FAZER LOGINกลิ่นยาฆ่าเชื้อในคลินิกสนามเริ่มจางไป แทนที่ด้วยกลิ่นน้ำหอมปรับอากาศราคาแพง อคินทร์นอนอยู่บนเตียงคนไข้ในชุดลำลองสีนวลตา แม้ตามร่างกายจะมีผ้าพันแผลและรอยช้ำอยู่บ้าง แต่รัศมีของ "จอมบงการ" ก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย เขากำลังถือแท็บเล็ตดูข้อมูลกราฟความเร็วของรถ Medical Car ในวันอุบัติเหตุซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"เข้าโค้งที่ 4 ด้วยความเร็ว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง... โดยไม่แตะเบรก?" อคินทร์พึมพำกับตัวเอง แววตาคมกริบฉายประกายความตื่นเต้น "หมอทั่วไปที่ไหนจะบ้าบิ่นขนาดนั้น นอกจากเธอจะ 'ชิน' กับการควบคุมแรงเหวี่ยง"
เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยดังขึ้นที่หน้าห้อง อคินทร์รีบโยนแท็บเล็ตไว้ใต้หมอน ทิ้งตัวลงนอนหน้าซีดเซียว และแสร้งทำเป็นหายใจติดขัดเล็กน้อยทันทีที่ประตูเปิดออก
หมอเอย เดินเข้ามาพร้อมกับชาร์ตคนไข้ เธออยู่ในชุดกาวน์ที่สวมทับเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน ดูสะอาดตาและเป็นระเบียบเหมือนทุกวัน เธอเดินมาที่ข้างเตียงแล้วมองดูคนไข้จอมเจ้าเล่ห์ด้วยสายตาจับผิด
"ดูเหมือนวันนี้อาการ 'พระเจ้าของสนาม' จะทรุดลงนะคะ" เอยเอ่ยเสียงเรียบพลางหยิบเครื่องตรวจฟังเสียง (Stethoscope) ขึ้นมา
"ผมเจ็บ... เจ็บหน้าอกน่ะหมอ เหมือนมันจะอักเสบข้างใน" อคินทร์ตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่าพลางคว้ามือของเอยที่กำลังจะตรวจเขาเอาไว้ "หมอช่วยตรวจให้ละเอียดหน่อยสิครับ หรือว่าต้องให้ผมย้ายไปโรงพยาบาลในเมือง?"
เอยจ้องมองมือหนาที่กุมมือเธอไว้ เธอไม่ได้สะบัดออกในทันทีแต่กลับกดปลายนิ้วลงบนชีพจรของเขาแทน "ชีพจรคุณเต้น 95 ครั้งต่อนาที... ค่อนข้างเร็วสำหรับคนที่บอกว่า 'กำลังจะตาย' นะคะคุณอคินทร์ ความจริงมันเหมือนคนที่กำลัง 'โกหก' หรือไม่ก็กำลัง 'ตื่นเต้น' มากกว่า"
อคินทร์กระตุกยิ้ม แววตาขี้เล่นกลับมา "หมออ่านใจคนไข้เก่งจังนะครับ หรือว่าจริงๆ แล้วหมอแค่ 'อ่านใจผม' เก่งคนเดียว?"
เอยดึงมือออกอย่างรวดเร็วแล้วใช้สเต็ทโทสโคปทาบลงบนอกซ้ายของเขา แรงกดนั้นหนักกว่าปกติจนอคินทร์สะดุ้ง "หยุดพูดแล้วหายใจเข้าลึกๆ ค่ะ ถ้าคุณยังสำออยไม่เลิก ฉันจะสั่งฉีดยาแก้อักเสบชนิดที่ปวดที่สุดให้คุณแทน"
"คุณหมอใจร้ายจังครับ" อคินทร์ยอมนอนนิ่งๆ ให้เธอตรวจ แต่ดวงตาของเขายังคงจ้องจับผิดทุกการเคลื่อนไหวของเธอ "หมอเอย... คุณเคยบอกว่าคุณจบจากเยอรมันใช่ไหม? ที่นั่นสนามแข่งดังๆ เยอะนะ คุณเคยไปดูบ้างหรือเปล่า?"
