LOGIN“คุณยังเป็นความรักงดงามของผมแม้ว่าคุณจะเคยมีความรักที่เป็นเรืออับปางไปแล้วก็ตาม”
View Moreภายในห้องพักที่อบอวลไปด้วยควันบุหรี่ อกิณานั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง แสงแดดยามกลางวันสาดส่องลงมาอย่างร้อนแรง แต่หญิงสาวกลับไม่สนใจสิ่งใดรอบตัว
เธอยกมือขวาขึ้นมองบุหรี่ที่คีบค้างไว้ระหว่างนิ้ว ปล่อยให้มันมอดไหม้ไปเกือบครึ่งมวนโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะยกแก้วเหล้าในมือซ้ายขึ้นจิบ
เมื่อไหร่กันนะที่เธอจะลืมก้องเดชได้เสียที
แล้วต้องทำอย่างไรถึงจะกลับไปร้องเพลงและมีชื่อเสียงโด่งดังเหมือนเมื่อก่อน เพื่อที่จะได้ยืนเคียงข้างเขาอีกครั้ง
อกิณาจ้องมองหน้าจอโน้ตบุ๊กตรงหน้า ภาพข่าวที่กำลังปรากฏเป็นคลิปการแสดงของก้องเดชและศศิกานต์ ทั้งคู่ร้องเพลงเคียงข้างกันบนเวที พร้อมส่งยิ้มหวานให้กันเป็นระยะ
เวลานี้ ก้องเดชและศศิกานต์ต่างมีชื่อเสียงโด่งดัง จนได้รับการยกย่องให้เป็นนักร้องชายและนักร้องหญิงอันดับหนึ่งของประเทศ
อกิณาปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น น้ำตาไหลอาบสองแก้ม ดวงตาของเธอแดงก่ำจากการอดนอนและร้องไห้แทบทุกครั้งที่หวนคิดถึงวันเวลาเก่า ๆ
แม้อกิณาจะพยายามหวนกลับมาร้องเพลงอีกครั้ง แต่ก็ไม่อาจสู้กระแสวงการเพลงที่เปลี่ยนแปลงไปได้ อีกทั้งรูปลักษณ์ของเธอก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
จากเด็กสาวสดใสที่เคยมีน้ำเสียงทุ้มกังวานทรงพลัง บัดนี้กลับกลายเป็นหญิงสาวร่างผอมซูบ ใบหน้าหมองเศร้า ดูอ่อนล้าไร้เรี่ยวแรง แม้แต่เสียงร้องที่เคยเป็นจุดเด่นก็ไม่ทรงพลังเหมือนเก่า
อกิณาซบหน้าลงกับหัวเข่าทั้งสองข้างที่ชันขึ้นมา ข้างกายมีหนังสือพิมพ์สองฉบับวางอยู่ แต่ละฉบับล้วนตีพิมพ์ข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ในอดีตของเธอ
ฉบับแรกเป็นภาพขณะเธอถูกเจ้าหน้าที่หามออกจากห้องพัก โดยมีผ้าพันแผลพันรอบข้อมือซ้ายไว้อย่างแน่นหนา เหนือภาพมีพาดหัวข่าวตัวโตว่า
“อกิณา นักร้องสาวดาวรุ่งพุ่งแรง กรีดข้อมือฆ่าตัวตายในห้องพักก้องเดช นักร้องชายยอดนิยม คาดปมหึงหวง!”
ส่วนอีกฉบับเป็นภาพของเธอขณะยกมือไหว้ขอโทษก้องเดชต่อหน้าสื่อมวลชนในงานแถลงข่าว พร้อมพาดหัวว่า
“อกิณาขอโทษก้องเดช หลังสร้างเรื่องเดือดร้อน ประกาศยุติความสัมพันธ์ เหลือเพียงเพื่อนร่วมวงการ!”
