LOGINความสัมพันธ์ที่เขายัดเยียดให้'ห้ามเปิดเผย' เธอไม่ต่างจากลูกไก่ในกำมือบีบก็ตายคลายก็ไม่รอด... 'แก้วตา' เด็กสาวผู้ไร้ที่พึ่งถูกชุบเลี้ยงในคฤหาสน์ตระกูลวิริยะกุล เธอเคยเชื่อว่าที่นี่คือที่พักพิงปลอดภัย จนกระทั่งได้เห็น 'คิมหันต์' เจ้านายหนุ่มผู้แสนอบอุ่น เผยด้านมืดที่ไม่มีใครล่วงรู้ ระหว่างเส้นบางๆ ของความเมตตาและความโหดร้าย ความสัมพันธ์ที่ไม่อาจนิยามได้ก่อตัวขึ้น... เมื่อทุกอย่างที่เธอมีอาจต้องแลกด้วย 'ชีวิต และหัวใจ' *** 'บอกหน่อย... ฉันจะได้อะไรตอบแทนหากปล่อยเธอไปในวันนี้' 'กะ...แก้วไม่รู้ แก้วไม่มีอะไรให้คุณ' 'ไม่มีเหรอ งั้นก็เปล่าประโยชน์ที่จะปล่อยเธอไป' มือหยาบกระด้างทำท่าจะวนกลับมารอบลำคอระหง แก้วตาผวาเฮือกดิ้นถอยหลังทั้งที่ไร้หนทางหนี เขากำลังยิ้มบนความหวาดกลัวของเธอ หัวเราะเบาๆ ในลำคอราวกับเป็นเรื่องตลกขบขัน ทั้งที่เธอพนมมือไหว้เขาทั้งน้ำตา...
View Moreแก้วตาในชุดนอนตัวบาง เดินออกมายังชานระเบียงของเพนต์เฮาส์พาตัวเองมานั่งลงบนเก้าอี้ไม้เนื้อดี ท่ามกลางความเงียบที่ตัดขาดจากความคึกคักภายนอก เธอปล่อยให้ลมเย็นของค่ำคืนโอบกอดผิวกายอย่างแผ่วเบาก่อนจะเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า ซึ่งอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าจะเต็มไปด้วยประกายของดอกไม้ไฟ...คิมหันต์ไม่ใช่คนโรแมนติกและเขาคงไม่ได้ให้ความสำคัญกับเทศกาลปีใหม่ ดังนั้นแก้วตาจึงไม่อยากคาดหวังว่าเขาจะกลับมาเพื่อเคาท์ดาวด้วยกันหลายครั้งเธอคิดว่าตัวเองกำลังโลภ ยิ่งเขาให้มากเท่าไร หัวใจก็ยิ่งเผลอเรียกร้องมากขึ้นเท่านั้น มันเลยทำให้เธอกลัวกลัวว่าสักวันหนึ่ง เขาจะมองว่าเธอเรียกร้องไม่รู้จักพอ... แก้วตาจึงกลืนเก็บทุกความรู้สึกเอาไว้ และย้ำกับตัวเองว่า ต่อให้วันนี้เขาไม่ได้กลับมา ก็ไม่เป็นอะไรเลย...เธอเลิกมองท้องฟ้าแล้วหมุนตัวเดินกลับเข้าข้างใน ทว่าทันใดนั้นเองก็ต้องหยุดชะงัก นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนไหววูบ เมื่อหันกลับมาเผชิญหน้ากับเงาสะท้อนบนประตูกระจกบานเลื่อนบรรยากาศรอบข้างเงียบสนิทเสียจนได้ยินเสียงการเต้นของหัวใจตัวเองได้อย่างชัดเจน และในเสี้ยววินาทีที่ดวงตาคู่คมสบกับเธอ แก้วตาก็เหมือนถูกดึงเข้าไปในวังวนอั
สัตว์นักล่าบางชนิด มักเลือกปล่อยให้เหยื่อตัวเล็กหลงเชื่อว่าตัวเองเป็นอิสระทั้งที่ความจริงแล้ว ทุกย่างก้าวที่เดินไปก็ยังคงวนเวียนอยู่ภายใต้อาณัติของมัน...คิมหันต์เรียกสิ่งนั้นว่า'โคจรของสัตว์ที่ถูกทำให้เชื่อง' เขาทำแบบเดียวกันกับแก้วตาเพื่อพิสูจน์ว่า ต่อให้มีทางเลือกอื่นเธอก็จะวนกลับมาอยู่ในรัศมีของเขาเหมือนเดิมดวงตาคมปราบจ้องมองทุกอิริยาบถของเด็กดีด้วยความนิ่งเฉยอย่างคนที่คาดเดาทุกอย่างไว้หมดแล้วดังนั้น เขาจึงไม่แปลกใจกับคำบอกเล่าของแก้วตา และปล่อยให้หลงเชื่อว่าเธอเป็นคนเลือกเส้นทางเอง แม้ความจริงแล้วทุกการตัดสินใจของเธอ ล้วนมีเขาเป็นคนกำหนดทั้งสิ้นปลายนิ้วแกร่งลูบผ่านสันจมูกของคนตัวเล็กที่นอนหลับตาพริ้มในอ้อมอกแกร่ง ลากขึ้นไปตามแนวโค้งของขอบคิ้ว ก่อนจะประทับริมฝีปากไปยังเปลือกตาที่ปิดสนิท เพราะสำหรับคิมหันต์น่ะ... ต่อให้ต้องเฉือนเนื้อตัวเองนับพันครั้ง ก็ไม่มีวันปล่อยแก้วตาไปได้จริง ๆ หรอก***หน้าหนาวเวียนกลับมาอีกครั้ง และแก้วตาก็ตระหนักได้ว่า การใช้ชีวิตอยู่กับคิมหันต์นั้นก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิดเลย...แม้เขายังงานยุ่งเหมือนเดิม กลับดึก และแทบไม่มีเวลา แต่เธอก็เข้าใจว่า สิ่งที่เ
แม้แต่ตอนที่คิมหันต์ยืนแต่งตัวหน้ากระจก แก้วตาก็ยังรู้สึกว่า เขาช่างเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์อันเหลือล้น เส้นไหล่ที่ขยับตามจังหวะมือ ข้อมือแข็งแรงที่ดึงเนคไทให้เข้าที่ ทุกการเคลื่อนไหวของเขาเหมือนมีแรงดึงดูดบางอย่างให้เธอต้องหยุดสายตามองตามทุกอิริยาบถกว่าจะรู้ตัวอีกที เงาสะท้อนในบานกระจกก็สบเข้ากับดวงตาของเธอแล้ว คิมหันต์หรี่ตาลงเล็กน้อย พลางก้าวเดินมายังปลายเตียงน้ำเสียงราบเรียบเอ่ยถาม “อยากได้อะไรล่ะ”คนตัวเล็กเลิกคิ้วขึ้นสูง เธอไม่ได้อยากได้อะไรสักหน่อย ก็แค่อยากมองเขาเท่านั้นเอง แก้วตาตั้งใจจะเอ่ยปฏิเสธ ทว่าก็ต้องเก็บกลืนคำพูดนั้นเอาไว้ เมื่อไตร่ตรองดูอีกที เธอเองก็มีสิ่งที่ต้องการเหมือนกันเช่น... หลายวันมานี้ เธอรู้สึกแปลกประหลาดกับพฤติกรรมการกินของตัวเอง ที่ไม่ได้หิวแต่ก็ไม่ใช่ไม่หิวเลย บางมื้อกินไปสองสามคำก็วางช้อน แต่พอตกดึกกลับรู้สึกหวิวในท้องขึ้นมา ทั้งที่พยายามคิดเท่าไรก็นึกไม่ออกว่าตัวเองอยากกินอะไร“คือ…” ลังเลเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ “แก้วอยากไปเดินซูเปอร์มาร์เก็ตแถวคอนโดค่ะ จู่ ๆ ก็รู้สึกอยากกินอะไรบางอย่าง แต่นึกไม่ออกก็เลยอยากลองไปเดินดูด้วยตัวเองน่ะค่ะ”พูดจบก็แอบชำเลือง
แก้วตารู้สึกไม่สบายตัว…อาการของเธอชัดเจนขึ้นหลังพยายามลุกจากเตียง ร่างเล็กยังไม่ทันทรงตัวดี โลกทั้งใบก็หมุนคว้าง ภาพตรงหน้าพร่าเลือนจนต้องกลับไปตามเดิม เธอสูดลมหายใจเข้าออกช้า ๆ พยายามประคองสติเอาไว้ แต่อะไรบางอย่างกลับตีตื้นขึ้นมากลางอก มันพะอืดพะอม ปั่นป่วนลงไปถึงท้องน้อยสุดท้ายก็ทนไม่ไหว แก้วตาปิดปากตัวเองไว้แน่น ตั้งใจจะวิ่งเข้าห้องน้ำ ทว่าก็ช้าไปเมื่อของเหลวอุ่น ๆ เอ่อล้นออกมาจากริมฝีปาก เปรอะเปื้อนทั่วฝ่ามือเล็กกลิ่นเปรี้ยวตีขึ้นจมูก คนตัวเล็กน้ำตาคลอเบ้า ความอับอายแล่นวาบขึ้นมา เมื่อเห็นคราบสกปรกเลอะทั้งพื้นด้านล่างและเสื้อผ้าของตัวเองเธอสูดหายใจเข้าออกลึกยาว ก่อนจะรีบเดินไปหยิบทิชชูเปียกมาเช็ดคราบเหล่านั้นอย่างลุกลี้ลุกลนแต่กลิ่นไม่พึงประสงกลับไม่ได้จางหายไปง่าย ๆ ถ้าอยู่คนเดียวก็คงดีกว่านี้ ทว่าคิมหันต์ก็ยังนอนหลับอยู่บนเตียงเนี่ยสิ เธออายเขาเหลือเกิน แค่คิดน้ำตาก็ไหลอาบแก้มแล้ว“ฮึก...”ไม่อยากให้เขาต้องมาเห็นเธอในสภาพนี้เลย...กระทั่งเสียงยวบยาบดังขึ้นจากเตียงด้านหลัง เงาของเขาก็ทาบทับร่างของเธอทันที แก้วตานั่งอย่างหมดสภาพบนพื้นห้อง มือทั้งสองข้างขยุ้มทิชชูเปียกไว้แน่น