LOGIN“กูขอเวลาแค่สองเดือนหลอกฟันยัยนั่น” เมื่อถูกเพื่อนท้าให้หลอกฟันยัยป้าเฉิ่มที่สุดในคณะ 'วินเนอร์'ที่แปลว่าผู้ชนะ มีหรือจะกลัว แค่ยัยแว่นโง่ ๆ แดกเสร็จกูก็ทิ้ง
View Moreในคลาสเรียน มหาวิทยาลัยXXX
“ก็กูบอกแล้วว่าควีนดาร์กแม่งสุดจริง เฉือนชนะแชมป์เก่ารุ่นใหญ่ที่ว่าเก๋าสนามไปได้แบบนั้น”
“นั่นดิแม่ง เมื่อคืนโคตรเดือด”
“แต่ตอนแข่งรอบของไอ้วินเมื่อคืน รถมันพังยับเลยนะมึง น่าจะต้องซ่อมพักใหญ่กว่าจะกลับลงสนามได้”
“โอ๊ยยย มันมีรถตั้งกี่คัน แค่นี้ไม่ขนหน้าแข้งมันไม่ร่วงหรอก ไอ้หล่อที่โคตรพ่อโคตรแม่โคตรรวยย”
“แดกตีนกูหน่อยไหม เผื่อมันจะทำให้พวกมึงหุบปากได้บ้าง”
คนเป็นเจ้าของประเด็นเอ่ยขึ้นอย่างเหนื่อยหน่ายจะฟังพวกเพื่อนในกลุ่ม ที่เอาแต่พูดคุยกันเรื่องรถและของพนันไม่หยุด ราวกับชีวิตนี้ติดการพนันไปแล้ว
วินเนอร์ส่ายหัวแล้วทรุดตัวลงนั่งที่ว่างข้างๆ ของคนในกลุ่ม เพราะมาสายเป็นคนสุดท้ายเลยเหลือเพียงเก้าอี้ชั้นล่างสุด เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาดีกรีเดือนคณะเลยต้องหอบเอาร่างสมบูรณ์แบบนั่งลงตรงนั้น
จริงๆ ก็เป็นข้อดีอยู่ เพราะจากมุมนี้เขาจะมองเห็นใครบางคนได้ชัดเจนและบางครั้งก็ได้ยินเธอคนนั้นคุยกับเพื่อนของตัวเองด้วย
ดวงตาคมกริบสีน้ำตาลเข้มจับจ้องใครคนหนึ่งที่นั่งเยื้องไปข้างหน้าเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็จำไม่ได้ จริง ๆ เขาไม่ได้ตั้งใจจะมองเท่าไหร่นัก แต่ยัยนั่นดันชอบทำตัวแปลกๆ บางทีก็นิ่งเงียบจนน่าตกใจ แต่บางทีก็เอ๋อแดก เช่นตอนนี้
“อะไรเนี่ย ปากกาเราหายไปไหนนะ? อาชิเห็นปากกาเราไหม?”
