Masukบทที่ 3
ล่อเหยื่อ
ระหว่างนั่งรถไปที่ใดสักแห่งกับชายหนุ่มที่เพิ่งเคยเจอหน้า ทัชชากำสายกระเป๋าแน่น ภายในห้องโดยสารถฟุกปกคลุมด้วยไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศและเสียงเครื่องยนต์
“เงียบจัง กลัวพี่ขนาดนั้นเหรอคะ”
“เปล่าค่ะ แค่สงสัยว่าพี่ไทเกอร์จะพาชาไปไหน”
“แล้วน้องชาอยากไปไหนล่ะคะ” เขาชะลอรถเพื่อหยุดฟังเธอพูด ก่อนเหลือบตามองเธอด้วยรอยยิ้มบางๆ “หรืออยากนั่งรถเล่นเฉยๆ?”
ทัชชาหันหน้าไปทางหน้าต่าง มองวิวสองข้างทางที่ค่อยๆ เคลื่อนผ่านอย่างเชื่องช้า แสงไฟจากถนนสะท้อนผ่านกระจกเข้ามากระทบใบหน้าเธอเป็นระยะ จนเห็นได้ชัดว่าปลายแก้มเริ่มระเรื่อแดงจางๆ
“ไม่ได้อยากนั่งรถเล่นหรอกค่ะ แต่อยากรู้มากกว่า ว่าพี่ไทเกอร์ตั้งใจจะพาไปไหนแน่” น้ำเสียงของเธอฟังดูนิ่ง แต่ปลายนิ้วที่กำกระเป๋าแน่นกลับบอกอีกอย่าง
“ถ้าพี่บอกว่าจะพาไปดูดาว น้องชาจะกล้าลงจากรถไหม”
“ดูดาว… กลางเมืองแบบนี้เหรอคะ?”
“อืม” เขายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้เต็มไปด้วยเจตนาร้าย แต่กลับมีบางอย่างในแววตาที่อ่านยาก ทั้งอบอุ่น ทั้งแฝงความลึกลับ
ทัชชาใจเต้นแรงกว่าเดิม เธอไม่แน่ใจว่าเพราะกลัว หรือเพราะเสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นใกล้หูเกินไปกันแน่
“พี่ไทเกอร์ชอบทำให้คนอื่นเดาใจไม่ออกแบบนี้ตลอดเลยเหรอคะ”
“เฉพาะกับคนที่พี่อยากรู้จักเท่านั้นแหละ” เขาตอบเรียบๆ ก่อนเหยียบคันเร่งอีกครั้ง รถเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างนุ่มนวล ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบงันแต่เต็มไปด้วยแรงสั่นสะเทือนบางอย่างที่ทั้งคู่ไม่กล้าเอ่ยออกมา
ทัชชายังคงมองออกไปนอกหน้าต่าง แต่ภาพตรงหน้ากลับเริ่มพร่าเลือน เพราะหัวใจเธอไม่ยอมอยู่เฉย มันเต้นแรงเสียจนได้ยินชัดในหูตัวเอง
เสียงเพลงเบาๆ จากลำโพงในรถดังคลอ ทว่าทุกอย่างรอบข้างกลับเหมือนเงียบลง เมื่อเสียงของเขาเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“รู้ไหม พี่ชอบอาการเขินของน้องชาแบบนี้นะ”
เธอหันกลับมามองเขาอย่างตกใจเล็กน้อย
“พี่พูดอะไรคะ”
