登入ฉันเจอ 'แหวนเกียร์' ปริศนาที่สลักตัวอักษรภาษาอังกฤษตัว J และ D ในลิ้นชักตู้ของห้องเช่าที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ ความซุกซนทำให้ฉันสวมใส่มันเข้าที่นิ้วนางมือข้างซ้าย แต่นาทีต่อมาความซวยก็มาเยือน ฉันถอดมันไม่ออก!! หนทางเดียวคือสารภาพบาปกับเจ้าของแหวนที่พ่วงตำแหน่งเจ้าของห้อง แต่เหมือนโชคชะตาจะเล่นตลก.. เมื่อเขาคือคนที่เคย...กันมาก่อน #ตัวอย่าง "พี่ต้องการอะไรจากไอ" "แหวนมั้ง" "ใจกล้าตัดนิ้วเมื่อไหร่จะเอาไปคืนให้นะคะ" "ตกลงจะดื่มไหม" พี่เจไดก้มลงมาถาม "เมาแล้ว" "ไม่ต้องร้อง" ฉันเงยหน้าขึ้นสบตาทำปากยื่นแง่งอน "ร้องให้หมา" "ขอโทษแทนมันด้วยที่ทำให้ร้องไห้" นิ้วโป้งใหญ่ปาดไล้เช็ดน้ำตาที่แก้มนวล เขายิ้มจนตาหยี ยิ้มอะไรไอ้บ้า! "แก้ตัวได้ป่ะ" "ไม่!" "แหวนเกียร์ถอดไม่ออกก็ไม่ต้องถอด พี่เคยบอกแล้วไม่ใช่..ว่าจะให้ไอดู ใส่มันไว้อย่างนั้นแหละ.."
查看更多พื้นที่สนามบินแน่นขนัดไปด้วยผู้คนนับพันนับหมื่นทั้งนั่งปะปนกับยืนสลับกันไปตามพื้นที่ที่ทางสนามบินจัดเตรียมเอาไว้ให้ 'แฟนคลับ' ของนักร้องเกาหลีที่จะมาแสดงคอนเสิร์ตในวันพรุ่งนี้
ความสูงหนึ่งร้อยห้าสิบเก้าเซนติเมตรเป็นอุปสรรคต่อการมองเห็น เบื้องหน้าตอนนี้มีแต่แผ่นหลังผู้คนมากมาย มองไม่เห็นแม้แต่ทางเดินของศิลปิน
กรี๊ด! ฉันกรีดร้องในใจแล้วตัดสินใจหันหลังเดินฝ่าฝูงชนมากมายออกมายังจุดโล่งโปร่ง สูดเอาอากาศเข้าปอดลึกๆ มือพัดโบกสร้างความเย็นและลดความหงุดหงิดให้ตัวเองไปด้วย
สาบานเลยว่าฉันจะไม่บ้าจี้ตามยัยเบลล์เพื่อนสายติ่งมาอีกเพียงเพราะเบื่อนอนอยู่ที่ห้องเฉยๆ รอบก่อนก็ชวนมาติ่งนักแสดงจีนคนหนึ่งพาฉันกลับถึงห้องพักตั้งเกือบห้าทุ่มแหนะ
ติ๊งๆๆ พอนึกถึงเบลล์ก็ส่งแชทมาทันที
Bellza : ไม่อดทนคราวหลังไม่ต้องมาเลยนะ
Bellza : อีบ้า!
"แกน่ะสิบ้า!"
