Mag-log in“เธอจะทิ้งฉันไปงั้นเหรอ” “เมื่อก่อนคุณอยากไล่ให้ฉันกลับไปเร็วๆ ไม่ใช่เหรอ พอฉันจะกลับไปจริงๆ ทำไมมีปัญหาล่ะคะ” “เมื่อก่อนกับตอนนี้มันไม่เหมือนกันไง! ฉันก็บอกอยู่ปาวๆ ว่าให้เธออยู่ที่นี่ด้วยกัน มันยังไม่ชัดเจนอีกหรือว่าความรู้สึกของฉันมันเปลี่ยนไปแล้วน่ะ!” พอพ่อตะโกนเสียงดังใส่แม่ทูนหัว สองแฝดที่กอดขาพ่ออยู่ก็ตกใจสะดุ้งโหยง ร้องไห้จ้าวิ่งหนีไปหาพวกย่าๆ ทันที “อ้าว! เห็นไหมเนี่ย ลูกโกรธจนหนีไปแล้ว” ฤทัยรักษ์ถลึงตาใส่ “พวกเขาตกใจเสียงของคุณนั่นแหละ!” “...” แดนดิน “ที่ฉันจะกลับไปก็เพราะว่า...” เธอพยายามจะอธิยายแต่ คนบางคนกลับไม่คิดจะฟัง “ไม่ให้กลับ!” แดนดินบอกเสียงเข้มแล้วสะบัดหน้าเดินหนีไปเลย ตอนนี้เขายังนึกเหตุผลดีๆ มารั้งไม่ให้ฤทัยรักษ์กลับไปไม่ออก หนีก่อนแล้วค่อยว่ากันเถอะ!
view more“ไสว่าสิบ่ถิ่มก๊าน ไสว่าสิมี๊กานและก๊าน ไสว่าสิฮักแพงก๊าน ไสว่าสิมีก๊านตลอดปายยยย”
เสียงลูกคอที่มีเอกลักษณ์ด้านลบดังออกมาจากเถียงนาน้อยหลังหนึ่งกลางทุ่ง ฟังจากลักษณะแล้วเจ้าของเสียงได้เข้าถึงอารมณ์ส่วนลึกไปแล้ว จึงได้แหก...เอ่อ...ส่งเสียงร้องดังขึ้นเรื่อยๆ
“ไสว่าสิบ่แบ่งจาย ไสว่า..."
คนอยู่ในกระท่อมด้วยกันทนไม่ไหวตะโกนด่าลั่น
“มึงน่ะไสหัวไปเลย! เสียงอย่างกับควายออกลูก”
แต่พ่อนักร้องกลับส่งเสียงร้องดังขึ้นเหมือนจะแกล้งกัน
“ไสว่าสิบ่ถิ่มก๊านนนนนนนน”
“ถ้ายังบ่เซาฮ้อง กูสิถิ่มมึงบาดนิล่ะบักเวรก้อง!” (ถ้ายังไม่หยุดร้อง กูได้ทิ้งมึงตอนนี้ล่ะไอ้เวรก้อง)
“ฮ่วย! นายคึเว้าแนวนี้ล่ะ ระดับ ‘ก้องหล้า นาทองคำ’ มาฮ้องเพลงให้ฟังเอง มันดีปานได๋แล้ว” (อ้าว ทำไมนายพูดแบบนี้ล่ะ ระดับก้องหล้านาทองคำมาร้องเพลงให้ฟังเอง มันดีแค่ไหนแล้ว)
“ดีกับผี คนฟังหูดับตับไหม้หมดแล้ว”
“เสียงดีขนาดนี้ หูนายฟังไม่ถึงระดับเสียงนี้มากกว่า” ก้องหล้าค้อนใส่เจ้านายรัวๆ และโดนขายาวๆ ยันออกมาใส่จนตกแคร่ไม้ไผ่ลงไปนอนขาชีฟ้าอยู่พื้นดินทันที “น๊าย!”
“ถึงยัง ถ้ายังไม่ถึง กูจะได้ถีบให้มันถึง!”
“ถึงแล้วค้าบ! แค่นี้ก็ต้องทำร้ายร่างกายกันด้วย” คนโดนถีบบ่นเสียงกระปอดกระแปด สีหน้างอง้ำ
“พอๆ มึงกลับไปดูที่เรือนหน่อยไป ไม่รู้ผู้หญิงคนนั้นกลับไปหรือยัง” แดนดินพยักพเยิดบอก นาทีนี้คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการหาเรื่องให้ก้องหล้าไปทำ ไม่อย่างนั้นเขาก็ต้องทนฟังเสียงมันร้องเพลงไม่รู้จบแน่นอน ทรมานตายห่า!
