รักปักหัวใจ

รักปักหัวใจ

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-08-16
Oleh:  มัญนิตาOngoing
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
Belum ada penilaian
133Bab
807Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

“เธอจะทิ้งฉันไปงั้นเหรอ” “เมื่อก่อนคุณอยากไล่ให้ฉันกลับไปเร็วๆ ไม่ใช่เหรอ พอฉันจะกลับไปจริงๆ ทำไมมีปัญหาล่ะคะ” “เมื่อก่อนกับตอนนี้มันไม่เหมือนกันไง! ฉันก็บอกอยู่ปาวๆ ว่าให้เธออยู่ที่นี่ด้วยกัน มันยังไม่ชัดเจนอีกหรือว่าความรู้สึกของฉันมันเปลี่ยนไปแล้วน่ะ!” พอพ่อตะโกนเสียงดังใส่แม่ทูนหัว สองแฝดที่กอดขาพ่ออยู่ก็ตกใจสะดุ้งโหยง ร้องไห้จ้าวิ่งหนีไปหาพวกย่าๆ ทันที “อ้าว! เห็นไหมเนี่ย ลูกโกรธจนหนีไปแล้ว” ฤทัยรักษ์ถลึงตาใส่ “พวกเขาตกใจเสียงของคุณนั่นแหละ!” “...” แดนดิน “ที่ฉันจะกลับไปก็เพราะว่า...” เธอพยายามจะอธิยายแต่ คนบางคนกลับไม่คิดจะฟัง “ไม่ให้กลับ!” แดนดินบอกเสียงเข้มแล้วสะบัดหน้าเดินหนีไปเลย ตอนนี้เขายังนึกเหตุผลดีๆ มารั้งไม่ให้ฤทัยรักษ์กลับไปไม่ออก หนีก่อนแล้วค่อยว่ากันเถอะ!

Lihat lebih banyak

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
133 Bab
บทนำ
“ไสว่าสิบ่ถิ่มก๊าน ไสว่าสิมี๊กานและก๊าน ไสว่าสิฮักแพงก๊าน ไสว่าสิมีก๊านตลอดปายยยย”เสียงลูกคอที่มีเอกลักษณ์ด้านลบดังออกมาจากเถียงนาน้อยหลังหนึ่งกลางทุ่ง ฟังจากลักษณะแล้วเจ้าของเสียงได้เข้าถึงอารมณ์ส่วนลึกไปแล้ว จึงได้แหก...เอ่อ...ส่งเสียงร้องดังขึ้นเรื่อยๆ“ไสว่าสิบ่แบ่งจาย ไสว่า..."คนอยู่ในกระท่อมด้วยกันทนไม่ไหวตะโกนด่าลั่น“มึงน่ะไสหัวไปเลย! เสียงอย่างกับควายออกลูก”แต่พ่อนักร้องกลับส่งเสียงร้องดังขึ้นเหมือนจะแกล้งกัน“ไสว่าสิบ่ถิ่มก๊านนนนนนนน”“ถ้ายังบ่เซาฮ้อง กูสิถิ่มมึงบาดนิล่ะบักเวรก้อง!” (ถ้ายังไม่หยุดร้อง กูได้ทิ้งมึงตอนนี้ล่ะไอ้เวรก้อง)“ฮ่วย! นายคึเว้าแนวนี้ล่ะ ระดับ ‘ก้องหล้า นาทองคำ’ มาฮ้องเพลงให้ฟังเอง มันดีปานได๋แล้ว” (อ้าว ทำไมนายพูดแบบนี้ล่ะ ระดับก้องหล้านาทองคำมาร้องเพลงให้ฟังเอง มันดีแค่ไหนแล้ว)“ดีกับผี คนฟังหูดับตับไหม้หมดแล้ว”“เสียงดีขนาดนี้ หูนายฟังไม่ถึงระดับเสียงนี้มากกว่า” ก้องหล้าค้อนใส่เจ้านายรัวๆ และโดนขายาวๆ ยันออกมาใส่จนตกแคร่ไม้ไผ่ลงไปนอนขาชีฟ้าอยู่พื้นดินทันที “น๊าย!”“ถึงยัง ถ้ายังไม่ถึง กูจะได้ถีบให้มันถึง!”“ถึงแล้วค้าบ! แค่นี้ก็ต้องทำร้ายร่างกายกั