ฉันไม่ตอบกลับ จัดการบล็อกไลน์ของเบลล์ทันทีแล้วกระโดดขึ้นรถสาธารณะคันใหญ่นั่งกลับเข้ามาในเมือง
หนึ่งปีกว่าๆ ที่ฉันกับเบลล์ยังคงติดต่อกันอยู่ทั้งที่เรียนคนละมหาวิทยาลัยก็เพราะความเห็นใจ
เพื่อน.. ไม่ใช่สิ! อดีตเพื่อนคนนี้หาคนคบยากเพราะนิสัยขี้วีน ตัวอย่างก็เมื่อครู่ แทนที่จะถามไถ่ฉันสักคำว่าทำไมถึงต้องออกมายืนข้างนอกก็ไลน์มาวีนฉ่ำๆ จากนี้ก็หาเพื่อนคนอื่นมารับเคราะห์กรรมไปเถอะย่ะ
ฉันมาลงรถเมล์ที่หน้าคาเฟ่อาร์ต ตั้งใจมาหาน้ำหวานดื่มไปพร้อมกับวาดภาพสีน้ำ หวังให้มันช่วยผ่อนคลายอารมณ์ แม้จะวาดรูปไม่สวย ก็ช่วยโปรดมองให้เป็นศิลปะ
แต่ภาพวิวทุ่งดอกไม้ถูกพู่กันปัดป่ายได้เพียงครึ่งเดียวเสียงแชทไลน์ก็ดังขึ้น ฉันวางอุปกรณ์เช็ดไม้เช็ดมือแล้วหยิบมือถือมาดูไลน์ของพี่ปันปันพี่รหัสคนสวย
พี่ปันปัน : วันนี้วันเกิดน้องรหัสพี่หรือเปล่า
อ่านคำถามจบฉันก็ยิ้ม นิ้วมือพิมพ์ตอบกลับ
Irinka : มีของขวัญเหยอ
พี่ปันปัน : คืนนี้มา K Night สิ
ได้ยินชื่อผับแล้วมือแทบอ่อนแรง ในบรรดาสถานบันเทิงนับพันนับหมื่นในประเทศไทย K Night ผับคือสถานที่เดียวที่ฉันไม่อยากเข้าไปเหยียบ
ไม่ใช่ที่นั่นไม่ดี แต่เป็นใครบางคนที่อยู่ที่นั่นต่างหากที่ฉันไม่อยากเจอ แต่รุ่นพี่คนสวยชักชวนขนาดนี้จะไม่ไปได้อย่างไร
Irinka : เซเยสค่า เดี๋ยวโทรชวนมาหยาด้วยนะคะ
พี่ปันปัน : ได้เลย เจอกันหนึ่งทุ่มนะ มาถึงแล้วโทรหาพี่
โทรชวนมาหยาเพื่อนสนิทเรียบร้อยก็เตร็ดเตร่อยู่แถวนี้จนถึงห้าโมงเย็น ก็นั่งรถแท็กซี่มายังผับ K Night
มาหยามาถึงก่อนฉัน เห็นว่าวันนี้นางว่างจัดนอนกลิ้งอยู่บนที่นอนมาทั้งวัน
"ฉันจะดื่มให้เต็มที่ เดี๋ยวจะจองห้องนอนที่นี่เอาไว้ก่อนเลย"
"ไม่ต้องหรอก ไปนอนห้องฉันดีกว่ามั้ง เดี๋ยวฉันแบกแกกลับเอง"
มาหยายกนิ้วขึ้นมาทำท่าโอเคเป็นอันรับทราบว่านอกจากฉันจะเป็นเจ้าของวันเกิดแล้ว ยังเป็นเดอะแบกเพื่อนด้วย ความจริงแล้วฉันไม่อยากนอนค้างที่นี่เป็นเพื่อนมาหยาต่างหาก
ฉันเคยมาที่นี่หนึ่งครั้งเมื่อประมาณสองสัปดาห์ก่อน มากับยัยเบลล์นั่นแหละ จนได้ค้นพบว่า K Night ผับ เป็นสิ่งมหัศจรรย์ในด้านความบันเทิงยามค่ำคืนของเหล่านักท่องราตรี ที่นี่เป็นผับที่ครบวงจรตั้งแต่ลานจอดรถกว้างขวาง พนักงานบริการดีเยี่ยม แสงสีเสียง เครื่องดื่มคุณภาพ และห้องพักชั่วคราวยามนักดื่มมึนเมาแล้วขับรถไม่ไหว
ข้อมูลฉันแน่นขนาดนี้ทั้งที่เพิ่งเคยมาครั้งที่สองเพราะว่าครั้งก่อนฉันนั่งเฉยมากกว่าดื่มเลยมีเวลาสอดส่องได้ทั่ว และเห็นตามที่พูดทุกอย่างเป๊ะๆ
อ่อ สำคัญเลยคือเจ้าของและหุ้นส่วน พวกเขาเป็นแฟนของรุ่นพี่ฉันเอง พี่ปันปันถึงได้โทรตามให้มาที่นี่ไง
"เคยได้ยินมาว่าเจ้าชายให้เจ้าหญิงอยู่ได้เฉพาะแค่บนหอคอย"
หย่อนก้นลงบนเก้าอี้ได้ก็เอ่ยแซวพี่ปันปันกับพี่ชูครีม พี่ๆ สุดที่รักของฉันกับมาหยา
พี่ชูครีมกลอกดวงตามองบน พี่ปันปันคนเรียบร้อยยิ้มหวานยกมือเกาแก้มแล้วพูดพร้อมกัน
"คนเขาหวงไง"
เป็นฉันกับมาหยามองบนบ้าง
"หวงจนต้องนั่งอยู่บนชั้นสองโซนวีไอพี แบบนี้ก็อดไปตื้ดๆ เลยน่ะสิ" มาหยาทำท่าเสียดายแทน
"ตรงนี้ก็ตื้ดได้ ไม่มีใครยุ่ง ไม่มีใครบังไง"
พี่ชูครีมยังคงหาข้อดีของการถูกแฟนที่ได้ข่าวว่าเป็นเจ้าของที่นี่ออกคำสั่งให้นั่งดื่มได้เฉพาะโซนด้านบน
ข้อดีเดียวที่ฉันเห็นคงจะมีแต่แฟนพวกเธอหวงและห่วงนั่นแหละ
"พี่นิริณไม่มาเหรอคะหรือว่าแอบไปเต๊าะหนุ่มอยู่ข้างล่าง"
"กลับบ้านน่ะ เดี๋ยวคืนนี้พี่เลี้ยงเอง พวกแกดื่มได้เต็มที่เลย ของขวัญวันเกิดแกนะไอ"
ฉันลุกจากเก้าอี้เดินอ้อมโต๊ะไปพนมไหว้ย่อบนบ่าของพี่ปันปัน "ขอให้รวย ขอให้สวย ขอให้แฟนรักแฟนหลงจนโงหัวไม่ขึ้นนะคะพี่"
"ส่วนแกๆ" มือพี่ปันปันวางลงบนศีรษะฉัน "ขอให้มีแฟนกับเขาสักที"
"มันมีคนคุยอยู่นะพี่" มาหยารีบแย้ง
"เฮ้ย! ทำไมไม่อัปเดต"
พี่ชูครีมจับหัวไหล่ฉันดันเบาๆ ให้หันมาคุย
"เพิ่งจะคุยได้สามวันค่ะ พอดีโสด เขาทักมาก็เลยคุย บอกเร็วเดี๋ยวเคลื่อนค่าพี่"
"งั้นแสดงว่ายังเปิดวาปได้อยู่ชิมิ"
รอยยิ้มหวานของพี่ชูครีมดูไม่น่าไว้ใจ ยังไม่ทันถามว่าจะแกล้งอะไรฉันหรือเปล่า ในเสียงเพลงฮิปฮอปก็มีเสียงดีเจพูดแทรก..
'น้องไอริณคนน่ารัก โสด โสดอยู่ทางนี้ ถ้าพี่มีดีก็ทักมาได้นะ'
พร้อมกับภาพบนจอมอนิเตอร์ปรากฏรูปโปรไฟล์ไอจีของฉัน ด้านข้างเขียนชื่อไอจีและคิวอาร์โค้ดสำหรับให้คนฟอลโล่
ฉันอ้าปากหวอตื่นตะลึง กลับมานั่งบนเก้าอี้แล้วยกมือปิดใบหน้าด้วยความเขินอายเพราะเสียงโห่แซวของผู้คนดังกระหึ่มแทรกเสียงเพลงขึ้นมาให้ได้ยิน
พี่ๆ เล่นใหญ่มาก! และขอบพระคุณมากที่ไม่ชี้เป้าว่าคนในรูปอยู่ตรงนี้ ไม่อย่างนั้นฉันคงได้อายจนไม่มีแรงดื่ม
จากนั้นเสียงแจ้งเตือนมือถือก็ดังขึ้น ฉันล้วงออกจากกระเป๋าสะพายมาดู ล้วนแล้วแต่เป็นแจ้งเตือนการฟอลโล่ที่เด้งเข้ามานับร้อย ฉันรีบกดปิดเสียงทันที
พอดีกับไอจีของใครบางคนเด้งเตือนขึ้นมาว่าเป็นหนึ่งในคนที่กดฟอลโล่.. บอกให้รู้ว่าคืนนี้เขาก็อยู่ที่นี่เช่นกัน
