登入เธอชอบเขาตั้งแต่แรกเจอ และให้นิยามว่า… “คนนี้แหละพ่อของลูกกู”
查看更多พรึ่บ!!
ร่างเล็กอรชรของ ควีน หรือ รวินท์นิภา เดินชนเข้ากับแผงอกแกร่งของใครบางคนอย่างจัง หากแต่มือหนากลับรั้งเอวบางของเธอเอาไว้ได้ทัน จึงทำให้คนตัวเล็กไม่ล้มลงไปกองอยู่กับพื้น
สองสายตาสบประสานกันอยู่ครู่หนึ่ง อีกฝ่ายมีใบหน้าหล่อเหลา จมูกโด่งเป็นสัน เจาะปาก และใส่ต่างหูรูปไม้กางเขน ซึ่งทำให้เขาดูเท่ แบดบอยส์นิดๆ ตรงสเปกเธอสุดๆ
หญิงสาวจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสายตาแพรวพราวอยู่พักหนึ่ง หัวใจดวงน้อยพลันเต้นโครมครามอย่างห้ามไม่ได้
ตุบ!!
ในระหว่างที่ควีนกำลังตกอยู่ในภวังค์นั้น มือหนากลับปล่อยออกจากเอวบางอย่างฉับพลัน จึงทำให้เธอลงไปกองอยู่กับพื้นทันที
“อะ โอ๊ยยย!!”
ร่างบางร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด เพราะเขาปล่อยมือจากเอวของเธออย่างไม่ทันตั้งตัว จนเธอล้มหงายหลังก้นกระแทกพื้นเข้าเต็มแรง
“ซุ่มซ่ามว่ะ” ผู้ชายคนนั้นเอ่ยเสียงเรียบ พลางชำเลืองมองเธอเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกไปโดยไม่ดูดำดูดีเลยสักนิด
“หล่อซะเปล่า ใจดำชะมัดเลย”
คนตัวเล็กบ่นตามหลังอีกฝ่ายที่เดินหายลับไป พร้อมกับค่อยๆ พยุงร่างกายตัวเองลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล
เนื่องจากเธอเผลอทำลิปสติกหล่นไว้บริเวณลานจอดรถ จึงรีบวิ่งย้อนกลับมาดูด้วยความร้อนใจ กลัวว่าจะไม่ทันไปรับน้อง ทว่าเพราะความเร่งรีบจึงไม่ได้ระวังตัว สุดท้ายก็พลาดไปชนเข้ากับชายร่างสูงคนเมื่อครู่อย่างจัง
เมื่อได้สิ่งที่ตามหา ควีนก้มมองนาฬิกาที่ข้อมือ ก่อนจะพบว่าใกล้หมดเวลาลงทะเบียนรับน้องแล้ว เธอจึงรีบออกวิ่งตรงไปยังจุดลงทะเบียนทันที
“ตายๆ สายแล้ว”
“แฮ่ก! แฮ่ก!”
คนตัวเล็กยืนหอบหายใจกระเส่าด้วยความเหนื่อยล้า สายตาคู่สวยจ้องมองไปยังแถวที่นักศึกษาชั้นปีที่หนึ่งกำลังยืนรอเพื่อลงชื่อรับน้อง มันค่อนข้างยาวพอสมควร
เมื่อเริ่มหายเหนื่อย ควีนจึงเดินเข้าไปต่อแถวกับพวกเพื่อนๆ อย่างช้าๆ
ตุบ!!
ทว่าจู่ๆ ก็มีคนเดินมาเบียดเธอ จนร่างบางถอยหลังไปชนเข้ากับใครบางคนอย่างจัง
“ขะ ขอโท…”
แต่ยังไม่ทันที่ควีนจะพูดจบประโยคดี อีกฝ่ายดันโวยวายเสียงดัง จนผู้คนเริ่มหันมามองทางพวกเธอ
“นี่! ทำไมไม่รู้จักระวังห๊าา เห็นไหมว่าเหยียบโดนรองเท้าฉันเนี่ย”
คนตัวเล็กมองป้ายชื่อที่ห้อยคอของอีกฝ่าย เธอจึงรู้ว่าเขาเป็นรุ่นพี่ แต่รุ่นนี้ทำไมถึงทำตัวกร่างแบบนี้กันล่ะ?
