LOGINวันต่อมา…
ขณะที่ใบข้าวกำลังนั่งเปิดโทรศัพท์ตัวเองจ้องมองยังรูปภาพของแมวตัวน้อยที่เธอแอบถ่ายเอาไว้ระหว่างรอเพื่อนทั้งสอง
“เฮ้!” เสียงหวานแหลมคุ้นเคยของใครบางคนทักทายยังร่างเล็กที่นั่งอยู่ดังขึ้น ทำให้ใบข้าวหันไปมอง ก่อนจะเห็นร่างสวยของเจนิสกับลูกหว้าที่เดินเข้ามาพร้อมกัน
“ขอโทษที่มาช้านะ พอดีหน้าหอฉันเกิดอุบัติเหตุทำให้รถติดหนักเลย” ลูกหว้าบอกคนตัวเล็ก ตามด้วยเรียวปากสีหวานของเจนิสที่บ่นอุบออกมาไม่ต่าง
“ใช่เลย! ฉันก็กว่าจะหลุดออกมาได้ เสียเวลาชะมัด”
“ฮ่า ๆ ไม่เป็นไร ๆ งั้นเราไปเข้าเรียนกันเลยไหม” ใบข้าวยิ้มถามเพื่อนทั้งสอง ซึ่งทั้งลูกหว้ากับเจนิสก็ต่างพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนที่ทั้งสามจะพากันเดินตรงไปยังห้องเรียนที่อยู่ไม่ไกล และขณะที่เดิน
“ว่าแต่เมื่อกี้รูปลูกแมวใครเหรอ หน้าตาน่ารักเชียว” ลูกหว้าหันถามใบข้าวขึ้น
“อ๋อ นี่น่ะเหรอ?” ใบข้าวยิ้มถามพลางหยิบรูปที่เพิ่งดูเมื่อกี้ขึ้นมาด้วยใบหน้ายิ้ม ๆ
“อืมใช่ แมวเธอเหรอ?”
“ไม่ใช่หรอก แมวจรร้านที่ฉันไปทำงานพิเศษน่ะ”
“หือ? เธอทำงานด้วยเหรอ” ลูกหว้าถามสีหน้าสงสัย ทำให้ใบข้าวอธิบาย
“อืม แอบรับงานพิเศษทำน่ะ พอมาอยู่ที่นี่ค่าใช้จ่ายก็มากขึ้น เลยอยากช่วยที่บ้านแบ่งเบา”
“ดีจัง” ลูกหว้ายิ้มมองหน้าเพื่อนตัวเล็กด้วยความรู้สึกชอบในคำตอบของอีกคนที่บ่งบอกได้ถึงนิสัยจิตใจดีที่มี ด้านเจนิสที่ได้ยินก็รู้สึกชื่นชมคนเป็นเพื่อนอยู่ไม่ต่าง ผิดกับเธอที่ชีวิตสุขสบาย ใช้เงินไปวัน ๆ โดยไม่ต้องคิดถึงเรื่องอะไรแบบนั้น
“พวกเธอนี่น่ารักกันจริง ๆ เลยนะ” เจนิสอดไม่ได้ที่จะพูดออกมาตามความคิด และรู้สึกดีใจที่ได้เป็นเพื่อนกับสองคนที่นั่งอยู่ด้วยกัน ทั้งใบข้าวกับลูกหว้าที่ได้ยินจึงเอ่ยตอบกลับ
“เธอเองก็น่ารัก”
“หือ?” เจนิสแสดงสีหน้างุนงงกับคำพูดของเพื่อน ทำให้ใบข้าวที่เห็นยิ้มเอ่ย
“ทั้งที่เธอดูมีเพื่อนให้เลือกมากมาย แต่ก็ยังเลือกมาคบกับพวกเรา แถมยังไม่เคย…ทำตัวไม่น่ารักใส่เลยสักครั้ง” ใบข้าวเอ่ยอย่างไม่กล้าพูดออกมาตรง ๆ ถึงนิสัยลูกคุณหนูบางคนที่มักจะพูดจาและใช้สายตาดูถูกเด็กทุนอย่างพวกเธอ ลูกหว้าเองก็คิดแบบเดียวกัน
