Mag-log in“วันนี้เธอต้องทำคนเดียวนะ โอเคใช่ไหม” เสียงพลอยใสเอ่ยถามร่างเล็กของใบข้าวที่ยืนอยู่ภายในห้องพักชั้นใต้ดินของร้านเหล้าชื่อดัง หลังจากที่วันนี้มีคนลาพอดี ทำให้ใบข้าวสามารถมาทำงานพิเศษอีกวันได้ โดยพลอยใสเป็นคนส่งข้อความไปบอกคนตัวเล็กเอง แต่เธอไม่ว่างที่จะทำงานเป็นเพื่อนกับเพื่อนได้
“โอเค ทำได้ ไม่ต้องห่วง” เรียวปากสีหวานยิ้มบอกเพื่อนของตัวเองอย่างรู้สึกขอบคุณที่ให้งานเธออีกวัน และเป็นจังหวะที่ใบข้าวกำลังว่างอยู่พอดี
“อืม แต่ทางพี่เบญเขาแจ้งอะไรมาหน่อยน่ะ สำหรับการทำงานของเธอ”
“อื้ม ว่ามาได้เลย”
“เรื่องเวลาน่ะ พี่เขาอยากให้เธอทำถึงแค่สี่ทุ่มไม่ก็ห้าทุ่ม ไม่อยากให้เลยเที่ยงคืน เพราะกลัวว่ามันจะดึกจนเกินไป…”
“อ๋อ ได้สิ ฉันเองก็คิดแบบนั้น” คนตัวเล็กพยักหน้ายิ้มตอบกลับเพื่อนตัวเองด้วยความเข้าใจทุกอย่าง
“โอเค ถ้างั้นเริ่มทำได้เลยนะ ถ้าเสร็จแล้ว เดี๋ยวพี่เบญน่าจะเป็นคนมาคุยกับเธออีกครั้ง แล้วก็อย่าลืมระวังตัวเองด้วย” พลอยใสกำชับโทนเสียงห่วงใย
“อื้ม ^^” ใบข้าวจึงยกยิ้มหวานตอบกลับไปอย่างเข้าใจทุกอย่าง ก่อนที่ร่างเล็กจะเดินตรงเข้าไปยังห้องพักห้องแรกที่เธอจะต้องเป็นคนทำความสะอาดเก็บกวาดทุกอย่างให้เรียบร้อยในวันนี้…
ด้านไคลน์
@THE BLACK ONE
“ไงมึง ทำไมไปส่งนานจังวะ หรือว่า…ติดกับเข้าแล้ว?” เสียงไซม่อนที่นั่งอยู่เอ่ยถามร่างสูงของวินเซนต์ที่เดินเข้ามาด้วยคำพูดหยอกล้อ คนมาใหม่ที่ได้ยินจึงไม่รอช้าที่จะยกนิ้วกลางให้กับเพื่อนสนิทตัวเองพลางนั่งลงบ่น
“รถแม่งโคตรติด แถมประสาทจะกิน”
“ทำไม” วิกเตอร์ที่นั่งอยู่ถาม
“ปวดหัวกับเด็กบ้า” วินเซนต์เอ่ยหลังจากที่เขาเพิ่งตีรถกลับจากการไปส่งน้องเพื่อนมา แน่นอนว่า ตอนแรกเขาจะไม่ไป แต่สุดท้ายก็ทนความวอแวของคนตัวเล็กไม่ไหว จนทำให้เขามาที่ร้านประจำที่มีเพื่อน ๆ รออยู่ช้ากว่าปกติ
“แล้วไอ้อีริคไปไหน”
“ติดงาน” วิกเตอร์ตอบกลับคำถามของวินเซนต์ ก่อนที่คนตัวสูงที่ได้ยินจะพยักหน้าตอบกลับ ซึ่งในตอนนั้น
“แต่กูว่าเพื่อนเจนิสก็ใช้ได้นะ หน้าตาน่ารักทั้งคู่” อยู่ ๆ ไซม่อนเสือประจำกลุ่มก็พูดขึ้น พลางหันมาถามไคลน์ที่นั่งอยู่
“มึงว่าไง?”
“ทำไมเจาะจงถามมัน” วินเซนต์ถามขึ้น ทำให้ไซม่อนที่นั่งอยู่หัวเราะ
“ก็ไม่รู้ดิ กูรู้สึกเหมือนน้องคนที่ใส่แว่นตัวเล็ก ๆ ชื่ออะไรนะ…ใบข้าวใช่ไหม? นั่นน่ะ ดูเขาประหม่ากับมึงคนเดียวนะ” ไซม่อนเอ่ยบอกด้วยความสังเกตหลายอย่างอยู่ไม่น้อย แถมอาการของรุ่นน้องตัวเล็กนั้นก็ค่อนข้างชัดเจนกับเพื่อนของเขาอยู่มากเช่นกัน
“…” ไคลน์ก็เงียบไม่ตอบกลับอะไร
“หึ หน้าตาน่ารักใช้ได้เลยนะเว้ย ถ้าไม่ใส่แว่นก็คงยิ่งน่ารักเอาเรื่องเลย ไม่สนใจแนวนี้บ้างเหรอ?”
“…” คนที่ถูกถามก็เอาแต่นั่งเงียบไม่ตอบ
“อย่างน้อยก็น่าจะ ‘ซิง’อยู่นะ” ไซม่อนยังคงพูดออกมาตามประสาเสือร้าย วินเซนต์ที่ได้ยินจึงเอ่ย
“อย่าหาเรื่อง เพื่อนใคร มึงดูด้วย กูไม่อยากปวดหัวเพิ่ม” วินเซนต์คัดค้านขึ้น ขณะที่ไซม่อนนั้นก็ยักไหล่หัวเราะออกมา ก่อนที่ทั้งสี่จะนั่งเปลี่ยนเรื่องพูดคุยกันไป กระทั่ง…
พรึบ
เสียงร่างสูงของไคลน์ที่เอาแต่นั่งเงียบฟังเพื่อนพูดคุยกันลุกขึ้น ทำเอาวินเซนต์ที่นั่งอยู่หันถาม
“มึงจะไปเอาอีกแล้ว?”
“เปล่า”
“แล้วมึงจะไปไหน” เป็นวิกเตอร์ที่ถาม
“กลับ” ทันทีที่ริมฝีปากหนาตอบกลับ ทั้งสามก็หันมองเพื่อนตัวสูงมีความงุนงง
“ถามจริง? นี่เพิ่งห้าทุ่มเอง” วินเซนต์บอก
“วันนี้ไม่มีอารมณ์ จะกลับไปนอน” พูดจบ สองเท้าหนักของคนตัวสูงที่ต้องการออกมาพักผ่อนดื่มกับเพื่อน ๆ เพียงแค่นั้นก็ก้าวเท้าเดินออกไป โดยมีสายตาของบรรดาทั้งสามที่ยังคงนั่งอยู่มองตาม แต่ก็ไม่ได้คัดค้านหรือยื้อให้อยู่ต่อแต่อย่างใด พวกเขาค่อนข้างชินต่อนิสัยของกันและกัน และคนที่เดาความคิด อารมณ์ได้ยากที่สุดในกลุ่มก็คือไคลน์ที่เพิ่งเดินออกไป
ตึก
ตึก
เสียงเท้าหนักของไคลน์เดินตรงออกมาจากภายในร้านเหล้าชื่อดัง ก่อนจะเบี่ยงไปทางบริเวณหลังร้านเล็กน้อยเพื่อหยิบซองบุหรี่ขึ้นมาเพื่อจุดสูบก่อนขับรถกลับคอนโด แต่แล้วขณะที่มือหนาจัดการจุดบุหรี่ราคาแพงในมือ