Baca selengkapnya
บทที่ 1
เมื่อเอ่ยถึงหมู่บ้านเล็กๆ ในพื้นที่ห่างไกลจากเมืองหลวงอย่างหมู่บ้านนาทองคำแล้ว ที่นั่นคือแหล่งผลิตและส่งออกข้าวหอมมะลิคุณภาพดีของประเทศ มีประชากรอาศัยอยู่ไม่กี่ร้อยหลังคาเท่านั้น แต่นาข้าวที่อยู่ล้อมรอบหมู่บ้านกลับมีพื้นที่นับพันไร่ เกินกว่าครึ่งของที่นาเหล่านั้นเป็นของ คุณย่าคำหอม ทรัพย์มหาศาล เศรษฐินีใหญ่ของหมู่บ้านคุณย่าคำหอมมีนาข้าวนับไม่ถ้วน แต่กลับมีทายาทน้อย ตอนมีลูกท่านก็มีคนเดียว พอมีหลานยังมีหลานชายคนเดียวอีก ดังนั้นพอหลานชายหัวแก้วแหวนอยู่ในวัยสร้างครอบครัว ท่านจึงสรรหาสาวๆ มาให้เขาได้พิจารณา เลือกเอาสะโพกใหญ่ๆ หน่อย จะได้คลอดเหลนให้ท่านได้หลายๆ คน แต่แดนดินกลับไม่เคยเห็นผู้หญิงพวกนั้นอยู่ในสายตา หนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ ชายหนุ่มผลักไสพวกเธอออกไปจากชีวิตด้วยวิธีการต่างๆ นานา ก็เหมือนสาวเสื้อส้มที่ต้องกลับไปแบบไม่ได้เห็นแม้เพียงเส้นผมของเขาหลังจากส่งคนกลับไปแล้ว หญิงชราก็มานั่งคัดเมล็ดถั่วไว้ทำขนมรอหลานอยู่ที่หอนั่งกลางเรือนไทยประยุกต์แบบอีสาน สร้างจากไม้สักทองทั้งหลัง ซึ่งสร้างขึ้นในตอนที่ท่านย้ายตามสามีมาอยู่ที่นี่ พอลูกชายคนเดียวแต่งงานมีครอบครัวก็ปลูกเรือนไทยอีกหลังขึ้นด
Baca selengkapnya
บทที่ 2
หลังจากทักทายทำความรู้จักกันคร่าวๆ แล้ว คำแพงจึงเอ่ยเข้าเรื่องที่ทำให้พวกตนมาอยู่ที่นี่ “คุณพี่คงจะสงสัยว่าทำไมพวกเราถึงมาขอรบกวนถึงที่นี่ ก็อย่างที่บอกไปตั้งแต่ต้นนั่นแหละค่ะ มันมีปัญหาบางอย่างที่ทำให้พวกเราอยู่ที่กรุงเทพฯ ไม่ได้ชั่วคราว อยากจะขอมาหลบอยู่ที่นี่ก่อนสักพัก ขอให้คุณพี่เห็นใจด้วยเถอะค่ะ”“ดูพูดเข้าสิ พูดอะไรแบบนั้นแม่แพง พวกเราไม่ใช่คนอื่นคนไกลกันเสียหน่อย” เจ้าของเรือนโบกมือบอกเสียงดัง “เรื่องที่อยู่ที่กินน่ะไม่มีปัญหาหรอก ว่าแต่หนีปัญหาอะไรมาล่ะ ฉันพอจะช่วยอะไรได้ไหม”“แค่เรื่องไม่เป็นเรื่องค่ะ แต่น้องไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร นึกถึงคุณพี่ขึ้นมาเป็นคนแรก ก็เลยพากันมาขออาศัยใบบุญที่นี่” แม่แพงบอกพลางเอื้อมมือไปลูบแขนเรียวของฤทัยรักษ์อย่างสงสาร “ไม่รู้ว่าคุณชายตะวันคิดอะไรอยู่ เอาน้องสาวไปวางเดิมพันมั่วๆ กับคนอื่นจนเขาตามมาทวงถึงที่วัง พอคุณหญิงจันทร์ไม่ยอมไปทำงานใช้หนี้อย่างที่ตกลงกันไว้ ก็มาบังคับหนูอุ่นให้ไปแทน น้องยอมไม่ได้หรอกค่ะ น้องเลี้ยงทั้งสองคนมาแต่เล็กแต่น้อย คุณชายสร้างปัญหาขึ้นมาก็ต้องหาทางแก้ไขเอาเองสิ จะมาเอาน้องเอาหลานไปขัดดอกได้ยังไง”ยิ่งพูดน้ำเสียงของแม