>>>>>>>>>>
ขอเริ่มลงเรื่องใหม่ก่อนนะคะ สำหรับเรื่อง "เธอคือรักครั้งสุดท้าย" ยังลงต่อเรื่อย ๆ ค่ะ
ฝากกดติดตามด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ภายในห้องมืดสลัว มีเพียงแสงไฟจากภายนอกที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาเป็นริ้วบาง ๆ ทว่าแสงสว่างเพียงน้อยนิดนั้นไม่อาจขับไล่ความหม่นเศร้าที่ปกคลุมอยู่ทั่วห้องได้ โดยเฉพาะเมื่อเสียงเพลงแสนเศร้ายังคงคลอเบา ๆ อยู่ในความเงียบงันภายใต้แสงจันทร์สีเงินยวงฉันเคยคิดว่าความเจ็บปวดรวดร้าวในหัวใจเช่นนี้คงเป็นเพียงเพราะค่ำคืนที่ล่วงเลยจนดึกดื่นแต่คำโกหกหนึ่งคำ กลับนำไปสู่อีกคำโกหกไม่รู้จบคนที่เอาแต่ใจและเห็นแก่ตัวเช่นเธอ...ฉันไม่อาจให้อภัยได้อา...เธอเลือนหายไปราวกับสายหมอกจากไปโดยไม่ทิ้งแม้แต่ร่องรอยให้ฉันได้รู้ว่าเธออยู่แห่งหนใดฉันไม่อยากให้เธอมองว่าฉันเป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่เอาแต่ร่ำไห้เมื่อหัวใจต้องเจ็บช้ำเมื่อรุ่งเช้าวันใหม่มาเยือนฉันคงต้องตื่นขึ้นมาเพียงลำพังอีกครั้งความรักช่างเหมือนฝันร้าย...ที่ฉันอยากลืมเลือน...อกิณาหลับตาลง ปล่อยให้ท่วงทำนองและเนื้อร้องของเพลง คนโกหก ซึมลึกเข้าไปในหัวใจ น้ำตาไหลอาบสองแก้มอย่างไม่อาจห้ามได้เพียงได้ยินอชิระเอ่ยชื่อเพลงนี้ขึ้นมาอีกครั้งในวันนี้ ก็ราวกับมีใครนำมีดมากรีดลงบนบาดแผลเก่าที่เธอพยายามรักษามานานหลายปีความเจ็บปวดที่เคยคิดว่าผ่านพ้นไปแล้
อกิณาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อสบตากับอชิระที่เงยหน้าขึ้นมามองเธอพอดี ร่างกายพลันสั่นสะท้าน ความคิดที่ล่องลอยย้อนกลับไปยังเหตุการณ์ในอดีตเมื่อครู่ถูกดึงกลับมาสู่ปัจจุบันในทันที“ทางบริษัทต้องการเสนอสัญญาจ้างงานประจำให้คุณนานะครับ”เกียรติชัยซึ่งนั่งอยู่ทางขวามือของอชิระเอ่ยขึ้น พร้อมเลื่อนเอกสารชุดหนึ่งมาตรงหน้าหญิงสาว“ส่วนอีกฉบับเป็นสัญญารักษาความลับที่ทางบริษัทเพิ่งปรับปรุงเนื้อหาใหม่ครับ ตอนนี้พนักงานทุกคน รวมถึงพนักงานสัญญาจ้างและผู้รับจ้างอิสระ จะต้องลงนามในสัญญาฉบับใหม่ทั้งหมด”เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงสุภาพ“คุณนานะค่อย ๆ อ่านทำความเข้าใจก่อนได้เลยนะครับ ผมติดกระดาษโน้ตไว้ตรงหัวข้อที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว จะได้ตรวจสอบได้สะดวกขึ้น”เกียรติชัยส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตรตามแบบฉบับทนายความมากประสบการณ์ที่รู้ดีว่าควรใช้ถ้อยคำอย่างไรให้คู่เจรจารู้สึกผ่อนคลาย แม้จุดประสงค์ที่แท้จริงของเขาจะเป็นการโน้มน้าวให้หญิงสาวยอมรับเงื่อนไขที่บริษัทเสนอมาก็ตามอกิณาเปิดเอกสารตรงหน้าอ่านด้วยความมึนงง สมองของเธอยังไม่อาจประมวลเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นได้เดิมทีเธอคิดว่าการมาบริษัทในวันนี้