“เจ้าจิ๋ว…” เสียงหวานของใครบางคนเอ่ยพูดกับอะไรบางอย่างก็ดังขึ้น ทำเอาชายที่ยืนอยู่ชะงักเหลือบแววตาคมกริบไปมอง ก่อนจะเห็นร่างเล็กที่เขาได้พบเจอวันนี้กำลังนั่งให้อาหารลูกแมวน้อยตัวหนึ่งอยู่ พร้อมกับเสียงแม่แมวตัวน้อยนั้นกำลังร้องนอนออดอ้อนหญิงสาว
“ว่าไงคะ โชคดี หิวแล้วใช่ไหม หิวก็กินเยอะ ๆ นะ จะได้มีแรงเลี้ยงเจ้าจิ๋ว” ใบข้าวนั่งยิ้มยกมือขึ้นลูบเล่นยังแม่แมวกับเจ้าจิ๋วลูกของมันด้วยความรู้สึกเอ็นดู รอยยิ้มหวานตาหยีนั้นฉายขึ้นบนใบหน้าเรียวใสอย่างชวนมอง ซึ่งก็มีสายตาคมของคนตัวสูงที่ยืนอยู่จ้องมองภาพนั้นไปอย่างที่เจ้าตัวไม่นึกรู้ กระทั่งเสียงแหลมของใครบางคนดังขึ้น
“น้องใบข้าว”
“ค่ะ พี่เบญ” คนตัวเล็กที่นั่งเล่นกับแมวจรอยู่ลุกขึ้นด้วยความรวดเร็ว พร้อมกับร่างของผู้จัดการร้านในส่วนของการดูแลความสะอาดสาวเท้าเดินเข้ามา
“นี่จ้ะค่าทำงานของวันนี้ ส่วนพรุ่งนี้กับมะรืน น่าจะไม่มีใครลาเลย แต่ถ้ามี เดี๋ยวพี่ให้พลอยมันแจ้งไปบอกแล้วกันนะ”
“ได้ค่ะพี่เบญ ^^”
“กลับดี ๆ ล่ะ คอยดูหน้าดูหลังด้วย” หญิงวัยสามสิบต้น ๆ มองหน้าเอ่ยบอกรุ่นน้องสาวที่ท่าทางน่าเอ็นดูอยู่ไม่น้อยขึ้น
“ค่ะ ขอบคุณนะคะพี่เบญ ถ้ามีงานก็ให้พลอยบอกข้าวได้ตลอดเลยค่ะ”
“จ้า” สิ้นเสียงเบญญาบอก ใบข้าวก็ขอตัวเดินออกไปด้วยรอยยิ้มสดใสที่ยังคงฉายอยู่บนใบหน้า ขณะที่ไคลน์เองก็ยืนมองตามแผ่นหลังบางไปนิ่งด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดาในความคิดของคนตัวสูง ทว่าในตอนนั้นเอง
“โอ๊ะ พี่ไคลน์…” ก็มีเสียงหวานของร่างสวยในชุดเดรสรัดรูปสุดเซ็กซี่ตรงเข้ามาทักทายชายหนุ่มที่ยืนหลบมุมสูบบุหรี่อยู่ ไคลน์ที่ได้ยินจึงหันไปมอง ซึ่งทันทีที่ถูกอีกคนหันมาให้ความสนใจ
“…มายืนเงียบ ๆ คนเดียวแบบนี้ไม่เหงาเหรอคะ ให้เนยยืนเป็นเพื่อนไหม หรือว่า…จะให้เนย นอนเป็นเพื่อน ก็ได้นะ” ร่างสวยอดีตดาวนิเทศปีสามมองหน้าพูดใส่รุ่นพี่หนุ่มวิศวะด้วยแววตายั่วยวนขั้นสุด มือสวยค่อย ๆ ยกขึ้นลูบเข้ายังหน้าอกแกร่งของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างสื่อความหมายพร้อมกับลากขึ้นไปจนเกือบถึงสร้อยเกียร์…
ทว่า
พรึบ!