“ใช่ แถมเธอยังเป็นคนตรงไปตรงมา ชอบอะไร ไม่ชอบอะไรก็พูดออกมาเลย ไม่เคยเจอใครที่ซื่อตรงและจริงใจขนาดนี้มาก่อนเลย ขอบคุณที่มาเป็นเพื่อนกันนะ”
“โอ๊ย ทำไมพูดเหมือนฉันสูงส่งอะไรขนาดนั้น ก็คนเหมือนกัน แค่ที่บ้านฉันรวยก็ไม่ได้แปลว่าโลกจะต้องหมุนรอบฉันนะ” เจนิสพูดด้วยท่าทีปกติ ทว่าทั้งสามก็ต่างมองหน้ากันด้วยความรู้สึกดีใจจริง ๆ ที่ได้เป็นเพื่อนกัน กระทั่งการเรียนในวิชาแรกของวันนี้จบลง
“เฮ้อ วิชาต่อไปอีกตั้งหลายชั่วโมงเลย” เสียงเจนิสบ่นออกมาขณะที่สามสาวกำลังสาวเท้าเดินออกจากห้อง ซึ่งตารางเรียนในวันนี้ของพวกเธอนั้นมีเข้าเรียนในคาบเช้า แล้วมีเรียนอีกทีก็ช่วงเย็น ๆ เลย
“ว่างตั้งหกชั่วโมง เราจะไปอยู่ไหนกันก่อนดี” ลูกหว้าถามขึ้น ทำให้ใบข้าวเสนอ
“ไปห้องสมุดกันดีไหม”
“วันนี้เหมือนที่ชั้นห้องสมุดจัดงานอะไรสักอย่าง คนน่าจะเยอะเอาเรื่องเลยนะ” ลูกหว้าบอก ทำให้สามสาวต่างเงียบหันไปเพื่อหาที่ระหว่างรอเรียน แต่แล้วในตอนนั้นเอง
“เดี๋ยวรอฉันตรงนี้แป๊บนะ” พูดจบ เจนิสก็หยิบโทรศัพท์ของตัวเองสาวเท้าเดินออกไป ใช้เวลาไม่นานร่างสวยก็เดินกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มอารมณ์ดี
“ปะ ไปกัน”
“หือ?” สองคนที่ยืนอยู่หันมองยังเพื่อนที่เดินกลับมาเอ่ย
“ฉันหาที่ได้แล้ว ไปกันเถอะ ตามฉันมา~” สิ้นเสียงเอ่ย เจนิสก็เดินพาเพื่อนทั้งสองของตัวเองไปยังลิฟต์ที่อยู่ไม่ไกล พร้อมกับเดินนำไปยังห้องห้องหนึ่งที่อยู่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวอยู่ไม่น้อย
“ชั้นนี้ เขาห้ามขึ้นมาไม่ใช่เหรอ” เสียงลูกหว้าที่เดินตามเจนิสมาพูดขึ้น
“ขึ้นได้น่า ฉันขอแล้ว” ทันทีที่พูดจบ เจนิสก็ไม่รอช้าที่จะจัดการเคาะประตูห้องห้องหนึ่งที่อยู่ตรงหน้า โดยใช้เวลาไม่นาน ประตูห้องหรูนั้นก็ถูกเปิดออก
“ฮัลโหล~” เสียงหวานของร่างสวยปีหนึ่งไม่รอช้าที่จะยกมือขึ้นโบกทักทายคนที่อยู่กันภายในห้อง
“โอ๊ะ อยู่กันครบเลยแฮะ” เรียวปากสวยได้รูปเอ่ย ขณะที่ลูกหว้ากับใบข้าวก็ยังคงยืนอยู่ด้านหลังไม่รู้อะไร กระทั่งร่างของเจนิสเดินนำพาเข้าไป ทำให้ทั้งสองได้เห็นกลุ่มชายรุ่นพี่ที่พบเจอกันแล้วเมื่อวานนั่งอยู่ภายในห้องกันครบ
“มาทำไม” วินเซนต์ถามคนที่ยืนอยู่ เจนิสจึงยู่หน้าใส่
“ทำไมถามแบบนี้เนี่ย พี่ควรจะดีใจที่เจมาสิ”
