่ไม่ค่อยมีบท คู่ปรับของพระเอกที่นางแต่งเท่านั้น!
عرض المزيدศาลาอู่เซียงเหม่ยฉิงควบม้าเร็วมาถึงจุดหมาย นางแอบมองแผ่นหลังกว้างน่าอบอุ่นของบุรษสวมอาภรณ์ธรรมดาที่ไม่ใช่องรักษ์สกุลหมิงยืนไพล่หลังอย่างสง่า"สู้ ๆ"ให้กำลังใจตนเองเสร็จจึงเดินเข้าไปใกล้ ๆ ส่งเสียงกระแอมไอให้บุรุษที่กำลังเหม่อมองทิวเขาเบื้องล่างรู้สึกตัว"รอนานหรือไม่"คำถามเชิงบอกเล่าดังขึ้นตู้กู่หยวนรีบหันกลับมมองสตรีมาใหม่ทันที"ไม่นานเลย แม่นางเหม่ยนัดข้ามาที่นี่มีเรื่องสำคัญอันใดหรือ"ยิ่งมองใบหน้างดงามของเหม่ยฉิงเรื่องที่ลานกว้างเมื่อคืนยิ่งผุดในหัวจนเกือบความคุมอาการประหม่าไม่อยู่"คือว่า..."พอจะเอาเข้าจริง ทำไมถึงได้เขินอายเช่นนี้กึก!มือหนาเอื้อมมาจับผมสลวยอย่างไม่บอกกล่าว ทำเอาเหม่ยฉิงตกใจตัวแข็งทื่อตู้กู่หยวนยื่นของในมือให้นางดู"ใบไม้ติดผมท่าน""อะ อ้อ ใบไม้นี่เอง"รีบหันหลบหน้าเมื่อรู้สึกว่าตอนนี้นางไม่เป็นตัวของตัวเอง ใบหน้าร้อนผ่าว ในใจคิดสปรก นึกว่าบุรุษอย่างเขาจะ..."แม่นางเหม่ย"ยังควบคุมตนเองไม่สงบ เสียงทุ้มก็เอ่ยเรียกจนต้องหันกลับไปมองเจ้าของเสียง"อ๊ะ!"แทนที่จะเห็นเพียงตู้กู่หยวน แต่กลับเห็นดอกไม้ช่อหนึ่งที่การจัดแต่งเหมือนในโลกของนางถูกยื่นมาให้ ท่าทางของตู้
:: เคียงคู่นิรันดร์ ::อรุณรุ่งของวันใหม่เริ่มขึ้น รั่วอิงเหยาให้สาวใช้ไปเชิญเหม่ยฉิงมายังสวนพฤกษาเพื่อสนทนาฉันสตรี"ชาหมื่นบุปผาของท่าน"ที่แท้มีชื่อเรียกเช่นนี้นี่เอง ถึงว่านางเดินมาตั้งไกลยังได้กลิ่นหอมชวนฝันของชานี้"อืม รสชาติดี"จิบคำแรกก็ชื่นใจแล้ว ช่างเป็นของรวเลิศจริง ๆรั่วอิงเหยาตบตีกับตนเองในใจครู่หนึ่ง สุดท้ายจึงลองเกริ่นขึ้นมาคำหนึ่ง"แม่นางเหม่ยรู้จักเสี่ยวโหวหรือไม่""ใครหรือ?"พูดมาแค่นี้ แซ่โหวก็หลายคนอยู่นะ"เป็นนักแสดงมากความสามารถ หน้าตาหล่อเหลา แถมยังร้องเพลงเพราะด้วย"กึก!ดารา?ร้องเพลงเพราะ?แถมยังหล่อมากอีก!"อิงอิง! นั่นแกใช่ไหม?"เหม่ยฉิงโผเข้าไปกอดรั่วอิงเหยาเมื่อคิดว่านี่คืออิงอิงเพื่อนในโลกของนาง"ฉิงฉิง แกมได้ยังไง หรือว่าแกก็..."ไม่รู้ว่าตนทะลุมิติมาอยู่ในนิยายตนเองนานแค่ไหน จึงได้แต่สงสัยว่าเพื่นรักข้ามมาในนิยายนี้ได้อย่างไรกัน"ฉันไม่รู้ ตั้งแต่แกประสบอุบัติเหตุ ฉันก็แทบบ้า พอเสียแกไปจริง ๆ จึงคิดว่าแกอาจจะห่วงนิยายที่เขียนไม่จบ ฉันเลยรื้อพล็อตแกปรับเปลี่ยนเนื้อหาเล็กน้อย จนสุดท้ายก็ส่งนิยายของแกผสมโรงของฉันจนจยบริบูรณ์ จากนั้นฉันก็รู้สึกง่วงมาก หลัง
'ปากนี้ อยากสัมผัสจัง'ความคิดหยาบคายหนึ่งผุดขึ้นในหัว เหม่ยฉิงค่อย ๆ เผยอปากออกเล็กน้อย ยื่นปากเข้าไปใกล้ ใกล้ และใกล้จนแทบจะสัมผัสริมฝีปากหนาอย่างไม่รู้ตัว หากแต่เสียงหนึ่งกลับดังขึ้นดับฝันของนาง"กลิ่นในฝันของแม่นาง เป็นกลิ่นเช่นนี้หรือ" เขาถามกระซิบ เสียงทุ้มต่ำพร่ามัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนสตรีนางนี้ช่างขยันสร้างปัญหาให้เขาเป็นโรคของหัวใจที่เต้นแรงจนน่ากลัว กลัวว่าความเป็นบุรุษเพศในกายจะลุกโชนจนเผลอทำบางอย่างที่อยู่ในก้นบึ้งของความคิดลงไปเหม่ยฉิงนิ่งงันไปครู่หนึ่งอย่างไร้คำตอบ ใบหน้านวลแดงระเรื่อเหมือนกับถังหูลู่ กลิ่นอายบุรุษเพศตรงหน้าช่างคล้ายกลิ่นสะอาดบริสุทธิ์ของป่าเขา ยิ่งสูดดมยิ่งทำให้นางรู้สึกมึนงงคล้ายคนเมามาย "กลิ่นเช่นนี้แหละ กลิ่นคนที่ขโมยจูบแรกจากข้าไป"คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจตู้กู่หยวนร่างแกร่งถึงกับแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตระหนก หรือนางจะจำได้แล้วว่าวันนั้นที่ริมลำธาร เขาตัดสินใจล่วงเกิน ใช้วิธีนั้นเพื่อป้อนยาช่วยชีวิตนางจริง ๆ"ขะ ข้า คือเรื่อง..."ลิ้นที่เคยคล่องแคล่วกลับพันกันจนพูดไม่ออก เขาอยากจะเอ่ยขอโทษ อยากจะอธิบายว่ามันเป
:: จุมพิตใต้แสงจันทรา ::"อะแฮ่ม!"เหม่ยฉิงเห็นตู้กู่หยวนจู่ ๆ ก็เหมือนหนีอะไร จึงตามออกมาดู"แม่นางเหม่ยเองหรือ"เขาถาม หากแต่กลับไม่กล้าหันมาสบตากับคู่สนทนา"ท่านเจอพ่อครัวแล้วหรือ"รอยเท้าตู้กู่หยวนยังไม่ทันจาง เหม่ยฉิงก็ตามออกมาเจอเขาที่ลานฝึกยุทธ์ของจวนซื่อจื่อ ซึ่งไม่ใช่ทางไปครัวแน่ จึงเอ่ยหยอกล้อคนที่เหมือนมีอะไรไม่พอใจเลยหลบออกมา"ข้าให้สาวใช้นางหนึ่งไปแจ้งพ่อครัวแล้ว แม่นางไม่ต้องกังวล""เหตุใดข้ารู้สึกว่าท่านทำตัวแปลก ๆ ไม่ดีใจหรือที่หาสหายท่านเจอแล้ว""ดีใจ แต่ก็เสียใจ"น้ำเสียงนั้นแฝงความเศร้าเอาไว้"เสียใจที่ซื่อจื่อของพวกท่านจำอะไรไม่ได้หรือ"ตู้กู่หยวนค่อย ๆ เอียงหน้ามองเหม่ยฉิงที่ยืนมือไขว้หลัง เงยหน้าขึ้นมาดวงจันทร์เกือบเต็มดวงด้วยแววตาเป็นประกาย"จำไม่ได้วันนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าวันข้างหน้าจะไม่หายนี่" เหม่ยฉิงรีบปลอบ"แม่นางออกมาเช่นนี้ หมิงซื่อจื่อไม่โวยวายหรือ"เมื่อครู่เห็นไม่เอาผู้ใด ยกเว้นนาง"ไม่ต้องห่วง หมิงซื่อจื่อของพวกท่านน่ารัก ข้าบอกอะไรก็ทำตาม ตอนนี้เลยให้เสี่ยวเอินค่อย ๆ รื้อฟื้นความจำให้อยู่"เสียงนั้นยิ่งภูมิใจในฝีมือตนมาเท่าใด คนฟังยิ่งรู้สึกบอกไม่ถ
"ข้าต้องการ... ต้องการท่าน"รั่วอิงเหยาหอบหายใจแรงขึ้น ร่างกายร้อนวาบทุกครั้งที่สัมผัสของเขาเคลื่อนไปมาช้า ๆ ราวกำลังกลั่นแกล้ง ลมหายใจของทั้งคู่สอดประสานกันจนแยกไม่ออกว่าเสียงใดเป็นของใครหลัวฉางเฟิงเห็นกวางน้อยในมือเริ่มทนไม่ไหวจึงก้มลงชิดใบหูพร้อมกระซิบเสียงทุ้มต่ำว่า“ข้าก็ต้องการเพียงเจ้า”คำห
:: ถ่ายพิษ ::ความมุ่งมั่นของรั่วอิงเหยาได้ผล นางงมหามีดจนเจอแล้วรีบขึ้นมาจากน้ำแสนเย็นยะเยือก"ซื่อจื่อ ท่านต้องอดทน อดทนเข้าไว้"คลานอย่างทุรักทุเรจนมาถึงแท่นน้ำแข็งที่หลัวฉางเฟิงนอนไม่ได้สติมือสั่นเทากำมีดจ่อไว้บนข้อมือขาวเนียนก่อนจะกลั้นใจหลับตาลงกรีดของมีคมลงบนเนื้อจนโลหิตสด ๆ ไหลออกมา"ได้ผล
:: หนึ่งคนฟื้น หนึ่งคนกลับหายไป ::จวนสกุลเหรินทันทีที่รั่วอิงเหยาถูกพากลับมายังเรือนสกุลเหริน หลัวฉางเฟิงก็ให้คนไปตามหมอฝีมือดีทั้งในวังและนอกวังมาช่วยรักษาสตรีที่บาดเจ็บเพราะความไม่รอบคอบของตนเองผ่านมาหนึ่งก้านธูปท่านหมอทั้งสองก็ออกมาจากห้องส่วนตัวของรั่วอิงเหยาพลางรายงานต่อฉินเส้าที่รับหน้าที่
"นั่งก่อนขอรับ"ฉินเส้าเห็นท่าทางรั่วอิงเหยายังอ่อนแรงอยู่จึงรีบจัดเก้าอี้สูงให้นางนั่งพักค่อยคุยกัน"ซื่อจื่อ ซื่อจื่อเป็นอย่างไรบ้าง"นางมีแผลแค่สองทีกับร่างกายที่บอบช้ำเล็กน้อยยังสลบไปหนึ่งวันหนึ่งคืน แล้วคนผู้นั้นที่รับกระบี่ไปหลายครั้งจะบาดเจ็บเพียงไหนทว่าคำถามง่าย ๆ ของรั่วอิงเหยากลับทำให้แว


















المراجعات