9
BAD BROTHER กรงรัก(พี่ชาย)
อยู่ใกล้เหมือนอยู่ไกล 💔
ฟางข้าวกลับมาถึงห้องก็ฟุบตัวนั่งลงบนเตียงด้วยความเหนื่อยล้า ในสมองเอาแต่คิดเรื่องเมื่อคืนว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง
ดวงตากลมโตฉายความคิดมากมาย ในตอนนั้นเองมือถือก็มีข้อความถูกส่งเข้ามาจากไอจี เธอหงายหน้าจอมองก็พบคำขอติดตามจากใครบางคนส่งเข้ามา
Kelen ส่งคำขอติดตาม
Kelen คำขอส่งข้อความ
เธอมองดูด้วยแววตาสั่นระริก เขาดูน่ากลัวจนฟางข้าวไม่อยากจะเข้าใกล้อีกแล้ว
แต่พอนึกว่าเสื้อที่ตนเองสวมอยู่ตอนนี้เป็นเสื้อของเขา แถมเมื่อคืนยังไม่ได้รับผิดชอบอะไร นิ้วเรียวจึงกดรับ
แชท: เคเลน
เคเลน: เจ็บตรงไหนไหม
เคเลน: ให้พี่ซื้อยาเข้าไปให้ไหมครับ ?
ฟางข้าว: ไม่เป็นไรค่ะ
กดตอบเพียงเท่านั้นก็กดออกจากแชทของเคเลนทันที ฟางข้าวรู้สึกระแวงไปหมดแล้วทั้งผู้ชายที่พึ่งรู้จัก ทั้งเรื่องผู้ชายคนนั้นที่แอบตามเธออยู่ตลอด ไม่หนำซ้ำเคเลนยังเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันกับแบดซ์แฟนเก่าของเพื่อนสนิทเธออย่างกอหญ้า
3 วันต่อมา (ฉากซ้ำเรื่องแบดซ์ x กอหญ้า ***บางส่วน)
Gabriel International University
“นี้กอหญ้าจะไม่ลงชมรมดนตรีกับข้าวจริง ๆ หรอ” ในขณะที่สองสาวกำลังนั่งอยู่ในโรงอาหารของคณะด้วยกันฟางข้าวก็ถามขึ้น
ตอนนี้ชมรมต่าง ๆ ในมหาลัยก็เริ่มเปิดให้นักศึกษาปีหนึ่งได้ลงสมัครกันแล้ว ด้วยความชอบในการเล่นดนตรีของฟางข้าวเลยทำให้เธออยากลองสมัครเข้าชมรมนี้
“เราเล่นดนตรีไม่เป็นอ่ะ ไปลองสมัครดูก็คงไม่ผ่านหรอก เห็นใบประกาศรับสมัครบอกต้องผ่านการคัดเลือกก่อนนิ” กอหญ้าตอบออกไปทำให้ฟางข้าวทำสีหน้างองํ้าเล็กน้อย
เธอเข้ามาเรียนที่นี่มีเพื่อนแค่คนเดียวคือกอหญ้า นอกเหนือจากนั้นก็คงมีแค่เพื่อนของกอหญ้าซึ่งก็เรียนปีสอง กว่าจะได้เจอกันก็ต้องหาเวลาว่างจริง ๆ ถ้ากอหญ้าไม่ยอมเข้าด้วยก็คงต้องฉายเดียว
“งั้นข้าวลงสมัครคนเดียวก็ได้ แต่ข้าวซีเรียสอ่ะกอหญ้า”
“ทำไมหรอ”
“ข้าวชอบดนตรีก็จริงแต่ข้าวเล่นดนตรีไม่เป็น”
“ลองหัดเล่นสักอย่างมั้ย”
“ใครจะสอนข้าวล่ะ ข้าวอยากเล่นกีต้าร์อ่ะ เอาไว้ไปร้องเพลงจีบหนุ่ม” เธอตอบพลางทำสีหน้ากรุ้มกริ่มแล้วหนุ่มที่เธอหมายถึงก็คือกวิน
“ฝึกตามยูทูปไม่ก็ไปเรียน”