ภาพความทรงจำเมื่อเกือบสิบปีก่อนหวนกลับมาอีกครั้งเธอยังจำวันสุดท้ายที่เดินออกจากอาคารแห่งนี้ได้ดี วันนั้นเธอเพิ่งเซ็นเอกสารยกเลิกสัญญาจ้างกับบริษัทที่เคยให้โอกาสและสนับสนุนเธอมาตลอด จนสามารถก้าวขึ้นไปเป็นนักร้องที่ประสบความสำเร็จได้แต่สุดท้ายเธอกลับเป็นคนทำลายเส้นทางอาชีพของตัวเองลงเสียก่อนไม่เพียงอนาคตที่เคยวาดฝันไว้เท่านั้น เหตุการณ์ครั้งนั้นยังทำให้ผู้บริหารและผู้คนอีกหลายคนที่เคยเชื่อมั่นในตัวเธอต้องผิดหวังไปด้วยอกิณากะพริบตาถี่ ๆ เพื่อไล่น้ำตาที่เริ่มเอ่อคลอ ก่อนพยายามตั้งสติแล้วเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ซึ่งมีพนักงานสามคนนั่งประจำอยู่บริเวณโถงหน้าลิฟต์สำนักงาน“รบกวนถอดหมวก แว่นตาและหน้ากากอนามัยด้วยค่ะ” ธนัญญา พนักงานประชาสัมพันธ์ประจำอาคาร เอ่ยขึ้นหลังจากรับบัตรประชาชนของอกิณามาเพื่อลงทะเบียนแลกบัตรผู้มาติดต่อ“ทางเราต้องขอถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานด้วยนะคะ เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยของบริษัทค่ะ” เธออธิบายเพิ่มเติมด้วยน้ำเสียงสุภาพอกิณาพยักหน้ารับ ก่อนค่อย ๆ ถอดหมวก แว่นตาและหน้ากากอนามัยออก เผยให้เห็นใบหน้าที่พยายามปิดบังมาตลอดตั้งแต่เดินเข้ามาในอาคารหญิงสาวหันไปทา
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นสองครั้ง ก่อนที่มือเรียวผอมบางจะโผล่ออกมาจากใต้ผ้าห่ม ควานสะเปะสะปะไปทั่วบริเวณหัวเตียง กว่าจะคลำเจอโทรศัพท์มือถือที่กำลังส่งเสียงรบกวนการนอนหลับของเธอ“สวัสดีค่ะ” อกิณารับสายด้วยน้ำเสียงงัวเงีย ดวงตายังคงปิดสนิท“สวัสดีครับ คุณนานะ”เสียงผู้ชายที่ไม่คุ้นเคยดังมาตามสาย ทำให้หญิงสาวค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ก่อนยกโทรศัพท์ออกจากหูเพื่อดูชื่อผู้โทร แต่บนหน้าจอกลับปรากฏเพียงหมายเลขที่ไม่รู้จัก“ค่ะ ไม่ทราบว่าโทรมาจากไหนคะ”เธอถามกลับอย่างระแวดระวัง นึกสงสัยอยู่ครามครันว่าจะเป็นพวกมิจฉาชีพที่โทรมาหลอกลวงหรือเปล่า“เอ่อ...คือว่า ผมชื่อณัฐพลครับ เรียกนัทก็ได้ ผมรับงานต่อจากพี่บีที่บริษัท WB น่ะครับ พอดีพี่บีลาออกไปแล้ว ทางบริษัทก็เลยมอบหมายให้ผมเป็นคนติดต่อคุณนานะแทนครับ”สิ้นประโยคนั้น อกิณาก็เบิกตากว้าง ความง่วงงุนที่มีอยู่เมื่อครู่หายไปทันทีบีลาออกแล้วอย่างนั้นหรือ!“อ้าว เหรอคะ แล้ว...คุณนัทโทรมาหานานะเรื่องงานที่รับไว้ใช่ไหมคะ”“ใช่ครับ ไม่ทราบว่าเพลงที่ทางบริษัทให้คุณนานะแต่ง เสร็จเรียบร้อยหรือยังครับ”“เสร็จแล้วค่ะ เพิ่งเสร็จเมื่อคืนนี้เอง แต่คุณบีบอกว่ากำหนดส่งมะรืนนี้ไม่