“…” วินเซนต์ก็เงียบไม่ตอบพลางมองยังใบหน้าเรียวสวยนิ่ง
“ไม่ต้องมามองแบบนั้นเลย เจขอคุณป้าแล้วเถอะ ไม่เชื่อก็ถามพี่อีริคได้” สิ้นเสียงหวานเอ่ยบอก วินเซนต์ก็หันไปมองยังเพื่อนของตัวเองทันที และเมื่อเห็นความเงียบที่เหมือนเป็นคำตอบจากอีริคแล้ว เขาก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา ผิดกับสองสาวที่ยืนตัวเกร็งอยู่ด้านหลังเพื่อนของตัวเอง โดยเฉพาะใบข้าวที่ยืนบีบมือตัวเองแน่นอย่างไม่สามารถที่จะควบคุมท่าทีประหม่าของตัวเองได้ ไซม่อนที่เห็นท่าทีราวกับลูกนกนั้นก็ยกยิ้ม
“ไหน ๆ ก็มากันแล้ว ก็ให้น้องมานั่งด้วยกันเถอะ…” หนุ่มวิศวะเพลย์บอยบอก เจนิสที่ได้ยินจึงตอบกลับ
“นั่งกันได้หมดเลยนะ ยกเว้นข้างพี่ไซม่อน”
“อ้าว”
“อย่ามาทำตัวเจ้าชู้ใส่เพื่อนเจ ห้าม!”
“หึ พี่ก็ไม่ได้อะไรสักหน่อย” เสือหนุ่มหัวเราะตอบกลับ ก่อนที่เจนิสจะพาเพื่อนทั้งสองของตัวเองไปนั่งยังโซฟาราคาแพงด้านข้างเธอที่อยู่ห่างจากไซม่อนอยู่พอสมควร ทว่ากับใบข้าวนั้นกลับได้อยู่ฝั่งตรงข้ามกับรุ่นพี่หนุ่มวิศวะหน้านิ่งคนนั้นเป๊ะ ๆ ทำให้คนตัวเล็กนั้นเอาแต่ก้มหน้างุดอีกครั้งด้วยความไม่กล้าที่จะจ้องมองอะไร อาการประหม่ากลับมาโจมตีร่างเล็กจนมือบางนั้นเอาแต่บีบเข้าหากันและกันไม่หยุด
“แต่ได้ข่าวว่าพวกเราต้องสัมภาษณ์รุ่นพี่ไม่ใช่เหรอ” เสียงไซม่อนพูดขึ้น
“อุ้ย จริงด้วย…” เจนิสนึกขึ้นมาได้พอดี แต่ก็ไม่วาย
“…แต่ยังไงก็ไม่สัมภาษณ์พี่ไซม่อนหรอก อยู่กันคนละคณะ”
“เขาให้สัมภาษณ์แค่คณะบริหารเหรอ?”
“ก็เปล่า แต่ไม่อยากสัมภาษณ์เสือร้ายแบบพี่! ไม่ต้องมามองเพื่อนเจเลยนะ!” เจนิสเอ่ยพร้อมกับมองหน้าไซม่อนราวกับแมวน้อยกำลังขู่หวงเพื่อน ซึ่งไซม่อนที่เห็นก็หัวเราะ
“งั้นก็ต้องเสียใจด้วย”
“คืออะไร?”
“เดี๋ยวไอ้วิกเตอร์กับไอ้อีริคต้องออกไปข้างนอก” สิ้นเสียงไซม่อนบอก เจนิสก็หันไปมองยังลูกพี่ลูกน้องและวิกเตอร์ในทันที โดยเป็นจังหวะเดียวกันกับทั้งสองที่ถึงเวลาต้องออกไปทำธุระส่วนตัวแล้วเช่นกัน สองหนุ่มลุกขึ้นจากโซฟาหรูพร้อมกับสาวเท้าเดินออกจากห้องไปด้วยท่าทีปกติ ผิดกับไซม่อนที่มองหน้าเจนิสด้วยความติดกวน
“เอาไงต่อล่ะทีนี้”
“ชิ! ยังไงเจก็จะคอยจับตาดู ถ้าพี่ทำตัวเจ้าชู้ใส่เพื่อนเจนะ เจไม่ยอมแน่!”
