LOGIN“สบายจริงแม่คุณ! ฉันบอกแล้วไงว่าเป็นเมียฉันต้องทำงานทุกอย่าง” เขาเดินมากระชากเธอลากลงจากเตียง ไม่สนใจว่าวันนี้เธอทานอะไรรึยัง “โอ๊ย! ดาเจ็บนะคะคุณรชฏ” “อย่ามาสำออย! เนี่ยมันเวลาไหนแล้ว เธอควรจะไปช่วยเด็กรับใช้ทำงานไม่ใช่มานอนสบายเป็นคุณนายบนห้อง” “ดาขอโทษค่ะ เดี๋ยวดาจะไปช่วยสาวใช้ทำงานค่ะ” ดีที่ก่อนหน้านี้ได้กินยาเลยทำให้อาการปวดหัวเหมือนจะเป็นไข้ดีขึ้น “ดี! และพรุ่งนี้อย่าให้ฉันรู้ก็แล้วกันว่านอนเป็นคุณนายสบายอยู่บนห้อง ต่อไปนี้เสื้อผ้าของฉัน ของใช้ส่วนตัวทุกอย่างของฉัน เธอต้องเป็นคนซัก ห้องนี้เธอก็ต้องทำความสะอาด ห้ามให้สาวใช้มาทำ ถ้าฉันรู้ว่าให้คนอื่นมาทำได้เห็นดีกันแน่ อ้อ...ทำความสะอาดห้องนี้เสร็จก็ช่วยเด็กรับใช้ทำความสะอาดบ้านด้วย และกับข้าวเธอก็ต้องทำด้วย เอ๊ะ! ว่าแต่คุณหนูอย่างเธอทำเป็นใช่ไหมเรื่องพวกนี้” แล้วเขาก็ย้อนถามพร้อมปล่อยมือที่จับข้อมือเล็กดึงกระชากลงจากเตียง
View Moreเผียะ!
มือน้อยยกขึ้นตวัดฟาดใบหน้าคมเข้มของสามีเต็มแรงเกรี้ยวกราดหลังจากได้ยินคำพูดจากปากหนาสีเข้มจากการสูบบุหรี่มาเป็นระยะเวลานานของเขา ไม่คิดว่าคำพูดต่ำทรามโสมมพวกนี้จะหลุดออกมาจากปากของผู้ชายที่เธอแต่งงานด้วยอย่าง แทน คหการพาณิชย์ หรือแทน วัย 39 ปี เจ้าของไร่องุ่นที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี
กรอด!
แทนกัดกรามเกร็งหน้าด้วยรู้อยู่แล้วว่าจะโดนภรรยาตบหน้าตน เขาหันกลับมาพร้อมกับเลือดซึมมุมปากหนาแล้วถุยน้ำลายทิ้งลงพื้นพรมราคาแพงในห้องนอน แทนมอง นภษร วัย 26 ปี ที่ตนเลือกมาเป็นภรรยาออกหน้าออกตา เพราะคิดว่าหล่อนเหมาะสมที่สุด แต่แล้วในวันนี้เขาก็ได้รู้ว่าเธอไม่ได้เป็นแบบที่เขาเห็น ตลอดเวลาเจ็ดเดือนที่แต่งงานอยู่ด้วยกัน หล่อนทำหน้าที่ภรรยาได้ดี ไม่ว่าจะงานบ้านงานเรือนและงานบนเตียงที่ต้องคอยเอาอกเอาใจยามค่ำคืนที่แสนเร่าร้อน แม้จะภูมิใจที่ได้เป็นชายคนแรกของนภษร แต่ก็ใช่ว่าทุกอย่างมันจะทำให้เขามีความสุข เพราะเธอเองก็ไม่ได้ซื่อสัตย์กับเขา เธอทรยศความเชื่อใจของเขา
“ไปเอาออกซะ!” เขาพูดย้ำอีกครั้งพร้อมส่งซองเอกสารสีน้ำตาลในมือของตนให้กับนภษรดูสิ่งที่อยู่ข้างใน
นภษรรับมาแล้วก็เปิดซองเอกสารนำเอกสารข้างในออกมาอ่าน มันคือ ‘ใบหย่า’ ที่เขาเซ็นไว้ก่อนหน้า
“ไอ้คนสารเลว!” เธอกำกระดาษที่เขาส่งให้ตนอ่านแน่นด้วยความเดือดดาล
“ไปเอาเด็กออกซะ! ฉันไม่ต้องการเด็กที่เกิดจากเธอ”
