Mag-log inKONDEE TALK
“พี่ไม่โอเคที่คนดีตกลงรับงานนี้นะ” พี่ดินกำลังไม่พอใจที่ฉันรับงานจากพี่สายรหัส งานคู่หมั้นนั่นไงคะ
ตอนนี้เราสองคนยืนคุยกันอยู่ที่ลานจอดรถของคณะ พี่สายรหัสรอฉันอยู่ในรถ
“คนดีคิดว่ามันโอเคนะคะพี่ดิน พี่นาฟเขาจ้างแพงด้วย”
“มันไม่ใช่งานง่ายขนาดนั้นคนดี คนดีรู้ใช่มั้ยว่าเพื่อนพี่มันฮอต แล้วการที่คนดีไปเป็นคู่หมั้นของมัน คนดีต้องถูกขุด คนดีโอเคในข้อนี้ใช่มั้ย” อืม ฉันลืมคิดข้อนี้ไป ลืมคิดจริง ๆ
“พี่ดินช่วยคนดีได้มั้ย” พี่ดินเขาเก่งมาก ๆ เรื่องการเข้ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ในใบประวัติของฉันเป็นรูปตอนที่ฉันจบม.6 แต่พี่ดินสามารถคุยกับคนที่เกี่ยวข้องให้ปิดประวัติของฉันไว้ให้
ครั้งนี้ฉันจึงขอให้เขาช่วยอีกครั้ง
พี่ดินผ่อนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ มือหนาวางทาบที่ศีรษะของฉัน “พี่บอกเราแล้วใช่มั้ยว่าให้มาทำงานให้พี่ เราก็เกรงใจ และเพราะเราเกรงใจ ทำให้พี่ต้องฝากให้เราทำงานกับไอ้นาฟ แล้วดูตอนนี้สิ เราจะเป็นคู่หมั้นของมัน เรารู้มั้ยว่าข้างหน้ามีอันตรายอะไรบ้างรอเราอยู่ เรารู้บ้างมั้ยว่าพี่เป็นห่วงแค่ไหน”
สายตาของพี่ดินที่มองฉันมีแต่ความอบอุ่นที่ส่งมาให้
มันเป็นเรื่องจริงที่ว่าพี่ดินบอกให้ฉันไปทำงานกับเขา เขาจะจ้างเอง จ่ายค่าเทอมให้ด้วย สวัสดิการพร้อมกว่าพี่สายรหัสของฉันทุกอย่าง แต่เพราะฉันเกรงใจ เนื่องจากที่ผ่านมาฉันพึ่งพาครอบครัวของพี่ดินมากแล้ว ฉันพยายามยืนหยัดด้วยตัวเอง พยายามไม่สร้างปัญหา แม่ของพี่ดินที่เป็นผู้ปกครองของฉันจะได้ไม่เดือดร้อน
“คนดีจะดูแลตัวเองให้ดีค่ะ พี่ดินไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ” ฉันระบายยิ้มให้พี่ดิน จับมือหนาที่วางอยู่บนศีรษะของฉันมาตรงหน้า “ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วง แล้วก็ดีกับคนดีมาก ๆ มาตลอดเลย”
“สรุปจะไม่ฟังพี่เหมือนเดิม” พี่ดินเขาถามด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดี
“คนดีรับเงินพี่นาฟมาแล้วค่ะ ไม่อยากผิดคำพูด พี่ดินไม่ต้องห่วงนะคะ พี่นาฟก็บอกว่าจะดูแลคนดี พี่นาฟพูดคำไหนคำนั้น”
“พี่ไม่มีสิทธิ์ยุ่งสินะ” ถ้าคิดไม่ผิด พี่ดินกำลังตัดพ้อใช่มั้ย ฉันคิดว่าใช่นะ เพราะก่อนหน้านี้ดิสก็ค่อนข้างออกอาการแบบนี้ แต่ไม่หนักเท่าพี่ดิน แล้วตอนนี้สายตาของนักศึกษาคนอื่นกำลังมองพี่ดินที่ยืนคุยกับยัยอัปลักษณ์เช่นฉัน
“ไม่ใช่แบบนั้นค่ะพี่ดิน คือ...”