“…” ไซม่อนก็หัวเราะยิ้มออกมาอย่างเดิม เขาไม่ได้อะไรกับเพื่อนของน้องหรอก เพียงแค่อยากกวนเจนิส และ…ชอบเวลาเห็นนกน้อยกำลังประหม่ากับเพื่อนเขาก็เท่านั้น
“ถ้างั้นเดี๋ยวฉันสัมภาษณ์ว่าที่เจ้าบ่าวฉันนะ ส่วนเธอสองคน…” เจนิสแสดงสีหน้าคิดไม่ตกออกมาอย่างไม่จริงจังนักที่จะเลือกเพื่อนให้ไปสัมภาษณ์เสืออย่างไซม่อน วินเซนต์ที่นั่งอยู่จึงเอ่ยถาม
“แล้วถามไอ้ไคลน์มันหรือยัง ว่ามันจะให้สัมภาษณ์หรือเปล่า” ยังไม่ทันที่เจนิสจะตอบกลับ
“มันให้อยู่แล้ว…”
“…ใช่ไหม?” ไซม่อนยกยิ้มถามคนเป็นเพื่อน ไคลน์ที่นั่งอยู่จึงจ้องมองยังแววตาดูมีความจงใจกวนของเพื่อนตัวเองนิ่งไม่ตอบกลับอะไร ถึงเขาปฏิเสธ ก็คงมีสองคนที่วอแวใส่เขา ทั้งเจนิส แล้วก็ไซม่อน คนตัวสูงเลยเลือกที่จะเงียบทำเหมือนไม่ได้สนใจอะไร
“พี่ไคลน์ไม่ปฏิเสธ แปลว่ายอม…ถ้างั้น เธอสองคนอยากสัมภาษณ์คนไหน อื้ม…ใบข้าว เธอเลือกก่อนแล้วกัน อยากสัมภาษณ์ใคร” ทันทีที่เจนิสเอ่ยถามขึ้นมาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างบางที่เอาแต่ก้มหน้าอยู่ก็ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมาด้วยแววตาเหวอ
“ฮ…ฮะ…เอ่อ…”
“เลือกได้เลย ไม่ต้องกลัว” เจนิสบอก ทำเอาคนตัวเล็กที่ถูกให้เลือกก่อนเผลอเม้มกัดปากด้วยความประหม่า
“น่ารักดีวะ เหมือนลูกนกเลย” เสียงไซม่อนพึมพำด้วยความจงใจ ไคลน์ที่ได้ยินก็นิ่งจ้องมองยังร่างเล็กที่ดูประหม่าชัดเจนฝั่งตรงข้าม และเมื่อสายตาคมของเขาเหลือบไปปะทะเข้ากับนัยน์ตาสีหวานเข้าอย่างจัง คนที่ประหม่าก็รีบหันหน้าหนีไปอีกทางด้วยความรวดเร็วพลางยกมือเล็กชี้ไปยังไซม่อนที่นั่งอยู่
“พะ…พี่ไซม่อน…” โดยทันทีที่เรียวปากสีหวานเลือก ดวงตาคมกริบของไคลน์ก็ยังคงจ้องมองยังรุ่นน้องตัวเล็กอยู่อย่างนั้นนิ่งด้วยใบหน้าราบเรียบ
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา…ตึกตึก เสียงสองเท้าของเด็กแฝดทั้งสองที่ถูกพี่เลี้ยงสาวคนสนิทสองคนคอยประกบดูแลอยู่ดังขึ้น ก่อนที่ดวงตากลมเล็กของเด็กน้อยจะเบิกกว้างยกยิ้มออกมา“ทาเล๊~” เด็กน้อยทั้งสองเอ่ยพลางชี้ไปยังทะเลสีครามสวยที่อยู่ตรงหน้า