เสียงมือแกร่งของคนที่ยืนอยู่จัดการปัดมือสวยนั้นออกไปด้วยใบหน้าราบเรียบ
“ไม่จำเป็น” สิ้นเสียงทุ้มนิ่งเอ่ย ไคลน์ก็จัดการทิ้งก้นบุหรี่ในมือลงพลางสาวเท้าเดินออกไปในทันทีอย่างไม่สนใจและไม่มีความต้องการทำในวันนี้ อดีตดาวนิเทศที่ถูกปฏิเสธจึงมองตามแผ่นหลังหนาไปด้วยความรู้สึกเสียหน้าหงุดหงิด
“ฮึ่ย! แต่ก็เอาเถอะ ยังไงเนยก็อยากได้พี่อยู่ดี” ทว่าสุดท้าย ไคลน์ก็ยังคงเป็นที่หมายปองของบรรดาสาว ๆ เป็นอย่างมากอยู่ดี จากบุคลิกที่ชวนให้หมายปอง…อยากเป็นเจ้าของ
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา…ตึกตึก เสียงสองเท้าของเด็กแฝดทั้งสองที่ถูกพี่เลี้ยงสาวคนสนิทสองคนคอยประกบดูแลอยู่ดังขึ้น ก่อนที่ดวงตากลมเล็กของเด็กน้อยจะเบิกกว้างยกยิ้มออกมา“ทาเล๊~” เด็กน้อยทั้งสองเอ่ยพลางชี้ไปยังทะเลสีครามสวยที่อยู่ตรงหน้า ใบข้าวที่รับรู้ได้ถึงความอยากไปเล่นน้ำของเด็กทั้งสองที่เคยมาโรงแรมที่พักสุดหรูนี้มาแล้วก็ยิ้มบาง ๆ บอก“เดี๋ยวไปเปลี่ยนชุดกันก่อนนะคะ แล้วเดี๋ยวมิ้พามาให้เล่นทะเลกัน” สิ้นเสียงหวานบอก เด็กน้อยที่ได้ยินก็พยักหน้ารับคำอย่างไม่มีความงอแงแต่อย่างใด ทั้งสองถูกพี่เลี้ยงคนสนิทพาเดินเข้าไปยังภายในบ้านพักส่วนตัวของโรงแรมราคาแพงที่ทางบ้านของไคลน์มีหุ้นส่วน ซึ่งใช้เวลาไม่นาน ร่างเล็กของเด็กแฝดที่เปลี่ยนชุดพร้อมเล่นแล้วก็เดินเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“ฮ่า ๆ ดูสิคะ แฮปปี้กันใหญ่เลย พอรู้ว่าจะได้เล่นน้ำ” เสียงใบข้าวหันไปเอ่ยพูดกับสามีตัวสูงของตัวเองที่ยืนอยู่ ไคลน์เองก็จ้องมองยังภาพเด็ก ๆ ที่ดูมีความสุขร่าเริงกันด้วยแววตาเอ็นดู ก่อนที่ร่างของใบข้าวจะเดินตรงเข้าไป“พร้อมไปเล่นน้ำทะเลกันแล้วหรือยังคะ”“พร้อมค้าบ/พร้อมค่า” เด็กทั้งสองตอบกลับ พร้อมกับมือเล็กของใบข้าวที่เอื้อมเ
หกเดือนต่อมา…“อุแว๊!~” เสียงเด็กน้อยที่กำลังถูกคนเป็นพ่ออุ้มอยู่นั้นร้องโวยวายงอแงด้วยความเอาแต่ใจชัดเจน โดยไคลน์ก็ยืนอุ้มลูกชายของตัวเองพาเดินวนอยู่ภายในบ้านหลังใหญ่ที่เขาตัดสินใจซื้อเป็นของขวัญวันคลอดให้กับภรรยาตัวเล็กของตัวเอง“อุแว๊…”“ไคเลอร์ เป็นอะไรไป” ไคลน์เอ่ยถามยังลูกชายที่เพิ่งคลอดออกมาได้ไม่นานขึ้น พร้อมกับอุ้มพาเดินไปมาอยู่อย่างนั้น ขณะที่ใบข้าวเองก็ค่อย ๆ ผละออกจากลูกสาวคนเล็กของตัวเอง“คีริน หลับแล้วค่ะ เอาไคเลอร์มาค่ะ เดี๋ยวข้าวดูลูกเอง