“ขอโทษค่ะ พอดีควีนก็โดนเบียดมาเหมือนกัน ก็เลยเซไปชนพี่เข้า” เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะตอบออกไปตามความจริง เพราะคนข้างหน้าถอยมาชนจนทำให้เธอเสียหลัก
รุ่นพี่คนนั้นจ้องมองเธออย่างคาดโทษ พร้อมกับชี้นิ้วไปยังรองเท้าของตัวเอง
“เธอรู้ไหมว่ารองเท้าฉันคู่ละกี่บาท ห๊ะ! เห็นไหมว่ามันเปื้อน”
ทันใดนั้น ควีนก็ก้มมองรองเท้าของอีกฝ่ายทันที เธอรู้ว่ามันราคาเท่าไหร่ แต่ในใจเธอคิดว่า…เปื้อนนิดหน่อยก็เช็ดออกได้ ไม่เห็นจะมีปัญหาหรือมีผลต่อการใช้งานเลยสักนิด
“อ๊ะนี่! ทิชชูค่ะ ขอโทษอีกครั้งนะคะ” เธอหยิบทิชชูจากในกระเป๋าแบรนด์หรูยื่นให้กับอีกฝ่าย
ทว่ารุ่นพี่คนนั้นกลับยืนกอดอก พร้อมกับเหยียดเท้ามาด้านหน้า ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
“เช็ดสิคะน้อง ยื่นมาให้ทำไม? เธอเป็นคนทำสกปรกเอง ก็ต้องเช็ดให้สะอาดสิ”
“ควีนว่ามันมากไปนะคะ ขอโทษแล้วก็ควรจะจบนะ เพราะว่ามันเป็นอุบัติเหตุ ไม่ได้มีใครอยากให้มันเกิดขึ้น นี่เห็นไหม…รองเท้าควีนก็เปื้อน ไม่เห็นจะต้องให้คนที่เหยียบเช็ดให้เลย” เธอพูดบอกกับรุ่นพี่ พลางก้มมองรองเท้าของตัวเอง
“เหอะ! ฉันเป็นรุ่นพี่เธอ รุ่นน้องทำผิดก็ต้องลงโทษ เพราะฉะนั้นก้มลงไปเช็ดรองเท้าให้ฉันเดี๋ยวนี้ นี่คือคำสั่ง” อีกฝ่ายชี้นิ้วไปยังรองเท้าของตัวเองทันที
คนตัวเล็กกำหมัดแน่น ความไม่พอใจฉายชัดในแววตา ก่อนจะเอ่ยออกมาตรงๆ
“โอ๊ยยย!! พี่คะจะลงโทษอะไรก่อน วางอำนาจเหรอ? แค่เหยียบโดนรองเท้าแค่นี้เนี่ยนะ ถึงขั้นสั่งลงโทษเลย บ้าปะ! เอะอะก็ลงโทษ เอะอะก็สั่งทำนั่นทำนี่ เก็บกดมาจากไหนก่อน”
ควีนมองหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ เป็นรุ่นพี่ประสาอะไรทำตัวกร่างวางอำนาจสุดๆ แบบนี้นะเหรอจะให้รุ่นน้องเคารพ หึ!
ทันใดนั้น เสียงพูดคุยซุบซิบของเหล่านักศึกษาในละแวกนี้ก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมสายตาที่จ้องมองมาทางพวกเธอสองคน ซึ่งเสียงส่วนใหญ่อยู่ข้างควีนกันทั้งนั้น
“จะจบไหมคะ?” เธอเลิกคิ้วถาม พลางมองหน้าอีกฝ่ายเพื่อรอคำตอบ เพราะเรื่องนี้เธอไม่ผิด มันเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น
ในตอนนี้สีหน้ารุ่นพี่คนนี้ดูโกรธเคืองเธอเป็นอย่างมาก ก็ไม่แปลกดันหน้าแหกซะขนาดนี้
“อีเด็กเวรนี่!” อีกฝ่ายชี้นิ้วมาทางเธออย่างเอาเรื่อง พร้อมทำท่าจะพุ่งเข้ามาหา ทว่าก่อนที่จะขยับ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นเสียก่อน
“มีเรื่องอะไรกัน?”