ใบข้าวที่รับรู้ได้ถึงความอยากไปเล่นน้ำของเด็กทั้งสองที่เคยมาโรงแรมที่พักสุดหรูนี้มาแล้วก็ยิ้มบาง ๆ บอก“เดี๋ยวไปเปลี่ยนชุดกันก่อนนะคะ แล้วเดี๋ยวมิ้พามาให้เล่นทะเลกัน” สิ้นเสียงหวานบอก เด็กน้อยที่ได้ยินก็พยักหน้ารับคำอย่างไม่มีความงอแงแต่อย่างใด ทั้งสองถูกพี่เลี้ยงคนสนิทพาเดินเข้าไปยังภายในบ้านพักส่วนตัวของโรงแรมราคาแพงที่ทางบ้านของไคลน์มีหุ้นส่วน ซึ่งใช้เวลาไม่นาน ร่างเล็กของเด็กแฝดที่เปลี่ยนชุดพร้อมเล่นแล้วก็เดินเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“ฮ่า ๆ ดูสิคะ แฮปปี้กันใหญ่เลย พอรู้ว่าจะได้เล่นน้ำ” เสียงใบข้าวหันไปเอ่ยพูดกับสามีตัวสูงของตัวเองที่ยืนอยู่ ไคลน์เองก็จ้องมองยังภาพเด็ก ๆ ที่ดูมีความสุขร่าเริงกันด้วยแววตาเอ็นดู ก่อนที่ร่างของใบข้าวจะเดินตรงเข้าไป“พร้อมไปเล่นน้ำทะเลกันแล้วหรือยังคะ”“พร้อมค้าบ/พร้อมค่า” เด็กทั้งสองตอบกลับ พร้อมกับมือเล็กของใบข้าวที่เอื้อมเ
หกเดือนต่อมา…“อุแว๊!~” เสียงเด็กน้อยที่กำลังถูกคนเป็นพ่ออุ้มอยู่นั้นร้องโวยวายงอแงด้วยความเอาแต่ใจชัดเจน โดยไคลน์ก็ยืนอุ้มลูกชายของตัวเองพาเดินวนอยู่ภายในบ้านหลังใหญ่ที่เขาตัดสินใจซื้อเป็นของขวัญวันคลอดให้กับภรรยาตัวเล็กของตัวเอง“อุแว๊…”“ไคเลอร์ เป็นอะไรไป” ไคลน์เอ่ยถามยังลูกชายที่เพิ่งคลอดออกมาได้ไม่นานขึ้น พร้อมกับอุ้มพาเดินไปมาอยู่อย่างนั้น ขณะที่ใบข้าวเองก็ค่อย ๆ ผละออกจากลูกสาวคนเล็กของตัวเอง“คีริน หลับแล้วค่ะ เอาไคเลอร์มาค่ะ เดี๋ยวข้าวดูลูกเอง พี่ไปพักเถอะ” คุณแม่ยังสาวเอ่ยบอกยังสามีตัวสูงที่เป็นพ่อของเด็กแฝดชายหญิง ลูกของเขาและเธอ ทว่าไคลน์กลับส่ายหน้าตอบกลับไม่ยอมให้เด็กทารก“เดี๋ยวพี่ช่วยดู”“ดูอะไรคะ เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่ไคลน์ต้องไปทำงานแต่เช้านะ ไปนอนได้แล้ว ข้าวดูลูกได้ค่ะ”“พี่ลาแล้ว”“คะ?”“พี่จะทำงานที่บ้านเอา พี่คุยกับตาแล้ว” คนตัวสูงบอกพร้อมกับอุ้มลูกชาย มืออีกข้างก็ยกขึ้นลูบเข้าที่ใบหน้าเรียวใสของเมีย“เหนื่อยมากเลยใช่ไหม ได้ที ได้สองคนเลย”“ฮ่า ๆ ก็เหนื่อยบ้างค่ะ แต่พี่แหวนมาช่วยอยู่ อีกอย่าง…ก็สนุกดีค่ะ อย่างน้อยก็ไม่เหงาแล้ว ขอหนึ่งได้ถึงสองเลย~” ใบข้าวยังคงยิ้มหว