Baca selengkapnya
บทที่ 3
เสียงไก่ขันตอนเช้ามืดปลุกฤทัยรักษ์ตื่นขึ้นมา แสงรำไรที่ทอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาในห้องพร้อมลมจากธรรมชาติ ทำให้เธอจำได้ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ที่ไหนเรือนคำหอม...หญิงสาวค่อยๆ บิดตัวไล่ความง่วงงุน พอดีกับเสียงเคาะประตูเรียกดังขึ้น“ก๊อกๆ หนูอุ่น ตื่นหรือยังลูก”เสียงที่ฟังดูสดใสนั้นสร้างความแปลกใจคนในห้องไม่น้อย ด้วยจำได้ว่าเป็นเสียงของย่าคำหอม มือบางรีบเก็บผ้าห่ม ลูบหน้าลูบผมให้ดูเรียบร้อยแล้วจึงเดินไปเปิดประตูคนยืนรออยู่ผลิยิ้มส่งให้ “ย่ามากวนหนูหรือเปล่าลูก”“ไม่กวนค่ะ คุณย่ามีเรื่องอะไรจะให้หนูอุ่นทำหรือเปล่าคะ”“ย่ามาเรียกไปใส่บาตรจ้ะ”“อ๋อ ได้เลยค่ะ ขอหนูอุ่นจัดการตัวเองก่อนนะคะ เสร็จแล้วจะรีบตามไปค่ะ” ฤทัยรักษ์ตอบรับทันที เริ่มต้นเช้าวันแรกด้วยการสร้างบุญก็ดีเหมือนกันคนมาชวนได้คำตอบที่พอใจแล้วก็ทำไม้ทำมือบอกให้หญิงสาวไปจัดการตัวเอง “เสร็จแล้วลงไปที่ถนนหน้าเรือนเลยนะลูก”“ค่ะ” เธอยิ้มตอบ มองหญิงชราเดินยิ้มแต้จากไปด้วยความรู้สึกแปลกๆ บอกไม่ถูกเช้านี้คุณย่าจะสดใสเกินไปไหม...ฤทัยรักษ์รีบล้างหน้าแปรงฟันเปลี่ยนเสื้อผ้า ผมยาวประบ่าถูกรวบไว้ไม่ให้ยุ่ง เผยใบหน้าหมดจดสะอาดตา เธอมองซ้ายมอง
Baca selengkapnya
บทที่ 4
วันนั้นฤทัยรักษ์จำต้องตามแดนดินไปสำรวจ ‘บ้านของย่า’ เธอไม่อยากทำตัวเรื่องมาก มาอาศัยเขา เขาจะเปิดบ้านให้ดูก็ต้องตามไปดูละไหนเลยจะรู้ว่า ‘บ้านของย่า’ นั้นกว้างใหญ่เพียงใด เดินอยู่นานค่อนวันก็ยังไม่ทั่วดวงตาสีน้ำตาลสวยมองทุ่งนาโล่งกว้างสุดลูกหูลูกตาที่ถูกแบ่งด้วยคันนาจนกลายเป็นช่องสี่เหลี่ยมเล็กใหญ่ละลานตารอบตัวแล้วเงยหน้าถามคนพามาด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ“นี่ของคุณย่าหมดเลยเหรอคะ?”แค่กะด้วยสายตา ที่นาแถวนี้ก็มีอยู่หลายร้อยไร่เลยนะ!