[JDai Part]"ปากดี น่ากัดให้ปากขาด"ผมบ่นตามหลังยัยตัวเล็กผมหยิกเป็นเส้นมาม่าแล้วเดินกลับเข้ามานั่งข่มอารมณ์มันเขี้ยวอยู่ในรถเคลียร์เรื่องรถของสาวมนุษยศาสตร์ที่โชนตามจีบอยู่ในช่วงนี้เสร็จเรียบร้อยก็ไปเรียนต่อ วันนี้ผมอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ บาสก็แข่งแพ้เด็กสถาปัตย์ โปรเจคต์จบก็สุมหัว เพื่อนแม่งก็ไข้ใจกันเป็นแถบๆ หนักสุดก็ไอ้เวรแทนคุณที่ตอนนี้วิญญาณน่าจะไปอยู่แถวๆ ตึกมนุษย์โน้น เหลือแต่กายหยาบนอนอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวยาวข้างบาทาผม ผมเลยใช้ตีนสะกิดขามัน"ทนไม่ไหวก็ไปหาเขา เอาแต่ทำหน้าเป็นหมาหงอยกูรำคาญ"แทนคุณใช้เท้ายันเท้าผมออก พลิกตัวตะแคงข้างหันตูดให้เฉยเออดี! ขอให้แม่งง้อเขาไม่สำเร็จผมหันไปสนใจโอบ ยังดีที่มันรักกับน้องปันปันดี เลยยังเหลือตัวช่วยทำโปรเจคต์กลุ่มที่จะต้องส่งอาจารย์ในอีกสองสัปดาห์ แต่เห็นมันจิ้มๆ หน้าจอมือถืออีกแล้ว ไม่พ้นคงสั่งอาหารไปกินที่ตึกโน้นอีกเหมือนเคย"ครั้งนี้แดกไรวะ""น้องอยากกินบะหมี่ไข่" มันตอบแต่ไม่ได้เงยหน้าจากหน้าจอมือถือขึ้นมาคุย"วันนี้?""พรุ่งนี้ มึงไปด้วยกันไหม""กูจะไปทำห่าอะไร กูไม่ได้มีเด็กอยู่ตึกนั้นเหมือนพวกมึง"โอบเงยหน้ามองผม.. "แต่ครั้งก่อนม
"แวะทำแผลที่โรงพยาบาลไหม"รถเลี้ยวออกจากห้างสรรพสินค้าก็มีคำถามลอยมา ฉันดึงสายตาออกจากมือใหญ่แล้วส่ายหน้าปฏิเสธ พยายามวางสายตาเอาไว้ที่รถด้านหน้า ใช้เวลาแค่สิบนาทีก็จะถึงคอนโดมิเนียมของฉันแล้วแกต้องอดทน!"ไม่รู้เลยเหรอว่ามันมีเมีย"ฉันส่ายหน้าตอบอีกหนมือสางผมให้เข้าทรงเพราะอาการแสบยุบยิบตรงขมับกระตุ้นให้ฉันนึกได้ว่าสภาพไม่ต่างจากฟัดกับหมามาจริงๆ"ก็ไหนว่าโสดไง""บางคนไม่โสดก็ยังตอแหลว่าโสดได้เลยนี่คะ ไอหมายถึงไอ้ชั่วเมื่อกี้ อีกอย่างแค่คุยไม่ได้คบ ถือว่าโสดก็ถูกแล้ว"พี่เจไดไม่ได้ตอบกลับ ฉันเลยใช้จังหวะนี้ชี้มือไปด้านหน้า"ถึงคอนโดไอแล้วค่ะ พี่จอดได้เลย"เอี๊ยด! รถหรูจอดเทียบหน้าฟุตบาทตรงด้านหน้าป้ายคอนโดมิเนียม พี่เจไดเป็นคนปลดล็อกเข็มขัดนิรภัยให้เป็นอิสระแล้วฉันก็หันไปพนมมือไหว้ แต่ไม่ได้มองหน้าเขา"ขอบคุณค่ะที่ช่วยแล้วก็ขอบคุณที่มาส่งด้วยค่ะ""ขอบคุณที่เหวี่ยงใส่เหมือนกัน"อีพี่เจได! ฉันถลึงตาดุมองเขา อยากเอาความรู้สึกที่มีทั้งหมดในตอนนี้มาระบายด้วยการตะกุยหน้าเขาที่สุดเขาทำเพียงเหล่ตามองฉัน จิ้มนิ้วลงบนปุ่มอะไรสักอย่างตามมาด้วยเสียงปลดล็อกประตูสุดท้ายก็ได้แค่คิด การอยู่ห่างเข