"หน้าที่ของหมอคืออยู่ในเต็นท์พยาบาลค่ะ ไม่ใช่บนอัฒจันทร์" เอยตอบสั้นๆ ขณะเปลี่ยนไปเช็กแผลที่แขนให้เขา
"แล้วสนามที่ชื่อ Nürburgring ล่ะ? ผมเคยได้ยินข่าวลือเรื่องนักแข่งเอเชียคนหนึ่งที่ใช้ชื่อนามแฝงว่า 'Silver Ghost' ชอบโผล่มาแข่งตอนกลางคืน... มีคนบอกว่าเขาเป็นหมอด้วยนะ"
มือของเอยชะงักไปชั่ววินาทีเดียว แต่มันเพียงพอให้อคินทร์สังเกตเห็น เธอรีบทำแผลต่อโดยไม่เงยหน้า "โลกนี้มีข่าวลือไร้สาระเยอะแยะค่ะคุณอคินทร์ คุณควรเอาเวลาไปสนใจทีมบริหารมากกว่าเรื่องเล่านิทานพวกนั้น"
"เหรอครับ... แต่นิทานเรื่องนั้นมันน่าสนใจตรงที่ 'ดวงตา' ของนักแข่งคนนั้น เขาว่ากันว่าสวยเหมือนดวงดาว แต่นิ่งเหมือนน้ำแข็ง เหมือนดวงตาของคุณหมอเปี๊ยบเลย"
เอยเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ครั้งนี้แววตาของเธอสั่นระริกด้วยความโกรธที่พยายามซ่อนไว้ "ถ้าคุณว่างมากขนาดมานั่งเปรียบเทียบดวงตาฉันกับนักแข่งใต้ดิน งั้นพรุ่งนี้ฉันจะอนุญาตให้คุณออกไปทำงานที่ออฟฟิศได้ค่ะ จะได้เลิกฟุ้งซ่านเสียที!"
คืนนั้น ณ สนามแข่งรถใต้ดินแถบชานเมือง
เสียงเพลงบีทหนักๆ ผสมกับเสียงเร่งเครื่องยนต์ดังก้องอยู่ในอุโมงค์ร้างที่ถูกดัดแปลงเป็นสนามแข่งสั้นๆ (Drag Race) ที่นี่คือแหล่งรวมตัวของพวกเศรษฐีและนักแข่งที่อยากปลดปล่อยนอกกติกาสากล
รถสปอร์ตสีดำสนิทคันเดิมที่อคินทร์เคยเจอในสนามแข่งวันนั้น จอดสงบนิ่งอยู่ท้ายขบวน ร่างบางในชุดแข่งสีดำมิดชิดสวมหมวกกันน็อกปิดบังใบหน้ากำลังเตรียมตัวจะลงสนาม
แต่ทว่า... รถ SUV สีดำคันหนึ่งกลับขับมาจอดขวางหน้าเธอไว้
อคินทร์ก้าวลงจากรถในชุดเสื้อหนังสีดำดูเท่และดุดัน เขาเดินตรงมาที่รถสีดำคันนั้นแล้วเคาะกระจก
เอย (ในคราบนักแข่ง) นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะยอมเลื่อนกระจกลงเพียงครึ่งเดียว "มีธุระอะไร?" เธอใช้เครื่องดัดเสียงที่ติดไว้ในหมวกกันน็อกทำให้เสียงดูแหบและทุ้มเหมือนผู้ชาย
"ผมแค่อยากมาพิสูจน์นิทานเรื่อง 'Silver Ghost' น่ะ" อคินทร์พิงรถพลางกอดอก "และอยากรู้ด้วยว่า 'คุณหมอ' ของผมแอบมาทำอะไรอันตรายแบบนี้หรือเปล่า"
"นายทักคนผิดแล้ว ถอยไป" เธอพยายามจะเข้าเกียร์ถอยหลัง
"อย่าลำบากเลยเอย... ผมจำกลิ่นน้ำหอมและ 'แววตา' ของคุณได้" อคินทร์โน้มตัวลงมาใกล้กระจก "ต่อให้คุณจะเปลี่ยนเสียง หรือใส่หน้ากากเหล็กเหลวหุ้มทั้งตัว ผมก็จำคุณได้"
เอยถอนหายใจยาวก่อนจะถอดหมวกกันน็อกออก สะบัดผมยาวให้สยายลงมา ใบหน้าสวยภายใต้แสงไฟนีออนดูดุดันและมีเสน่ห์อย่างร้ายกาจ "คุณนี่มันตื้อยิ่งกว่าเจ้ากรรมนายเวรซะอีกนะ อคินทร์"
"ยอมรับแล้วสินะ" อคินทร์ยิ้มอย่างผู้ชนะ "คุณเป็นหมอ แต่มาแข่งรถผิดกฎหมายเนี่ยนะ? ถ้าแพทยสภารู้ เรื่องนี้คงสนุกน่าดู"
"แล้วถ้าฉันบอกว่า ฉันมาที่นี่เพื่อหาเงินบริจาคให้มูลนิธิเด็กกำพร้าล่ะ? หรือคุณจะใช้เรื่องนี้ข่มขู่ฉันเพื่อให้ฉันยอมทำตามใจคุณ?" เอยเปิดประตูลงจากรถมาเผชิญหน้ากับเขา "คุณต้องการอะไรกันแน่ อคินทร์ทร์?"
