ログイン"ฝุ่น...ฝุ่นลูก...ยัยฝุ่น!!"
"คะ..คะแม่!!"
"เป็นอะไรลูกนั่งเหม่อตั้งนานสองนานแม่เรียกก็ไม่ได้ยิน"
"ปะ..เปล่าค่ะ ฝุ่นแค่ง่วงเมื่อคืนเลิกงานดึกน่ะค่ะ"
ฉันเลือกที่จะโกหกแม่แล้วพูดออกไปแบบนั้นทั้งๆที่อาการนั่งเหม่อลอยของฉันมันเกิดจากอะไรฉันเองก็รู้อยู่แก่ใจ
ตอนนี้ฉันมาหาแม่ที่โรงพยาบาลค่ะกว่าจะลากตัวเองออกมาจากที่นอนได้ก็เกือบค่ำฉันยอมรับว่าฉันยังเครียดยังเสียใจยังหดหู่ใจกับเหตุการณ์เลวร้ายเมื่อคืนที่มันตามมาหลอกหลอนฉัน
"ถึงว่าสิเมื่อคืนไม่เห็นมาแม่ก็เป็นห่วงกลัวว่าจะเป็นอะไร"
"ฝุ่นขอโทษนะแม่ที่ไม่ได้โทรมาบอกเมื่อคืนที่ผับแขกเยอะมากฝุ่นเลยเพลียน่ะค่ะเลยไม่ได้มาหาแม่"
โกหกอีกแล้วค่ะฉันไม่อยากโกหกแม่เลยจริงๆแต่ฉันจำเป็นต้องทำ
"พักบ้างก็ได้นะลูกหรือเลิกทำไปเลยก็ได้ไอ้งานกลางคืนน่ะแม่เป็นห่วงทำแค่ร้านกาแฟตอนกลางวันก็พอแล้วไหนจะเรียนอีกมันเหนื่อยมากนะลูก"
"ฝุ่นยังไหวค่ะแม่อีกอย่างงานที่ผับเงินดีมากๆฝุ่นจะได้มีเงินเยอะๆไว้รักษาแม่ไงคะ"
ฉันพูดกับแม่ออกไปแบบนี้หลังจากที่ท่านพูดเรื่องงานที่ฉันทำ ความจริงฉันทำงานสองที่ค่ะ ตอนกลางวันฉันทำงานที่ร้านกาแฟวันปกติก็ทำหลังเลิกเรียนถึงสองทุ่มหลังจากนั้นสามทุ่มครึ่งก็ไปทำงานที่ผับจนถึงตีหนึ่งตีสองแล้วก็ไปเรียนวันไหนมีเรียนเช้าก็จะเหนื่อยหน่อยค่ะแต่ฉันก็ทนได้เพราะงานที่ผับเงินดีจริงๆ
"โรคนี้มันไม่มีทางหายหรอกฝุ่นปล่อยมันไปตามเวรตามกรรมเถอะอีกอย่างแม่ก็ไม่ใช่.."