พี่ไปพักเถอะ” คุณแม่ยังสาวเอ่ยบอกยังสามีตัวสูงที่เป็นพ่อของเด็กแฝดชายหญิง ลูกของเขาและเธอ ทว่าไคลน์กลับส่ายหน้าตอบกลับไม่ยอมให้เด็กทารก“เดี๋ยวพี่ช่วยดู”“ดูอะไรคะ เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่ไคลน์ต้องไปทำงานแต่เช้านะ ไปนอนได้แล้ว ข้าวดูลูกได้ค่ะ”“พี่ลาแล้ว”“คะ?”“พี่จะทำงานที่บ้านเอา พี่คุยกับตาแล้ว” คนตัวสูงบอกพร้อมกับอุ้มลูกชาย มืออีกข้างก็ยกขึ้นลูบเข้าที่ใบหน้าเรียวใสของเมีย“เหนื่อยมากเลยใช่ไหม ได้ที ได้สองคนเลย”“ฮ่า ๆ ก็เหนื่อยบ้างค่ะ แต่พี่แหวนมาช่วยอยู่ อีกอย่าง…ก็สนุกดีค่ะ อย่างน้อยก็ไม่เหงาแล้ว ขอหนึ่งได้ถึงสองเลย~” ใบข้าวยังคงยิ้มหว
สามเดือนต่อมา…พรึบเสียงมือบางค่อย ๆ หยิบที่ตรวจครรภ์ตรงหน้าเข้ามามองดูด้วยความรู้สึกลุ้นเป็นอย่างมาก และเมื่อสายตาเห็นถึงด้านหน้าที่ขึ้นสองขีด“มะ…มาแล้ว…” ใบข้าวเอ่ยด้วยโทนเสียงเต็มไปด้วยความดีใจก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองยังสามีตัวสูงที่ยืนอยู่ ไคลน์ที่ได้ยินจึงยกมือขึ้นลูบเข้าที่หัวเล็กของคนรัก“หึ ก็บอกแล้ว” เขาส่งยิ้มบาง ๆ ตอบกลับอย่างรู้สึกมั่นใจในผลงานของตัวเอง ที่หลังจากที่เมียตัวน้อยนั้นอยากได้ลูก ไคลน์ก็ตั้งใจทำให้สุด ๆ ในช่วงที่ผ่านมา เขาทำแทบจะวันเว้นวัน มีวันที่ให้เมียได้พัก แล้วก็จัดต่อ ไข่ตกไม่ตก เขาซัดเรียบหมด แตกในอย่างชุ่มฉ่ำ ไหนจะอาการของใบข้าวที่เริ่มออก รวมถึงประจำเดือนที่ขาดเขาคอยสังเกตภรรยาของตัวเองอยู่ตลอด จนวันนี้ตัดสินใจซื้อที่ตรวจครรภ์ให้ลอง“เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปฝากครรภ์กัน” คนตัวสูงเอ่ยพลางยังคงลูบอยู่ที่หัวเล็กของเมียตัวเองด้วยแววตามีความสุขมากไม่ต่าง ไหนจะสายตาที่เอาแต่จ้องมองใบข้าวด้วยความคลั่งรักที่มี ในที่สุดอีกไม่นาน เขาก็จะได้เป็นพ่อของคนแล้ว พ่อของลูก…ที่มาจากความรัก และความตั้งใจของเขาและภรรยาตัวเล็ก“ค่ะ” ใบข้าวยิ้มหวานตาหยีตอบกลับยังร่างสูงวิศวะในทันที ก
ทันทีที่แก่นกายหนาหลุดออกจากรูร่องสีหวาน น้ำสีขาวขุ่นก็ไหลทะลักออกมากว่าเดิม ส่งมันเลอะเทอะเปรอะเปื้อนยังที่นอนหรูไปหมด ใบข้าวที่รู้สึกเหนื่อยหอบจากการร่วมรักอยู่ก็ชะงักก้มลงมองพลางทำท่าจะพยุงร่างลุกขึ้น แต่แล้ว…หมับก็ต้องถูกมือหนาของคนที่นอนอยู่ใต้ร่างคว้าไว้“จะไปไหน” เสียงทุ้มถาม“ข้าวจะไปอาบน้ำค่ะ”“เดี๋ยวก่อนสิ”“หือ?”