อคินทร์เดินเข้าประชิดร่างบางจนแผ่นหลังเธอพิงกับรถ "ผมต้องการความจริง... ความจริงที่ว่าคุณคือ 'เจ้าเด็กขี้แง' ที่สนามเด็กเล่นคนนั้นใช่ไหม? คนที่สัญญาว่าจะดูแลผม... คนที่บอกว่าจะรอผมอยู่ที่เดิม"
เอยหัวเราะเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความขมขื่น "เด็กขี้แงคนนั้นตายไปตั้งแต่วันที่คุณหายไปโดยไม่บอกลาแล้วค่ะ อคินทร์... คุณทิ้งสัญญา ทิ้งเพื่อน และทิ้งความเชื่อใจของเด็กคนหนึ่งไปเพื่อความฝันของตัวเอง แล้วตอนนี้คุณจะกลับมาทวงถามหาสัญญาอะไรอีก?"
คำพูดของเอยเหมือนตบหน้าอคินทร์ฉาดใหญ่ ความทรงจำในวัยเด็กหลั่งไหลเข้ามา ภาพเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ยื่นขนมให้เขาทุกครั้งที่เขาซ้อมรถพลาสติกจนล้ม ภาพคำสัญญาใต้ต้นไม้ใหญ่...
"ผมไม่ได้อยากไป... พ่อบังคับผมย้ายไปอังกฤษคืนนั้นเลย ผมไม่มีโอกาสแม้แต่จะโทรหาคุณ" อคินทร์เสียงอ่อนลง แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
"มันสายไปแล้วค่ะ" เอยผลักอกเขาออก "ตอนนี้ฉันคือหมออารดา และคุณคืออคินทร์ทร์ เจ้าของทีม F1 เรามีความสัมพันธ์กันแค่ 'นายจ้าง' กับ 'ลูกจ้าง' เท่านั้น อย่ารื้อฟื้นอดีตที่มันไม่มีค่าอะไรเลย"
"ไม่มีค่าเหรอ?" อคินทร์คว้าข้อมือเธอไว้ "ถ้าไม่มีค่า แล้วคุณจะพยายามสอบหมอเพื่อมาประจำสนามแข่งทำไม? คุณจะฝึกขับรถจนเก่งขนาดนี้เพื่อมาตามหาผมทำไมถ้าไม่ใช่เพราะสัญญานั่น!"
"ฉันทำเพื่อตัวเอง! เพื่อพิสูจน์ว่าฉันอยู่ได้โดยไม่มีคุณ!" เอยตะโกนใส่หน้าเขา น้ำตาคลอเบ้าแต่ไม่ยอมให้มันไหลออกมา "และฉันจะพิสูจน์ให้ดูในสนาม... ว่าฉันไม่ได้เป็นแค่ 'คนรอ' แต่ฉันจะเป็นคนที่ 'แซง' คุณไปให้ได้!"
การประชันความเร็วที่เดิมพันด้วยหัวใจ
"งั้นมาเดิมพันกัน" อคินทร์ท้า แววตาของเขากลับมามุ่งมั่น "เราจะแข่งกันหนึ่งรอบสนามนี้ ถ้าคุณชนะ... ผมจะไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัวของคุณอีก และจะไม่พูดถึงอดีตอีกเลย"
"แล้วถ้าฉันแพ้?" เอยถามพลางเชิดหน้า
"ถ้าคุณแพ้... คุณต้องมาเป็น 'แพทย์ประจำตัว' ของผมตลอด 24 ชั่วโมง และต้องตอบคำถามผมทุกข้อที่ผมอยากรู้... โดยห้ามโกหกแม้แต่คำเดียว"
เอยนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะสวมหมวกกันน็อกกลับเข้าไป "ตกลง... เตรียมใจแพ้ให้ผู้หญิงที่คุณเคยทิ้งไว้ข้างหลังได้เลย อคินทร์!"