ปึก! เผละ! สิ้นเสียงเผละความรู้สึกเย็นวาบตั้งแต่ลำคอลามมาถึงปลายนิ้วมือข้างขวาก็มาพานพบฉันตกใจกางแขนข้างนั้นออก มองดูของเหลวสีแดงผสมเกล็ดน้ำแข็งที่หกเลอะเปรอะเปื้อนให้ตายเถอะ! โคตรซวยเลย ชุดนี้ฉันเพิ่งจะใส่ครั้งแรกด้วยนะมันเหมือนจะเป็นน้ำแตงโมปั่นที่ฉันสั่ง ฉันเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของกางเกงสีดำที่ยืนประชิดตัว ก่อนจะต้องย่นคิ้วเพราะเธอไม่ใช่พนักงาน แต่เป็นใครก็ไม่รู้ที่ทำหน้าตาไม่ต่างจากนางยักษ์ผีเสื้อสมุทร"หน้าตาก็ดี ไม่มีปัญญาหาผัวเองหรือไง"ห๊ะ! ฉันอุทานในใจ ไม่ทันได้หันไปโยนคำถามใส่พี่ต้นว่าใครคือผัวของเธอคนนี้ที่คาดเดาอายุน่าจะเกินสามสิบปี เส้นผมลอนมาม่าที่ฉันนั่งทำอยู่ครึ่งชั่วโมงก็ถูกดึงทึ้งจิกด้วยมือของอีคนแก่กว่า ออกแรงดึงให้ฉันลุกขึ้นยืนแล้วลากออกมานอกร้านฉันรู้แล้วว่าสถานการณ์ชักไม่ดี มีกลิ่นตุๆ บางอย่างตั้งแต่น้ำแตงโมลอยมาสาดใส่ลำตัวแต่ฉันดันตั้งตัวไม่ทัน สัญชาตญาณป้องกันตัวตอนนี้คือใช้สองมือจับข้อมือมัน จิกเล็บลงบนผิวเนื้อเหี่ยวๆ อย่างแรง ลำตัวถลาตามการดึงรั้ง ความเจ็บปวดวิ่งพล่านโอบล้อมหนังศีรษะจนอยากกรีดร้องดังๆ และรัศมีสายตามองเห็นรองเท้าหลายสิบคู่ยืนรายล้อมเป็นไทยมุ
ฉันเป็นคนดื่มได้แต่ดื่มไม่เก่ง เลยเลือกดื่มน้อยๆ เพื่อจะได้พามาหยากลับได้ หลังจากเป่าเค้กมินิที่พี่ปันปันซื้อมาเซอร์ไพรส์ นั่งอยู่ต่ออีกหนึ่งชั่วโมงก็แยกย้ายกันกลับเพราะรุ่นพี่ถูกบรรดาแฟนหนุ่มมาตามตอนแรกฉันแกล้งดื้อดึงทำเป็นโอดครวญว่าถูกพี่ๆ ทิ้งในวันเกิด แต่เพียงได้สบตาแฟนพี่ปันปันที่ชื่อว่าพี่โอบ ผู้ที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดในแก๊งวิศวะลูกเทพ ขนแขนก็ลุกชันจนต้องแกล้งทำเป็นเมาแล้วควงแขนมาหยาขึ้นรถแท็กซี่กลับแทบไม่ทัน"ไม่น่าเชื่อว่าพี่ปันจะคบกับพี่โอบได้" ฉันชูมือถือที่เปิดรูปคู่ของคู่รักที่กำลังกล่าวถึงให้มาหยาดู"แกจะบอกว่าพวกเขาไม่เหมาะสมกันเหรอ""ไม่ใช่ พี่ปันของเราเรียบร้อยดั่งนางฟ้า แต่ดูพี่โอบสิ..""จริง แต่ใครจะไปรู้ล่ะ เวลาอยู่กันสองคนพี่โอบอาจจะเป็นหมาเชื่องให้พี่ปันลูบหัวก็ได้""เป็นไปได้เพราะตอนเขามองพี่ปันนะ ตาเชื่อมมาก ดูรู้เลยว่าเขารักเธอ.."ไม่ใช่แค่พี่ปันปันหรอก พี่ชูครีมก็ด้วย แฟนของเธอโอบอุ้มในท่าเจ้าหญิงแล้วพาเดินออกไป ตอนนั้นทำฉันกรี๊ดคอแทบแตกวาสนาพวกเธอจริงๆ เฮ้อ! น่าอิจฉาเนอะมาหยายังมีสติมากพอไม่ต้องเป็นภาระใครจึงกลับไปนอนห้องตัวเองเราแยกกันบนรถแท็กซี่ ส่งเพื