"แม่!! ไม่พูดแบบนี้สิยังไงแม่ก็คือแม่ของฝุ่นนะแล้วแม่ก็ต้องหายฝุ่นจะทำทุกอย่างเพื่อรักษาแม่..ฝุ่นรักแม่นะ"
ฉันรีบพูดแทรกแม่ขึ้นมาทันทีฉันรู้ค่ะว่าแม่จะพูดอะไรฉันไม่อยากได้ยินคำนี้จากแม่เลยค่ะสำหรับฉันไม่ว่าความจริงจะเป็นยังไงแม่คนนี้ก็คือแม่ของฉันแม่ที่เลี้ยงฉันมาตั้งแต่จำความได้
"แม่ก็รักฝุ่นนะลูกแล้วแม่ก็เป็นห่วงฝุ่นมากด้วย"
"แม่ไม่ต้องห่วงฝุ่นหรอกฝุ่นดูแลตัวเองได้แล้วฝุ่นก็ยังทำงานไหวแม่สบายใจได้เลย"
"ลูกสาวแม่เก่งอยู่แล้วแม่เชื่อว่าฝุ่นของแม่เก่งและฝุ่นก็ไม่ทำให้แม่ผิดหวังแน่นอน"
พอแม่พูดประโยคนี้ออกมาฉันถึงกับจุกไปเลยค่ะเพราะเมื่อคืนฉันพึ่งทำเรื่องที่แม่ต้องผิดหวังมาถึงแม้ว่าฉันจะไม่ได้ตั้งใจก็ตามคิดแล้วน้ำตาก็พาลจะไหลออกมาอีกแล้ว
ฉันต้องเข้มแข็งแค่ไหนถึงจะผ่านเรื่องนี้ไปได้อีกอย่างฉันยังต้องไปทำงานที่ผับเหมือนเดิมมันก็เลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเจอเขา คนใจร้ายคนนั้นแต่ก็ช่างเถอะค่ะตอนนี้เรื่องเงินสำคัญกว่าเพราะการทำคีโมครั้งต่อไปของแม่ต้องใช้เงินเยอะเลย อีกอย่างผู้ชายคนนั้นเขาก็จำฉันไม่ได้หรอกเพราะเมื่อคืนเขาได้แต่พร่ำเพ้อถึงคนอื่น
“ฝุ่น..แล้วสร้อยคอหายไปไหนลูก”
ฉันยกมือขึ้นมาลูบที่คอทันทีที่แม่ทัก สร้อยคอของฉันไม่มีจริงๆด้วยตอนอาบน้ำก่อนมาหาแม่ฉันก็ไม่ทันสังเกตมารู้ตัวว่ามันหายไปก็ตอนที่แม่ทักนี่แหละ
แล้วอยู่ๆในหัวฉันก็คิดอะไรบางอย่างออกมาฉันขออย่าให้มันเป็นแบบที่ฉันคิดเลยขออย่าให้มันหลุดแล้วร่วงตกอยู่ที่นั้นตอนที่เขาคนนั้นกำลังขืนใจฉันเพราะมือคืนคนใจร้ายคนนั้นทำเรื่องสารเลวนั้นกับฉันไปจนทั่วทุกมุมห้องก่อนที่จะมาจบที่เตียง
“ฝุ่นถอดไว้น่ะแม่ตอนอาบน้ำคงลืมใส่มา”
“อย่าทำหายนะลูกหนูรู้ใช่ไหมว่าสร้อยเส้นนั้นสำคัญกับหนูมากแค่ไหน”
“ค่ะแม่ แม่พักผ่อนได้แล้วค่ะวันนี้ฝุ่นไม่ไปทำงานฝุ่นจะอยู่เป็นเพื่อนแม่ทั้งวันเลย”
ฉันยิ้มแล้วพูดกับแม่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งๆที่ในใจฉันตอนนี้อยากไปตามหาสร้อยเต็มทีแล้วก็ตาม..อ่อ!!วันนี้ฉันลางานวันหนึ่งค่ะทั้งที่ร้านกาแฟและที่ผับฉันรู้สึกเหมือนไม่ค่อยสบายอีกอย่างฉันก็ยังไม่พร้อมเจอหน้าเขาตอนนี้
บ้านธิม
ตอนนี้ผมอยู่บ้านผมครับแม่โทรตามให้มาแล้วสาเหตุที่ตามก็คงมีแค่เรื่องเดียวครับเรื่องของน้ำชาที่ผมรับรู้มาเมื่อวานจนผมต้องดื่มจนเมาไม่รู้เรื่องรู้ราว
“ธิมโอเคใช่ไหมลูก”
“เรื่องอะไรครับแม่”
ผมแสร้งถามแม่ออกไปทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าที่แม่ถามหมายถึงเรื่องอะไร
“ธิมรู้ว่าแม่หมายถึงเรื่องอะไรตอบแม่มาเถอะว่าลูกโอเคไหมแม่กับป๊าเป็นห่วงธิมนะ”
“ธิมมีสิทธิ์ไม่โอเคได้ด้วยเหรอครับแม่”
"ธิม!"
