LOGINแก้วตาในชุดนอนตัวบาง เดินออกมายังชานระเบียงของเพนต์เฮาส์พาตัวเองมานั่งลงบนเก้าอี้ไม้เนื้อดี ท่ามกลางความเงียบที่ตัดขาดจากความคึกคักภายนอก เธอปล่อยให้ลมเย็นของค่ำคืนโอบกอดผิวกายอย่างแผ่วเบาก่อนจะเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า ซึ่งอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าจะเต็มไปด้วยประกายของดอกไม้ไฟ...คิมหันต์ไม่ใช่คนโรแมนติกและเขาคงไม่ได้ให้ความสำคัญกับเทศกาลปีใหม่ ดังนั้นแก้วตาจึงไม่อยากคาดหวังว่าเขาจะกลับมาเพื่อเคาท์ดาวด้วยกันหลายครั้งเธอคิดว่าตัวเองกำลังโลภ ยิ่งเขาให้มากเท่าไร หัวใจก็ยิ่งเผลอเรียกร้องมากขึ้นเท่านั้น มันเลยทำให้เธอกลัวกลัวว่าสักวันหนึ่ง เขาจะมองว่าเธอเรียกร้องไม่รู้จักพอ... แก้วตาจึงกลืนเก็บทุกความรู้สึกเอาไว้ และย้ำกับตัวเองว่า ต่อให้วันนี้เขาไม่ได้กลับมา ก็ไม่เป็นอะไรเลย...เธอเลิกมองท้องฟ้าแล้วหมุนตัวเดินกลับเข้าข้างใน ทว่าทันใดนั้นเองก็ต้องหยุดชะงัก นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนไหววูบ เมื่อหันกลับมาเผชิญหน้ากับเงาสะท้อนบนประตูกระจกบานเลื่อนบรรยากาศรอบข้างเงียบสนิทเสียจนได้ยินเสียงการเต้นของหัวใจตัวเองได้อย่างชัดเจน และในเสี้ยววินาทีที่ดวงตาคู่คมสบกับเธอ แก้วตาก็เหมือนถูกดึงเข้าไปในวังวนอั
สัตว์นักล่าบางชนิด มักเลือกปล่อยให้เหยื่อตัวเล็กหลงเชื่อว่าตัวเองเป็นอิสระทั้งที่ความจริงแล้ว ทุกย่างก้าวที่เดินไปก็ยังคงวนเวียนอยู่ภายใต้อาณัติของมัน...คิมหันต์เรียกสิ่งนั้นว่า'โคจรของสัตว์ที่ถูกทำให้เชื่อง' เขาทำแบบเดียวกันกับแก้วตาเพื่อพิสูจน์ว่า ต่อให้มีทางเลือกอื่นเธอก็จะวนกลับมาอยู่ในรัศมีของเขาเหมือนเดิมดวงตาคมปราบจ้องมองทุกอิริยาบถของเด็กดีด้วยความนิ่งเฉยอย่างคนที่คาดเดาทุกอย่างไว้หมดแล้วดังนั้น เขาจึงไม่แปลกใจกับคำบอกเล่าของแก้วตา และปล่อยให้หลงเชื่อว่าเธอเป็นคนเลือกเส้นทางเอง แม้ความจริงแล้วทุกการตัดสินใจของเธอ ล้วนมีเขาเป็นคนกำหนดทั้งสิ้นปลายนิ้วแกร่งลูบผ่านสันจมูกของคนตัวเล็กที่นอนหลับตาพริ้มในอ้อมอกแกร่ง ลากขึ้นไปตามแนวโค้งของขอบคิ้ว ก่อนจะประทับริมฝีปากไปยังเปลือกตาที่ปิดสนิท เพราะสำหรับคิมหันต์น่ะ... ต่อให้ต้องเฉือนเนื้อตัวเองนับพันครั้ง ก็ไม่มีวันปล่อยแก้วตาไปได้จริง ๆ หรอก***หน้าหนาวเวียนกลับมาอีกครั้ง และแก้วตาก็ตระหนักได้ว่า การใช้ชีวิตอยู่กับคิมหันต์นั้นก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิดเลย...แม้เขายังงานยุ่งเหมือนเดิม กลับดึก และแทบไม่มีเวลา แต่เธอก็เข้าใจว่า สิ่งที่เ