“ไว้ข้าวจะลองฝึกดู”
“ลองดู เราเป็นกำลังใจให้ ยังไงก็ต้องผ่านให้ได้นะ”
“สาธุ~” สองสาวคุยกันพร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฎบนใบหน้า
สาเหตุที่กอหญ้าไม่อยากจะเข้าชมรมดนตรีกับฟางข้าวเพราะเธอไม่อยากปรากฏตัวต่อหน้าแบดซ์อีกแล้ว เลยเลือกที่จะตัดปัญหามันตั้งแต่ตอนนี้เลย
“ข้าว เราต้องกลับแล้ว มีงานพาร์ทไทม์ต่อ เจอกันพรุ่งนี้นะ บ๊ายบาย” พูดคุยกันเสร็จกอหญ้าก็มองเวลาที่บ่งบอกว่าใกล้จะถึงเวลาทำงานพาร์ทไทม์แล้ว เธอจึงบอกลากับฟางข้าว
“โอเค เจอกันกอหญ้า” ฟางข้าวเองก็โบกมือลาเธอก่อนที่ร่างของกอหญ้าจะเหยียดกายลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินถือจานไปเก็บ จากนั้นก็เดินออกไปจากโรงอาหาร
เธอมีที่ต้องไปต่อก็คือบูธสำหรับการเปิดรับสมัครรุ่นน้องเข้าชมรม บูธของชมรมต่าง ๆ จะมีรุ่นพี่คอยยืนให้คำแนะนำ ชื่อชมรม กิจกรรมในชมรม ซึ่งบูธก็ถูกจัดขึ้นอยู่บริเวณหน้าตึกวิศวะที่เป็นลานกว้าง
“เอ่อพี่คะ บูธของชมรมดนตรีอยู่ไหนคะ” ในขณะที่คนตัวเล็กยืนงงอยู่อย่างงั้นเธอก็เอ่ยถามกับรุ่นพี่ที่เดินผ่าน
“บูธที่สามนับจากฝั่งซ้าย น้องอยากเข้าต้องรีบแล้วนะ ชมรมนี้เต็มไวมากกกก”
“ขอบคุณค่ะ” ฟางข้าวยิ้มขอบคุณแล้วรีบสาวเท้าไปที่บูธชมรมดนตรีทันที
เธอมองหางแถวที่ยาวเหยียดกว่าชมรมอื่นก็ต้องถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่ ไม่คิดว่าคนจะต่อแถวลงชื่อกันยาวขนาดนี้ อีกอย่างชมรมก็รับจำนวนจำกัดคนด้วย
ในขณะที่ฟางข้าวยืนสิ้นหวังกับการสมัครเข้าชมรมอยู่นั้นก็มีฝีเท้าสองคู่เดินเข้ามาหา มือสะกิดที่บ่าจนฟางข้าวต้องหันกลับไปมอง
“ใช่ฟางข้าวลูกลุงชาติกับป้าจินไหม ?” ผู้ชายตัวสูงหน้าคุ้นใส่ช็อปสถาปัตเอ่ยถาม ทำให้ฟางข้าวทำสีหน้างุนงงเล็กน้อย เพราะนั้นเป็นชื่อของพ่อกับแม่เธอที่เสียชีวิตไปแล้ว
“ค่ะ พี่รู้ได้ยังไงคะ”
“พี่เทรย์ไง ลูกเถ้าแก่ตง”
“อ๋อ จำได้แล้วค่ะ ลูกเฒ่าแก่ตรงเศรษฐีในตำบลนี่เอง ที่แท้ก็คนบ้านเดียวกัน ไม่เคยรู้มาก่อนเลยนะคะว่าพี่เรียนที่นี่” ฟางข้าวยิ้มให้คนตรงหน้า
เทรย์เคยเรียนโรงเรียนเดียวกันกับฟางข้าวเป็นโรงเรียนประจำตำบลที่ค่อนข้างใหญ่พอสมควร มีตั้งแต่อนุบาลถึงมอต้น ทั้งสองเคยทักทายกันอยู่บ่อยครั้ง พอเทรย์เรียนจบก็ไม่เคยได้เจอกันอีกเลยแต่ยังเป็นเพื่อนกันบนเฟสบุ๊กอยู่