สิ้นเสียงทุ้มของใครบางคน นักศึกษาที่ยืนรายล้อมในตอนแรกเริ่มถอยออกเพื่อหลบทางให้กับผู้ชายสี่คนที่กำลังเดินเข้ามา พร้อมเสียงกรี๊ดกร๊าดดังเป็นระยะ
ไม่นาน พวกเขาทั้งสี่คนก็มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของควีนกับรุ่นพี่คนนี้
พระเจ้า! หล่อมาก หล่อหมดทุกคนเลย
ไม่รอช้า รุ่นพี่คนนั้นรีบวิ่งแจ้นเข้าไปพูดบอกผู้ชายหนึ่งในนั้นทันที ราวกับตัวเองเป็นฝ่ายถูกกระทำ
“เทรย์ ยัยเด็กนี่มันเหยียบรองเท้าเฌออะ”
แต่…ผู้ชายคนนี้คือ คนที่ชนเธอจนล้มเมื่อเช้านี่ บังเอิญเกินไปไหมเนี่ย แต่หล่ออะ สเปกเลย!!
ใจเย็นควีน เคลียร์เรื่องนี้ก่อน เก็บเรื่องผู้ไว้ทีหลังเนอะ
คนตัวเล็กมองสบตากับเขาตรงๆ ก่อนจะตอบออกไปตามความจริง
“มันเป็นอุบัติเหตุค่ะ แล้วควีนก็ขอโทษไปแล้ว พี่ก็ควรจะจบนะคะ ไม่ใช่ให้ควีนก้มลงไปเช็ดรองเท้าแบบนี้”
“จริง?” เทรย์ เลิกคิ้วมองหน้าเฌอ
“มะ มันโกหก เฌอไม่ได้พูดแบบนั้นเลย” อีกฝ่ายทำท่าทางร้อนรน เมื่อถูกผู้ชายทั้งสี่คนจ้องมองตาเขม็ง
“เฮ้อ!! สตอจริงๆ ที่บ้านทำสวนสตอหรือยังไงกัน” ควีนว่า พลางกอดอกแน่น
จากนั้น อีกฝ่ายก็จ้องมองเธอด้วยสายตาคาดโทษ ทว่าคนตัวเล็กกลับไม่รู้สึกเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย
“เมื่อกี้มีใครได้ถ่ายคลิปเหตุการณ์ไว้ไหมคะ” เธอหันซ้ายแลขวาถามหาหลักฐานทันที คนตอแหลแบบนี้ต้องมีหลักฐานมัดตัวเท่านั้น
“ฉันถ่ายไว้” ผู้หญิงหน้าตาสะสวยคนหนึ่งยกมือขึ้น ก่อนจะเดินเข้ามาหาเธอ
“เราขอหน่อยได้ไหม” ควีนพูด ก่อนจะรับมือถือของผู้หญิงคนนั้นมาถือไว้ แล้วยื่นไปให้กับเทรย์
“นี่ค่ะ! หลักฐาน”
ชายหนุ่มทั้งสี่จ้องมองคลิปวิดีโออย่างตั้งใจ พลางขมวดคิ้วเข้าหากันเป็นปม ก่อนจะชำเลืองมองไปยังเฌอ
“จะทำยังไงกับรุ่นพี่ที่มีนิสัยแบบนี้ดีคะ” ควีนเอ่ยถาม เมื่อได้โทรศัพท์มือถือคืนกลับมา
“เดี๋ยวฉันจัดการเอง เธอไปลงทะเบียนเข้าข้างในได้แล้ว” เทรย์ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
คนตัวเล็กมองหน้าเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าจะจัดการกับผู้หญิงคนนั้นจริงๆ
“แล้วพี่จะจัดการยังไง ไม่ใช่ปล่อยผ่านล่ะ?”