“ได้เลยครับ รอแป๊บเด้อ เดี๋ยวก้องมา” ก้องหล้าตะเบ๊ะรับคำสั่งแล้ววิ่งออกจากกระท่อมมุงด้วยหญ้าคาไป
เจ้านายถึงกับส่ายหน้าตามไปอย่างอ่อนอกอ่อนใจ เขาอุตส่าห์หนีเสียงสิบแปดหลอดของผู้หญิงที่ย่านัดมาให้ดูตัวมาอยู่ที่นี่ ก้องหล้ายังจะตามมาหอนให้ฟังอีก เขาไม่เข้าใจว่าอายุ 34 ปี นี่แก่แล้วหรือ ย่าถึงได้มองหาผู้หญิงมาให้นักหนา แค่คิดถึงผู้หญิงพวกนั้นก็ปวดหัวแล้ว
“คุณดินขาา...”
ร่างสูงสะดุ้งเมื่อเสียงร้องเรียกดังมาแต่ไกล
“ไอ้ห่าก้อง หาเรื่องให้กูอีกแล้ว!” เขาสบถด่าลูกน้องคนสนิท รู้ทันทีว่าคนที่มาคือใคร
“คุณดินขา อยู่ไหนเอ่ย”
คุณดินขาเหลียวซ้ายแลขวาหาที่หลบ แต่เถียงนามันก็หลังน้อยแค่นี้ เขาจะหนีไปไหนได้
“คุณดินขา คุณย่าให้มาตามค่า”
ไม่รอช้าร่างสูงรีบปีนขึ้นต้นมะม่วงที่อยู่ข้างๆ ไม่ลืมคว้ารองเท้าหูหนีบสีฟ้าขึ้นมาด้วย เสี้ยวนาทีนั้นเองที่แม่สาวเสื้อส้มประคองรองเท้าส้นตึกเดินเก้กังเข้ามาในบริเวณกระท่อมพอดี ก้องหล้าวิ่งตามมาติดๆ
“ไม่เห็นมีใครอยู่เลยสักคน นี่แกแกล้งบอกฉันมั่วๆ ใช่ไหม!” พอไม่เห็นสิ่งมีชีวิตใดๆ ในกระท่อม หญิงสาวหน้าสวยด้วยเครื่องสำอางก็หันไปแว้ดใส่ก้องหล้า
“มีสิครับ เมื่อกี้นายยังนั่งอยู่ตรงนี้เลยนะ” ก้องหล้าชี้แคร่ไม้ไผ่อย่างงงๆ
“อยู่ตรงไหน ถอยซิ!” หล่อนผลักก้องหล้าออกจนเซไปชนต้นมะม่วงอย่างแรง แล้วเดินไปชะเง้อหาแดนดินอย่างไม่สนใจ
ก้องหล้าทั้งอึ้งทั้งเจ็บที่ถูกผลัก ยังไม่ทันขยับตัวก็รู้สึกเจ็บๆ คันๆ ที่ไหล่ พอเอื้อมมือไปลูบดูก็พบว่าเป็นมดแดงหลายตัวกำลังเล่นงานเขา จึงรีบปัดออก แต่ปัดแล้วมันก็ยังหล่นลงมาใส่ใหม่ เขาเงยหน้ามองหารังมันอย่างหงุดหงิด ไม่คาดว่าจะพบมดแดงใหญ่ที่กำลังถลึงตาใส่อยู่บนต้นมะม่วง
หึหึ นายจะเล่นแบบนี้เหรอ ด๊ายยยยย!