“ก็ถืออยู่ในมืออีกข้างไม่ใช่หรือไง ยัยพีช”
“โอ๊ะ จริงด้วย! อาชิทำไมแว่นมันมัวๆ แบบนี้เนี่ย”
“ได้เช็ดบ้างหรือเปล่าล่ะ นี่ใส่แว่นทุกวันจริงไหม ทำไมเรื่องแค่นี้ไม่รู้”
ชายหนุ่มที่ได้ยินแบบนั้น คิดแล้วก็ทั้งตลกทั้งหงุดหงิดใจแทนเมื่อเห็นท่าทางป้ำๆ เป๋อๆ ของยัยแว่นนั่น จนเผลอหลุดขำออกมาชั่วขณะ ทำเอากลุ่มเพื่อนที่นั่งอยู่มองมาทางเขาจนคอแทบเคล็ด
“ไอ้วิน มึงโอเคดีใช่ไหมวะ?” เต้เอ่ยถาม
“สมองยังปกติแน่นะเพื่อนกู หรือเมื่อคืนหัวมันแม่งไปกระแทกโดนอะไรจริงๆ วะ กูเป็นห่วงนะเนี่ย”
“หุบปาก” วินเนอร์พูดเสียงเข้มเมื่อเพื่อนสองคนแรกพูดอะไรเพ้อเจ้อ
“ก็พวกกูคุยเรื่องการแข่งแบบเครียดฉิบหาย แต่มึงเสือกขำ”
“นั่นดิ ถ้าไม่ได้บ้าแล้วเป็นห่าอะไรเอ่ย”
“หรือมึงแอบมองยัยนั่นอีกแล้ว” คราวนี้เป็นกัส เพื่อนที่สนิทที่สุดในกลุ่มของเขาที่เอ่ยถามเสียงเรียบ
วินเนอร์ชะงักนิ่ง นี่เขาโดนไอ้พวกเหี้ยนี่จับสังเกตได้เหรอ นี่ไปเผลอมองยัยนั่นบ่อยขนาดนั้นเลยหรือไง
“ไอ้หล่อกูสนใจสาวว่ะ คนไหนวะไอ้กัส”
“คนนั้น” กัสชี้นิ้วไปทางยัยแว่นหน้าตาจืดใส่เสื้อคาดิแกนเชยๆ ที่นั่งอยู่ไม่ไกลมาก “เสื้อคลุมสีน้ำตาล”
“เหี้ยยย เอาจริงดิ ยัยป้านั่นอะนะ”
เมื่อรู้ว่าเป็นคนไหน ทั้งกลุ่มก็ถึงกับงงแตก วินเนอร์จึงบอกปัดทันที สมองมีไว้คั่นหูกันหรือไง ใครมันจะไปมองยัยนั่นกัน!
“เดี๋ยวปากมึงได้แดกตีนจริงๆ ละไอ้เหี้ยกัส กูจะไปมองยัยเฉิ่มนั่นให้เสียสายตาทำไม”
“อ๋องั้นเหรอ งั้นสินะ งั้นเอางี้ดิ”
“อะไร” วินเนอร์ถามออกไปเมื่อเห็นความกวนส้นตีนของกัส รู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากลอยู่บางอย่าง
“แอบชอบยัยนั่นเหรอ”
“ไม่ได้ชอบ”
“หึ งั้นพวกกูท้ามึง ให้ไปหลอกฟันยัยนั่นให้ได้ก่อนปิดเทอม”
“ทำไมกูต้องทำ?”
“ก็บอกเองว่าไม่ได้ชอบนี่หว่า ก็ไปฟันแล้วทิ้งให้ดูหน่อยดิวะ ถ้าไม่กล้าแปลว่ามึงชอบยัยเฉิ่มนั่น”
เต้เอ่ยท้าอย่างยียวนและสบประมาท ดึงสัญชาตญาณการเอาชนะในตัววินเนอร์ออกมาเพราะรู้ดีว่าเพื่อนตัวเองมันแพ้ใครไม่เป็น
“ได้ กูขอเวลาแค่สองเดือนหลอกฟันยัยนั่น ถ้ากูทำไม่ได้พวกมึงเผารถกูเล่นได้เลย”
“เหี้ยยยย! ดุเดือดเกิน กะเอาให้ตายเลยไอ้สลัด”
“แล้วถ้ามึงชนะอะ อยากได้อะไรจากพวกกู”
“เอาเด็กในสต็อกของพวกมึงทุกคน มาแชร์กับกู จะเดียวจะหมู่กูไม่ติด”
“XXXเถอะ เมื่อชีวิตสงบสุขเกินไป งานนี้ดีล”
“เข้! อย่างเหี้ย เออ ดีลก็ดีล เอาเลยไหมล่ะ กูอยากรู้ยัยป้านั่นจะเป็นยังไงหลังโดนมึงหลอกฟัน”
มุมปากยกยิ้มอย่างเหนือกว่า ขณะที่เจ้าของฉายายัยป้าเฉิ่มเชยในบทสนทนาไม่ได้มารับรู้อะไรแม้แต่น้อย เพราะแค่วุ่นวายกับการเรียนในแต่ละวันก็เหนื่อยพออยู่แล้ว ไหนจะมีเรื่องธุรกิจที่ดูแลอยู่อีก แค่นี้วันๆ หนึ่งก็แทบจะไม่มีเวลานอน สมองเธอเบลอเล็กน้อยยามนึกถึงเรื่องวุ่นวายในช่วงนี้ อยากพักสักหน่อยก็ไม่มีเวลา ซ้ำตอนนี้ไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้กินข้าวด้วยซ้ำ
“เฮ้ย ยัยแว่น ข้าวเที่ยงกูล่ะ?”