แม่ผมเรียกชื่อผมด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเป็นห่วงหลังจากที่ผมตอบแม่แบบนั้น
"ธิมไม่เป็นไรหรอกครับแม่ก็แค่ งงๆ ที่น้องไม่เลือกธิมก็เท่านั้นเอง"
ผมตอบแม่ออกไปเมื่อเห็นว่าท่านดูกังวลและเป็นห่วงความรู้สึกของผม
"เรื่องความรักเราจะไปบังคับใจใครมันไม่ได้ธิมเข้าใจน้องใช่ไหม"
"ครับ!..ธิมจะพยายามเข้าใจ ตอนนี้น้องคงใกล้ชิดไอ้หมอนั่นมากกว่าธิมน้องถึงได้เทใจให้มันแต่ธิมเชื่อว่าถ้าน้องกลับมาเมื่อไหร่ธิมจะทำให้น้องกลับมารักธิมได้แน่ๆครับ"
ผมตอบแม่ออกไปแบบนี้ถึงแม้ว่าตอนนี้ในใจผมมันพังไปแล้วก็ตามแต่ผมเชื่อว่าผมสามารถทำให้น้ำชากลับมารักผมอีกครั้งได้แน่ๆ
"ธิม...น้องกำลังจะหมั้นนะลูกและที่น้องกลับมาน้องก็จะมาหมั้นกับคนรักของน้อง"
แม่พูดประโยคนี้ออกมากับผมอีกครั้งผมรู้ครับว่าแม่พยายามพูดเตือนสติผมถึงเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า
ใช่ครับ น้ำชารักแรกของผมเธอกำลังจะหมั้นกับคนอื่นที่ไม่ใช่ผมแต่ก็แค่กำลังจะหมั้นยังไม่ได้หมั้นและผมก็เชื่อว่าผมสามารถทำให้การหมั้นครั้งนี้ของน้ำชาล่มได้ผมเลยตัดสินใจพูดสิ่งนี้กับแม่ออกไป
"กำลังครับแม่แค่กำลังจะหมั้นแต่ยังไม่ได้หมั้นอะไรก็เปลี่ยนแปลงได้ครับ"
“ธิม ปล่อยน้องไปเถอะนะลูกยังไงๆน้ำชาก็เหมือนน้องสาวลูกควรจะดีใจกับน้อง”
“ไม่ครับแม่ธิมไม่เคยมองชาเป็นน้อง…ธิมรักน้ำชาครับแม่”
“ธิม!”
“ธิมกลับนะครับแม่”
“ธิม!! เดี๋ยวก่อนลูก…ธิม”
นี้คงเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมเดินหนีแม่แล้วปล่อยให้แม่เรียกตามหลังแบบนี้ผมไม่อยากฟังอะไรเกี่ยวกับน้ำชาตอนนี้แล้วก็ไม่อยากฟังใครมาพูดให้ผมปล่อยน้ำชาไป…
ไม่มีทางครับผมจะเอาน้ำชาของผมคืนมาจากไอ้นั้นให้ได้เรื่องทั้งหมดมันเกิดเพราะความห่างไกลที่ทำให้ชากับผมต้องจบแบบนี้แต่อีกไม่กี่วันชาก็จะกลับมาแล้วถึงจะมาเรื่องหมั้นกับไอ้นั้นก็ตามผมเชื่อว่าถ้าชากับผมได้ไกลชิดกันอีกครั้งชาต้องเปลี่ยนใจ
แต่ในขณะที่ที่ผมกำลังจะล้วงเอากุญแจรถในกระเป๋ากางเกงของผมมือผมก็ไปโดนกับของบางอย่างที่ผมเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกง ผมล้วงมันออกมาแล้วชูมันขึ้นมาดูตรงหน้า
