LOGINเขาคนนั้นที่เคยขอกินตับเธอกลายเป็นเพื่อนรุ่นพี่ของพี่ชาย แล้วก็กลายเป็นสุดที่รักที่เธอ...ไม่ได้รัก
View More“นี่ครับผม” จานอาหารวางตรงหน้าฉันด้วยฝีมือของสุดหล่อท่านหนึ่ง
“ขอบคุณค่ะ”
“ยินดีครับคุณคนสวย”
“ฮ่า ๆ ๆ พอเลยไม่ต้องมาชม”
“ไม่ได้ชม พูดความจริง” สุดหล่อคนเดิมเพิ่มเติมคือเป็นคนดี น่ารัก พูดด้วยเสียงหล่อกับสายตาอ่อนโยนทำให้ฉันเชื่อหมดใจ ก็แหมคนหล่อชมขนาดนี้มีเหตุผลอะไรที่จะไม่เชื่อถูกไหมคะ อิอิ
“ขอบคุณนะคะคุณสุดหล่อ”
“ฮึ ๆ ๆ กิน งอแงอยากกินก็กินให้หมด” เขาเลื่อนจานอาหารมาตรงหน้าฉัน ไม่ใช่แค่เลื่อนจานนะแต่หยิบส้อมกับมีดมาวางให้เรียบร้อยเลย น่ารักที่สุด
“กินไม่หมดแน่เลย” ฉันย่นจมูกนิดหน่อยเพราะสเต็กแถวมหาวิทยาลัยมันจานเบิ้มมาก
“ไม่ได้ งอแงกินเองพามากินแล้วก็ต้องกินให้หมด”
“มันเยอะไปไงปริ๊นซ์~ แค่อยากกินแต่ไม่มีปัญญากินหมดหรอก ถ้ากินหมดจานต้องอ้วกแน่”
“ฮึ ๆ ๆ กิน ๆ ไปเถอะ กินไม่หมดเดี๋ยวกินต่อเอง”
“งื้อ~ น่ารักที่สุดเลยค่ะคุณปริ๊นซ์” ^^ ฉันยิ้มจนตาหยีแล้วก็จัดการจ้วงสเต็กเข้าปากจนแก้มตุ่ยทำให้คุณปริ๊นซ์คนดีของพริกไทยที่นอกจากจะพามากินตามที่ต้องการก็ยังบริการทุกอย่างแถมยังเป็นเจ้ามือด้วยถึงกับอมยิ้มส่ายหน้าขำเบา ๆ
“อั้ยอินอ๋อ”
แป๊ะ!
“อื้อ! อีอำอัย” ฉันเอามือลูบหน้าผากตัวเองป้อย ๆ หลังจากโดนมือใหญ่ตีที่หน้าผากเบา ๆ
“บอกหลายรอบแล้วว่าเคี้ยวอยู่อย่าพูด เดี๋ยวก็ติดคอ” เขาดุนิดหน่อยฉันเลยยิ้มจนตาหยี
“แหะ ๆ อ๋อโอ้ด”
“ยังจะพูดอีก”
^^
ฉันยิ้มตาหยีอีกครั้งเพราะลืมตัวก่อนจะลงมือกินสเต็กจานยักษ์ตรงหน้า ส่วนคุณปริ๊นซ์สุดหล่อที่เปรียบเสมือนเจ้าชายสมชื่อก็จัดการสเต็กจานไซส์ปกติของตัวเอง
อร่อยจัง
...มีความสุขมากด้วย ^^
-เวลาต่อมา-
ตื๊ด~ ตื๊ด~
...คุณไตเติ้ล
ติ๊ด~
“ฮัลโหล คนสวยรับสายแล้วคนขี้เหร่มีธุระอะไร”
(ไหนคนสวยวะ)
“ฮ่า ๆ ๆ วีดีโอคอลมาสิจะได้หมดความสงสัย”
(ไม่มีทาง เลิกเรียนแล้วไปไหนต่อ)
“กลับบ้านไง พี่เติ้ลมีไร”
(คืนนี้ไปเฝ้าร้านให้พี่หน่อย)
“หูย~ ขี้เกียจอ่ะ อยากนอนกลิ้งบนเตียง”
(สามพัน)
“เดี๋ยวจะไปตอนนี้เลยค่ะ!” ฉันรีบตกลงด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจทันที สามพันเลยนะ ดีเลยพริกอาทิตย์หน้ากระเป๋าแบรนด์ฮิตจะเบ่ง เอ้ย! จะคลอดรุ่นใหม่ออกมาพอดี คราวนี้ล่ะพริกไทยจะได้ไปยืนต่อแถวรอซื้อตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่เหมือนคนอื่นเขาบ้างแล้ว~ ได้กระเป๋าแล้วยังได้คอนเทนต์เลิศเวอร์ อิอิ
(ฮึ ๆ ๆ ไอ้งก ตกลงไปดูให้นะ)
“ค่าเจ้านาย”
(โอเค เดี๋ยวพี่โอนเงินให้)
“ขอบคุณค่ะโบร๋ว~”
(ไอ้แสบเอ้ย แค่นี้แหละ)
“ค่า~”
ติ๊ด!