อุ้งมือหนาอีกข้างยื่นมาปิดปากของฉัน “โอเค พี่เข้าใจว่าพี่ห้ามเราไม่ได้ แต่ถ้าเรายังยืนยันว่าจะทำงานนี้ เราต้องรับปากกับพี่”
ฉันมองหน้าพี่ดิน คืออยากจะถามว่า ‘รับปากอะไร’ แต่ปากโดนปิดจึงเลือกที่จะใช้สายตาถามแทน
“ถ้าเกิดอันตรายขึ้นระหว่างที่คนดีทำงานให้เพื่อนพี่ พี่จะเอาคนดีกลับมา และยกเลิกสัญญาจ้างทุกอย่างที่คนดีมีกับเพื่อนพี่ ต่อจากนั้นคนดีจะทำงานกับพี่หรือจะอะไรก็ได้ แต่จะไม่มีการยุ่งกับเพื่อนคนนี้ของพี่อีก ตกลงมั้ยครับ” พี่ดินค้อมตัวลงเล็กน้อย เขาอยู่ในระยะที่ใกล้กับใบหน้าของฉันมาก ๆ ในประโยคลงท้ายที่ว่า ‘ตกลงมั้ยครับ’
ฉันพยักหน้ารับ แปลว่าตกลง พี่ดินบิดยิ้มพอใจแล้วปล่อยมือออกจากปากของฉัน
ที่ตกลงง่าย ๆ เพราะฉันจะคอยระวังตัว จะได้ไม่ชวดเงินก้อนใหญ่ของพี่สายรหัส
“ถือว่าเราตกลงกันแล้วนะ ส่วนเรื่องการขุดคุ้ยพี่จะพยายามช่วยให้ถึงที่สุด” พี่ดินกลับไปยืนในท่วงท่าเดิม ท่วงท่าที่สูงสง่า เขาสูงกว่าฉันมาก
“ค่ะ ขอบคุณค่ะ งั้นคนดีไปนะคะ พี่นาฟคงรอนานแล้ว” ฉันยิ้มให้พี่ดินอีกครั้ง และเดินมาที่ประตูรถข้างพี่สายรหัส พี่สายรหัสของฉันเขานั่งฝั่งคนขับ ฉันจึงเดินมาอีกข้าง
“เดี๋ยวคนดี” พี่ดินเรียกพร้อมกับคว้าข้อมือของฉันไว้
“คะ?” ฉันหันไปมองหน้าของพี่ดิน
หลายเดือนต่อมา...“มึงคิดยังไงถึงตั้งชื่อลูกแบบนั้นไอ้ยีน” ดราฟต์ถามเพื่อนสนิทด้วยไม่เข้าใจว่ามันเอาอะไรคิด ไม่รู้หรือไงว่าชื่อจะติดตัวลูกไปตลอดชีวิต“กูไม่ได้คิดอะไรเลย”“ยังไงวะ”“ก็เจ้กัสคิดไงเฮียดราฟต์ เฮียยีนบอกไม่เอา เจ้กัสก็ยืนยันจะเอาชื่อนี้ เฮียดราฟต์ก็รู้ว่าหลังจากเกิดเรื่องกับเจ้กัสเฮียยีนก็ยอมทู๊กอย่าง ฉะนั้นชื่อลูกทำไมเฮียยีนจะไม่ยอม” เป็นไอ้เดี้ยงที่เสนอหน้าตอบ และสะใจมาก ๆ เพราะตั้งแต่เจ้กัสท้องกระทั่งคลอดเฮียยีนเปลี่ยนตัวเองไปในทางที่ดีมาก ๆ อะไรที่เมียสั่งจะทำตามทั้งหมด ไม่เคยอิดออดขอแค่เจ้กัสเป็นคนพูด เฮียยีนจัดให้เดี๋ยวนั้นทันที“ฮึ สมน้ำหน้า ตอนนั้นอยากดื้อกับเมียดีนัก ดีนะมึงมีโอกาส มึงได้โอกาส กัสจังน่ารักและไม่งี่เง่า กูนับถือความรักของน้องที่มีให้มึงเลย มึงมันโชคดีโคตร ๆ”“อืม กูรู้กัสรักกูมาก