เขาไม่ได้สนใจคำด่าเกรี้ยวกราดของคนตรงหน้า เขาสนใจแต่ความต้องการของตัวเอง จะว่าเขาใจอำมหิตก็ได้ เพราะหากให้ลูกเกิดมามีแม่แบบเธอ สู้ไม่ให้เด็กเกิดมายังจะดีเสียกว่า ตอนแรกที่รู้ว่าภรรยาท้อง เขาดีใจมากที่จะได้เป็นพ่อคน เพราะการมีลูกคือการทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองไม่ได้อยู่โดดเดี่ยวอีกต่อไป เพราะตั้งแต่เล็กจนโต เขาก็อยู่กับน้าสาวและน้าเขยมาตลอด พ่อกับแม่จากไปเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ตอนเขาห้าขวบ และอุบัติเหตุในครั้งนั้นเขาก็อยู่ด้วย พ่อกับแม่เสียชีวิต มีเพียงเขารอดจากความตายนั้น น้าสาวและน้าเขยเลยรับมาเลี้ยงและช่วยดูแลไร่องุ่นแทนจนเมื่อเขาเรียนจบอายุยี่สิบสองปี เขาก็แยกตัวออกมาอยู่บ้านของตัวเองและบริหารจัดการไร่องุ่นของตัวเองเอง แม้จะได้รับความอบอุ่นจากน้าสาวกับน้าเขยและน้องสาว ลูกสาวของทั้งสอง เขาก็ยังโหยหา “ครอบครัว” ที่แท้จริงของเขา แม้ว่าเขาจะใช้ชีวิตก็ไม่ได้ดีไปกว่าใคร เป็นผู้ชายก็ต้องมีเรื่องผู้หญิง ถึงไม่มีแฟน แต่ก็ใช่จะไม่มีคู่นอน จนกระทั่งน้องสาว ซึ่งคือลูกน้าสาวอย่างเพ็ญนภาได้เล่าเรื่องของ ‘นภษร’ ให้ฟัง เขาจึงอยากเจอเธอสักครั้ง และนั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของทุกอย่างของชีวิตคู่ของเขาและหล่อน เขาตัดสินใจขอหล่อนแต่งงานแม้จะเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน และนภษรก็ตกลงแต่งงานกับเขาอย่างง่ายดายทั้งๆ ที่เพิ่งรู้จักกันได้เดือนกว่า ทุกอย่างมันง่ายดายไปหมด แต่ในความง่ายดายนั้นก็ทำให้มันมีปัญหาในตอนนี้ หล่อน ‘หักหลัง’ ทำตัว ‘สำส่อน’ ไม่ต่างจากโสเภณี เมื่อมีบุคคลปริศนาส่งรูปถ่ายของเธอที่นอนหลับกับผู้ชายหลายคนบนเตียงมาให้ดูเมื่ออาทิตย์ก่อน และนั่นแหละทำให้เขาเกลียดชังขยะแขยงภรรยาตีทะเบียนของตนในตอนนี้จนไม่สามารถที่จะอยู่ร่วมบ้านกันได้ ตอนนี้รู้แล้วว่าที่แท้นภษรนั้นแต่งงานกับตน เพราะหวังอยู่สุขสบายเป็นคุณนายเจ้าของไร่องุ่น
“เอาไปเถอะ ใช่ว่าจะมีแค่หล่อนคนเดียวสักหน่อย” อือ! แล้วฟอยก็ไหวไหล่หมุนตัวเดินออกจากห้องทำงานไปปล่อยให้ครามอยู่คนเดียวลำพังในห้องทำงาน “ลูกงั้นเหรอ ฉันจะเป็นพ่อคนงั้นเหรอ พระเจ้า! ให้ตายสิ”เขาพึมพำกับตนเองเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ยิ้มกว้างจนปากจะฉีกถึงรูหูก็ว่าได้ตอนนี้ แต่พอคิดถึงความเป็นจริงคือตนทิ้งแม่ของลูกมา แล้วจะทำยังไงดีล่ะ และจากมาไม่ดีด้วย “ให้ตายสิวะ ทำไงดีไอ้คราม” เขาบ่นพึมพำกับตนเอง ยกมือนวดคลึงขมับไปมาอย่างใช้ความคิด โครีนกับบอนเนอร์มองลูกชายของตนเองที่กลับมาจากบริษัทด้วยสีหน้าเป็นกังวล โครีนก็อดเป็นห่วงลูกชายไม่ได้ แม้