ฉันวางสายจากพี่ชายหัวแก้วหัวแหวน คุณไตเติ้ลของยัยพริกไทย ชื่อไม่พ้องแต่เบ่งจากท้องแม่เดียวกันแน่นอน อิอิ
“เป็นอะไรทำไมอารมณ์ดี”
ขวับ!
“อ้าว มาไงนึกว่าอยู่ในห้อง” ฉันถามคนที่ไม่รู้ว่ามาตั้งแต่เมื่อไหร่
“มาเข้าห้องน้ำ ตกลงเป็นอะไร แอบคุยกับหนุ่ม ๆ รึไง”
“ฮ่า ๆ ๆ ใช่ที่ไหนล่ะ คุยกับพี่เติ้ล วันนี้พี่เติ้ลให้ไปดูร้านให้ จ้างตั้งสามพันเลยนะคะคุณ” ฉันอวดแล้วก็ทำหน้าตาน่าหมั่นไส้ พ่อหนุ่มรูปงามนามว่าปริ๊นซ์ก็เลยยิ้มขำ
“ร้อนเงินรึไง”
“แน่นอน”
“ฮึ ๆ ๆ ร้อนเงินได้ยังไงปกติมีแต่ฉันเลี้ยงเธอ เกาะกินอยู่ทุกวันยังต้องหาเงินอีกเหรอ”
“ชิส์! ไม่ต้องมาพูดเลย มีหน้าที่เลี้ยงก็เลี้ยงไปสิ” ฉันแกล้งมองค้อนบ่นพึมพำเบา ๆ ซึ่งแน่นอนว่ากับคนที่รู้ใจกันมากอย่างปริ๊นซ์รู้ดีว่าฉันกำลังแกล้ง
“ฮึ ๆ ๆ โอเค ถ้างั้นเดี๋ยวไปส่ง จะไปร้านกี่โมง”
“ไม่เป็นไรปริ๊นซ์เดี๋ยวเราไปเอง ว่าจะไปเลย”
“จะดูผับแทนพี่ชายชุดนี้?”
“อาฮะ ไม่เป็นไรนี่แค่ไปคอยดูบัญชีเฉย ๆ ง่วงอ่ะวันนี้มีแต่วิชาชวนง่วงเลยว่าจะไปเลยจะได้นอนก่อน ขี้เกียจนั่งรถกลับไปกลับมาด้วย” เพราะว่าผับของพี่เติ้ลกับบ้านอยู่คนละฟากโลกเลยค่ะเพราะฉะนั้นพริกไทยไม่กลับบ้านให้เสียเวลานอนแน่นอน
“โอเคถ้างั้นเดี๋ยวไปส่ง”
“ไม่เป็นไรปริ๊นซ์ เรานั่งบีทีเอสไปดีกว่า รถติด”
“ไปส่งได้”
“ไม่เอา ๆ ไปเอง”
“แน่ใจ?”
“แน่ใจสิ ไปเองได้ไม่ต้องห่วง”
“โอเค ถ้างั้นเดี๋ยวไปรับ”
“จริงอ่ะ?” ฉันตาโตเลยนะตอนที่เขาบอกว่าจะไปรับ
“อื้ม ไม่ไปรับจะกลับยังไงล่ะ”
“งื้อ~ คุณปริ๊นซ์น่ารักที่สุดเลยค่ะ ขอบคุณน้า~” ฉันยิ้มขอบคุณเขาจนตาหยี ปริ๊นซ์ก็แบบนี้แหละ ใจดีที่หนึ่ง ใจดีเหมือนเจ้าชายเลย~
-เวลาต่อมา-
“พี่พริกไทยคะ” ฉันหันไปตามเสียงเรียกชื่อระหว่างทางที่กำลังจะเดินจากตึกคณะไปที่โถงประตูของยูนิเวอร์ซิตี้เพื่อขึ้นบีทีเอสไปผับของ My Brother
“...จ้ะ” หันไปเห็นว่าใครฉันก็ขานรับสั้น ๆ พร้อมรอยยิ้มส่วนคนทักก็เดินมาหา
“จะกลับบ้านแล้วเหรอคะ”
“ใช่จ้ะ แต่ไม่ได้กลับบ้านหรอกพี่จะไปผับของพี่ชาย” ฉันพยักหน้าตอบรุ่นน้องปีสาม เจ้าของตำแหน่งดาวคณะและดาวมหาลัยคนสวยด้วยรอยยิ้ม
“พี่ปริ๊นซ์ไปส่งรึเปล่าคะเนี่ย” น้องเขายิ้มถามฉันเลยอมยิ้มแล้วส่ายหน้าเบา ๆ
“ไม่จ้า”
“อ้อ ค่ะ”
“น้องแพมมีอะไรรึเปล่าจ้ะ”
“เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร แค่ถามดูเฉย ๆ นึกว่าพี่พริกไทยลงมารอพี่ปริ๊นซ์ไปเอารถ”
“เปล่า ๆ วันนี้พี่ไปเอง ผับกับบ้านมันคนละทางพี่เกรงใจ”
“อ้อค่ะ แต่ความจริงแล้วแพมว่าเป็นแค่เพื่อนไม่ต้องให้เขารับส่งก็ได้เนอะ ถึงบ้านจะอยู่ทางเดียวกันแต่อย่างน้อยก็...ละอายใจต่อแฟนของผู้ชายบ้างก็น่าจะดีเนอะ”
-หนึ่งปีต่อมา-“แม่ง”“...คะ?” ฉันที่เพิ่งจะหย่อนก้นลงเก้าอี้เงยหน้ามองฝั่งตรงข้ามแล้วเอ่ยออกมาเบา ๆ ด้วยความสงสัยว่าฝั่งตรงข้ามเป็นอะไร“หงุดหงิด”“หงุดหงิดอะไรคะ”“ฮึ!”“เอ้า! พริกถามเฮียดี ๆ นะหงุดหงิดหนักกว่าเดิมทำไม”“...”“เป็นอะไร ตอบ”“...”“จะตอบไหมเฮียดีล” ฉันจ้องเขม็ง รู้ว่าเขาหงุดหงิดแต่ไม่กลัว หงุดหงิดอะไรก็ต้องบอกกันสินี่อะไรตื่นมากำลังจะกินข้าวเช้าด้วยกันอยู่ดี ๆ ก็สบถคำหยาบซะงั้น“เราก็น่าจะรู้ว่าพี่หงุดหงิดอะไร” เฮียดีแลนวางช้อนลงทำท่างอแงเหมือนจะไม่กินข้าวซะดื้อ ๆ“ก็หม่าม๊าเขาบอกฤกษ์ที่เฮียจะแต่งมันไม่ได้”“ฤกษ์? ฮึ! ฤกษ์อะไร ก็รู้ว่ามันไม่ใช่เพราะฤกษ์” เสียงสุดหล่อไม่เอ็นจอยสุด ๆ ไปเลยค่ะ“อีกแค่หกเดือนเองค่ะ เฮียก็รอหน่อยสิ”“แค่? เราใช้คำว่าแค่เหรอพริกไทย”“อาฮะ” ฉันพยักหน้ารับง่าย ๆ เพราะคิดแบบนั้นจริง ๆ“แม่ง...