สิ้นเสียงหวาน คลาสหนึ่งในเพื่อนสนิทของเทรย์ก็พูดขึ้น
“ควีน! เข้าไปข้างในก่อน ทางนี้เดี๋ยวพวกพี่จัดการเอง”
ร่างบางหันไปมองอีกฝ่ายทันที พลางถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะตอบอย่างจำยอม
“ก็ได้…” พูดจบ ควีนก็หันหลังเดินออกไปอย่างช้าๆ
ทั้งสี่คนได้แต่มองตามแผ่นหลังบางที่ค่อยๆ ลับสายตาไป ก่อนที่เอเดนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ไอ้คลาสมึงรู้จักน้องคนสวยด้วยเหรอวะ”
“อืม” คลาสตอบสั้นๆ
“เชี่ย! เด็กมึงเหรอวะ?” โฬมว่า
คลาสขมวดคิ้วแน่น หันขวับไปมองเพื่อนสนิทอย่างรวดเร็ว ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
“เด็กพ่อง นั่นมัน…” ทว่าเขายังพูดไม่ทันจบประโยค เทรย์ดันพูดแทรกขึ้นเสียก่อน
“ไอ้เดนมึงพามันไปปรับทัศนคติดิ๊” เขาพูด พลางจ้องมองไปยังเฌอ
จากนั้นเอเดนก็พยักหน้ารับ ก่อนจะพาอีกฝ่ายเข้าห้องดำเพื่อปรับทัศนคติทันที
สี่ปีผ่านไปบรรยากาศในบ้านหลังใหญ่คึกคักเป็นพิเศษ เสียงหัวเราะ เสียงพูดคุยกันเบาๆ ของมันทนากับรดาลอยมาเป็นระยะ ทั้งสองคนกำลังช่วยกันจัดของเล่นกับเก็บห้องเล็กๆ เตรียมไว้สำหรับเด็กน้อยที่กำลังจะออกมาดูโลกกว้างซึ่งควีนกำลังจะมีเจ้าตัวน้อยเป็นของตัวเอง เพราะเธอเพิ่งไปตรวจเมื่อสัปดาห์ก่อนหลังจากที่ประจำขาดหาย บวกกับมีอาการคลื่นไส้ ผลปรากฏว่าเธอตั้งครรภ์มาแล้วสามเดือนหลังจากที่บอกกล่าวข่าวดีออกไป ดูเหมือนทุกคนจะตื่นเต้นกันไม่น้อย โดยเฉพาะเทรย์ คุณพ่อมือใหม่ที่ดูจะเห่อเกินหน้าเกินตาใคร“ผมว่าม่านสีนี้น่าจะช่วยให้ลูกผมนอนหลับสบายนะ” เทรย์พูด พลางกางม่านลายดาวขึ้นดูแสงตกกระทบอย่างตั้งใจเขาเห่อลูกมากจริงๆ ตั้งแต่รู้ว่ากำลังจะได้เป็นคุณพ่อ เทรย์ก็เริ่มวางแผนทุกอย่าง ทั้งซื้อหนังสือเลี้ยงลูก เตรียมของใช้เด็กอ่อน รวมไปถึงจัดห้องให้ลูก“นี่แหละ! ห้องลูกชายผม” เขาพูดเสียงดังอย่างภูมิใจ ขณะยืนมองไปรอบๆ ห้องที่ตกแต่งเอาไว้ผนังห้องทาสีฟ้า มีลายเมฆสีขาวแปะอยู่เต็มผนัง เตียงเด็กวางอยู่มุมห้อง มีชั้นวางหนังสือนิทาน ของเล่นเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ ดูออกเลยว่าเจ้าตัวตั้งใจสุดๆ“ตาเทรย์จัดเต็มเชียว นี
หลังจากงานเลี้ยงจบลง เทรย์กับควีนก็เดินทางกลับมาที่คอนโดด้วยกัน บรรยากาศภายในรถเงียบสนิท มีเพียงเสียงเพลงคลอเบาๆ กับบรรยากาศที่ยังอบอวลไปด้วยความสุขจากช่วงค่ำที่ผ่านมามือหนากอบกุมมือเล็กเอาไว้แน่นตลอดทางไม่ยอมปล่อย พลางยกขึ้นมาหอมในบางครั้งในตอนนี้อีกฝ่ายใช้มือเพียงข้างเดียวในการบังคับพวงมาลัย ซึ่งท่าทางของเขาดูชำนาญและคล่องแคล่วนัยน์ตาคมจ้องมองบนท้องถนนเบื้องหน้าอย่างตั้งใจ พลางชำเลืองมองคนข้างๆ ในบางทีไม่นาน ทั้งคู่ก็พากันมาถึงคอนโดเป็นที่เรียบร้อยปัง!เสียงประตูห้องถูกปิดลงอย่างแรงด้วยฝีมือของเทรย์ ก่อนที่เขาจะเดินตามคนตัวเล็กเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็วดวงตาคมจับจ้องไปที่เธอราวกับจะกลืนกิน ก่อนจะรั้งตัวเธอเข้ามาประกบจูบโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันได้ตั้งตัวริมฝีปากหนาบดจูบริมฝีปากบางอย่างหนักหน่วงตามความปรารถนา ทั้งคู่ตวัดลิ้นเกี่ยวพันกันอยู่นานหลายนาทีโดยไม่มีใครถอยหนี มีเพียงเสียงลมหายใจหนักหน่วงที่ดังแทนคำพูด และจังหวะใจที่เต้นแรงไปพร้อมกันมือหนารั้งเอวบางให้แนบชิดกับเขามากยิ่งขึ้น พลางลงน้ำหนักมือตรงเอวคอดกิ่วตามแรงอารมณ์“อื้อ~” เสียงหวานร้องครางออกมาเมื่อเธอเริ่มหายใจติดขัดชายหน