“ยังไม่พอ” “อะไรยังไม่พอคะ นี่ก็…เยอะมากแล้วนะ” ใบข้าวบอกพลางพูดถึงน้ำกามสีขาวขุ่นที่อยู่ภายในรูร่องของเธอจนไหลทะลักออกมาราวกับเขื่อนแตก ทว่า…ไคลน์ก็ไม่คิดสนใจ“ต้องทำ…จนกว่าจะแน่ใจ” สิ้นเสียงทุ้มบอก คนตัวสูงก็ไม่รอช้าที่จะจับร่างเล็กให้ล้มลงนอนหงายเหมือนเดิม โดยมีร่างหนาของเขาขึ้นคร่อมไว้“…” ใบข้าวก็เงยหน้ามองยังสามีตัวสูงของตัวเอง“ทำไมมองหน้าพี่แบบนั้น”“ก็มันเข้าทางพี่ไคลน์เลยนี่คะ”“เข้าทาง?”“ทางหื่น…”“หึ” คนตัวสูงหัวเราะยิ้มออกมากับคำพูดของเมียตัวเล็กพลางก้มลงมอง“แล้วยอมไหม” ริมฝีปากหนาเอ่ยถาม ทำเอาใบข้าวที่ได้ยินจ้องมองยังคนตรงหน้า“ค่ะ…ยอม” ร่างบางที่ตั้งใจอยากมีลูกน้อยยิ้มหวานตอบ ไคลน์ที่เห็นจึงยิ่งรู้สึกเข้าทางและหลงใหลไปกับความน่ารักของคนใต้ร่าง เ
“อืม ถ้างั้นก็…มาทำลูกกัน” สิ้นเสียงทุ้มเอ่ย มือหนาก็เคลื่อนเข้าไปจัดการอุ้มร่างเล็กของเมียตัวเองพาเดินตรงไปยังห้องนอนหรูที่อยู่ไม่ไกล ก่อนจะวางร่างบางลงบนเตียงนอนขนาดใหญ่พร้อมก้มลงไปนัวเนียยังร่างกายนุ่มนิ่มด้วยความรักใคร่ลุ่มหลงเหมือนทุกครั้ง ไม่เพียงเท่านั้น มือแกร่งยังค่อย ๆ ถอดชุดที่ใบข้าวสวมใส่อยู่ออกอย่างเบามือ ซึ่งไม่นาน ร่างกายขาวเนียนของหญิงสาวก็เปลือยกายเปล่าอยู่ตรงหน้าสามีตัวสูงของเธอเองดวงตาทั้งสองจ้องมองด้วยความรู้สึกต่อกันที่มี ก่อนที่ไคลน์จะจัดการถอดเสื้อผ้าของเขาออก และไม่นานเขาเองก็นั่งคร่อมร่างเล็กเปลือยกายเปล่าไม่ต่างจากเมียตัวเล็ก ใบข้าวที่เห็นรูปร่างเต็มตาของคนรักก็เม้มปากแน่นไปด้วยความรู้สึกยังมีความเขินบ้างอยู่ แม้จะเคยชินกับภาพตรงหน้ามานับครั้งไม่ถ้วน แต่…มันก็ยังรู้สึกเขินอยู่ดี“หึ ยังจะเขินอยู่อีก” ไคลน์ที่เห็นอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มออกมากับความน่ารักเหมือนเดิมของคนตัวเล็กพร้อมกับริมฝีปากหนาที่เคลื่อนลงกลับไปกดจูบเข้าที่เรียวปากสีหวานอีกครั้ง อีกทั้งจะเลื่อนมือแกร่งเข้าไปจับมือเล็กให้เคลื่อนเข้ามาสัมผัสเข้าที่แก่นกายหนาที่กำลังแข็งตัวอยู่ของเขา ใบข้าวที่รับรู้