ส่งสายตายิ้มยั่วเจ้านายแล้วลูกน้องหนุ่มก็ร้องเรียกสาวสวย
“คุณๆ นี่มาทางนี้”
“เรียกทำไมยะ บอกมานะ นี่แกโกหกใช่ไหม ฉันไม่เห็นเลยว่าคุณดินขาจะอยู่ที่นี่อย่างที่แกบอกน่ะ”
“นายอยู่ที่นี่จริงๆ เอ๊อะ!” หนุ่มหน้ามนพูดไม่ทันขาดคำก็โดนมะม่วงลูกเท่าเหรียญสิบร่วงลงมาใส่หัวเต็มๆ เจ็บจนต้องเงยหน้าขึ้นไปเบิกตาใส่ตัวการอย่างเคืองขุ่น แต่สาวเสื้อส้มไม่ได้สนใจตรงนี้ หล่อนสะบัดหน้าจากไปทันทีที่มะม่วงลอยลงมาใส่หัวก้องหล้า ถ้าเสียเวลามองสักนิดก็คงได้เจอคุณดินขาของหล่อนแล้ว
แดนดินรอให้อีกฝ่ายเดินห่างออกไปไกลจึงไต่ต้นไม้ลงมา และอย่างแรกที่ทำก็คือก้าวเข้าไปตบกบาลลูกน้องตัวดี
“มึงจะไปบอกเขาเฮ็ดหยังว่ากูอยู่นี่” (มึงจะไปบอกเขาทำไมว่ากูอยู่ที่นี่)
“ฮ่วย! คุณย่าสั่งให้พามา”
“พาไปที่อื่นสิ! บอกเลยว่าต่อให้สวยแค่ไหนกูก็ไม่สน!”
“สิถ่าเบิ่งงง” (จะรอดู) ลูกน้องทำหน้าทำตาล้อเลียน ก่อนจะเอ่ยท้า “พนันกันไหมนาย ผู้หญิงคนต่อไปที่คุณย่าหามา จะทำให้นายชอบได้หรือเปล่า”
“พนันก็พนันสิ” เจ้านายรับท้าอย่างมั่นอกมั่นใจ ต่อให้ย่าหามาอีกสิบคน เขาก็ไม่เลือกใครมาเป็นเมียทั้งนั้นแหละ ผู้หญิงสวยๆ ที่ไม่มีใครเอาจนต้องให้ผู้ใหญ่หาผู้ชายให้ ก็เป็นพวกสวยแต่รูปจูบไม่หอมเสียส่วนใหญ่ไม่ใช่หรือไง
เขาผู้หญิงที่สวยทั้งตัวหอมทั้งตัวครับ!
“โอเค ถ้าผมชนะ นายต้องขึ้นเงินเดือนให้หนึ่งเท่า ซื้อควายไทยพันธุ์ดีพ่อแม่ลูกให้ด้วย”
“มึงจะเอาควายไปทำไมวะ?”
“ผมจะเปิดฟาร์มควายงาม” ก้องหล้าบอกความต้องการยิ้มๆ
แดนดินฟังแล้วถลึงตาใส่ เงินเดือนที่มันได้ตอนนี้เดือนหนึ่งๆ มีเหลือเกินครึ่ง เพราะมันไม่เอาออกมาใช้เลย เจียดออกมาใช้สอยบ้างก็เฉพาะตอนที่จำเป็น แค่จะทำฟาร์มควายอะไรนั่น มันทำได้สบาย แต่เพราะความงก มันเลยมาหาตอดเงินจากกระเป๋าเขาไปน่ะสิ!
“ว่ายังไงนาย เอากับผมไหม”
“ถ้ากูชนะล่ะ จะได้อะไร”
“ผมยอมทำงานให้นายฟรีๆ สามเดือนเลยเอ้า!”
แดนดินแค่นยิ้มบอก “งั้นก็ตกลง มึงกลับไปพิมพ์ข้อตกลงไว้เป็นหลักฐานด้วย แล้วเรามาคอยดูกันว่าใครจะชนะ ผู้หญิงที่ย่าหามาไม่ทำให้แดนดินหวั่นไหวได้หรอก!”
“มั่นหน้าไปอีกนายกู!” ก้องหล้าได้แต่นึกปลงกับความมั่นของเจ้านาย ขอให้ผู้หญิงที่กำลังจะมาเยือนเรือนคำหอมในเร็วๆ นี้ ทำให้เจ้านายพ่ายแพ้แก่เขาด้วยเถอะ!