กูถึงได้ใจเคยละเลยความรู้สึกของกัสไง แต่กูสัญญากับตัวเองไว้แล้วว่าจะไม่ละเลยความรู้สึกเมียอีก จะเทิดทูนไว้บนหัวเหมือนที่เคยบอกกัสไว้ จะทำทุกอย่างให้กัสมีความสุข ทำให้กัสไม่เสียใจที่เลือกผู้ชายอย่างกูเป็นคู่ชีวิตที่ต้องใช้ชีวิตคู่ด้วยกันตลอดไป”“อันนี้ยิ่งกว่าบนหัวอีก แทบ
และก็เป็นอย่างคำย่าหล้าพูด สามเดือนกว่ากับอาการแพ้ท้องเหม็นเบื่อผัวของกัส สามเดือนที่ไม่ได้ใกล้เมีย สามเดือนที่เวลาไปร้านต้องต่างคนต่างไป ลูกแฝดในท้องเอาคืนพ่อได้สาสมมาก เล่นพ่อชอกช้ำอกระทมเลยทีเดียวทว่าวันนี้เมียมีอาการแปลก ๆ นั่งจ้องนั่งมองเขาอยู่ได้ทั้งวัน ถ้าเป็นสามเดือนที่ผ่านมาไม่ชายตาแลสักนิด กัสจ้องจนพี่ยีนคิดว่าเขามีความผิดอะไรหรือเปล่า“พี่ยีน”“ขา” เงยหน้ามองคนตัวเล็กท้องกลมนูน กัสท้องลูกแฝดทำให้ท้องโตกว่าคนท้องปกติ“เดินมานี่หน่อย” น้องกัสนั่งอยู่ที่เก้าอี้หน้าจอคอมพิวเตอร์ เธอนั่งทำบัญชีร้าน นั่งเช็กอุปกรณ์พวกอะไหล่ต่าง ๆ โต๊ะทำงานของพี่ยีนที่เคยอยู่ติดกันถูกย้ายไปอีกมุมหนึ่งของห้องทำงาน“เดินไปได้ไงคะ พี่ไม่อยากเห็นหนูอ้วก พี่สงสาร” เขาเคยพยายามเข้าใกล้บ่อย ๆ เมียก็พร้อมโก่งคออาเจียนของที่กินเข้าไปออกมา หน้าก็ขาวซีดจนน่าสงสาร“เดินมาค่ะ ตอนนี้หนูอยากหอมพี่ยีน” คนท้องบอกตามความรู้สึกที่เกิดขึ้น ไม่รู้ทำไมนึกอยากกอดอยากหอมพ่อของลูกเหลือเกิน“น้องกัสคะ” เขายังพะวง ยังเป็นห่วงเพราะแต่ละครั้งที่เกิดอาการ หน้าเมียของเขาจะหน้าซีดขาวขาวจนน่ากลัว เขากลัวกัสจะเป็นอะไรไป“ถ้าไม่เด
“ไม่ต้องไปเอ็ดคนอื่น ย่าสั่งเอง” เมื่อหลานชายเดินเข้ามาใกล้ ย่าหล้าจึงยื่นมือบิดที่หน้าท้องไปหนึ่งทีแรง ๆ “ไปเดี้ยงพาย่าไปพักผ่อนที่บ้านหน่อย เดี๋ยวเย็นย่าจะทำกับข้าวมาให้หนูกัส เอ...หรือยีนจะกลับไปกินเหล้าอยู่ไหม ย่าจะได้ไม่รบกวนเวลาของยีน”“ย่าครับ”“ไม่ต้องมาทำหน้าใส่ย่า ย่าไม่สงสาร”“ยีนอยู่เฝ้ากัสครับ”“ฮึ ไปเดี้ยงกลับ” มองค้อนหลานชายแล้วเดินออกจากห้องพักฟื้น โมโหก็โมโหแต่จะทำอะไรได้ ย่าก็ไม่ได้อยากให้เด็กสองคนเลิกกันเมื่อย่าหล้าออกไปแล้ว ทั่วทั้งห้องตกอยู่บนความเงียบงัน