“ใช่”คำตอบสั้นๆ ทำเอาคนฟังสูดหายใจลึก ฤทัยรักษ์นึกว่าที่นาของคุณย่าคำหอมจะมีแค่ตรงด้านหลังเรือน แต่แดนดินพาเธอเดินดูจนจะหมดแรงแล้วยังเห็นแค่ส่วนที่อยู่ริมทางเท่านั้น ที่อยู่ไกลสุดสายตานั่นยังไม่ได้เข้าไปใกล้มันเลย“นาข้าวที่เธอเห็นอยู่นี่เราปลูกข้าวหอมมะลิแบบปลอดสารพิษทั้งหมดเลย ผลผลิตที่ได้จะถูกส่งเข้าไปยังโรงสีข้าวตรงนู้น” เขาอธิบายพลางชี้มือไปทางโรงเรือนสีขาวขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่อีกด้าน “ข้าวเปลือกจะถูกสีเป็นข้าวสารและบรรจุใส่ถุง ส่งออกไปให้ลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นลูกค้าประจำที่จองกันเข้ามาทุกปี”“นั่นก็โรงสีของคุณย่าอีกหรือคะ!” เธอทำตาโตถาม โรงสีข้าวบ้าอะ
Baca selengkapnya
บทที่ 5
ด้วยความตื่นเต้นที่จะได้ลงมือทำนาจริงๆ ฤทัยรักษ์ได้ออกไปปั่นจักรยานสำรวจทุ่งนา ทำความคุ้นเคยกับสถานที่จริงทุกวัน พอแสงแดดโรยรานั่นละ เธอถึงยอมกลับเรือนคำหอมวันนี้ก็เหมือนทุกวันเมื่อถึงเวลาบ่ายแก่ๆ หน่อย หญิงสาวก็จับจักรยานออกไปปั่นเล่นชมทุ่ง แดดร่มลมตกจึงกลับมาที่เรือน มาถึงก็เห็นก้องหล้ากำลังก่อไฟในเตาถ่านตรงลานหญ้าหน้าเรือน ควันโขมงเต็มไปหมด บนแคร่ข้างๆ คือยายบัวคนสนิทของย่าคำหอมที่เธอเพิ่งได้เจอเมื่อเช้านี้กำลังหั่นอะไรสักอย่างขะมักเขม้น ถัดไปหน่อยเป็นสองคุณย่ากำลังยืนชื่นชมธงประดับสีสันสดใสที่ผูกระหว่างเสาเรือนกับต้นมะม่วงสองต้น“คุณย่าจะจัดงานอะไรเหรอจ๊ะ”ฤทัยรักษ์หันไปตอบเด็กๆ ที่เพิ่งรู้จักกันตอนปั่นจักรยานอ้อมกลับมาที่เรือนอย่างงุนงงเช่นกัน “พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันจ้ะ” เธอไม่รู้เลยว่าวันนี้ที่เรือนเขาจัดงานอะไรกัน“พวกเราเข้าไปด้วยได้มั้ยจ๊ะ” เด็กหญิงถามด้วยสายตาอ้อนๆขณะที่เพื่อนอีกสองคนก็พยักหน้าอ้อนตาม เมื่อกี้ระหว่างพวกตนกำลังขี่รถเล่นก็เจอพี่สาวคนสวยเข้า ท่าทางเหมือนจะหลงทางอยู่ พวกตนจึงเข้าไปถามไถ่และพามาส่งที่เรือนคำหอม พอเห็นว่าตอนนี้ที่เรือนกำลังจัดงานเลี้ยงอยู่ก็อยากเข
Baca selengkapnya
บทที่ 6
“เอาละๆ เจ้าก้องไม่ต้องไปแล้ว เจ้าดินกับหนูอุ่นน่ะ ไปส่งเด็กๆ ด้วยกันไป” หลังยิ้มมองอยู่สักพัก ย่าคำหอมก็พยักพเยิดสั่งอย่างวางอำนาจ โอกาสทองอยู่ตรงหน้าแบบนี้ จะให้นั่งมองเฉยๆ ได้ไง "ในเมื่อเด็กมันไม่อยากไปกับเจ้าก้อง แต่อยากให้หนูอุ่นไปส่ง จะทำไงได้ หนูอุ่นเพิ่งมาอยู่ที่นี่ รู้จักที่ทางของหมู่บ้านเราแค่ผิวเผิน ให้เจ้าดินไปด้วยกันนั่นแหละ”“จะไปก็ไปเถอะจ้ะ เดี๋ยวจะดึกไปมากกว่านี้ พ่อแม่เด็กๆ จะเป็นห่วงเอา” ย่าคำแพงเอ่ยขึ้นยิ้มๆ เมื่อพี่สาวลอบหันมาส่งสายตาให้“ไปก็ไป” คนเห็นทุกอย่างอยู่ในสายตาบอกเสียงเนือยๆ ก่อนจะทำหน้าเซ็งเดินไปจูงจักรยานของตนออกมา จวบจนเขาก้าวขาขึ้นไปนั่งคร่อมอานเตรียมออกเดินทางแล้ว คนร่วมทางกลับยืนนิ่งอยู่ที่เดิม เสียงเข้มเลยร้องบอก “มาขึ้นรถสิ!”ฤทัยรักษ์มองจักรยานคันเก่าอย่างไม่วางใจ แต่ก็ยอมเดินไปนั่งซ้อนท้ายเขา ส่วนเด็กๆ พากันวิ่งเข้าไปกอดลาเจ้าภาพที่นั่งอยู่บนแคร่ทุกคน“ขอบคุณที่เลี้ยงหมูกระทะนะค้า”ย่าคำหอมลูกหัวเล็กๆ ทั้งสามอย่างเอ็นดู “วันหลังแวะมาเล่นกับย่าทวดอีกนะ”“มาได้เลยๆ อ้ายสิถ่าฮ้องเพลงให้ฟัง” (มาได้เลยๆ พี่จะรอร้องเพลงให้ฟัง)พอก้องหล้าพูดออกมาแบบนั
Baca selengkapnya
บทที่ 7
การตื่นเช้าขึ้นมาใส่บาตรหน้าเรือนกลายเป็นกิจวัตรที่ฤทัยรักษ์คุ้นเคยไปแล้ว แต่วันนี้เป็นวันแรกที่เธอได้ลงมือนึ่งข้าวเหนียวด้วยตัวเองหญิงสาวตื่นตั้งแต่ตีห้า เพื่อมาเอาข้าวเหนียวที่แช่น้ำทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อคืนขึ้นนึ่งบนเตาไฟในห้องครัวที่อยู่ตรงกลางระหว่างเรือนทั้งสองหลัง ครัวที่เรือนนี้แบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน ครัวร้อนสำหรับหุง อุ่น ตุ๋น ต้ม นึ่ง จะอยู่ด้านใน ครัวเย็นจะอยู่ด้านนอก มีแค่ชั้นวางของและแคร่วางอยู่หนึ่งหลัง ตอนนี้คำแพงกำลังนั่งเสียบเนื้อหมูอยู่ตรงนั้น หน้าที่ทำอาหารใส่บาตรในเช้านี้เป็นของพวกเธอยายหลานล่ะพอเห็นฤทัยรักษ์ก้าวออกมาจากในครัว ย่าคำแพงก็กวักมือเรียกทันที"หนูอุ่นมาทำหมูปิ้งกับย่ามา”หญิงสาวยิ้มประจบ “วันนี้จะได้กินหมูปิ้งนมสดแสนนุ่มลิ้นของย่าแพงด้วย”“จ้าๆ รีบมาช่วยย่าเสียบเนื้อหมูก่อนเร็ว นึ่งข้าวเสร็จจะได้เอาไปปิ้งบนเตาต่อเลย”“รับทราบค่ะ”เมื่อมีแรงงานมาช่วยทำ งานจึงเดินหน้าอย่างรวดเร็ว ไม่นานเนื้อหมูเสียบไม้ก็เต็มถาด พร้อมปิ้งบนเตาถ่านร้อนๆ แล้ว เช่นเดียวกับข้าวเหนียวที่นึ่งไว้ก็ได้เวลาพลิกกลับพอดี คำแพงบอกว่าการนึ่งข้าวนั้นมีขั้นตอนสำคัญอยู่อย่าง คือต้องพลิกข้าว
Baca selengkapnya
บทที่ 8