สามเดือนต่อมา…พรึบเสียงมือบางค่อย ๆ หยิบที่ตรวจครรภ์ตรงหน้าเข้ามามองดูด้วยความรู้สึกลุ้นเป็นอย่างมาก และเมื่อสายตาเห็นถึงด้านหน้าที่ขึ้นสองขีด“มะ…มาแล้ว…” ใบข้าวเอ่ยด้วยโทนเสียงเต็มไปด้วยความดีใจก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองยังสามีตัวสูงที่ยืนอยู่ ไคลน์ที่ได้ยินจึงยกมือขึ้นลูบเข้าที่หัวเล็กของคนรัก“หึ ก็บอกแล้ว” เขาส่งยิ้มบาง ๆ ตอบกลับอย่างรู้สึกมั่นใจในผลงานของตัวเอง ที่หลังจากที่เมียตัวน้อยนั้นอยากได้ลูก ไคลน์ก็ตั้งใจทำให้สุด ๆ ในช่วงที่ผ่านมา เขาทำแทบจะวันเว้นวัน มีวันที่ให้เมียได้พัก แล้วก็จัดต่อ ไข่ตกไม่ตก เขาซัดเรียบหมด แตกในอย่างชุ่มฉ่ำ ไหนจะอาการของใบข้าวที่เริ่มออก รวมถึงประจำเดือนที่ขาดเขาคอยสังเกตภรรยาของตัวเองอยู่ตลอด จนวันนี้ตัดสินใจซื้อที่ตรวจครรภ์ให้ลอง“เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปฝากครรภ์กัน” คนตัวสูงเอ่ยพลางยังคงลูบอยู่ที่หัวเล็กของเมียตัวเองด้วยแววตามีความสุขมากไม่ต่าง ไหนจะสายตาที่เอาแต่จ้องมองใบข้าวด้วยความคลั่งรักที่มี ในที่สุดอีกไม่นาน เขาก็จะได้เป็นพ่อของคนแล้ว พ่อของลูก…ที่มาจากความรัก และความตั้งใจของเขาและภรรยาตัวเล็ก“ค่ะ” ใบข้าวยิ้มหวานตาหยีตอบกลับยังร่างสูงวิศวะในทันที ก
ทันทีที่แก่นกายหนาหลุดออกจากรูร่องสีหวาน น้ำสีขาวขุ่นก็ไหลทะลักออกมากว่าเดิม ส่งมันเลอะเทอะเปรอะเปื้อนยังที่นอนหรูไปหมด ใบข้าวที่รู้สึกเหนื่อยหอบจากการร่วมรักอยู่ก็ชะงักก้มลงมองพลางทำท่าจะพยุงร่างลุกขึ้น แต่แล้ว…หมับก็ต้องถูกมือหนาของคนที่นอนอยู่ใต้ร่างคว้าไว้“จะไปไหน” เสียงทุ้มถาม“ข้าวจะไปอาบน้ำค่ะ”“เดี๋ยวก่อนสิ”“หือ?”“ยังไม่พอ” “อะไรยังไม่พอคะ นี่ก็…เยอะมากแล้วนะ” ใบข้าวบอกพลางพูดถึงน้ำกามสีขาวขุ่นที่อยู่ภายในรูร่องของเธอจนไหลทะลักออกมาราวกับเขื่อนแตก ทว่า…ไคลน์ก็ไม่คิดสนใจ“ต้องทำ…จนกว่าจะแน่ใจ” สิ้นเสียงทุ้มบอก คนตัวสูงก็ไม่รอช้าที่จะจับร่างเล็กให้ล้มลงนอนหงายเหมือนเดิม โดยมีร่างหนาของเขาขึ้นคร่อมไว้“…” ใบข้าวก็เงยหน้ามองยังสามีตัวสูงของตัวเอง“ทำไมมองหน้าพี่แบบนั้น”“ก็มันเข้าทางพี่ไคลน์เลยนี่คะ”“เข้าทาง?”