ยลภัทรมองถุงเลือดถุงน้ำเกลือที่ต่อเข้าร่างกายน้องกัสแล้วใจหล่นวาบ ความรู้สึกผิดเกาะกินใจ เขานั่งลงที่เก้าอี้ตัวที่ย่าหล้าเพิ่งจะลุกออกไป วางมือกุมที่มือเรียวเล็ก เวลาแบบนี้เขาต้องโทษตัวเองเท่านั้นที่ทำให้เมียตกอยู่ในสภาพและสภาวะจิตใจที่ย่ำแย่ขนาดนี้ ถ้าไม่ละเลยความรู้สึกของเมีย ทุกอย่างจะดีกว่านี้มาก“โกรธพี่จนไม่อยากมองหน้าเลยเหรอคะ” รู้ว่าน้องไม่ได้หลับ เพราะก่อนหน้านี้เขายืนทำใจหน้าประตูสักพักใหญ่กว่าจะกล้าเดินเข้ามาเผชิญหน้ากับความจริง เขาได้ยินเสียงกัสพูด ได้ยินเสียงกัสสะอื้น“...” โกรธเหรอ กัสมีสิทธิ์อะไร
“กัสไม่อะไร มันเป็นสัญญาณอันตรายหรือเปล่าไอ้ยีน กูว่าพวกมึงแต่งกันเร็วไป ไม่ศึกษาดูใจกันก่อน มึงชอบอย่างกัสชอบอย่าง ไม่รู้จักปรับตัวจะอยู่กันได้นานไหมวะ”“...” ก็ใช่ที่แต่งกันเร็วไป แต่กัสอยากได้อะไรเขาก็ให้ทุกอย่าง ไหนจะเชื่อใจให้เก็บบัตรทุกใบ รู้ทุกรหัส แล้วเขาก็ไม่เคยคิดนอกใจนอกกาย ไม่เคยคิดมองใครด้วย แค่นี้ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ“เฮีย!” ลูกน้องที่ว่าจะไปสืบเรื่องรถพยาบาลเดินกลับมาด้วยใบหน้าแตกตื่น“อะไรมึง มีใครตายหรือไง”“เมียเฮียอะดิ”“ไอ้เหี้ยปากหมา เมียกูจะตายได้ไง” ดีดตัวลุกขึ้นตั้งท่าจะซัดหมัดใส่ลูกน้องในร้าน“เดี๋ยวเฮียฟังก่อน รถพยาบาลที่เข้าซอยบ้านเมื่อคืนอะไปจอดที่บ้านย่าเฮีย คนที่เป็นอะเมียเฮีย”“...” เหมือนพายุลูกใหญ่พัดวูบเข้ามาที่หน้าแรง ๆ จุกในคอพูดไม่ออก หูอื้ออึง ทุกอย่างรอบตัวแทบหยุดเคลื่อนไหวชั่วขณะ“มึงแน่ใจนะสอง ไม่ใช่ฟังผิดอะ”“แน่ใจดิเฮียดราฟต์ แม่สองเพิ่งไปเยี่ยมเจ้กัสมา เจ้กัสท้อง เมื่อคืนตกเลือด หมอบอกอยู่ในภาวะแท้งคุกคาม ดีที่...”“อะ... ไอ้ยีน ไอ้เวร พวกมึงไปหายาดมมาให้มันดมดิ๊” ดราฟต์รีบประคองเพื่อนที่จู่ ๆ ก็ล้มหมดสติไปเป็นยังไงล่ะ เกิดเรื่องจนได้ เป็นผัว