“ก็พูดความจริงไง” ไทเกอร์ยิ้มบาง ก่อนจะลดความเร็วรถลง แล้วเอื้อมมือมาหยิบแก้วน้ำข้างที่เธอวางไว้ แต่ปลายนิ้วกลับเฉียดหลังมือเธอเข้าอย่างจงใจ
ความอุ่นจากผิวเขาแล่นขึ้นไปทั่วแขน เธอชักมือกลับแทบไม่ทัน ใบหน้าเริ่มร้อนจัด
“พี่ตั้งใจหรือเปล่าคะ”
“ถ้าบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ น้องจะเชื่อไหมคะ?” น้ำเสียงของเขานุ่มแต่แฝงแววท้าทาย
ทัชชาเม้มริมฝีปาก ไม่กล้ามองตรงไปยังใบหน้าคมเข้มที่อยู่ห่างไม่ถึงช่วงแขน เธอรู้สึกเหมือนอากาศในรถแคบลงกว่าปกติ ความใกล้ชิดเพียงแค่นี้กลับทำให้หายใจติดขัด
ไทเกอร์เหลือบมองเธอจากหางตา ก่อนจะพูดเสียงแผ่ว
“อย่าเกร็งสิคะ พี่ไม่กัดเราหรอก”
“แต่พี่ก็ดูน่ากลัวนะคะ ผู้ชายพูดคะขา เขาว่าเจ้าชู้” เธอพึมพำเสียงเบา
“งั้นอย่ามองที่ตาพี่” เขากระซิบ พลางเอนตัวเข้ามาเล็กน้อยจนกลิ่นน้ำหอมของเขาแตะปลายจมูก
หัวใจของทัชชาแทบหยุดเต้น ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะแรงดึงดูดบางอย่างที่ไม่อาจปฏิเสธได้เลย
“เราไปจำจากใครมา ว่าผู้ชายที่พูดคะขาต้องเจ้าชู้ทุกคน?”
“ก็…ชาได้ยินมาแบบนั้นค่ะ ก็มีจริงๆ นี่คะ”
“พี่ไม่เถียง แต่พี่…อาจไม่ใช่อย่างที่น้องคิดก็ได้นะคะ”
“แสดงว่าปกติพี่ไทเกอร์ก็พูดแบบนี้กับสาวๆ”
“เฉพาะคนน่ารักมากกว่า”
“แต่ชาไม่ได้น่ารักขนาดนั้น ชา…ชาแค่น่ารักนิดหน่อย”
ไทเกอร์หัวเราะเบาๆ อย่างขำขัน ก่อนหันมองหน้าเธอเสี้ยวหนึ่ง
“งั้น…น้องชาไปดูดาวกับพี่แล้วใช่ไหมคะ?”
“นั่งมาขนาดนี้แล้ว ชาคงไม่กล้าปฏิเสธหรอกค่ะ”
“แล้วยังกลัวไหม”
“ไม่ได้กลัวค่ะ แต่แค่ยังไม่ชิน เพราะตอนที่เราคุยกันในแชต…ชาคิดว่าพี่ไทเกอร์น่าจะเป็นคนเงียบๆ กว่านี้”
“เหรอ เราคิดแบบนั้น?”
“ค่ะ”
ไทเกอร์เพียงยิ้มมุมปาก แล้วหันไปมองถนน
รถแล่นต่อไปอย่างช้าๆ จนเสียงล้อบดกับพื้นถนนกลายเป็นจังหวะที่สอดคล้องกับเสียงหัวใจของทัชชา เธอก้มหน้าลงมองมือบนตัก พยายามซ่อนความสั่นไว้ไม่ให้เขาเห็น ทว่าคนข้างๆ ดูจะจับจังหวะนั้นได้อย่างง่ายดาย
“มือเย็นจังนะ”
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น ก่อนที่ปลายนิ้วของไทเกอร์จะเอื้อมมาแตะหลังมือเธอเบาๆ คราวนี้ไม่เฉียด แต่สัมผัสเต็มๆ เธอสะดุ้งเล็กน้อย
“พี่…”