ย้อนกลับไปเหตุการณ์ในวันนั้น…‘อยู่ไหนแล้ว…’ เสียงทุ้มของร่างสูงที่อยู่ในชุดมัธยมปลายกรอกเสียงถามยังปลายสายขึ้น(กำลังจะถึง) ‘เออ เดี๋ยวรออยู่ตรงป้ายรถเมล์ รถถูกเอาไปแล้ว’(อืม) สิ้นเสียงทุ้มเรียบนิ่งของปลายสายตอบกลับมา นิ้วหนาของคนที่รถเพิ่งมีปัญหาก็จัดการกดวางสาย ก่อนจะสาวเท้าเดินตรงไปยังป้ายรถเมล์ที่อยู่ไม่ไกล ทว่าขณะที่เคลย์กำลังสาวเท้าอยู่ ‘อยะ…อย่าทำอะไรหนูเลยนะคะ…’ เสียงหวานของใครบางคนที่กำลังฟังดูตื่นกลัวเป็นอย่างมากดังขึ้น ทำให้ดวงตาคมเหลือบไปมองตามเสียงนั้น ก่อนจะเห็นร่างเล็กในชุดมัธยมปลายยืนตัวสั่นถูกชายกลุ่มหนึ่งล้อม‘อะไรกัน คิดว่าพวกพี่จะทำอะไรน้อง’‘…’‘ฝนมันกำลังจะตก พี่ก็เลยจะใจดีไปส่งเฉย ๆ ขึ้นรถสิ’‘มะ…ไม่เป็นไรค่ะ…’‘พี่บอกให้ขึ้นก็ขึ้นเถอะน่า เป็นเด็ก อย่าขัดใจผู้ใหญ่สิ’ พูดจบ หนึ่งในชายที่เป็นเหมือนคนนำก็เดินเข้าไปคว้าเข้าที่ข้อมือเล็ก เด็กสาวที่เห็นก็ตกใจรีบสะบัดมือออกด้วยความรวดเร็ว ทำเอาชายคนที่ถูกสะบัดออกจ้องมอง ‘อย่าทำให้พี่โมโหสิสาวน้อย’ ชายคนนั้นเอ่ยพร้อมกับกระชากร่างเล็กเข้าหาตัวด้วยความเริ่มหัวเสีย เด็กที่เริ่มตื่นกลัวขึ้นเรื่อย ๆ ก็ไม่ยอม ทำให้ทั้งสอ
วันต่อมา…ขณะที่ใบข้าวกำลังนั่งเปิดโทรศัพท์ตัวเองจ้องมองยังรูปภาพของแมวตัวน้อยที่เธอแอบถ่ายเอาไว้ระหว่างรอเพื่อนทั้งสอง“เฮ้!” เสียงหวานแหลมคุ้นเคยของใครบางคนทักทายยังร่างเล็กที่นั่งอยู่ดังขึ้น ทำให้ใบข้าวหันไปมอง ก่อนจะเห็นร่างสวยของเจนิสกับลูกหว้าที่เดินเข้ามาพร้อมกัน“ขอโทษที่มาช้านะ พอดีหน้าหอฉ
และทันทีที่เจนิสเดินนำตรงเข้าไปยังด้านในที่มีบรรดารุ่นพี่และเพื่อน ๆ นักศึกษากำลังนั่งเข้าร่วมการประชุมกันอยู่“อย่าเพิ่งนั่ง ไปกับฉันก่อน” เรียวปากสีสวยได้รูปขยับบอกเพื่อนทั้งสองพร้อมกับเดินตรงไปยังชายกลุ่มหนึ่งที่กำลังยืนเด่นสง่ากันอยู่“ฮัลโหล…” เจนิสไม่รอช้าที่จะทักทายร่างสูงทั้งสามของอีริค วิก
“ทีนี้ก็ไปทานข้าวได้แล้วนะครับ”“ก็ได้” ร่างบางที่รู้สึกพึงพอใจต่อการได้พบเจอลูกชายทั้งสองของตัวเองพยักหน้ารับคำ ก่อนจะสาวเท้าเดินตรงไปยังห้องอาหารโดยที่ก็ไม่วายที่จะออดอ้อนลูกชายทั้งสองไปตามประสาคนเป็นแม่ที่คิดถึงลูกและขี้อ้อน คามิลก็มองท่าทีของภรรยาตัวน้อยด้วยแววตาเอ็นดูคลั่งรักกับทุกความน่ารักพว
อีกด้าน“พลอย ฉันเก็บห้องนี้เสร็จแล้ว…” เสียงใบข้าวยิ้มเอ่ยบอกเพื่อนสนิทมัธยมปลายของตัวเอง หลังจากที่ใบข้าวค่อนข้างเกรงใจพ่อเลี้ยงและแม่ของตัวเองที่เธอมาอยู่หอแล้วค่าใช้จ่ายจะต้องเพิ่มมากขึ้น ทำให้คนตัวเล็กตัดสินใจแอบมาทำงานพิเศษหลังเลิกเรียนในบางวัน ซึ่งก็มีพลอยใสเพื่อนคนสนิทที่คอยให้ความช่วยเหลือ