เสียงเครื่องยนต์สองคันดังกระหึ่มพร้อมกันที่เส้นสตาร์ท รถสปอร์ตสีดำของเอยและ SUV แต่งเครื่องเต็มสูบของอคินทร์พุ่งทะยานออกไปพร้อมกัน กองเชียร์รอบข้างต่างส่งเสียงเชียร์ด้วยความระทึก
การแข่งขันเต็มไปด้วยชั้นเชิง เอยใช้ความพริ้วไหวและขนาดรถที่เล็กกว่าซอกแซกไปตามวงเวียนและทางแคบได้อย่างยอดเยี่ยม แต่อคินทร์ก็ใช้ประสบการณ์นักแข่งระดับโลกบีบทางและกดดันเธอในทุกจังหวะ
ในโค้งสุดท้าย เอยจงใจดริฟต์แบบเสี่ยงตายเพื่อปาดหน้าอคินทร์ แต่เขากลับอ่านทางออกและเบรกทิพย์ (Dummy Brake) ทำให้เอยเสียจังหวะไปเพียงเสี้ยววินาที รถของอคินทร์พุ่งผ่านเส้นชัยไปก่อนเพียงครึ่งช่วงตัว!
รถทั้งสองคันจอดสนิท อคินทร์เดินลงมาด้วยรอยยิ้มพราวเสน่ห์ เขาเดินไปเปิดประตูรถให้เอยที่นั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัย
"คุณแพ้แล้วนะ... หมอเอย"
เอยถอดหมวกกันน็อกออก ใบหน้าสวยเต็มไปด้วยเหงื่อและความไม่พอใจ "คุณขี้โกง คุณใช้เครื่องยนต์ที่แรงกว่า"
"ในสนามแข่งไม่มีคำว่าขี้โกง มีแต่ผู้ชนะกับผู้แพ้" อคินทร์โน้มตัวลงมาหาเธอ แขนสองข้างยันขอบประตูรถไว้ กักตัวเธอไว้ในอ้อมแขนกลายๆ "จำสัญญาได้ใช่ไหม? 24 ชั่วโมง... เริ่มตั้งแต่วินาทีนี้"
เอยมองสบตาเขาอย่างขุ่นเคือง แต่ในส่วนลึกของหัวใจ เธอกลับรู้สึกถึงความตื่นเต้นที่ไม่ได้สัมผัสมานาน "คุณมันปีศาจ อคินทร์"
"ผมเป็นปีศาจที่คุณสัญญาว่าจะดูแลตลอดไปไงครับ... เจ้าเอย" อคินทร์กระซิบบอกพลางใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยน้ำตาที่หางตาเธอเบาๆ "เตรียมตัวไว้เถอะ เพราะผมจะทวงทุกวินาทีที่หายไปคืนมาให้ครบ"
เอยไม่ได้ตอบอะไร เธอเพียงแต่นิ่งอึ้งกับสัมผัสที่อ่อนโยนนั้น ความโกรธที่สั่งสมมานับสิบปีเริ่มสั่นคลอนด้วยสายตาเพียงคู่เดียว... สายตาที่บอกว่าเขาเองก็ไม่เคยลืมเธอเช่นกัน
บทที่ 3 กับดักเสน่หาและรอยแผลที่ซ่อนอยู่ (The Master’s Gambit)กลิ่นยาฆ่าเชื้อในคลินิกสนามเริ่มจางไป แทนที่ด้วยกลิ่นน้ำหอมปรับอากาศราคาแพง อคินทร์นอนอยู่บนเตียงคนไข้ในชุดลำลองสีนวลตา แม้ตามร่างกายจะมีผ้าพันแผลและรอยช้ำอยู่บ้าง แต่รัศมีของ "จอมบงการ" ก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย เขากำลังถือแท็บเล็ตดูข้อมูลกราฟความเร็วของรถ Medical Car ในวันอุบัติเหตุซ้ำแล้วซ้ำเล่า"เข้าโค้งที่ 4 ด้วยความเร็ว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง... โดยไม่แตะเบรก?" อคินทร์พึมพำกับตัวเอง แววตาคมกริบฉายประกายความตื่นเต้น "หมอทั่วไปที่ไหนจะบ้าบิ่นขนาดนั้น นอกจากเธอจะ 'ชิน' กับการควบคุมแรงเหวี่ยง"เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยดังขึ้นที่หน้าห้อง อคินทร์รีบโยนแท็บเล็ตไว้ใต้หมอน ทิ้งตัวลงนอนหน้าซีดเซียว และแสร้งทำเป็นหายใจติดขัดเล็กน้อยทันทีที่ประตูเปิดออกหมอเอย เดินเข้ามาพร้อมกับชาร์ตคนไข้ เธออยู่ในชุดกาวน์ที่สวมทับเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน ดูสะอาดตาและเป็นระเบียบเหมือนทุกวัน เธอเดินมาที่ข้างเตียงแล้วมองดูคนไข้จอมเจ้าเล่ห์ด้วยสายตาจับผิด"ดูเหมือนวันนี้อาการ 'พระเจ้าของสนาม' จะทรุดลงนะคะ" เอยเอ่ยเสียงเรียบพลางหยิบเครื่องตรวจฟังเสียง (Stethoscop