“น้องข้าวย้ายมาเรียนกรุงเทพตั้งแต่เมื่อไหร่”
“หลังพ่อกับแม่เสีย หนูก็พาน้องย้ายมาตั้งแต่ตอนนั้นแล้วค่ะ เรียนมอปลายอยู่ที่นี่ด้วย”
“ไหน ๆ ก็คนกันเอง มีอะไรก็ให้พี่ช่วยได้นะ ส่วนนี่เจ้านายเพื่อนพี่เอง” เทรย์แนะนำคนข้างกายตนเองที่เดินมาพร้อมกันตั้งแต่แรก
“สวัสดีค่ะพี่เจ้านาย~”
“ดีคับ” เจ้านายตอบรับอย่างเป็นมิตร
“ตอนแรกจำไม่ได้แต่พอมองไปมองมาเลยเดินมาดูใกล้ ๆ สรุปใช่จริงด้วย โตแล้วสวยขึ้นเยอะเลยนะ”
“ขอบคุณค่ะ ว่าแต่พี่เทรย์มาที่นี่ทำไมคะ ชมรมเขาเปิดรับสมัครปีอื่นด้วยเหรอ”
“เปิดแต่จำกัดจำนวนคน พี่จะลงชื่อเข้าชมรมดนตรีอ่ะ”
“ชมรมเดียวกันเลยค่ะ” ฟางข้าวเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “แต่หางแถวยาวมาก ไม่รู้ว่าจะเต็มก่อนมั้ย”
“พี่จ้างคนยืนเอาคิวให้แล้ว อยู่ช่วงแรก ๆ ใกล้ถึงแล้วด้วย พอดีเพื่อนพวกพี่อีกคนมันไม่เข้าด้วย ข้าวอยากเข้าไหมจ้างไว้สามคนพอดี”
“เข้าค่ะ” ฟางข้าวตอบแบบไม่ลังเล
พอทักทายกันต่ออีกสองสามประโยคพอหอมปากหอมคอทั้งสามคนก็เดินไปทักคนที่จ้างให้จองคิวไว้ให้
ชมรมดนตรี (ฉากซ้ำเรื่องแบดซ์ x กอหญ้า)
ดวงตาคมไล่มองรายชื่อของรุ่นน้องปีหนึ่งและปีอื่น ๆ ที่ลงชื่อกันเกือบห้าร้อยคนด้วยท่าทางเรียบนิ่ง เคเลนต้องการมองหารายชื่อของใครบางคนจนมาหยุดที่รายชื่อของฟางข้าว
ณิชาริน พิชญาวงศ์ (ฟางข้าว)
เธอลงชื่อที่ชมรมดนตรีอย่างที่เขาคิดจริง ๆ พอเห็นว่ารายชื่อฟางข้าวอยู่ในใบรายชื่อ เคเลนก็รู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
“เห็นข่าวมึงกับครอบครัว เรื่องจริงเหรอวะ” เจควอนที่นั่งอยู่ข้างกายริวเซย์ถามขึ้น เนื่องจากไม่นานมานี่มีข่าวของครอบครัวแบดซ์ที่เหมือนจะตัดขาดทางสายเลือดกัน
“แล้วทำไมกูต้องแกล้งทำ”
“สรุปเมียเก่ามึงก็ยังไม่ตาย แล้วแกล้งตายไปทำไม” ไคโรเป็นคนถาม
สายตายังคงเพ่งมองรายละเอียดของการเปิดรับสมัครสมาชิกชมรมที่เคเลนเคยเขียนเอาไว้
“เพราะเรื่องนี้กูเลยต้องตัดขาดกับครอบครัว”
“แปลว่าแม่มึงเป็นคนบงการ” เคเลนละสายตาจากชื่อของฟางข้าวแล้วเอ่ยถาม
“ความเลวแม่มันมึงคงนึกไม่ถึงเลยล่ะ” ริวเซย์เป็นคนพูด