สร้อยคอที่มีจี้ตัว F จริงสิวันนี้ผมต้องไปตามหาตัวเจ้าของสร้อยเส้นนี้ป่านนี้ไอ้บอสมันคงสืบให้ผมแล้วเรื่องที่ว่าใครเอาเหล้าขึ้นมาให้ผมแทนไอ้คิว
ก็อย่างที่บอกครับว่าผมติดใจความซิงของเธอคนนั้นอย่างน้อยๆก็จะเลี้ยงไว้เพื่อระบายอารมณ์ของผมที่ช่วงนี้มันไม่ค่อยปกติ
ตอนนี้ฉันสนใจอาการน่ากินตรงนี้มากกว่าค่ะอาหารเช้าแบบฝรั่ง ขนมปัง ไส้กรอก ไข่ดาว สลัดผัก น้ำส้มคั้น ทำไมสามีน้องเก่งแบบนี้ว่าแล้วฉันก็นั่งลงที่เก้าอี้ทันทีพร้อมทานมากค่ะ"น่ากินจัง""แต่ไส้กรอกของพี่น่ากินกว่าเยอะเลยนะคะ"ตอนที่ฉันพูดกับอาหารตรงหน้าพี่ธิมที่ไม่รู้โผล่มาตั้งแต่ตอนไหนเดินมาจับไหล่ฉันแล้วกระซิบข้างหูฉันด้วยประโยคทะลึ่งนี้"พี่ธิม!! ว้ายย...ทำไมไม่ใส่เสื้อค่ะแล้วนุ่งแค่ผ้าขนหนูผืนเดียวแบบนี้ออกมาได้ยังไงน่าเกลียด"อยากจะบ้าตายค่ะที่พอหันไปมองคนข้างหลังสายตาฉันก็ปะทะกับแผงอกขาวฟซิกแพคแน่นของพี่ธิมแถมพ่อทูนหัวของฉันยังพันผ้าขนหนูที่ช่วงล่างอย่างหมิ่นเหม่มายืนโชว์ที่โต๊ะกินข้าว"ตอนแรกพี่จะไม่ใส่อะไรเลยด้วยซ้ำจะเปลือยกายออกมาเลย""พูดจาหน้าเกลียดถอยไปเลยค่ะอย่ามายืนเอาไอ้นั้นชี้หน้าน้องแบบนี้นะ"ฟังไม่ผิดหรอกค่ะที่ได้ยินฉันต่อว่าเขาแบบนี้ก็ตอนนี้พ่อตัวดีขยับตัวเดินมายืนติดกับเก้าอี้ที่ฉันนั่งอยู่แล้วหมุนตัวฉันให้หันไปทางที่เขายืนนึกภาพออกกันใช่ไหมคะฉันนั่งแล้วเขายืนหน้าฉันอยู่ในระดับเดียวกันกับที่ไส้กรอกของเขาอยู่พอดี"ว้าย!!ปล่อยมือน้องค่ะ""ไม่ปล่อย""พี่ธิม!! อี้...หยุดกระ
"อ๊ะ!""อย่าดิ้นแรงสิลูกคุณแม่เจ็บนะครับ"และทุกครั้งที่พี่ธิมคุยกับลูก ๆ ก็จะดิ้นทุกครั้งที่ได้ยินเสียงป๊ะป๋าของเขาหลังๆมานี้ดิ้นแรงมากค่ะแรงจนฉันเผลอร้องออกมาพอลูกดิ้นพี่ ธิมก็เดินไปหยิบหนังสือนิทานมาอ่านให้ลูกฟังเขาขึ้นมานอนบนเตียงกับฉันแล้วขยับตัวลงมาให้หน้าเขาอยู่ตรงหน้าท้องฉันแล้วก็เริ่มเล่านิทานให้ลูกฟังพร้อมกับลูบท้องฉันอยู่อย่างนั้นฉันมีความสุขจังเลยค่ะที่มีผู้ชายอ่อนโยนอบอุ่นอย่างพี่ธิมเป็นสามีและลูกฉันก็โชคดีมากที่มีป๊ะป๋าแบบนี้สองเดือนผ่านไปอุ๊แว้!! อุ๊แว้!!