LOGIN“ค่ะๆ เข้าใจแล้ว” ฉันยิ้มออกมา เมื่อได้รับคำปลอบโยนสั้นๆ แต่น่ารักของเขาหลังจากนี้ชีวิตของฉันจะต้องสดใสและดำเนินไปในทางที่ดีอย่างแน่นอน เพราะฉันมีผู้สนับสนุนที่ดีอย่างพี่ร็อค แม้ว่าเขาจะเจ้าเล่ห์และร้ายกาจ แต่ฉันก็มั่นใจว่าเขาจะทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับฉันได้“พรุ่งนี้เราไปเยี่ยมครอบครัวของอลิซกันดีไห
หลังจากที่มื้ออาหารจบลงฉันก็ต้องเจอกับเซอร์ไพรส์ใหญ่ เมื่อญาติผู้ใหญ่ของพี่ร็อคเริ่มหยิบของขวัญมาให้กับฉัน และของขวัญแต่ละชิ้นทำให้ฉันแทบไม่กล้ารับเลย เพราะแต่ละอย่างล้วนเป็นของแบรนด์เนมราคาแพง ทั้งนาฬิกา กระเป๋า ผ้าคลุมไหล่หรือแม้แต่เครื่องประดับเพชร ซึ่งอย่างหลังเป็นคุณพ่อกับคุณแม่ของพี่ร็อคที่เป็
“อลิซยืนทำอะไรอยู่ มานี่เร็ว” เสียงทุ้มนุ่มของแฟนหนุ่มร้องเรียกดังมาจากด้านหลังของฉัน ทำให้ฉันยิ่งกระวนกระวายหนักกว่าเดิม “ค่ะๆ” ฉันหันไปมอง ก่อนจะพยักหน้าเดินตรงไปหาพี่ร็อคที่กำลังถือของพะรุงพะรังเต็มสองมือ “เป็นอะไรไป…กังวลเหรอ” พี่ร็อคถามและมองฉันด้วยสีหน้าเป็นห่วง “ก็นิดหน่อยค่ะ” ถึงปากจะบอกแ
“ซี๊ดดด! ทำไมรัดพี่แน่นขนาดนี้” “ก็มันจุก…พี่ดันเข้ามาลึกแล้วก็ทำแรงมากด้วย” อลิซเหมือนกำลังแก้แค้นที่ผมกระแทกเธออย่างไม่คิดชีวิตใบหน้าเล็กถูกชโลมไปด้วยเหงื่อเม็ดเล็ก เพราะเราเริ่มบทรักอันร้อนแรงกันมาได้พักใหญ่แล้ว แม้ว่าอลิซจะขัดขืนบ้าง แต่เมื่อถูกผมชักจูงด้วยเล่ห์เหลี่ยมของผู้ที่ผ่านสนามสวาทมาเย
“ช่วยอมให้พี่หน่อยครับ” ผมอยากให้ปากอุ่นๆ ของอลิซครอบครองเจ้าน้องชายไซส์ใหญ่ของผมจนแทบทนไม่ไหวแล้ว “แค่…อมเหรอคะ” เสียงหวานเอ่ยถาม พร้อมกับท่าทางที่ดูใสซื่อ แต่มันช่างดูเย้ายวนเหลือเกินในความรู้สึกของผม“เธอก็รู้ว่ามันจะไม่ใช่แค่อม” ผมตอบกลับและใช้ปลายนิ้วเกลี่ยไปที่ปากเล็กที่เลอะเทอะอย่างเบามือ ก
“อลิซจะทำแรงแค่ไหนพี่ยอมหมดเลย” ผมรู้สึกร้อนไปทั้งตัวเมื่อถูกร่างกายเปลือยเปล่าที่แสนคิดถึงกำลังนั่งเสียดสีไปมากับแท่งร้อนของผมอยู่ “อ่าห์~” ในจังหวะที่ช่วงร่างของเราเสียดสีกัน ทำให้ปลายหัวของผมกระแทกเข้ากับปลายติ่งเสียวของคนตัวเล็ก จนต้องร้องครางออกมาเสียงดัง “อลิซ…อื้มมม” เมื่ออารมณ์ของผมที่ไม่ไ
เช้ารุ่งขึ้นเสียงเดินวนเวียนไปมาอยู่ใกล้ๆ กับเสียงพูดที่ดังอย่างไม่เกรงใจ ทำให้ฉันต้องยันตัวเองลุกขึ้นนั่งทั้งๆ ที่ตายังปิดอยู่ แถมเสียงนั้นยังคุ้นอีกด้วย“เออ! กูจะเป็นคนพาไปเอง” ฉันขยี้ตาตัวเองด้วยอาการที่ยังงัวเงีย และรู้สึกเหมือนตาตัวเองจะบวมจนทำให้มองอะไรแคบลงด้วย ร่างกายก็ยังปวดเมื่อยจนไม่อย
ฉันเดินเตร็ดเตร่มาไม่รู้ว่ากี่นาทีจนมาถึงคอนโดของตัวเอง ฉันยืนมองตึกสูงที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทั้งฟิตเนตและสระว่ายน้ำอยู่เงียบๆ พลันก็นึกถึงใครบางคนขึ้นมา คนที่รักและดูแลฉันเป็นอย่างดี ให้ทุกอย่างกับฉันที่เป็นเด็กกำพร้าไร้ที่พึ่ง และคอนโดตรงหน้านี้ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ท่านยกให้ฉันก่อนจะจากไป
“ลุกขึ้นมากินยา” ร็อคเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับสั่งฉันด้วยเสียงห้วน ฉันที่ปฏิเสธเขาไม่ได้จำใจต้องลุกขึ้นมารับยาจากมือของเขาแล้วส่งเข้าปาก ก่อนจะดื่มน้ำตามเข้าไป “รู้รึเปล่าว่ากินยาอะไรเข้าไปบ้างน่ะ” อยู่ๆ ร็อคก็ถามคำถามที่ไร้สาระพวกนั้นขึ้นมา คงคิดว่าฉันไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรสินะ “รู้ค่ะ…ยาลดไข้ ย
จบเรื่องในห้องน้ำฉันก็ค่อยๆ ขยับตัวลงมายืนด้วยขาของตัวเอง ร่างกายที่ยังสั่นเทาหลังจากที่ต้องรองรับอารมณ์ดิบของร็อคเมื่อไม่กี่นาทีก่อน ทำให้ฉันต้องจับอ่างล้างหน้าเอาไว้แน่น กลัวว่าตัวเองจะล้มหน้าคะมำแล้วจะบาดเจ็บซ้ำเอาอีก ฉันยืนปาดน้ำตาพลางก้มหน้ามองพื้นก็เห็นคราบเลอะอยู่จริงๆ ก่อนจะเบือนหน้าหนีเพรา







