INICIAR SESIÓNเขาเป็นพี่ชายของเพื่อน เป็นผู้ชายที่ปากบอกว่า...ไม่รัก!! "แต่ฉันไม่ได้รักเธอ"
Ver másตอนที่1 ไม่อยู่ในสายตา
ร่างเล็กก้าวขาเข้ามาภายในรั้วมหาวิทยาลัยด้วยหัวใจที่เต้นแรงกว่าทุกวัน นี่คือวันแรก… วันที่เธอรอคอยมานานเหลือเกิน กะทิสูดลมหายใจลึก ๆ ไหล่บางขยับขึ้นลงตามแรงตื่นเต้น แสงแดดเช้าสะท้อนกระทบอาคารเรียนสูงใหญ่ ผู้คนมากมายเดินสวนกันไปมา เสียงประกาศจากลำโพงดังระงมไปทั่ว บรรยากาศแบบที่เธอเคยเห็นแค่ในรูป ในคลิป หรือในจินตนาการ วันนี้เธอไม่ใช่นักเรียนมัธยมอีกแล้ว วันนี้เธอคือ นิสิตปีหนึ่งคณะวิศวกรรมศาสตร์สาขาเครื่องกล ใคร ๆ ถามว่าชอบไหม? คำตอบคือ… ไม่ เธอไม่ได้ฝันอยากเป็นวิศวกร ไม่ได้อินกับเครื่องยนต์ ไม่ได้หลงใหลโลหะหรือกลไกใด ๆ ทั้งนั้น เหตุผลเดียวที่เธอเลือกเรียนที่นี่ ก็เพราะคนที่เธอชอบ อยู่ที่นี่ต่างหาก... ถ้าใครจะมองว่าเธอบ้าผู้ชาย กะทิก็ยอมรับตรง ๆ ใช่… เธอบ้าเขา เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่เอาอนาคตตัวเองมาฝากไว้กับความรู้สึกของหัวใจ ฟังดูงี่เง่าแต่เธอก็เลือกแล้ว กะทิก้มมองแผนที่ในมือถืออีกครั้ง นิ้วเรียวเลื่อนจอขึ้นลง เส้นทางที่เคยเซฟไว้ดูง่ายเหลือเกิน แต่พอมาอยู่ตรงนี้จริง ๆ มันกลับไม่เหมือนกันเลยสักนิด ตึกที่ควรอยู่ตรงหน้า กลับกลายเป็นลานกว้าง ทางแยกที่ควรเลี้ยวซ้าย ดันไปโผล่อีกคณะหนึ่ง ผู้คนเดินสวนกันจนเธอเริ่มรู้สึกตัวเล็กลงเรื่อย ๆสุดท้าย… กะทิหยุดยืนอยู่ตรงนั้น กลางทางเดินที่ไม่รู้ว่าควรไปทางไหนต่อ ไม่มีเพื่อน ไม่มีคนรู้จัก ไม่มีแม้แต่คนคุ้นเคยเอาไว้ให้เกาะ ‘ถ้าจะโทรถาม… ได้ไหมนะ’ ความคิดนั้นผุดขึ้นมาโดยอัตโนมัติและใบหน้าของใครบางคนก็ลอยเข้ามาในหัวทันที ผู้ชายที่เธอแอบชอบมานานผู้ชายที่ทำให้เธอกล้าบ้าพอจะเลือกเรียนคณะนี้ แต่นิ้วที่กำมือถือกลับไม่ขยับ เธอไม่กล้าโทรไม่กล้ารบกวนไม่กล้าแม้แต่จะส่งข้อความ เขาไม่เคยบอกให้เธอตามมา ทั้งหมดนี่… เป็นการตัดสินใจของเธอคนเดียว “เฮ้!” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลังกะทิสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะรู้สึกถึงปลายนิ้วที่สะกิดไหล่เธอเบา ๆ “...” “หวัดดี” “...” เธอหันกลับไปตามเสียงและก็ต้องชะงักไปเล็กน้อย ผู้ชายตรงหน้าสูงโปร่ง ผิวขาวสะอาด เสื้อยืดสีเรียบกับกางเกงยีนดูธรรมดา แต่กลับดูดีอย่างประหลาด ดวงตาคมเป็นประกาย ยามยิ้มมุมปากยิ่งทำให้ดูเป็นคนอัธยาศัยดี “เราชื่ออคิน” เขาพูดพลางยิ้ม “เรียนวิศวะเครื่องกล” “เรากะทิ… เรียนเครื่องกลเหมือนกัน” กะทิกะพริบตาถี่ๆ ก่อนจะยิ้มตอบอย่างเก้อ ๆ “หลงทางเหรอ” อคินถามเสียงเป็นกันเอง “นิดหน่อย… ไม่สิ หลงเยอะเลย” เธอหัวเราะแห้ง ๆ “ปีหนึ่งเหมือนกันใช่ไหม” เธอถามกลับ “ใช่” เขาพยักหน้า “งั้นดีเลย เดี๋ยวเดินไปพร้อมกัน จะได้ไม่หลงคนเดียว” ประโยคนั้นทำให้ไหล่ที่เกร็งอยู่คลายลงอย่างไม่รู้ตัว อย่างน้อย… วันนี้เธอก็ไม่ต้องยืนเดียวดายอีกแล้ว ทั้งสองเดินไปพร้อมกัน มุ่งหน้าไปยังหน้าคณะเพื่อรายงานตัว บริเวณนั้นเต็มไปด้วยรุ่นพี่คอยจัดแถว แจกเอกสาร ตรวจรายชื่อ บางคนพาไปถ่ายรูป บางคนอธิบายกำหนดการคร่าว ๆ ของวันแรก รับบัตรนิสิต ชี้แจงระบบเรียน ตารางกิจกรรม และการปฐมนิเทศ ทุกอย่างดูวุ่นวาย แต่ก็มีชีวิตชีวา กะทิพยายามตั้งใจฟังและลองชะเง้อมองไปรอบ ๆ อย่างเผลอใจ เธอมองหาคนเพียงคนเดียวแต่ไม่เห็นแม้แต่เงา มุมปากเล็กค่อยๆ คว่ำลง สีหน้าเศร้าจางๆ นั้นไม่รอดพ้นสายตาอคินไปได้ “เป็นอะไรหรือเปล่า” เขาถาม “เปล่า… แค่คิดอะไรนิดหน่อย” กะทิส่ายหน้าเบา ๆ ยังไม่ทันที่บทสนทนาจะไปต่อ เสียงฝีเท้าจากบันไดด้านข้างก็ดึงสายตาเธอไป และในที่สุด… คนที่เธอรอคอยก็ปรากฏตัว น่านน้ำ... เขาเดินลงมาพร้อมหญิงสาวคนหนึ่ง ผู้หญิงรูปร่างดี เซ็กซี่ดูมั่นใจ และอีกอย่างอกยังอึ๋มอีกต่างหาก ทุกอย่างดูเข้ากันไปหมดเมื่อยืนอยู่ข้างเขา สวยกว่าเธอ ดูเหมาะสมกว่าเธอ หัวใจของกะทิหล่นวูบ สายตาเธอหยุดอยู่ตรงนั้นนานเกินไป อคินมองตาม ก่อนจะยิ้มบาง ๆ เขายื่นมือไปวางบนหัวเธออย่างเป็นกันเอง “กะทิก็น่ารักนะ แต่พี่คนนั้นเขาดูสวยเซ็กซี่จริง ๆ” “อคิน!” เธอหันไปตีแขนเขาเบา ๆ ด้วยสีหน้าที่แดงจัด กะทิรีบละสายตา หันกลับมาคุยกับอคินแทน ราวกับพยายามกลบความรู้สึกในใจ เสียงพูดคุยรอบตัวเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากการรายงานตัวใกล้จะเสร็จสิ้น กลุ่มนักศึกษาเดินผ่านไปมาอย่างคุ้นเคย บางคนทักทายกันเสียงดัง บางคนยืนคุยหัวเราะเหมือนไม่มีอะไรต้องกังวล น่านน้ำเดินเข้ามาจากอีกฝั่งของลานคณะ ท่าทางสบายๆ เสื้อช็อปสีน้ำเงิน กางเกงยีนสีเข้มรับกับรูปร่างสูงใหญ่ของเขาได้อย่างพอดี ข้างกายยังคงมีหญิงสาวคนเดิมเดินมาด้วย แขนเรียวของเธอเกี่ยวแขนเขาแน่นเหมือนเป็นเรื่องปกติ “พี่น่าน!” เสียงของรุ่นน้องปีสองดังขึ้น ชายหนุ่มเจ้าของเสียงเดินเข้ามาหยุดตรงหน้า ก่อนที่รุ่นน้องจะยกมือไหว้ตามมารยาท “กำลังจะกลับเหรอครับ” “อืม” น่านน้ำพยักหน้าเล็กน้อย “พอดีคืนนี้พวกผมจะไปเที่ยวกันน่ะครับ” รุ่นน้องอีกคนเสริมขึ้น “ชวนพี่ไว้ก่อน เผื่อพี่ว่าง” หญิงสาวที่เกาะแขนเขาอยู่ยิ้มออกมาอย่างพอใจ ก่อนจะเอียงหน้าเข้าหาเขานิด ๆ “มีล่าก็จะไปนะ น่านไปด้วยกันสิ” เธอพูดพร้อมรอยยิ้มมั่นใจ “มีน่านไปด้วย ล่าก็จะได้เมาเต็มที่ไง” เสียงนั้นดังชัดเจน ราวกับตั้งใจให้ใครบางคนได้ยิน กะทิยืนอยู่ไม่ไกล ยืนมองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจที่ค่อยๆ จมลง เธอเห็นทุกอย่างเห็นมือผู้หญิงคนนั้นที่เกาะแขนน่านน้ำ เห็นท่าทางสนิทสนมที่ไม่ต้องพูดก็รู้ว่า ไม่ใช่แค่คนรู้จัก “...” “มีธาม ฉลาม พีเจ แล้วก็พวกรุ่นน้องอีกหลายคนเลยนะคะ” มีล่าพูดต่ออย่างกระตือรือร้น “ไปผับแถวมหาลัย สนุกดี” “มึงจะไม่ไป?” พีเจเพื่อนในคณะที่ทำหน้าที่ดูแลการรายงานตัวหันไปมองน่านน้ำ “ไม่ไป” น่านน้ำตอบกลับแทบจะทันที น้ำเสียงนั้นฟังดูเรียบเฉยอย่างไม่ลังเล “อ้าว ทำไมล่ะน่าน มีล่าอยากให้น่านไปด้วยนะ” มีลาชะงักไปเล็กน้อย “ขี้เกียจ” เขาขยับไหล่เล็กน้อย สีหน้าเบื่อหน่ายชัดเจนรุ่นน้องบางคนมองหน้ากัน ก่อนจะพยายามรบเร้า “ไปเถอะพี่น่าน แป๊บเดียวเองนะครับ” “ใช่ ๆ พี่ไปด้วยกัน” “นะน่าน… แค่คืนนี้เอง” มีล่ายังไม่ยอมแพ้ เธอบีบแขนเขาแน่นขึ้น “อืม” น่านน้ำถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะตอบแบบส่งๆ คำตอบนั้นเหมือนไม่มีความหมายแต่กลับทำให้หัวใจของคนที่แอบฟังอยู่… หน่วงลงอย่างแรง กะทิแทบกลืนน้ำลายไม่ลง ลำคอแห้งผากทั้งที่ไม่ได้พูดอะไรสักคำ เขาเห็นเธอ เธอมั่นใจว่าเขาเห็น แต่เขากลับทำเป็นไม่สนใจ ทำเหมือนเธอเป็นเพียงอากาศเป็นแค่ฉากหลังที่ไม่มีตัวตน “กะทิ” เสียงอคินทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมอง “หืม?” “เซ็นชื่อตรงนี้หน่อย” เขายื่นแผ่นกระดาษมาให้ กะทิรีบรับปากกา มือเล็กสั่นนิด ๆ ตอนก้มลงเซ็นชื่อ และในจังหวะนั้นเอง สายตาหลายคู่ก็หันมามองเธอโดยไม่ตั้งใจ รวมถึง… สายตาของคนที่เธอพยายามไม่มอง อคินเงยหน้าขึ้นไปถามพีเจ “พี่ครับ มีอะไรต้องทำอีกไหมครับ” “ไม่มีแล้วครับ รายงานตัวเสร็จแล้ว กลับบ้านได้เลย” พีเจส่ายหน้า “ครับ” อคินพยักหน้า ก่อนจะหันมายิ้มให้กะทิ “ไปกันเถอะ” กะทิพยักหน้าตามแรงส่งนั้นแต่ก่อนจะก้าวเท้าออกไปเธอเผลอเหลือบมองน่านน้ำอีกครั้ง เธอหวัง… แค่เสี้ยววินาทีหวังว่าเขาจะมองกลับมา หวังว่าเขาจะพูดอะไรสักคำ แต่เขากลับหันไปคุยกับชายอีกคนไม่เหลือบมองเธอแม้แต่นิดเดียว เหมือนว่า… เธอไม่เคยอยู่ในสายตาของเขาเลยตั้งแต่ต้น กะทิเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะก้าวเดินตาม อคินออกไป ทิ้งความรู้สึกอึดอัดเอาไว้ข้างหลัง และนั่น