รักกันจังเลยนะแม่ผัวกับลูกสะใภ้”“เอ้า! อะไรของเฮียเนี่ย”“ฮึ!” เฮียดีแลนแค่นเสียงแล้วยกแก้วกาแฟขึ้นดื่ม ดื่มเสร็จก็เมินฉันด้วยการหันไปมองที่ระเบียงซะงั้น“เฮียดีล อย่ามางอนพริกแบบนี้นะ”“เธอไม่อยากแต่งเร็วก็เรื่องของเธอสิวะยัยลูกหมา แต่พี่อยากแต่งเร็ว ๆ
“จะคุยอะไรกับพี่พูดมาเลย แต่ไม่ต้องอยากได้คำตอบที่เราถามนะ คำตอบที่รู้อยู่แล้วจะถามทำไมวะยัยลูกหมา”“ฮ่า ๆ ๆ โอเคค่ะ ถ้างั้นพริกพูดเรื่องที่พริกอยากพูดเลยนะ”“อื้ม ว่ามาพี่รอฟังอยู่”“พริก...จะไม่แต่งงานกับเฮียนะ”“...”“เฮีย...” ฉันเรียกเขาเบา ๆ เพราะหลังจากได้ยินคำพูดประโยคก่อนหน้านี้จากฉันเฮียดีแลนก็นิ่งทันที“คือ?”“ก็... / อธิบายให้ชัดหน่อยที่บอกว่าจะไม่แต่งงานกับพี่เหตุผลมันคืออะไร” พูดได้แค่วลีเดียวเขาก็พูดแทรก แต่ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่งสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและความไม่เข้าใจน้ำเสียงเขากลับไม่ได้มีความหงุดหงิดหรือโมโหฉันเลยแม้แต่นิดเดียว“พริก...ไม่พร้อมแต่งงานกับเฮียค่ะ พริกกับพี่เติ้ลยังติดหนี้เฮียอยู่ ตอนนี้พริกคิดแค่เรื่องเดียวคืออยากใช้หนี้เฮียให้หมดก่อนแล้วค่อยคิดเรื่องอื่น แต่พริกก็ไม่รู้ว่าวันไหนที่เราสองคนพี่น้องจะใช้หนี้หมดเลยคิดว่า...คงจะไม่แต่งงานกับเฮียดีกว่า” คำอธิบายของฉันทำให้เขาระบายรอยยิ้มอบอุ่นออกมาบาง ๆ แต่ถึงจะแค่บาง ๆ ฉันกลับอบอุ่นไปถึงขั้วหัวใจ“จะทิ้งพี่รึไง” เฮียดีแลนถามพร้อมกับใช้หลังมือไล้แก้มฉันเบา ๆ ทำเอาฉันใจเต้นไม่เป็นจังหวะได้ง่าย ๆ“เปล่า พริก
“ขอบคุณนะคะ” ฉันเอ่ยคำขอบคุณสุดหล่อของฉันทันทีที่เขาเดินเข้ามาในบริเวณบ้าน“เปลี่ยนเป็นจุ๊บแก้มสักหนึ่งครั้งได้ไหม”“คะ?” ฉันเปล่งคำนี้ออกมาสั้น ๆ ด้วยความแปลกใจ ขอจุ๊บแก้มนี่นะ? แต่พอเห็นฉันดูงง ๆ คนตรงหน้าก็ระบายรอยยิ้มบาง ๆ ที่ดูอ่อนโยนมากมาให้ แต่ความจริงตั้งแต่เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นรอยยิ้มของคนตรงหน้าก็ดูอ่อนโยนมากแบบนี้เสมอนะ เมื่อก่อนก็อ่อนโยนอยู่แล้วล่ะแต่ตอนนี้อ่อนโยนมากขึ้น