“อย่าหนีสิ แป๊บเดียวเอง” เขากล่าวด้วยรอยยิ้มที่ดูทั้งอบอุ่นและเจ้าเล่ห์ในเวลาเดียวกัน
สัมผัสของเขาไม่ได้รุนแรง แต่กลับแนบแน่นอย่างมีเจตนา ความอุ่นจากฝ่ามือชายหนุ่มค่อยๆ แทรกซึมเข้ามาในผิวจนหัวใจของทัชชาสั่นระรัว เธอไม่รู้ว่าควรผลักออกหรือปล่อยให้เป็นอย่างนั้นต่อไปดี
“พี่แค่กลัวน้องจะหนาว” เขาพูดเรียบๆ แต่สายตาที่จ้องเธอผ่านแสงไฟส้มจากเสาไฟข้างทาง กลับบอกชัดว่ามันมากกว่าความห่วงใยธรรมดา
“ไม่หนาวค่ะ…” เสียงของเธอสั่นเล็กน้อยจนแทบฟังไม่ออก
“แต่ใจน้องชาเต้นแรงแบบนี้ พี่ไม่แน่ใจแล้วว่าเป็นเพราะหนาว หรือเพราะอย่างอื่น”
เขาโน้มตัวเข้ามาอีกนิด เสียงพูดชิดข้างหูจนลมหายใจอุ่นๆ ของเขาแตะผิวเธอ
ทัชชาเผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะ สายตาสองคู่สบกัน โลกภายนอกเหมือนหยุดเคลื่อนไหว เหลือเพียงแรงดึงดูดที่มองไม่เห็นคอยฉุดให้ทั้งคู่เข้าใกล้กันเรื่อยๆ
แต่ก่อนที่ระยะนั้นจะหายไปจนหมด ไทเกอร์กลับหัวเราะเบาๆ ถอนมือออก และหันกลับไปจับพวงมาลัยอีกครั้ง
“แค่นี้ก่อน เดี๋ยวพี่จะขับเลยทาง”
ทัชชาได้แต่หายใจไม่ทั่วท้อง ใบหน้าแดงซ่านขณะมองเสี้ยวหน้าคมของเขาในแสงไฟรถที่ทอดยาวไปข้างหน้า แล้วเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองไม่อยากให้ แค่นี้ก่อน อย่างที่เขาว่าเลย
ตอนพิเศษ 2 จบรถจอดสนิทตรงลานเล่นน้ำ เสียงเพลงสงกรานต์ดังคลอคลื่นผู้คนที่เดินสวนกันไปมา บรรยากาศคึกคักแต่ไม่วุ่นวายเกินไป แดดบ่ายสะท้อนหยดน้ำที่ลอยในอากาศเป็นประกายระยิบทัชชาเดินอยู่ข้างไทเกอร์ตลอด มือหนึ่งถือปืนฉีดน้ำ อีกมือเกาะแขนเขาไว้หลวมๆ เหมือนเผลอทำโดยไม่รู้ตัวไทเกอร์ก้มมองแล้วก็ยิ้ม เขาไม่ได้พูดอะไร แค่ปล่อยให้เธอเกาะแบบนั้น ไม่นานนัก กลุ่มสาวสองสามคนเดินเข้ามาใกล้ หนึ่งในนั้นถือกระป๋องแป้งดินสอพอง ยิ้มสดใส“พี่คะ ขอปะแป้งหน่อยได้ไหมคะ” เสียงใสเอ่ยถาม พร้อมยื่นมือมาทางไทเกอร์ไทเกอร์ชะงักไปนิดเดียว ก่อนจะหันไปมองทัชชาโดยอัตโนมัติ ทัชชาเองก็หยุดเดินทันที เธอไม่ได้ทำหน้าดุ ไม่ได้พูดแรง แค่ขยับเข้าไปยืนใกล้เขามากขึ้นอีกนิด แล้วเอียงศีรษะมองด้วยสายตานิ่งๆ“เอ่อ…” สาวคนนั้นเริ่มชะงักเมื่อเห็นท่าทีทัชชายกมือขึ้นแตะแก้มไทเกอร์เบาๆ เหมือนเช็กอะไรบางอย่าง ก่อนจะยิ้มบางๆ อย่างสุภาพ“ขอโทษนะคะ วันนี้แก้มพี่เขามีเจ้าของแล้วค่ะ”คำพูดไม่ได้แข็ง แต่ชัดเจนพอจะทำให้คนฟังเข้าใจ ไทเกอร์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ พลางยกมือขึ้นโบกนิดๆ เป็นเชิงขอโทษ“โทษทีนะครับ”กลุ่มสาวหัวเราะเขินๆ ก่อนจะถอยออกไปอย่า
ตอนพิเศษ 1เทศกาลสงกรานต์ทัชชายืนมัดผมอยู่หน้ากระจกในห้องน้ำคอนโดฯไทเกอร์ เธอมัดผมจุกสองข้างและติดทานตะวันดอกใหญ่ไว้บนหัว“จริงจังขนาดนั้นเลยเหรอคะ” ไทเกอร์เดินมาหยุดอยู่หน้าห้องน้ำ กอดอกและพิงกรอบประตูมองแฟนสาวอย่างยิ้มๆ“นานๆ ได้เล่นน้ำวันสงกรานต์ ขอนิดหนึ่งนะคะ” เธอหันมามองเขา ก่อนจะเดินเข้ามาจุ๊บริมฝีปากหนาเบาๆ “พี่ก็รีบแต่งตัวสิคะ เดี๋ยวพวกพี่ซานพี่กรีนรอนานนะ”“พี่จะใส่เสื้อฮาวายทับเสื้อกร้ามกับกางเกงขาสั้น โอเคไหม”ทัชชาหันกลับมามองเขาอีกครั้ง พอเห็นว่าไทเกอร์ยืนนิ่งรอคำตอบอยู่ เธอก็ก้าวเข้าไปประชิดร่างสูงก่อนจะยกมือแตะปกเสื้อฮาวายที่เขายังไม่ได้ใส่ด้วยสีหน้าเหมือนกำลังพิจารณาอะไรบางอย่าง“ใส่ได้ค่ะ…หล่ออยู่แล้วนี่นา”เธอพูดเสียงเบา แต่ต่อให้พูดชมยังไง แววตากลับมีความกังวลบางอย่างซ่อนอยู่ไทเกอร์เลิกคิ้วขึ้นนิดๆ“ทำหน้าแบบนั้น ทำไมคะ หึง?”ทัชชาเชิดหน้าหน่อยๆ แล้วทำเป็นปัดผมตัวเอง“ไม่ได้หึงสักหน่อยค่ะ แค่…” เธอหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาเต็มๆ “พี่ห้ามให้ผู้หญิงคนอื่นปะแป้งแก้มพี่นะคะ”ไทเกอร์เบิกตาน้อยๆ ด้วยความขำ“หืม? ออกคำสั่งเหรอ”“ใช่ค่ะ ออกคำสั่ง” เธอพูดเสี
บทที่ 50 THE ENDหลังจากเก็บโต๊ะกันเสร็จ ไทเกอร์ก็พาทัชชาเดินออกมาที่สวนหลังบ้าน สนามหญ้ากว้างที่เต็มไปด้วยต้นลีลาวดีและแสงแดดอุ่นๆ ของบ่ายวันเสาร์ เสียงลมพัดเอื่อยทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลายขึ้นเรื่อยๆทัชชาเดินตามเขาอย่างเงียบๆ ใจยังเต้นแรงแต่เป็นจังหวะที่เต็มไปด้วยความสุขมากกว่าเดิม หลายครั้งที่เธอหันไปมองหน้าต่างบ้านหลังนั้น เห็นแม่ไทเกอร์มองตามมาด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ราวกับฝากลูกชายไว้กับเธออย่างเต็มใจไทเกอร์หยุดเดินตรงศาลาไม้เล็กๆ กลางสวน ก่อนหันมาหาเธอ“เป็นไงคะ ผ่านด่านพ่อแม่พี่แล้วไหม”ทัชชาหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ“ผ่านแบบไม่ต้องแก้ตัวเลยค่ะ คุณพ่อคุณแม่พี่น่ารักมาก”“ก็บอกแล้วไง” เขายื่นมือมาดึงเอวเธอเข้าหาตัว ก่อนโน้มใบหน้าลงมาใกล้“น่ารักพอๆ กับแฟนพี่นั่นแหละ”“พี่ไทเกอร์!” เธอตีไหล่เขาเบาๆ หน้าแดงจัด แต่มุมปากก็ยกยิ้มไม่หยุดไทเกอร์หัวเราะในลำคอ ก่อนรั้งเธอให้นั่งข้างๆ บนเก้าอี้ไม้ยาวเสียงสายน้ำจากบ่อเลี้ยงปลาข้างศาลาดังคลอตามธรรมชาติ เขาเอนหลังพิงเสา มองเธอด้วยสายตาอ่อนโยนจนทัชชาต้องใจสั่น“ตั้งแต่คบกันมา…” เขาพูดเสียงเบาแต่ชัด “พี่ไม่เคยพาใครเข้ามาพบพ่อแม่เลยนะคะ นอกจากเรา”ทัช
บทที่ 49 สัญญาเขาและเธอคบกันมาในฐานะแฟนได้ราวสองเดือนแล้ว ช่วงเวลาที่เหมือนจะสั้น แต่กลับเต็มไปด้วยความผูกพันที่ลึกขึ้นทุกวัน และในวันหยุดสัปดาห์นี้ ไทเกอร์ก็ถือโอกาสพาทัชชาออกมาเดินเล่นที่ห้างด้วยกันแบบสบายๆ“อยากกินอะไรไหมคะ เดี๋ยวพี่พาไป” ไทเกอร์ถามพลางจับมือเธอไม่ปล่อยทัชชาหันมามองเขาอย่างเป็นห่วง“วันนี้พี่พาชามาซื้อของทั้งที ชาต้องเป็นฝ่ายถามมากกว่านะคะ ว่าพี่อยากกลับไปพักไหม ชาเห็นพี่ทำงานทั้งคืนเลย กลัวพี่พักผ่อนไม่พอ”“สบายมากค่ะ” เขายิ้มบางๆ “ช่วงใกล้จบก็แบบนี้แหละ งานเยอะหน่อย แล้วพี่ก็มีงานที่บริษัทพ่อแม่รออยู่ด้วย ค่อยๆ ทำไป เดี๋ยวก็เสร็จ”ทัชชาพยักหน้าเบาๆ“ดีจังค่ะ พ่อชาก็บอกไว้เหมือนกันว่า ถ้าเรียนจบจะให้ชาเข้าไปช่วยงานที่บริษัท”ไทเกอร์ชะงักเล็กน้อย ก่อนหันมามองหน้าเธออย่างจริงจังขึ้น“ว่าไป…พี่ยังไม่ได้พาชาไปเจอพ่อแม่เลยนะ เราอยากไปไหม”ทัชชาหลุบตาลงนิดหนึ่ง ความกังวลแผ่ซ่านออกมาอย่างชัดเจน“จะดีเหรอคะ พ่อแม่พี่ไทเกอร์จะรับชาไหม คือ…ชากลัวนิดหน่อยค่ะ”ไทเกอร์จับมือเธอแน่นขึ้นอย่างให้ความมั่นใจ“ทำไมจะรับไม่ได้ล่ะคะ พ่อแม่พี่ใจดีมากนะ”เธอสูดหายใจเบาๆ ก่อนส่งยิ้มกล