“ทางหื่น…”“หึ” คนตัวสูงหัวเราะยิ้มออกมากับคำพูดของเมียตัวเล็กพลางก้มลงมอง“แล้วยอมไหม” ริมฝีปากหนาเอ่ยถาม ทำเอาใบข้าวที่ได้ยินจ้องมองยังคนตรงหน้า“ค่ะ…ยอม” ร่างบางที่ตั้งใจอยากมีลูกน้อยยิ้มหวานตอบ ไคลน์ที่เห็นจึงยิ่งรู้สึกเข้าทางและหลงใหลไปกับความน่ารักของคนใต้ร่าง เ
“อืม ถ้างั้นก็…มาทำลูกกัน” สิ้นเสียงทุ้มเอ่ย มือหนาก็เคลื่อนเข้าไปจัดการอุ้มร่างเล็กของเมียตัวเองพาเดินตรงไปยังห้องนอนหรูที่อยู่ไม่ไกล ก่อนจะวางร่างบางลงบนเตียงนอนขนาดใหญ่พร้อมก้มลงไปนัวเนียยังร่างกายนุ่มนิ่มด้วยความรักใคร่ลุ่มหลงเหมือนทุกครั้ง ไม่เพียงเท่านั้น มือแกร่งยังค่อย ๆ ถอดชุดที่ใบข้าวสวมใส่อยู่ออกอย่างเบามือ ซึ่งไม่นาน ร่างกายขาวเนียนของหญิงสาวก็เปลือยกายเปล่าอยู่ตรงหน้าสามีตัวสูงของเธอเองดวงตาทั้งสองจ้องมองด้วยความรู้สึกต่อกันที่มี ก่อนที่ไคลน์จะจัดการถอดเสื้อผ้าของเขาออก และไม่นานเขาเองก็นั่งคร่อมร่างเล็กเปลือยกายเปล่าไม่ต่างจากเมียตัวเล็ก ใบข้าวที่เห็นรูปร่างเต็มตาของคนรักก็เม้มปากแน่นไปด้วยความรู้สึกยังมีความเขินบ้างอยู่ แม้จะเคยชินกับภาพตรงหน้ามานับครั้งไม่ถ้วน แต่…มันก็ยังรู้สึกเขินอยู่ดี“หึ ยังจะเขินอยู่อีก” ไคลน์ที่เห็นอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มออกมากับความน่ารักเหมือนเดิมของคนตัวเล็กพร้อมกับริมฝีปากหนาที่เคลื่อนลงกลับไปกดจูบเข้าที่เรียวปากสีหวานอีกครั้ง อีกทั้งจะเลื่อนมือแกร่งเข้าไปจับมือเล็กให้เคลื่อนเข้ามาสัมผัสเข้าที่แก่นกายหนาที่กำลังแข็งตัวอยู่ของเขา ใบข้าวที่รับรู้
ย้อนกลับไปเหตุการณ์ในวันนั้น…‘อยู่ไหนแล้ว…’ เสียงทุ้มของร่างสูงที่อยู่ในชุดมัธยมปลายกรอกเสียงถามยังปลายสายขึ้น(กำลังจะถึง) ‘เออ เดี๋ยวรออยู่ตรงป้ายรถเมล์ รถถูกเอาไปแล้ว’(อืม) สิ้นเสียงทุ้มเรียบนิ่งของปลายสายตอบกลับมา นิ้วหนาของคนที่รถเพิ่งมีปัญหาก็จัดการกดวางสาย ก่อนจะสาวเท้าเดินตรงไปยังป้ายรถเมล์ที่อยู่ไม่ไกล ทว่าขณะที่เคลย์กำลังสาวเท้าอยู่ ‘อยะ…อย่าทำอะไรหนูเลยนะคะ…’ เสียงหวานของใครบางคนที่กำลังฟังดูตื่นกลัวเป็นอย่างมากดังขึ้น