“แล้วสองสาวนั้นรู้เรื่องรึยัง” แบดซ์ถาม
“พอจะรู้” เป็นเจควอนที่ตอบ
“แล้วมึงเอายังไงต่อ” คราวนี้เป็นไคโรที่ถามต่อ
“หมายถึงเรื่องอะไร” ว่าแล้วแบดซ์ก็เอนตัวชิดกับหลังโซฟาพร้อมกับถอนหายใจออกมา สีหน้าหงอยเหงาเหมือนคนสิ้นหวัง แล้วไม่นานไคโรก็ตอบออกมา
“เรื่องเมียเก่ามึงไง เดินหน้าต่อหรือพอ”
“อย่าบอกเชียวล่ะว่าไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะที่ผ่านมาท่าทางของมึงมันฟ้อง” เจควอนพูดดักทางเอาไว้แล้วสายตาของเพื่อนแต่ละคนก็จ้องมองมาที่แบดซ์ จนทำให้เขาต้องตอบออกมาเพราะทนต่อสายตากดดันไม่ไหว
“อืม รู้สึก แต่ทำไงได้วะ สามวันก่อนเอาของที่กูเคยให้ทิ้งลงถังขยะ เมื่อวานแม่งเอาข้าวที่กูสั่งให้ให้หมาในซอยมันกิน”
“ทำกับเขาไว้เยอะ สมควร” ริวเซย์เอ่ยออกมาแล้วส่ายหน้าเอือมระอา
“เหมือนมึงเป็นคนดีไอ้ห่า” แบดซ์สวนกลับไป
“ดีไม่ดีกูก็รักแฟนคนเดียวก็แล้วกัน”
“กูจะคอยดู”
“ถ้ายังรัก ก็ทำอะไรสักอย่าง ก่อนหมาจะคาบไปแดก” เคเลนวางเอกสารรายชื่อของรุ่นน้องลงโต๊ะแล้วเอ่ยออกมาก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้องโถงของชมรมไปคนแรกพร้อมกับคำพูดที่ทำให้แบดซ์ต้องเก็บมาคิด
“เป็นกำลังใจก็แล้วกันนะ ไอ้คุณชาย” ตามมาด้วยไคโรที่ลุกขึ้นแล้วใช้มือตบบ่าเขาเบา ๆ ก่อนจะเดินตามเคเลนไปเป็นคนที่สอง
“กูมีถ่ายงานต่อ ต้องไปละ โชคดี” ตามด้วยเจควอนที่เดินออกไปเป็นคนที่สาม
“มีงานต้องเคลียร์ว่ะ หายโบ้เร็ว ๆ เพื่อนยาก” ริวเซย์เองก็เช่นกัน เขาเดินออกจากห้องเป็นคนรองสุดท้าย
เหลือเพียงแบดซ์ที่นั่งกลุ้มใจอยู่คนเดียว คำพูดของเพื่อนยังวนเวียนอยู่ในหัว หมาคาบไปแดกแบบนั้นหรอ ไม่มีทางหรอก หมาที่ไหนก็ไม่มีทางได้กอหญ้าไปแน่นอนถ้าเขายังมีชีวิตอยู่
อีกด้าน…
แผ่นหลังบางเอนกับชั้นวางหนังสือขนาดสูงภายในห้องสมุด มุมที่ฟางข้าวนั่งเป็นล็อกสุดท้ายและมีแค่เธอที่นั่งคนเดียว
บนหน้าขาอ่อนมีหนังสือหงายเอาไว้อยู่ ดวงตากลมโตกำลังกวาดสายตาอ่านการ์ตูนแนวครอบครัว แต่แล้วล็อกที่เธอนั่งก็มีฝีเท้าของใครบางคนเดินเข้ามาใกล้
ตึก… ตึก…
แล้วเจ้าของเสียงฝีเท้านั้นก็นั่งลงข้างกายฟางข้าว พอใบหน้าหวานหันกลับไปมองก็เห็นเป็นกวิน ทำเอารอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าจิ้มลิ้มทันที