สองวันต่อมาวันนี้เป็นวันเกิดของเทรย์ เขาจัดงานเลี้ยงเล็กๆ ที่บ้านหลังใหญ่ บรรยากาศในสวนริมสระถูกจัดอย่างเรียบง่ายแต่ดูดี สายลมเย็นพัดผ่านเบาๆ ขับกลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้สดที่ประดับตามมุมต่างๆ ของสนามหญ้าแสงไฟประดับถูกแขวนตามต้นไม้และรั้วรอบบ้านส่องแสงนวลให้ความรู้สึกสบายตา เสียงเพลงคลอเบาๆ เติมความผ่อนคลายให้บรรยากาศดูอบอุ่นและเป็นกันเองแขกที่มามีแค่กลุ่มเพื่อนสนิทและคนใกล้ชิด ทุกคนดูผ่อนคลาย หัวเราะ พูดคุย เหมือนอยู่ในวงสังสรรค์ของครอบครัว ไม่มีพิธีการ ไม่มีความเป็นทางการ มีแค่ความสุขที่อบอวลในค่ำคืนนี้ควีนมาถึงในช่วงหัวค่ำ เธอสวมชุดเดรสสีขาวครีมเรียบหรู ที่ขับผิวให้ดูโดดเด่นท่ามกลางแสงไฟอ่อนๆ คนตัวเล็กกวาดสายตามองหาแฟนหนุ่ม เมื่อเห็นเขาอยู่ไม่ไกลนัก เธอจึงรีบเดินตรงเข้าไปพร้อมรอยยิ้มกว้าง ในจังหวะนั้นเอง เทรย์ก็หันมาเห็นเธอพอดี และเขาก็เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว“ทำไมวันนี้พี่เทรย์หล่อจังคะ” เธอเอ่ยชมทันทีที่เดินไปถึงเขายิ้มกว้าง พลางยื่นมือมาจับมือเล็กเบาๆ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปใกล้“หนูก็สวยมากนะ รู้ไหมหืม?” “อิจฉาโว้ยยย!!” เสียงเอเดนตะโกนขึ้น ทำให้ทั้งคู่หัวเราะออกมาเล็กน้อยเ
หนึ่งเดือนต่อมา@ผับ Aloft ย่านมหาวิทยาลัยชื่อดังบรรยากาศภายในผับยังคงคึกคักเหมือนเช่นเดิม เสียงเพลงดังสนั่นจากลำโพงตัวใหญ่ไปทั่วคลับ แสงไฟวิบวับหลากสีสาดส่องไปทั่วฟลอร์ เต็มไปด้วยผู้คนที่มาแดนซ์ปลดปล่อยกันสุดตัว รวมถึงควีนที่กำลังเต้นอยู่กับเพื่อนสาว เธอส่ายสะโพกเบาๆ ตามจังหวะเสียงเพลง แววตาคู่สวยดูสนุกสนานอย่างชัดเจนในระหว่างที่คนตัวเล็กกำลังเต้นอย่างเมามันอยู่นั้น สายตาคมกริบของใครบางคนก็จับจ้องมาทางเธอไม่วางตา อีกฝ่ายยืนอยู่โซนวีไอพีชั้นสอง มือหนึ่งถือแก้วน้ำสีอำพัน ส่วนอีกมือวางบนขอบระเบียงอย่างสบายๆ ทว่าแววตาคู่นั้นกลับบอกชัดว่าไม่พอใจสักเท่าไหร่กับภาพตรงหน้า“มองขนาดนั้น ลงไปยืนคุมน้องกูเลยไหมล่ะ” คลาสเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นเพื่อนสนิทจ้องมองน้องสาวตนอยู่นาน ก่อนจะยกแก้วน้ำสีอำพันขึ้นดื่มชิลๆเทรย์หันขวับมามองอีกฝ่าย พลางย้อนถามกลับทันควัน“ได้เหรอวะ กูไปได้ใช่ไหม” “อยากโดนบอกเลิกก็ไป” คลาสหัวเราะเบาๆ พร้อมยักไหล่เหมือนไม่อยากยุ่งด้วย“แล้วทำไมกูต้องโดนบอกเลิก?” เขาเลิกคิ้วถามอย่างงุนงงทันใดนั้น เอเดนพูดก็แนะนำขึ้น พลางเหลือบสายตามองควีนที่กำลังเต้นอยู่ด้านล่างเล็กน้อย“มึงต้อง