ทำให้ดวงตาคมเหลือบไปมองตามเสียงนั้น ก่อนจะเห็นร่างเล็กในชุดมัธยมปลายยืนตัวสั่นถูกชายกลุ่มหนึ่งล้อม‘อะไรกัน คิดว่าพวกพี่จะทำอะไรน้อง’‘…’‘ฝนมันกำลังจะตก พี่ก็เลยจะใจดีไปส่งเฉย ๆ ขึ้นรถสิ’‘มะ…ไม่เป็นไรค่ะ…’‘พี่บอกให้ขึ้นก็ขึ้นเถอะน่า เป็นเด็ก อย่าขัดใจผู้ใหญ่สิ’ พูดจบ หนึ่งในชายที่เป็นเหมือนคนนำก็เดินเข้าไปคว้าเข้าที่ข้อมือเล็ก เด็กสาวที่เห็นก็ตกใจรีบสะบัดมือออกด้วยความรวดเร็ว ทำเอาชายคนที่ถูกสะบัดออกจ้องมอง ‘อย่าทำให้พี่โมโหสิสาวน้อย’ ชายคนนั้นเอ่ยพร้อมกับกระชากร่างเล็กเข้าหาตัวด้วยความเริ่มหัวเสีย เด็กที่เริ่มตื่นกลัวขึ้นเรื่อย ๆ ก็ไม่ยอม ทำให้ทั้งสอ
“วันนี้เธอต้องทำคนเดียวนะ โอเคใช่ไหม” เสียงพลอยใสเอ่ยถามร่างเล็กของใบข้าวที่ยืนอยู่ภายในห้องพักชั้นใต้ดินของร้านเหล้าชื่อดัง หลังจากที่วันนี้มีคนลาพอดี ทำให้ใบข้าวสามารถมาทำงานพิเศษอีกวันได้ โดยพลอยใสเป็นคนส่งข้อความไปบอกคนตัวเล็กเอง แต่เธอไม่ว่างที่จะทำงานเป็นเพื่อนกับเพื่อนได้“โอเค ทำได้ ไม่ต้อง
และทันทีที่เจนิสเดินนำตรงเข้าไปยังด้านในที่มีบรรดารุ่นพี่และเพื่อน ๆ นักศึกษากำลังนั่งเข้าร่วมการประชุมกันอยู่“อย่าเพิ่งนั่ง ไปกับฉันก่อน” เรียวปากสีสวยได้รูปขยับบอกเพื่อนทั้งสองพร้อมกับเดินตรงไปยังชายกลุ่มหนึ่งที่กำลังยืนเด่นสง่ากันอยู่“ฮัลโหล…” เจนิสไม่รอช้าที่จะทักทายร่างสูงทั้งสามของอีริค วิก
“ทีนี้ก็ไปทานข้าวได้แล้วนะครับ”“ก็ได้” ร่างบางที่รู้สึกพึงพอใจต่อการได้พบเจอลูกชายทั้งสองของตัวเองพยักหน้ารับคำ ก่อนจะสาวเท้าเดินตรงไปยังห้องอาหารโดยที่ก็ไม่วายที่จะออดอ้อนลูกชายทั้งสองไปตามประสาคนเป็นแม่ที่คิดถึงลูกและขี้อ้อน คามิลก็มองท่าทีของภรรยาตัวน้อยด้วยแววตาเอ็นดูคลั่งรักกับทุกความน่ารักพว
อีกด้าน“พลอย ฉันเก็บห้องนี้เสร็จแล้ว…” เสียงใบข้าวยิ้มเอ่ยบอกเพื่อนสนิทมัธยมปลายของตัวเอง หลังจากที่ใบข้าวค่อนข้างเกรงใจพ่อเลี้ยงและแม่ของตัวเองที่เธอมาอยู่หอแล้วค่าใช้จ่ายจะต้องเพิ่มมากขึ้น ทำให้คนตัวเล็กตัดสินใจแอบมาทำงานพิเศษหลังเลิกเรียนในบางวัน ซึ่งก็มีพลอยใสเพื่อนคนสนิทที่คอยให้ความช่วยเหลือ