แม้แต่ตอนที่คิมหันต์ยืนแต่งตัวหน้ากระจก แก้วตาก็ยังรู้สึกว่า เขาช่างเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์อันเหลือล้น เส้นไหล่ที่ขยับตามจังหวะมือ ข้อมือแข็งแรงที่ดึงเนคไทให้เข้าที่ ทุกการเคลื่อนไหวของเขาเหมือนมีแรงดึงดูดบางอย่างให้เธอต้องหยุดสายตามองตามทุกอิริยาบถกว่าจะรู้ตัวอีกที เงาสะท้อนในบานกระจกก็สบเข้ากับดวงตาของเธอแล้ว คิมหันต์หรี่ตาลงเล็กน้อย พลางก้าวเดินมายังปลายเตียงน้ำเสียงราบเรียบเอ่ยถาม “อยากได้อะไรล่ะ”คนตัวเล็กเลิกคิ้วขึ้นสูง เธอไม่ได้อยากได้อะไรสักหน่อย ก็แค่อยากมองเขาเท่านั้นเอง แก้วตาตั้งใจจะเอ่ยปฏิเสธ ทว่าก็ต้องเก็บกลืนคำพูดนั้นเอาไว้ เมื่อไตร่ตรองดูอีกที เธอเองก็มีสิ่งที่ต้องการเหมือนกันเช่น... หลายวันมานี้ เธอรู้สึกแปลกประหลาดกับพฤติกรรมการกินของตัวเอง ที่ไม่ได้หิวแต่ก็ไม่ใช่ไม่หิวเลย บางมื้อกินไปสองสามคำก็วางช้อน แต่พอตกดึกกลับรู้สึกหวิวในท้องขึ้นมา ทั้งที่พยายามคิดเท่าไรก็นึกไม่ออกว่าตัวเองอยากกินอะไร“คือ…” ลังเลเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ “แก้วอยากไปเดินซูเปอร์มาร์เก็ตแถวคอนโดค่ะ จู่ ๆ ก็รู้สึกอยากกินอะไรบางอย่าง แต่นึกไม่ออกก็เลยอยากลองไปเดินดูด้วยตัวเองน่ะค่ะ”พูดจบก็แอบชำเลือง
แก้วตารู้สึกไม่สบายตัว…อาการของเธอชัดเจนขึ้นหลังพยายามลุกจากเตียง ร่างเล็กยังไม่ทันทรงตัวดี โลกทั้งใบก็หมุนคว้าง ภาพตรงหน้าพร่าเลือนจนต้องกลับไปตามเดิม เธอสูดลมหายใจเข้าออกช้า ๆ พยายามประคองสติเอาไว้ แต่อะไรบางอย่างกลับตีตื้นขึ้นมากลางอก มันพะอืดพะอม ปั่นป่วนลงไปถึงท้องน้อยสุดท้ายก็ทนไม่ไหว แก้วตาปิดปากตัวเองไว้แน่น ตั้งใจจะวิ่งเข้าห้องน้ำ ทว่าก็ช้าไปเมื่อของเหลวอุ่น ๆ เอ่อล้นออกมาจากริมฝีปาก เปรอะเปื้อนทั่วฝ่ามือเล็กกลิ่นเปรี้ยวตีขึ้นจมูก คนตัวเล็กน้ำตาคลอเบ้า ความอับอายแล่นวาบขึ้นมา เมื่อเห็นคราบสกปรกเลอะทั้งพื้นด้านล่างและเสื้อผ้าของตัวเองเธอสูดหายใจเข้าออกลึกยาว ก่อนจะรีบเดินไปหยิบทิชชูเปียกมาเช็ดคราบเหล่านั้นอย่างลุกลี้ลุกลนแต่กลิ่นไม่พึงประสงกลับไม่ได้จางหายไปง่าย ๆ ถ้าอยู่คนเดียวก็คงดีกว่านี้ ทว่าคิมหันต์ก็ยังนอนหลับอยู่บนเตียงเนี่ยสิ เธออายเขาเหลือเกิน แค่คิดน้ำตาก็ไหลอาบแก้มแล้ว“ฮึก...”ไม่อยากให้เขาต้องมาเห็นเธอในสภาพนี้เลย...กระทั่งเสียงยวบยาบดังขึ้นจากเตียงด้านหลัง เงาของเขาก็ทาบทับร่างของเธอทันที แก้วตานั่งอย่างหมดสภาพบนพื้นห้อง มือทั้งสองข้างขยุ้มทิชชูเปียกไว้แน่น