คือครั้งแรกที่กะทิเริ่มรู้สึกว่าการตามใครสักคน… มันอาจทำให้เจ็บมากกว่าที่คิดตอนที่7 เข้ากันดีเสียงประกาศจากไมโครโฟนดังขึ้นเป็นจังหวะชัดเจน ท่ามกลางเสียงพูดคุยของรุ่นน้องที่นั่งอัดแน่นอยู่เต็มห้องสโมสรกีฬารายชื่อผู้เข้าประกวดถูกเรียกทีละคน ผู้เข้าประกวดแต่ละคนยืนเรียงแถวอยู่ด้านข้างเวที สีหน้ามีทั้งมั่นใจ ตื่นเต้น และประหม่าไม่ต่างกันนัก“ผู้เข้าประกวดหมายเลขหนึ่ง…”หญิงสาวคนแรกก้าวขึ้นไปบนเวทีอย่างมั่นใจ รูปร่างสมส่วน บุคลิกโดดเด่น การเดินเป็นจังหวะพอดี รอยยิ้มเปล่งประกาย เธอแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำ เสียงปรบมือดังขึ้นทันทีเมื่อเธอเดินลงจากเวทีกะทิยืนอยู่ในแถว มือเล็กกำชายกระโปรงแน่นโดยไม่รู้ตัว หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนในอก เสียงปรบมือ เสียงหัวเราะ เสียงเชียร์จากด้านล่างดังประสานกันจนเธอเริ่มรู้สึกว่าห้องนี้ใหญ่เกินไป…และตัวเองก็เล็กเกินไป“หมายเลขต่อไป…”ชื่อถูกเรียกไปเรื่อย ๆ ผู้เข้าประกวดผลัดกันขึ้นลงเวที กะทิพยายามสูดหายใจเข้าลึก ๆ ตั้งสติอย่างที่ทุกคนบอก แต่ยิ่งใกล้ถึงคิวตัวเอง มือกลับยิ่งสั่นจนกระทั่ง...“ผู้เข้าประกวดหมายเลขเจ็ด ณัฐชานันท์ สุระการณ์ หรือน้องกะทิ เชิญบนเวทีค่ะ”ชื่อของเธอดังขึ้นชัดเจน โลกทั้งใบเหมือนเงียบลงไปช
ตอนที่6 คัดเลือกดาว-เดือนคณะเช้าวันรุ่งขึ้น มหาวิทยาลัยดูมีชีวิตชีวามากกว่าทุกวันตั้งแต่แสงแดดยังไม่แรงนัก เสียงพูดคุยและเสียงฝีเท้าของนักศึกษาที่เดินสวนกันไปมาดังก้องไปทั่วบริเวณลานหน้าอาคารแทบทุกคณะเต็มไปด้วยกลุ่มนักศึกษาที่แต่งตัวจัดเป็นพิเศษ บางคนสวมเสื้อเชิ้ตรีดเรียบ บางคนแต่งหน้าจัดกว่าปกติเล็กน้อย ทุกสายตาล้วนเต็มไปด้วยความคาดหวังและความตื่นเต้นวันนี้ไม่ใช่วันธรรมดาแต่เป็นวันที่แต่ละคณะจะคัดเลือก ดาว–เดือนคณะกะทิเดินมาพร้อมกับโดนัทและอคิน ทั้งสามคนเดินเคียงกันท่ามกลางฝูงชนที่แน่นขนัด กะทิอยู่ในชุดนักศึกษาธรรมดา ไม่ได้แต่งตัวโดดเด่นอะไรเป็นพิเศษ ผมยาวถูกมัดครึ่งหัวอย่างเรียบร้อย ใบหน้าหวานยังคงดูใสซื่อ แต่ดวงตากลับฉายแววกังวลบางอย่างที่ปิดไม่มิด“คนเยอะชะมัด…” โดนัทบ่นพลางมองซ้ายมองขวา “ยังกับงานเฟรชชี่ไนต์”“ก็วันนี้วันใหญ่ของคณะไง” อคินตอบเสียงเรียบ แต่แววตากลับดูตื่นเต้นกว่าปกติ “ดาวเดือนทั้งนั้น ใครจะไม่อยากมาดู”กะทิไม่ได้พูดอะไร เธอเพียงกุมสายกระเป๋าแน่นขึ้นเล็กน้อย หัวใจเต้นแรงอย่างไม่มีเหตุผลเมื่อทั้งสามเดินเข้าไปถึงห้องสโมสรกีฬา ภาพตรงหน้าทำให้กะทิถึงกับชะงักไปครู
ตอนที่5 น้ารหัสฉันคือเฮ้ดว้าก!!หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายก่อนหน้านั้นจบลง เสียงพูดคุยอื้ออึงในลานกิจกรรมก็ค่อย ๆ เบาลง รุ่นพี่หลายคนทยอยขึ้นไปยืนเรียงแถวด้านหน้าเวทีชั่วคราวถูกจัดไว้ตรงกลาง ลมเย็นยามเย็นพัดผ่าน ทำให้บรรยากาศตึงเครียดจากเมื่อครู่คลายลงไปบ้าง เหล่าน้องปีหนึ่งนั่งเรียงกันเป็นระเบียบ แม้สีหน้าจะยังเหนื่อยล้า แต่แววตาหลายคู่กลับเริ่มมีประกายตื่นเต้นขึ้นมาแทน“โอเคน้อง ๆ ฟังทางนี้หน่อยนะครับ”“...”เสียงรุ่นพี่คนหนึ่งดังขึ้นผ่านไมโครโฟน ทุกคนเงยหน้ามองพร้อมกันโดยอัตโนมัติ“ต่อไปจะเป็นช่วงสำคัญของการรับน้องเรา… การจับสายรหัส”“สายรหัส!!”“ห่ะ! สายรหัส ดีโคตร!!”เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที กะทิที่นั่งอยู่แถวกลางเผลอกำชายเสื้อแน่นโดยไม่รู้ตัว หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล ทั้งที่เธอพยายามบอกตัวเองว่าแค่กิจกรรมธรรมดา แต่ความรู้สึกประหลาดกลับไหลวนอยู่ในอกรุ่นพี่เริ่มอธิบายขั้นตอนอย่างเป็นลำดับ พี่รหัสปีสอง น้ารหัสปีสาม และปู่รหัสปีสี่ จะถูกสุ่มจับจากรายชื่อที่จัดไว้แล้ว ทุกคนจะได้กระดาษหนึ่งแผ่น เมื่อเปิดออกมาก็จะรู้ว่าสายรหัสของตัวเองเป็นใครกล่องกระดาษใบใหญ่ถูกส่งต่อกันไปทีละแถว
ตอนที่4 กฎของคนรู้จักหลายวันผ่านไปจากวันแรกที่ทุกอย่างดูวุ่นวายและสับสน กะทิเริ่มค่อยๆ ปรับตัวเข้ากับชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยได้มากขึ้น แม้เนื้อหาวิชาที่เรียนจะไม่ใช่สิ่งที่เธอถนัดหรือหลงใหลนัก แต่ด้วยพื้นฐานการเรียนที่ดี บวกกับความตั้งใจ เธอจึงค่อย ๆ ไล่ตามบทเรียนได้ไม่ยากอย่างที่คิดเครื่องกลไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เคยจินตนาการแค่ต้องใช้เวลาและความอดทนในห้องเรียน เธอได้รู้จักเพื่อนใหม่ชื่อ โดนัท เด็กผู้หญิงหน้าตาสดใส ผมสั้นประบ่า บุคลิกคล่องแคล่ว ยิ้มเก่ง และพูดเก่งไม่แพ้กัน นิสัยของโดนัทคล้ายเธออย่างน่าประหลาด ทำให้ทั้งสองคนสนิทกันเร็วเกินคาดโดนัทเป็นคนประเภทที่ไม่ปล่อยให้บรรยากาศเงียบได้นานส่วนกะทิ… เป็นคนที่กำลังต้องการเสียงแบบนั้นพอดีทั้งคู่เริ่มนั่งเรียนด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน เดินไปไหนมาไหนด้วยกันแทบทุกคาบเสียงหัวเราะของกะทิเริ่มกลับมา แม้จะไม่สดใสเท่าเดิม แต่ก็ไม่หม่นเหมือนวันแรก ๆตอนนี้เป็นคาบสุดท้ายของวันอากาศในห้องเรียนเริ่มอึดอัด เสียงพัดลมดังสม่ำเสมอ นักศึกษาหลายคนเริ่มขยับตัวไปมาอย่างรอคอยทันทีที่เสียงกริ่งดังขึ้น โดนัทกับกะทิหันมามองหน้ากันแทบจะพร้อมกัน“เฮ้ย! ต้