ผมยืนน้ำตาคลออยู่หน้าห้องคลอดด้วยความรู้สึกดีใจที่ได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ดังออกมา ลูกผมออกมาแล้วครับถ้าไม่ติดว่าเมียผมต้องผ่าผมคงเข้าไปด้วยแล้วถ้าคลอดเองผมคงได้อยู่ในนั้นกับน้องด้วย“ยินดีด้วยเว้ยคุณพ่อคนใหม่ร้องดังฉิบหายหลานกู”ไอ้นาวาพูดขึ้นแล้วเดินมาตบไหล่ผมเบาๆตอนนี้พวกแม่งพากันมาอยู่หน้าห้องคลอดเป็นเพื่อนผมหมดครับขนาดไอ้เซอร์เวย์ที่ลูกมันคลอดก่อนลูกผมไปสี่เดือนก็ยังมาก็อย่างว่าแหละครับพวกผมห้าคนจะอยู่ในช่วงเวลาที่สำคัญของกันและกันเสมออุ๊แว้!! อุ๊แว้!!“เฮ้ย!!!ทำไมมีเสียงเด็กร้องออกมาอีกรอบวะเสียงไม่เหมือนเดิมด้
-วันรุ่งขึ้น-"สวยจังบ้านใครเหรอคะ"ฉันถามพี่ธิมออกมาเมื่อเขาพาฉันมาที่บ้านหลังหนึ่งบ้านสไตล์ที่ฉันชอบดูตัวอย่างในอินเตอร์เน็ตบ้านหลังสีขาวสไตล์วินเทจมีสวนดอกไม้หน้าบ้านมีสนามหญ้าเหมือนบ้านในฝันที่ฉันอยากได้เลย"บ้านใครก็ไม่รู้ค่ะพอดีพี่บังเอิญเห็นเจ้าของเขาดูรูปบ้านสไตล์นี้บ่อยๆ"ฉันละสายตาจากบ้านหลังน่ารักตรงหน้าแล้วหันไปมองหน้าพี่ธิมทันทีแล้วฉันก็เห็นว่าเขากำลังยิ้มให้ฉันอย่างเจ้าเล่ห์อย่าบอกนะว่าเขาแอบเห็นฉันดูแบบบ้านพวกนี้"พี่ธิม...หมายความว่าไงคะ""บ้านของน้องค่ะพี่ทำให้น้องแล้วมันก็จะเป็นเรือนหอของเรา""ระ...เรือนหอเหรอคะ"ฉันนี่ถึงกับถามเขากลับไปอย่างอึ้งๆเลยค่ะที่รู้ว่าเขาสร้างบ้านทำเรือนหอรอฉันแล้ว"เข้าไปดูข้างในกัน"พูดจบพี่ธิมก็เดินจูงมือฉันเข้าไปในบ้านแต่พอก้าวขาเข้ามาเท่านั้นแหละฉันถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่"นี่มัน! ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ""นี่มัน!! ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ"“ตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเจอกันในผับหลังจากที่พี่กับน้องมีอะไรกันแล้ววันที่น้องเดินถือถาดมาชนกับพี่”ผมตอบน้องออกไปเมื่อน้องถามขึ้นมาหลังจากที่น้องก้าวเท้าเข้าไปในบ้านน้องยืนมองรูปตัวน้องเองในอิริยาบถต่างๆที่ผ
"เมื่อหัวค่ำน่ะเจ็บมาก...แต่ตอนนี้หายแล้ว""อื้อ!!"พูดจบพี่ธิมก็ประกบปากจูบฉันทันทีจูบเอาจูบเอาอย่างกับคนตายอดตายยากจูบจนฉันเริ่มจะควบคุมสติตัวเองไม่อยู่แล้วยอมรับเลยค่ะว่าจูบของเขาทำให้ฉันเคลิ้มตามได้ไม่ยากบวกกับอารมณ์ของฉันตอนนี้อีกอย่าหาว่าฉันแรดเลยนะคะความรู้สึกแบบนี้มันเป็นไปตามกลไกของร่างกายค่ะยิ่งฉันกับเขาไม่ได้มีอะไรกันมาเกือบสองอาทิตย์มันก็เป็นธรรมดาที่จะจุดติดง่ายยิ่งทุกส่วนในร่างกายของพี่ธิมทำหน้าที่ได