เวลานับเดือนล่วงเลยผ่านไปคนขอเว้นระยะห่างเพื่อทบทวนตัวเองถึงปรากฏตัวขึ้นหน้าเรือนคำหอมวันเวลาที่วังท่านลุงนั้นผ่านไปอย่างเงียบเหงาเหลือเกิน เหงาจนคิดถึงคนที่นี่จับใจ“โฮ่งๆ โฮ่ง!”แก๊งหลังอานส่งเสียงเห่ามาแต่ไกล เมื่อเห็นคนบุกรุกเข้ามาในพื้นที่ แต่พอได้กลิ่นที่คุ้นเคยของฤทัยรักษ์ พวกมันกระดิกหางล้อมหน้าล้อมหลังเธออย่างตื่นเต้น“ไผมานั่น เซาเห่าก่อนแน่” (ใครมานั่น เลิกเห่าก่อนสิ) ยายบัวตะโกนถามมาจากระเบียงเรือน พอมองเห็นว่าใครมาก็ทำตาโต ผลุบหายไปแล้วกลับมาใหม่พร้อมเจ้าของเรือน“หนูอุ่นจริงๆ ด้วย!” หญิงชราร้องทักด้วยน้ำเสียงดีใจ ก่อนจะทำหน้าตกใจตามเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้“หนูอุ่นเองค่ะ” ฤทัยรักษ์ยกมือไหว้พลางมองท่าทีแปลกๆ ของหญิงชราอย่างสงสัย ทำไมดูตกใจมากกว่าดีใจที่เห็นเธอล่ะ“ย่านึกว่าใคร หนูอุ่นมาแล้วก็ขึ้นมาบนเรือนสิจ๊ะ ขึ้นมาๆ”หญิงสาวยิ้มกว้างปัดความสงสัยทิ้ง ไล่พวกหลังอานให้ไปเล่นที่อื่นก่อน แล้วเดินขึ้นเรือนพร้อมกระเป๋าลากใบใหญ่ด้วยความตื่นเต้น“เพิ่งมาเหนื่อยๆ เข้าไปพักก่อนไหมลูก”“ไม่เหนื่อยเลยค่ะ นี่คนอื่นไปไหนกันหมดคะ” ถามพลางชะเง้อมองหาคนที่เหลือ ตอนนี้ใกล้ค่ำแล้ว ทุกคนน่าจ
แม้ว่าผลจะออกมาเป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง แต่แดนดินไม่คิดจะปล่อยพวกมันไปง่ายๆ พอผู้จัดการใหญ่ที่กลายมาเป็นผู้ช่วยมือทองโทรมารายงานผลวันนี้ เขาจึงกำชับไปอีกว่า “ติดตามผลต่อไปให้ผมด้วย อย่าให้เรื่องเงียบเด็ดขาด ยิ่งทำให้มันตกต่ำมากกว่านี้ยิ่งดี ถ้าพวกคุณทำได้ สิ้นปีผมจะให้โบนัสพิเศษ”("วางใจได้เลยครับ พวกเราจะทำให้เต็มที่")"ฝากด้วยแล้วกัน"("ครับ ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับโบนัสนะครับเจ้านาย")แดนดินสั่งงานอีกเล็กน้อยค่อยวางสาย ดวงตาสีดำขลับทอดมองแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยู่ด้านหลังวังอย่างพอใจ ในยุคสมัยที่ทั่วโลกกำลังพัฒนาไปข้างหน้าเช่นนี้ อิทธิพลของ ‘สื่อนิ้วมือ’ ค่อนข้างเร็วและรุนแรง หลายคนดังได้เพราะสื่อในชั่วข้ามคืน บางคนก็พังในชั่วข้ามคืนเหมือนดนัยภพกับพ่อขณะกำลังยืนทอดอารมณ์อย่างสบายใจอยู่นี่เอง หางตาพลันเหลือเห็นร่างสูงของเจ้าของวังเดินมาหา แดนดินเก็บยิ้มร้ายๆ หันไปหาอีกฝ่าย “คุณชาย”“ทำอะไรอยู่ครับ ผมมารบกวนหรือเปล่า พอดีมีเรื่องอยากจะขอคุยด้วยหน่อย เรื่องหนูอุ่น”“ไม่รบกวนเลยครับ มีอะไรพูดมาได้เลย” เขาบอกยิ้มๆ ทันทีที่ได้ยินว่าอีกฝ่ายต้องการจะพูดเรื่องอะไร“คุณดินคิดยังไงกับหนูอุ่นครับ”