เมื่อร่างสูงสมส่วนเดินออกมาจากประตูลิฟต์ ร่างกายที่เคยเปื้อนเลือดก็ถูกชำระล้างอย่างหมดจดแล้ว คิมหันต์เดินตรงมายังห้องนั่งเล่น และสิ่งแรกที่ปรากฏก็คือเรือนร่างผอมบางของหญิงสาวที่เขาเอาแต่นึกถึงทั้งวัน คิ้วเข้มขมวดพลางถอนหายใจแผ่วเบา ดูเหมือนว่าต่อให้เขาย้ายโซฟาออกไป เธอก็คงลงไปนอนบนพื้นพรมข้างล่างแทนเพื่อรอเขากลับมาคิมหันต์เดินมาหยุดตรงหน้าเธอ สายตากดต่ำจ้องริมฝีปากสีชมพูระเรื่อเผยออกเล็กน้อยยามเจ้าตัวหลับใหล ก่อนจะเลื่อนสายตตามายังซีรีย์โรแมนติกเรื่องหนึ่งที่คนตัวเล็กเปิดค้างไว้บนหน้าจอทีวีในหน้าจอนั้น ตัวละครพระเอกกำลังคุกเข่าขอนางเอกแต่งงาน กระทั่งฝ่ายหญิงพยักหน้าตกลงพร้อมกับหยาดน้ำตาของความยินดีความคิดหนึ่งก็ผุดวาบขึ้นมาในสมอง...เขาที่ดำรงชีวิตอยู่ในฐานะหัวหน้าครอบครัว สามีที่ดี และเป็นพ่อที่ดีช่างเลือนลางเหลือเกิน คิมหันต์นึกภาพตัวเองในอนาคตไม่ออกเลย มองไม่เห็นแม้แต่แสงสว่างด้วยซ้ำช่างน่าขำสิ้นดีที่เผลอไปคิดอะไรงี่เง่า แววตาของเขาหม่นแสง ราวกับยอมรับความจริงที่ฝังลึกใต้จิตสำนึก ชีวิตที่เรียกว่าความสุขแบบนั้น ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อเขาหรอก คนอย่างเขาที่ก่อเรื่องสกปรกมานับไม่ถ้ว
คำเตือนเนื้อหา (Content Warning)เนื้อหาต่อไปนี้มีความรุนแรง การทำร้ายร่างกายผู้อื่น อาจกระทบความรู้สึกผู้อ่านบางท่าน โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน... คิมหันต์ที่นั่งรออยู่ในรถเงียบ ๆ เลื่อนสายตาไปยังนาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือ ก่อนจะผลักประตูลงจากรถชายฉกรรจ์ซึ่งลงมาจากรถซีดานอีกคันหนึ่ง ต่างก็ทยอยเดินเข้ามาใกล้เขาอย่างระมัดระวัง“เตรียมพร้อมแล้วครับ”คิมหันต์ไม่ตอบอะไร เขาเพียงเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า แล้วเหลือบตามองสิ่งปลูกสร้างชั่วคราวที่ทำจากแผ่นโลหะเก่ากับลานโล่งที่ดูเหมือนท่าเรือ ชายที่ยืนรอรับคำสั่งรีบขยับตัววุ่นวาย ไม่นานประตูเหล็กหนาแน่นเบื้องหน้าที่ขึ้นสนิมจนสีลอกเป็นหย่อม ๆ ก็ค่อย ๆ เปิดออกแกร๊ก… เอี๊ยด…เสียงบานพับขึ้นสนิมส่งเสียงโหยหวนชวนหดหู่ ขณะที่เขากำลังสวมถุงมือหนังสีดำอย่างใจเย็น ลูกน้องคนสนิทก็ขยับตัวเข้ามาอย่างรู้หน้าที่ สอดบุหรี่แท่งหนึ่งแตะลงบนริมฝีปากได้รูปของเจ้านาย ก่อนจะยกไฟแช็กขึ้นจุดให้ขณะเดียวกันกระเป๋าโลหะสีดำก็ถูกยกออกมาจากท้ายรถซีดาน คิมหันต์เห็นเช่นนั้นจึงก้าวเข้าไปในโกดัง ช่วงขาของเขาก้าวยาว ๆ อย่างผ่อนคลาย ทว่าแฝงด้วยความน่าเกรงขามไว้เต็มเปี่ยม ชายที่ถือกร