บทที่ 2 นาทีชีวิตและหน้ากากที่หลุดลอย (The Crash)เสียงคำรามของเครื่องยนต์ F1 ในช่วงบ่ายของการซ้อมรอบ Free Practice ดังกระหึ่มจนแผ่นดินสั่นสะเทือน ความร้อนระอุจากพื้นแทร็กพุ่งสูงถึง 52°C ไอร้อนลอยคลุ้งขึ้นมาจากผิวถนนราวกับปีศาจที่กำลังหิวกระหาย อคินทร์อยู่ในชุดแข่งสีน้ำเงินเข้มขลิบทอง ร่างกายของเขาถูกรัดตึงอยู่ในค็อกพิตที่แคบและร้อนระอุ เหงื่อไหลซึมผ่านหน้าผากลงมาตามโครงหน้าคมเข้มเขากำลังทดสอบขีดจำกัดของยางคอมพาวด์ชนิดใหม่ที่ทีมวิศวกรเพิ่งพัฒนาขึ้นมา"อคิน เช็กเซนเซอร์ยางล้อหลังซ้ายด้วย อุณหภูมิมันเริ่มสวิงแปลกๆ" เสียงของภามดังผ่านวิทยุสื่อสารเข้ามาในหมวกกันน็อก "รับทราบ... แต่ฉันยังกดต่อได้ อีกสองรอบจะเข้าพิต" อคินตอบเสียงเรียบ พลางหักพวงมาลัยเข้าโค้งความเร็วสูงด้วยความแม่นยำระดับมิลลิเมตรในขณะเดียวกัน ที่ศูนย์การแพทย์ข้างสนาม หมอเอยในชุดจั๊มสูทกู้ชีพสีขาวทะมัดทะแมงกำลังยืนตรวจเช็กอุปกรณ์บนรถ Medical Car ดวงตาโตคู่สวยจ้องมองจอมอนิเตอร์ที่แสดงความเร็วของรถทุกคันในสนามอย่างไม่วางตา"คุณหมอเอยครับ ดูเหมือนคุณอคินทร์จะทำเวลาต่อรอบได้เร็วขึ้นเรื่อยๆ เลยนะครับ" พยาบาลกู้ชีพเอ่ยชม "เร็วเ
บทที่ 1 เงาปริศนาใต้แสงไฟ (The Ghost Racer)ท่ามกลางความเงียบสงัดของสนามแข่งเซอรกิตระดับโลกในยามค่ำคืน เสียงลมหวีดหวิวปะทะกับโครงเหล็กของอัฒจันทร์ที่ว่างเปล่า แสงไฟสปอร์ตไลท์บางส่วนยังคงเปิดทิ้งไว้สลัวๆ สะท้อนลงบนพื้นยางมะตอยสีดำสนิทที่ยังหลงเหลือรอยไหม้จากการแข่งขันในช่วงกลางวันวื้ดดด! บรึ้มมมม!เสียงคำรามของเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบดังสนั่นทำลายความเงียบ รถสปอร์ตคูเป้สีเทาเมทัลลิกพุ่งทะยานผ่านทางตรงยาวด้วยความเร็วทะลุ 280 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หลังพวงมาลัยนั้นคือ ‘อคิน’ ชายหนุ่มผู้กุมบังเหียนทีมแข่งยักษ์ใหญ่และเป็นนักแข่งมือหนึ่งของโลก ดวงตาคมกริบของเขาจ้องเขม็งไปที่ท้ายรถสปอร์ตสีดำสนิทคันหนึ่งที่อยู่ข้างหน้าเพียงไม่กี่ช่วงตัว"ใครกัน..." อคินสบถในลำคอ เส้นเอ็นที่หลังมือปูดโปนขณะบังคับพวงมาลัยอย่างมั่นคงเขาแอบเข้ามาทดสอบสนามเป็นการส่วนตัวเพื่อหาจุดบกพร่องของผิวถนน แต่กลับพบว่ามี 'แขกไม่ได้รับเชิญ' กำลังใช้สนามของเขาเป็นที่ฝึกซ้อม และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... เขาไม่สามารถแซงรถคันข้างหน้าได้เลยแม้แต่น้อยรถสีดำคันนั้นเข้าโค้งด้วยเทคนิค Late Braking ที่สมบูรณ์แบบ ท้ายรถปัดออกเพียงเล็กน้อยก