บทที่ 48 ออกตัวหลายสัปดาห์ต่อมาทัชชานั่งอ่านหนังสืออยู่กับเพื่อนที่ประจำในช่วงบ่ายระหว่างรอเข้าเรียนอีกหนึ่งคลาส เธอพลิกหน้ากระดาษไปเรื่อยๆ จนกระทั่งรู้สึกเหมือนมีคนมายืนอยู่ด้านหลัง แล้วเงาของเขาก็ทอดลงมา รอยยิ้มหวานปรากฏขึ้นบนใบหน้าเธอทันที“ทำอะไรอยู่เหรอคะคนดี” ไทเกอร์โน้มตัวลงกระซิบเสียงพร่าข้างหู แล้ววางกล่องโดนัทกับน้ำหวานลงบนโต๊ะ“กำลังอ่านหนังสือค่ะ แต่ตอนนี้ไม่มีสมาธิแล้ว”“ทำไมล่ะคะ?” เขานั่งลงบนม้านั่งตัวเดียวกับเธอ“ก็ขนมมันล่อตาล่อใจ”“งั้นกินเยอะๆ นะคะ แบ่งกันกินนะครับ” ไทเกอร์เงยหน้าบอกเพื่อนของทัชชาแบ่งโดนัทไปกิน “ส่วนเราก็กินเยอะๆ นะ เดี๋ยวแก้มหาย” ไม่ว่าเปล่า เขายังยกมือขึ้นมาลูบแก้มเธอด้วยความมันเขี้ยวอีกเพื่อนของทัชชาที่คอยสังเกตอยู่เงียบๆ หลุดหัวเราะคิกทันทีเมื่อเห็นไทเกอร์ทั้งหวง ทั้งอ้อน ทั้งเอาใจแฟนแบบไม่สนใจสายตาคนรอบข้างเลยแม้แต่น้อยทัชชาที่โดนลูบแก้มจนหน้าแดงจัด รีบตีหลังมือเขาเบาๆ“พี่ไทเกอร์… คนมองอยู่ค่ะ”“ก็ให้เขามองไปสิคะ” เขาตอบหน้าตาย ก่อนยื่นหน้าเข้ามาใกล้อีกจนปลายจมูกแทบชนแก้มเธอ “แฟนพี่ทั้งคน พี่ไม่อายหรอก”คำพูดนั้นทำเอาเพื่อนทัชชาตาโต“โอ้โ
บทที่ 47 สถานะมีแฟนแล้วเช้าวันต่อมาแสงเช้าอ่อนๆ รอดผ่านผ้าม่านสีครีมเข้ามาแตะผิวเบาๆ ความอบอุ่นแรกที่ทัชชารับรู้ไม่ใช่จากแสงแดด แต่เป็นจากแขนหนักๆ ของไทเกอร์ที่กอดเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปไหนเธอกะพริบตาช้าๆ พลางสูดลมหายใจลึก กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นกายของเขายังคงติดอยู่บนผ้าปูที่นอน และบนตัวเธอเอง เป็นกลิ่นที่ทำให้หัวใจเธอเต้นช้าลงอย่างประหลาด จนกลายเป็นความละมุนที่แผ่ซ่านไปทั่วอกไทเกอร์ยังไม่ตื่น ดวงหน้าคมสันซุกอยู่ข้างขมับของเธอ ลมหายใจสม่ำเสมอรดแก้มอุ่นๆ ของทัชชาอย่างแผ่วเบา มือใหญ่ที่พาดอยู่ตรงเอวค่อยๆ ขยับเล็กน้อย เหมือนคนละเมอหวงกอดทัชชาเหลือบมองเขาอย่างแผ่วใจ ภาพเขาเมื่อคืนแวบเข้ามา แต่เธอสลัดมันออกไปอย่างขวยเขินเช้านี้เธออยากจำแค่ความรู้สึกอ่อนโยนตรงหน้า ร่างบางขยับปลายนิ้วไล้หลังมือของเขาเบาๆ“พี่ไทเกอร์…” เสียงเธอแผ่วลงโดยไม่รู้ตัว เหมือนเสียงนั้นไปปลุกบางอย่างในตัวเขาไทเกอร์ขมวดคิวนิดๆ ก่อนจะเผยอเปลือกตาขึ้น แววตาคมที่ปกติแข็งกร้าวกลับดูอ่อนลงมากอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อเห็นว่าเธอยังอยู่ตรงอ้อมแขน“ตื่นแล้วเหรอคนดี” เขาพึมพำเสียงทุ้มต่ำ ง่วงๆ ทั้งอบอุ่นอย่างน