“เธอนี่ถามก็ไม่ตอบ ถอยดิ๊” แดนดินว่าแล้วก็เข้าไปหยิบตะกร้าพร้อมกรรไกรซึ่งวางแอบไว้ข้างประตูตรงไปหาแปลงดอกดาวเรืองสีเหลือง เขากวาดสายตามองหาดอกสวยๆ แล้วก้มลงตัดมันฤทัยรักษ์เห็นแบบนั้นก็รีบเคลื่อนตัวตามมาไปติด“อะไรอีกล่ะ” เขาหันมาถาม“ขอตัดด้วยได้ไหมคะ” เธอว่า “พอดีย่าแพงให้ฉันมาตัดเอาดาวเรืองไปใส่บาตร แต่ว่าฉันลืมหยิบกรรไกรมาน่ะ”คนถูกวานมาเก็บดอกไม้เช่นกันรู้ทันทีว่าโดนคนแก่เล่นเข้าให้แล้ว เหนื่อยใจจริงๆ ย่าไม่รู้หรือว่าถ้าเขาได้เมียหน้าตาน่าแกล้งแบบยัยนี่ วันๆ คงไม่ทำอะไรนอกจากแกล้งเมีย!แต่สุดท้ายแดนดินก็ยื่นกรรไกรให้ฤทัยรักษ์ไป ทั้งยังยื่นตะกร้าในมือไปรับดาวเรืองที่หญิงสาวตัดด้วยถือว่าชดเชยที่แกล้งไปเมื่อคืนแล้วกัน...“เอาเยอะแค่ไหนคะ”“ไอ้ก้องบอกว่าวันนี้พระท่านจะออกมาเดินรับบิณฑบาตแค่สามรูป เธอตัดมาสักหกดอกก็พอนะ เวลาใส่ก็ใส่เป็นคู่ๆ เผื่อว่าบุญจะหนุนนำให้เธอมีคู่ชีวิตกับชาวบ้านเขา”ฤทัยรักษ์ข่มใจให้เย็นไว้ ก่อนจะทำหน้านิ่งพูดกับเขา “ใครบอกคุณว่าฉันยังไม่มีคู่”แดนดินไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะตอบมาแบบนี้จะว่าไปแล้วก็จริง เขานึกแค่ว่าจะให้ตัวเองรอดจากการจับคู่ของย่าที่รัก ไม่ทันนึกว่า
Baca selengkapnya
บทที่ 9
เมื่อลงมติแล้วว่าจะให้ใครเป็นผาแดงนางไอ่ของคุ้มคำหอม วันต่อมาแดนดินจึงไปรับคู่แฝดน้อยจากโรงเรียนในหมู่บ้านมาวัดตัวเลือกเสื้อผ้าหน้าผมกันที่เรือนพอมาถึง เด็กๆ ก็เอาแต่หลบอยู่ด้านหลังแดนดิน ดวงตาคู่เล็กจ้องไปที่คนแปลกหน้าอย่างระวังแฝงด้วยความสนใจ ฤทัยรักษ์เองก็มองเด็กแฝดตัวจ้ำม่ำน่ากอดอย่างสนใจ เพิ่งเคยเห็นเด็กแฝดชายหญิงที่มีหน้าตาเหมือนกันขนาดนี้ ใบหน้าเล็กๆ ของพวกแกช่างน่ารักน่าเอ็นดู เห็นพวงแก้มยุ้ยๆ นั่นแล้วอยากจะจิ้มสักทีย่าคำหอมปล่อยให้เด็กๆ มองประเมินคนแปลกหน้าอยู่ครู่หนึ่ง จึงกวักมือเรียก “มาๆ เข้ามาให้ย่าทวดกอดทีซิ”เด็กหญิงตัวน้อยส่ายหน้าตอบทันที ขณะที่เด็กชายตัวน้อยวิ่งไปหาคนที่ชูแขนรออย่างไร้ท่าทีหวาดระแวงเหมือนคนเป็นน้อง“ไก่อย่าไป!” เด็กหญิงตะโกนบอกพลางกวักมือเรียกพี่ชายกลับมา สีหน้าเหยเกจวนจะร้องไห้เต็มที“ย่านอิหยัง” (กลัวอะไร) เด็กชายไก่หันไปตีคิ้วถามแฝดน้อง ซึ่งอีกฝ่ายก็ชี้นิ้วน้อยๆ ไปทางบุคคลที่รู้สึกกลัวทันทีฤทัยรักษ์กับย่าคำแพงอยู่มานานจนเข้าใจคำว่า ‘ย่าน’ แล้วพากันยิ้มแหย ขณะที่ย่าคำหอมตะล่อมถามเด็กหญิง“เป็ดน้อยย่านเอื้อยเพิ่นเฮ็ดหยัง” (ทำไมเป็ดน้อยถึงกลัวล่ะ)
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status