“ญาติไม่มีใครรู้เหรอครับว่าคนไข้ตั้งครรภ์” คุณหมอเดินเข้ามาถาม“ไม่เลยจ้ะ ไม่แสดงอาการอะไรเลย” เอ๊ะ หรือว่าแสดงแต่ย่าไม่ได้สังเกตกันล่ะ ช่วงนี้หนูกัสกินเก่งอะไรก็ดูชอบกินไปหมด“คนไข้ตั้งครรภ์ได้ 10 สัปดาห์นะครับ ดีที่มาโรงพยาบาลทัน ตอนนี้อยู่ในภาวะแท้งคุกคาม อย่าให้มีเรื่องเครียดจะดีที่สุด เคสนี้ถือว่าโชคดีมากนะครับ ปกติเด็กไม่รอดแล้ว”“โอ คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองแล้วลูก ขอบคุณคุณหมอมากนะจ๊ะ ต่อไปย่าจะดูแลหลานอย่างดีเลย” ยังเป็นบุญของย่าหล้าที่เหลนในท้องฮึดสู้ อดทนนะหนูกัสลูก หนูเก่งมากเลย“อย่าเพิ่งเบาใจนะครับ ต้องรอดูอาการก่อนสักสามสี่วัน ห้ามคนไข้ขยับตัวจะดีที่สุด”“จ้ะคุณหมอ ขอบคุณมากนะจ๊ะ”“ครับ”คุณหมอเดินกลับเข้าไปภายในห้องฉุกเฉินอีกครั้ง ย่าหล้านั่งลงที่เก้าอี้ยกมือไหว้ฟ้าดินตามประสาคนเฒ่าคนแก่ที่มีความเชื่อ“จะไม่บอกเฮียจริงเหรอครับย่า” เดี้ยงเบาใจที่เจ้กัสปลอดภัย แต่ถ้าเฮียรู้ทุกอย่างจะดีกว่านี้มาก“ให้มันรู้จักตกใจบ้างก็ดี ดูซิมันจะนึกถึงเมียเมื่อไหร่” ไม่ใช่ว่าจะไม่บอก แต่ย่าหล้าอยากจะรู้ว่าหลานจะสำนึกไหม จะเลิกไหมไอ้เหล้าเบียร์เนี่ย หรือต้องเสียลูกเสียเมียไปจริง ๆ ถึงจะรู้สึ
หลายวันผ่านไปที่อู่ซ่อมรถขนาดใหญ่ยังคงตั้งวงดื่มกินเช่นเคย อู่ปิดสี่โมงครึ่ง นั่งก๊งแต่เย็นลากยาวถึงสี่ทุ่มแยกย้ายนอนคนละมุม เมื่อก่อนเกรงใจเมียเพื่อน ทว่าเมียเพื่อนมานั่งทำงานตกเย็นก็กลับไปนอนอีกบ้าน หลัง ๆ มาจึงพากันนอนเมาเรี่ยราดไปทุกที่ครืด ครืดครืด ครืดครืด ครืดเสียงสมาร์ตโฟนที่ทั้งสั่นทั้งร้องไม่ได้เข้าหูคนเมาพับหลับกอดขวดเหล้า คนโทรก็โทรไปสิ โทรให้ตายก็ไม่มีใครรับสาย เกือบยี่สิบสายที่โทรเข้าหาสามี ทว่าไม่มีใครกดรับสักคนท้ายที่สุดคนโทรก็ลุกหอบสังขารที่จะล้มแหล่ไม่ล้มแหล่เดินตัวขดตัวงอออกมาจากห้องมาเคาะประตูห้องนอนย่าหล้าเสียงดัง ก๊อก ก๊อก“ย่าคะ ย่า ย่าคะช่วยกัสด้วย” ปลุกคนหลับทั้งที่ปวดท้องเจียนใจจะขาดไม่ใช่เรื่องง่าย เสียงที่ส่งไปว่าดัง ๆ ความจริงแล้วมันเบาหวิว การต์รวียังคงเคาะประตู ร่างกายที่เจ็บปวดทำให้เธอค่อย ๆ นั่งลงกับพื้น มือยังคงเคาะ เสียงยังคงพยายามเปล่งเรียกย่าหล้าให้ตื่นมาช่วยเธอหน่อย จากนั่งเริ่มนอนลงหน้าห้องย่าตัวขดตัวงอเอี๊ยด...“ตายแล้วหนูกัส” ย่าหล้าถูกปลุกจากฝันตื่นตกใจรีบเปิดประตู หลานสะใภ้นอนตัวขดเลือดไหลตามหว่างขาทำเอาคนแก่ใจหายใจคว่ำ“ย่าขา กัสเจ็บท้