“พี่กวิน” เธอเอ่ยเรียกชื่อเขาเบา ๆ
“พี่ขอโทษนะที่ไม่ได้ตอบแชทเราเลย เรียนหมอหนักมาก” กวินเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ไม่เป็นไรเลยค่ะ หนูเข้าใจ แค่พี่กวินมาหาก็ดีมากแล้ว” ฟางข้าวตอบออกมาด้วยความดีใจ
แต่สายตาของเธอกับแฝงความเศร้าเอาไว้อย่างชัดเจน เธอไม่กล้าบอกกับกวินว่าตนเองพลาดนอนกับเคเลนไปแล้ว
“ชีวิตมหาลัยเป็นยังไงบ้าง”
“ก็ดีค่ะ หนูลงชื่อสมัครชมรมดนตรีไป ไม่รู้ว่าจะถูกคัดเลือกไหม ต้องมีการคัดความสามารถกันอีก”
“ข้าวเก่งอยู่แล้ว ยังไงก็ต้องทำได้”
“พี่กวินละคะ เรียนหนักขนาดนี้เหนื่อยแย่เลย”
“แค่พี่เห็นหน้าข้าวพี่ก็หายเหนื่อยแล้วครับ”
“หนูเป็นกำลังใจให้พี่นะคะ”
“ครับ พี่ก็จะมองดูข้าวอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหนเหมือนกัน” สองสายตามองกันอย่างลึกซึ่ง ฟางข้าวมีความสุขทุกครั้งที่ได้เจอกับกวินถึงแม้นาน ๆ ทีก็ตาม
และนี่ก็เป็นครั้งแรกตั้งแต่เข้าเรียนมหาลัยที่ฟางข้าวได้เจอกับกวิน เธอคิดถึง อยากเข้าไปกอดมาก ๆ แต่ติดตรงที่ว่าสถานะของเธอและเขามันแค่ ‘แฟนเก่า’
“พี่ขอซบไหล่เราได้ไหม อยากพักสายตาสักหน่อย”
“ได้สิคะ^^” ฟางข้าวตอบแบบไม่ลังเลแล้วกวินก็ค่อย ๆ เอนศีรษะลงที่บ่าเล็ก ทำเอาฟางข้าวแอบยิ้มเขินอยู่คนเดียว
ช่องว่างระหว่างหนังสือที่ตั้งชันเรียงกันหลายเล่ม มีช่องเล็ก ๆ ที่ทำให้มองเห็นภาพสองคนที่รักกันอย่างชัดเจน
เคเลนยืนแน่นิ่ง เขาสวมฮูด มือหนาล้วงกระเป๋ากางเกง แผ่นหลังเอนกับชั้นหนังสือ เคเลนได้ยินบทสนทนาของสองคนตรงหน้าชัดเจน ชายหนุ่มเจ็บปวดทุกครั้งเมื่อรู้ว่าที่ตรงนั้นไม่ใช่เขาอีกแล้ว
ทั้งที่ยืนอยู่ตรงนี้มองเธอมาเกือบครึ่งชั่วโมง แต่ฟางข้าวกลับ ‘มองไม่เห็น’ กับเขาคนนั้นที่แค่เสียงฝีเท้าเธอก็มองเห็นและยิ้มให้อยู่ตลอด…
(ประโยคส่งท้ายบท)
ทั้งที่รู้ว่ามันเจ็บปวดแต่เขาก็ยังอยากจะรักเธอต่อไป… ❤️🩹
—————————————————————
เคเลนเอ้ย น้องจะรักแกตอนไหน 🥹
ตอนไหนที่มีฉากซ้ำในเรื่องพี่แบดซ์น้องกอหญ้าเนื้อหาจะยาวหน่อยนะคะ ไรท์ไม่อยากข้ามง่ะ เพราะมันมีความเชื่อมโยงกัน ใครที่เคยอ่านมาแล้วจะอ่านซ้ำหรือไม่ก็ได้นะคะ แต่คนที่ยังไม่เคยอ่านเรื่องของกอหญ้า ไรท์ไม่อยากให้อ่านข้ามน๊า 💞