้ดีไปหมดปากก็จูบฉันไปมือก็ลูบไล้ผิวกายของฉันจนขนอ่อนลุกไปหมดไม่พอพี่ธิมยังบีบขยำที่อกของฉันท่อนล่างของเขาก็แนบชิดเบียดเสียดจนสติฉันกระเจิงไปหมดแล้วด้วยเวลาเพียงไม่นานพี่ธิมคอยๆปลดสายรัดชุดคลุมที่ฉันใส่อยู่ออกจนร่างกายฉันเปลือยเปล่าส่วนตัวเขาที่มีแค่ผ้าขนหนูผืนเดียวพันรอบเอวไว้อย่างหมิ่นเม่เขาก็กระชากมันออกเรียบร้อยแล้วด้วย"อยากย่ำยีพี่แทนเหรอคะคนดี"พี่ธิมถามฉันทันทีเมื่ออยู่ๆฉันพลิกตัวเขาให้นอนลงแล้วเปลี่ยนเป็นฉันที่ขึ้นอยู่บนตัวเขาแทนอยากให้ผัวรักผัวหลงเราต้องหัดคุมเกมบ่อยๆคำพูดประโยคนี้ที่พี่มิกกี้บอกฉันๆคงได้ลองใช้วันนี้แล้วล่ะค่ะ"แล้วคนดีของน้องจะยอมให้น้องย่ำยีไหมล่ะ
สองชั่วโมงผ่านไป"คนดีกินข้าวเสร็จแล้วนอนดูหนังกันไหมคะ""ไม่ค่ะ..น้องจะกลับแล้วไว้วันหลังนะคะ"ฉันบอกพี่ธิมออกไปหลังจากที่ทานข้าวเสร็จคืนนี้ฉันไม่ค้างที่นี้แน่นอนค่ะฉันรู้ดีว่าถ้าค้างมันจะไม่จบแค่นอนหลับไปเฉยๆ พี่ธิมหื่นแค่ไหนก็รู้กันอยู่ค่ะยิ่งเป็นอาทิตย์แล้วที่เขาไม่ได้กินฉัน รับรองถ้านอนคืนนี้ฉันตายแน่ๆค่ะถึงหน้าตาพี่ธิมจะดูอ่อนโยนแต่ลีลาบนเตียงพี่แกอย่างดุมากเลยนะคะ"แค่นอนด้วยกันเองค่ะ...นะคะ พี่คิดถึงไม่ได้กอดเป็นอาทิตย์พี่นอนไม่หลับเลย""ไม่ต้องเลยค่ะ! น้องรู้ว่าพี่จะไม่นอนเฉยๆอย่างเดียวแน่นอน""โธ่!!คนดีขาน้องลืมอะไรไปรึเปล่าว่าน้องทำอะไรกับธิมน้อยพี่ไว้พี่เจ็บขนาดนี้พี่ไม่มีปัญญาทำอะไรคนดีหรอกค่ะแค่แรงจะเดินไปอาบน้ำยังไม่มีเลย""มันเจ็บขนาดนั้นเลยเหรอค่ะ"ฉันถามเขาออกไปอย่างรู้สึกผิดนิดๆที่ทำรุนแรงกับเขาก็พอรู้มาบ้างค่ะว่าตรงนั้นของผู้ชายโดนกระทบนิดๆหน่อยมันก็ทำให้จุกได้แล้วฉันก็เล่นบิดไปซะเต็มแรงตั้งสองรอบจนพี่ธิมถึงกับตัวงอหน้าเขียวเลย"เจ็บค่ะทั้งเจ็บทั้งจุกใช้การไม่ได้แล้วมั้ง""ไม่ขนาดนั้นหรอกมั้งคะถึงกับใช้การไม่ได้นั่นก็เกินไป""ทำไมเหรอ! กลัวว่าจะไม่มีใช้เหรอคะ""พี่
"ไปครับคนดี"ไปไหนน้องยังไม่ได้กระเป๋าเลยค่ะพี่จ๋าอยู่ดีๆด่ายัยดาด้าจบก็ชวนฉันออกจากตรงนี้ซะงั้น น้ำเสียงที่พูดกับฉันผิดกับที่พูดกับยัยดาด้าราวฟ้ากับเหวยัยดาด้านี้มองฉันตาเขียวขบกรามแน่นเลยค่ะตอนแรกว่าจะไม่อะไรแล้วนะแต่เห็นสายตาที่นางมองฉันเมื่อกี้มันหมั่นไส้อยากได้นักใช่ไหมกระเป๋าใบที่ลูบๆคลำๆเดี๋ยวแม่จะฉกให้ดู"ไปไหนคะน้องยังไม่ได้กระเป๋าเลย"ฉันพูดแล้วทำเสียงอ้อนๆพี่ธิมจนเขาแปลกใจกับท่าทางของฉัน"จะเอาใบไหนค่ะเลือกได้รึยัง"พี่ธิมก็ยังเป็นพี่ธิมที่อ่อนโยนกับฉันเสมอเขาพูดกับฉันโดยที่ไม่แคร์สายตาที่ยัยดาด้านั้นมองมาเลยสักนิด"น้องอยากได้.....