ฝ่ายคุณชายหนุ่มไม่ได้สบถออกมา เพียงกัดฟันกรอดๆ อย่างแค้นใจ เขามอบมิตรภาพให้ มันกลับตอบแทนเขาด้วยการทำมิดีมิร้ายน้องสาวเขา เดิมทีเขาก็ไม่ชอบหน้าคนขี้เบ่งอย่างดนัยภพ แต่จำใจคบไว้เพื่อใช้งานในบางครั้ง“พี่ขอโทษนะหนูอุ่น” เขาบอกอย่างเสียใจจริงๆ “ไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นคนแบบนี้ไปได้”ฤทัยรักษ์รีบส่ายหน้าบอก “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพี่ชายเลยค่ะ เขาบอกว่าเป็นเกมที่เล่นกับเพื่อนๆ ที่อยู่คนละกลุ่มกับพี่ชาย เห็นว่ากำลังเก็บแต้มล่าพรหมจรรย์อะไรสักอย่างนี่แหละค่ะ”“แล้วยังไงต่อ เรากับเพื่อนได้ไปแจ้งความอะไรบ้างไหม”“ก็อย่างที่บอกค่ะ เขาขู่ว่าถ้าเอาเรื่องนี้ไปแจ้งตำรวจหรือบอกให้คนอื่นรู้ เขาจะให้คนมาทำร้ายหนูอุ่นกับเพื่อนๆ และคนในครอบครัวของพวกเราจนอยู่ไม่ได้ จะยัดข้อหาให้ด้วย หนูอุ่นไม่อยากให้ทุกคนเดือดร้อนไปด้วย ยังไงหนูอุ่นก็ยังปลอดภัย ยังไม่ถูกเขาทำร้ายจริงๆ ก็เลยไม่ได้บอกใครว่าเกิดอะไรขึ้นในวันนั้นค่ะ” บอกด้วยสีหน้าไม่สู้ดี“ฉันไม่รู้จะด่ายังไง ไม่ด่าก็แล้วกัน” แดนดินว่าเสียงเย็นฝ่ายพี่ชายถอนใจถาม “แล้วตอนนี้ดนัยภพอยู่ที่ไหน”“ในคุกค่ะ” ฤทัยรักษ์ตอบพลางเหลือบมองคนช่วยจัดการให้“พูดจริง?!” “ผมให
“ฉันขอโทษ” ฤทัยรักษ์ก้มหน้าสะอื้นไห้อย่างสุดจะกลั้น“เฮ้อ ไม่ต้องร้องๆ มันผ่านไปแล้ว และฉันก็จัดการมันแทนเธอไปแล้วด้วย” คนทนเห็นน้ำตาเธอไม่ได้ ก้าวขึ้นไปนั่งบนเตียง โอบกอดร่างบางไว้ด้วยท่าทางปลอบประโลม“จัดการ?” เสียงแหบเครือถามออกมางงๆ “จัดการยังไงคะ”“ฉันเอามันเข้าคุกไปแล้ว”ฤทัยรักษ์ได้ยินแล้วเงยหน้าถามเขาอย่างตกใจ “เขาไม่ได้บอกคุณเหรอ ว่าเขาเป็นใคร”แดนดินยักไหล่ “ก็พูดทำนองว่าพ่อมันใหญ่ แล้วไงล่ะ พ่อมันใหญ่คับฟ้ามากไง?”“ระดับนายตำรวจใหญ่ของนครบาลเลยแหละค่ะ” คนรู้ดีบอกด้วยสีหน้ากังวล“แล้วไง” เขาถามด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ“เราคงทำอะไรเขาไม่ได้เลยไงคะ แถมพ่อเขาอาจจะยัดข้อหาเพิ่มให้อีกก็ได้”“แต่เมื่อคืนฉันทำอะไรๆ กับมันไปแล้ว ตอนนี้มันคงนอนอยู่ในคุก... ทำไมมองหน้าฉันแบบนั้น ไม่เชื่อ?” ถามเมื่อเห็นสายตาตะลึงของเธอ“ฉันกลัวคุณจะเดือดร้อนเพราะฉันต่างหาก”เขาแค่นหัวเราะบอก “มันทำอะไรฉันไม่ได้หรอก”“เราไม่รู้ว่าเขาทำอะไรได้บ้าง อย่าไปยุ่งกับพวกเขาเลยค่ะ” เธอขอร้องอย่างร้อนใจ ถ้าจัดการดนัยภพได้โดยไม่มีปัญหาตามมา เธอคงบอกเรื่องที่เกิดขึ้นกับพี่ๆ แล้ว จะทนเก็บเอาไว้ทำไม“เอ๊ะ!” เขาตีคิ้วดุ “ท