ประเทศไทย พอปลายสายตัดสาย เดชก็พยายามจะติดต่อกลับ แต่ก็ติดต่อไม่ได้แล้ว ตอนนี้เป็นเวลาหกโมงเย็น ที่ฝรั่งเศสเพิ่งจะเที่ยง ตอนนี้เดชประมวลทุกอย่างก็เข้าใจแล้วว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นเพราะอะไร ครามเข้าใจผิดคิดว่าตนเองเป็นต้นเหตุทำให้เมฆตัดสินใจคิดสั้น ทั้งที่ความจริงแล้วมันไม่เกี่ยวกับตนด้วยซ้ำ ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงประตูห้องนอนดังขึ้นพร้อมกับประตูห้องเปิดผลักเข้ามา “พ่อคะ?” “ว่าไงลูก?” “กินข้าวเย็นกันค่ะ พรีมกับพี่น้อยทำอาหารเสร็จแล้วค่ะ” เธอขึ้นมาตามท่านไปทานมื้อเย็น
“ช่างเถอะค่ะพ่อ ตอนนี้พรีมไม่อยากได้ยินชื่อของเขาอีกแล้ว พรีมจะพยายามเข้มแข็งเพื่อตัวพรีมและลูกและพ่อนะคะ พรีมพอแล้วกับความอ่อนแอที่เป็นอยู่ตอนนี้” เธอบอกท่านด้วยน้ำเสียงเข้มแข็งและจริงจัง “งั้นพ่อไปโรงงานก่อนนะ มีอะไรโทรหาพ่อนะ หรือถ้าเกิดอะไรขึ้นให้น้อยรีบโทรบอกพ่อนะลูก” เขาผละจากลูกสาวแล้วยกมือเหี่ยวย่นขึ้นปาดป้ายเช็ดน้ำตาให้ลูกสาว “ค่ะพ่อ พรีมไม่เป็นไร พรีมไม่ได้อยู่บ้านคนเดียวสักหน่อย พรีมอยู่กับลูกและมีพี่น้อยด้วย” “อืม...งั้นพ่อไปนะลูก ตอนเย็นเจอกัน” “ค่ะ พ่อ” เธอยิ้มให้พ่อ แม้ตาจะเศร้า แต่เธอก็ยิ้มออกมาจากใจจริง เมื่อพ่อลุกจากโซฟาที่นั่งออกไปแล้ว เธอก็ลุกขึ้นจากโซฟาไปยังห้องครัวเพื่อไปหยิบตะกร้าสานกับกรรไกรตัดดอกไม้ที่ใช้ประจ
เวลาเดียวกันนั้น ขณะที่พรีมรู้ว่าเขาจากไปแล้ว เขาก็นั่งจิบไวน์อยู่บนเครื่องบิน กำลังบินกลับฝรั่งเศสด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม “อารมณ์ดีจังนะดักซ์” ฟอยอดพูดอย่างหมั่นไส้เพื่อนไม่ได้ หึหึ “แล้วนายจะให้ฉันเสียใจร้องไห้เหรอที่ทิ้งเด็กนั่นมาแบบนี้” “แน่ใจนะว่าจะไม่เสียใจทีหลัง” “ไม่มีอะไรที่คนอย่างฉันทำแล้วจะเสียใจทีหลัง และเด็กนั่นก็ผิดเองที่เกิดมาเป็นลูกของนายเดช สะใจนัก”“ถ้าคิดว่าทำแบบนี้แล้วความแค้นในใจจะจบลง ฉันก็ยินดีด้วย ยังไงซะ นายก็เพื่อนฉันดักซ์” ฟอยเอ่ยแล้วหยิบแก้วไวน์ของตนเองขึ้นจิบดื่ม&nb