ใบนี้ค่ะ"ฉันพูดแล้วมองไปที่กระเป๋าที่ยัยดาด้ากำลังจับอยู่หมับ!!"นี่!!"ฉันยื่นมือไปหยิบกระเป๋าใบนั้นลงมาจากชั้นวางทั้งๆที่มือยัยดาด้ายังจับคาไว้อยู่จนนางหันมาโวยใส่ฉัน"ขอโทษนะ เห็นดูอยู่นานไม่เอาสักทีขอก่อนแล้วกันนะพอดี สามีฉัน เขารีบกลับ"เอาแล้วไหมละครับฝุ่นเล่นดาด้าแล้วครับแต่ผมแม่งอึ้งแดกที่น้องเรียกผมว่าสามีซึ่งน้องไม่เคยใช้คำนี้กับผมเลยมีแต่ผมที่ยัดเยียดพูดคำนี้กับน้อง"ฉันดูอยู่เธอไม่เห็นรึไง""เห็น! แล้วก็เห็นดูอยู่นานแล้วด้วยแต
โชว์รูมรถของธิม"ว่าไงสรุปมึงรู้รึยังว่าเป็นใคร"ผมถามไอ้บอสทันทีที่มันมาหาผมที่โชว์รูมอีกครั้งหลังจากที่ผมให้มันไปถามไอ้คิวตอนนี้ผมกลับมาที่โชว์รูมครับหลังจากที่ออกมาจากบ้านแม่"เฮ้อ!! รู้เแล้วครับเฮียก็หลังจากที่เฮียเรียกผมมาหาเมื่อเช้าผมก็ไปสืบให้เฮียเลย""รู้แล้ว! แต่ทำไมหน้ามึงดูบอกบุญไม่รับแบ
"ตกใจอะไร..ฉันแค่กอดเอง"คุณธิมพูดคำนี้ออกมาด้วยเสียงแหบพร่าแล้วสายตาของเขาตอนนี้มันน่ากลัวมากเลยตาเขาแดงกล่ำไม่รู้ว่าเพราะความเมาหรือเพราะอะไรแถมเขายังก้มหน้ามามองหน้าฉันใกล้ๆจนตอนนี้ฉันเริ่มสั่นเพราะความกลัวเขาแล้ว"ปล่อยค่ะ!! คะ…คุณจะทำอะไร"ฉันพยายามบิดตัวออกจากการโอบกอดของเขาแล้วพูดกับเขาด้วยเ
บ้านใหม่หลังกลางเก่ากลางใหม่ในซอยแห่งหนึ่ง-เวลา 12.00 น-"อือ!! ทำไมมันปวดไปทั้งตัวแบบนี้นะ"ฉันพูดกับตัวเองด้วยเสียงที่แหบพร่าเมื่อฉันตื่นขึ้นมาแล้วกำลังจะขยับตัวแต่ร่างกายฉันตอนนี้มันเหมือนโดนรถสิบล้อทับยังไงยังงั้น"อ๊ะ...ซี๊ด"พอฉันรวบรวมเรี่ยวแรงที่มีเพื่อจะลุกออกจากเตียงฉันก็ต้องร้องออกมาอย่
ห้องนอนชั้น2ของHalem pub"อ่าาห์!! ปวดหัวชะมัด"ผมที่กำลังงัวเงียตื่นขึ้นมาก็พึมพำกับตัวเองเบาๆพลางยกมือขึ้นมานวดขมับทั้งสองข้างของตัวเองอย่างสลึมสลือเมื่อคืนผมแม่งเมาหนักเลยเหรอวะ"ทำไมห้องแม่งเละขนาดนี้วะเนี่ย"พอกวาดสายตามองรอบๆห้องที่ตอนนี้เกลื่อนกราดไปด้วยเสื้อผ้าของผมเองที่ถอดไว้เกลื่อนไปหมด