เหมือนเขายิ้มเพื่อส่งความอบอุ่นมาให้ฉัน เหมือนเขาใช้รอยยิ้มเป็นสื่อกลางเพื่อบอกให้ฉันรู้อยู่เสมอว่าเขาจะอยู่ข้าง ๆ เป็นที่พักพิงให้ตลอดไปไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรร้ายแรงแค่ไหนก็ตาม“อยากจุ๊บแก้มเรา ได้ไหม”“ต้องขอด้วยเหรอคะ” ไม่ได้อ่อยนะแต่ระดับเฮียจะจุ๊บแก้มเมียนี่ต้องขอด้วยเหรอ? ถามจริง?“ฮึ ๆ ๆ ขอสิ เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาสวีทกันนี่ พี่จะจุ๊บเราสุ่มสี่สุ่มห้าได้ยังไง เกิดพี่เข้าไปจุ๊บแต่เรากำลังรู้สึกไม่โอเคกับเรื่องอะไรสักเรื่องพี่ว่ามันคงไม่ดี” เขา...น่ารักจัง พอได้ฟังเหตุผลของการที่เขาเอ่ยปากขอจุ๊บแก้มฉันก็เข้าใจอย่างกระจ่างแจ้งว่าเขารู้สึกยังไงเลยรีบส่งรอยยิ้มน่ารัก ๆ กลับไปให้“จะอยู่ในอารมณ์ไหนแก้มพ
“กินอีกไหมลูกเดี๋ยวให้เฮียดีลปอกให้”“ไม่แล้วค่ะหม่าม๊า หนูอิ่มแล้วค่ะ” ^^ ฉันปฏิเสธพร้อมกับส่งยิ้มให้คนถาม“แต่ม๊าว่าหนูพริกกินน้อยไปนะลูก” สีหน้าเป็นห่วงของหม่าม๊าทำให้ฉันอมยิ้มแต่ไม่ได้พูดอะไรมากกว่านี้ ฉันกินน้อยจริง ๆ นั่นล่ะแต่กินมากกว่านี้ไม่ไหวแล้วเพราะเท่าที่กินเข้าไปก็ฝืนสุด ๆ“พริกไทยเพิ่งเจอเรื่องเครียดมานะครับหม่าม๊าเลยกินได้น้อย แต่เดี๋ยวหายเครียดก็กินเยอะเอง หม่าม๊าไม่ต้องห่วงนะครับถึงตอนนั้นร้องจะกินจนลูกชายหม่าม๊าป้อนไม่ไหวแน่นอน” เฮียดีแลนที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ช่วยพูดกึ่งแซวฉัน“โอเคจ้ะ ถ้างั้นก็หายเครียดไวไวนะลูกนะ เรื่องมันผ่านไปแล้วอย่าเก็บมาคิดจนทำร้ายตัวเองเด็ดขาด” ท่านปลอบโยนพร้อมกับเอามือลูบหัว สายตาของหม่าม๊าเต็มไปด้วยความห่วงใย ที่สำคัญท่านมาเยี่ยมเร็วมาก หลังจากที่ฉันฟื้นได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงหม่าม๊าก็มาถึงที่นี่แล้ว ตอนที่ท่านเข้ามาในห้องท่าทางท่านร้อนรนมาก ฉันสัมผัสได้ทุกความรัก ความห่วงใยจากผู้ใหญ่วัยกลางคนตรงหน้าที่มีให้เด็กผู้หญิงธรรมดา ๆ อย่างฉันน้ำตาถึงได้คลอออกมาไงคะ“ค่ะหม่าม๊า” ฉันยิ้มรับ อย่างน้อยในความโชคร้ายก็ยังมีโชคดีเกิดขึ้นกับแกนะพริกไทยเพราะต่อ