Mag-log in“เตียงมันแคบพอสำหรับสองคน แต่ใจของอีกคนเหมือนจะล้ำเส้นไปไกลเกินกฎ FWB ระวังให้ดี คนที่รักก่อน มักเจ็บก่อนเสมอ” Friends with Benefits รักสนุกแต่ไม่ผูกพัน ความสัมพันธ์แบบไม่เปิดตัว ไม่มีสถานะ พวกเขาตกลงคบกันแบบไม่มีชื่อเรียก ไม่มีสถานะ ไม่มีสิทธิ์หึงหวง ไม่มีใครรู้ แม้แต่เพื่อนสนิท มีเพียงแค่ เวลาที่ว่าง กับ เตียงที่ว่าง เท่านั้น ที่ทำให้เขาและเธอ วนกลับมาหากันเสมอ แต่ในความสัมพันธ์ที่เหมือนจะเล่นๆ กลับมีบางคนรู้สึกจริงขึ้นมาทุกวัน… ในขณะที่อีกคนยังเย็นชาเหมือนไม่เคยเริ่มอะไรเลย จนวันหนึ่งมีคนนึงหายไป ไม่ทัก ไม่โทร ไม่มาหา และอีกคนก็เพิ่งรู้ว่า เจ็บกว่าการเลิก คือการไม่เคยได้เป็นอะไรเลยตั้งแต่แรก เพราะกฎเหล็กของ Friends with Benefits คือ “ห้ามรู้สึก ห้ามหวง ห้ามล้ำเส้น” แต่ถ้ารู้สึกขึ้นมาจริงๆ ล่ะ? ใครจะเป็นคนเจ็บก่อน? ความสัมพันธ์แบบนี้ เข้าแล้วออกยาก ถ้าใจไม่แกร่งพออย่าเล่นกับไฟ
view more“ไม่คุยกับแกแล้ว!” จินมองคนตัวเล็กตั้งหน้าตั้งตาเคี้ยวข้าวตุ้ย ๆ เพื่อหลบสายตาด้วยความเอ็นดู มือหนาดึงโอบไหล่บางเข้าหาตัวเพื่อเริ่มปฏิบัติการทำลูกชาย “ปล่อยเลยนะ...อื้อ!” ไอมิเอะแกล้งปัดมือหนาออกด้วยความเขินอาย ทว่ามีหรือที่คนอย่างจินจะยอม จินยิ่งขยับเบียดกายแกร่งเข้ามาจนชิดแผ่นหลังบาง ลมหายใจร้อน
“หลงตัวเอง…” เธองึมงำเสียงเบา “ฉันพูดความจริง” จินเลิกคิ้ว ก่อนจะคีบไข่ม้วนส่งมาจ่อริมฝีปากเธออีกครั้ง “อ้าปาก” ไอมิเอะก็หลุดยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะยอมอ้าปากรับแต่โดยดี ใบหน้าหวานก็แดงซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแทบจะไหม้ ก้อนเนื้อในอกซ้ายเต้นโครมครามจนหูอื้อไปหมด ทั้งขำ ทั้งเขิน ทั้งหมั่นไส้ในความหลงตัว
“ฉันอยากให้เมียกินดี ๆ ร่างกายจะได้แข็งแรง เวลาฉันเอา ลูกในท้องจะได้ไม่กระทบกระเทือน” “พูดบ้าอะไรเนี่ย!” ไอมิเอะแหวขึ้นเสียงหลง ใบหน้านวลแดงซ่านจนลามไปถึงคอระหงทันที ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างเขา แล้วคว้าตะเกียบขึ้นมาคีบอาหารเข้าปากคำโตเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายจนแก้มตุ่ย จินยกมุมปากขึ้นเพียงนิดอย่าง
“อายุครรภ์ยังน้อย ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ตามหลักแล้ว ช่วงไตรมาสแรกเป็นช่วงที่ต้องดูแลเป็นพิเศษอยู่แล้วแต่ถ้าพักผ่อนดี ดูแลตัวเองดี และสภาพจิตใจไม่แย่ลง ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง” “แล้วแผลที่หลังล่ะ” “อีกสักพักก็น่าจะดีขึ้น ขอแค่อย่าให้เกิดการอักเสบซ้ำ” “....” “อย่าปล่อยให้เมียเครียดล่ะ ช่วงนี้ก็ตาม
“ชอบสีไหน?” จินถามเสียงเรียบพลางชูชุดบิกินี่ทั้งสองชุดขึ้นตรงหน้า ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาใสซื่ออย่างคาดคั้น ไอมิเอะก็หน้าแดงซ่านลามไปถึงใบหู เธอพยายามหลบสายตาคู่นั้นที่เหมือนจะแผดเผาเสื้อผ้าของเธอให้ละลายหายไปเสียเดี๋ยวนี้ “...ต้องใส่ด้วยเหรอ” เธอถามเสียงแผ่ว พลางบีบมือตัวเองแน่นด้วยความเ
“มึงสวยจัง” คำชมสั้นๆ ที่หลุดออกมาจากปากผู้ชายหยาบกระด้างอย่างเขา ทำเอาไอมิเอะนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง หัวใจที่เต้นรัวอยู่แล้วยิ่งกระหน่ำแรงจนแทบจะหลุดออกมา ความร้อนผ่าวแล่นขึ้นมาจุกที่อกจนเธอทำตัวไม่ถูก ได้แต่เสหลบสายตาคมกริบนั้น “ทำไมยังเรียกกูมึงอยู่” แล้วพึมพำตอบกลับเพื่อกลบเกลื่อนความเขินที่กำลังพ
“พระเอกมาก เท่ห์สุดๆ เลย” เธอพูดออกมาอย่างจริงใจ ดวงตาเป็นประกายใสซื่อ “หึ พระเอกเหรอ” เขากระตุกยิ้มมุมปาก แสยะยิ้มเหมือนขำ “ทำไมยิ้มแบบนั้น แกจะบอกว่าตัวเองไม่ใช่พระเอกเหรอ” เธอมองเขาตาแป๋ว ใสซื่อจนแทบไม่รู้เลยว่าคำพูดตัวเองกำลังยั่วอะไรบางอย่าง เขาเอนตัวเข้ามาใกล้ ศอกเท้าพนักเก้าอี้ “เรากำลังช
“เราไม่ได้โกรธ...เราแค่...” คำพูดของเธอขาดช่วงไป ความรู้สึกกลัวมันเริ่มแล่นเข้ามาแทนที่เมื่อนึกถึงเหตุการณ์รุนแรงของเขาที่พร้อมจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ “แค่อะไร” เขาซุกหน้าลงกับซอกคอขาวเนียนอย่างออดอ้อน “แกน่ากลัว...มากเกินไป” “....” ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้งหลังจากประโยคนั้นออกจากปากเธอ จินชะง
RebyuMore