“วินซื้อเองไม่เป็นเหรอ”
“ว่าไงนะ”
“เปล่าสักหน่อย เราถามว่าวินอยากกินอะไร?”
“แบบที่มึงกิน ไปสั่งมาใหม่ แล้วเอาถ้วยมึงมาให้กู”
“ได้ไง เรากินไปแล้วนะ” เธอเอ่ยท้วงทันทีแล้วชี้ให้ดูหลักฐานว่ามันพร่องไปแล้วเล็กน้อย
“อย่าให้กูพูดซ้ำสอง”
ลูกพีชรีบยื่นจานของตัวเองให้คนตรงหน้าทันที ก่อนจะเดินฉิวไปยืนต่อแถวเพื่อรอสั่งข้าวจานใหม่ ลมหายใจเหนื่อยหน่ายถูกพ่นออกมา ไอ้บ้าวินเนอร์ ตามติดเธอมาสักพักแล้ว เธอไม่รู้ว่าทำไมและไม่อยากจะรู้ด้วย หากเป็นไปตามที่คิดก็คงจะแค่มาแกล้งคนจืดจางในคณะแบบเธอแก้เบื่อเท่านั้น การทำตัวแบบนี้ก็คงไม่พ้นถูกพวกคนไม่ดีกลั่นแกล้งเหมือนที่ผ่านมา
หลายอาทิตย์ต่อมา
ผับหรูใจกลางเมืองถูกใช้เป็นสถานที่รวมตัวของกลุ่มแก๊ง วินเนอร์ที่มาสายตามเคยแทรกตัวนั่งลง บอกปัดเพื่อนที่แนะนำหญิงสาวทรงโตให้ วันนี้เขาแค่อยากมาเมาเท่านั้นไม่ได้อยากเอาใคร เพราะเป็นคืนวันศุกร์คนเลยเยอะจนน่าอึดอัด จู่ๆ เพื่อนคนหนึ่งก็ถามขึ้น
“อัปเดตยัยป้านั่นหน่อยดิไอ้วิน เป็นไงบ้างอะ”
“เออ กูก็สงสัย ผ่านไปจะเดือนละ ได้แอ้มหรือยัง?”
“แอ้มพ่อแอ้มแม่มึงอะ กูเห็นวันๆ เอาแต่ตามติด ไม่ทำอะไรสักที” เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มพูดบอก แล้วทั้งหมดก็ขำกันราวกับเป็นเรื่องตลก
“พวกมึงก็รีบจัง เหลืออีกตั้งหลายเดือนกว่าจะปิดเทอม” วินเนอร์ไม่เดือดเนื้อร้อนใจอะไร เพราะเขามั่นใจว่าจะต้องชนะแน่นอน
“มึงช้าไปหรือเปล่า?”
“ปากดี อยากลองเทสมั้ยล่ะว่าตอนนี้ยัยนั่นติดกูขนาดไหน?”
“ใช้คำว่าติดว่ะ ฮ่าๆๆ”
“งั้นมึงโทรหรือทักหายัยนั่นให้มาที่นี่ในยี่สิบนาทีดิ๊”
วินเนอร์ยักไหล่ ล้วงมือถือเครื่องบางมากดขยุกขยิกสองสามทีก่อนจะเก็บกลับเข้ากระเป๋าไปเมื่อเสร็จธุระ เสียงทุ้มไม่วายเอ่ยท้าเพื่อนทุกคนที่นั่งล้อมวงอยู่
“ถ้าลูกพีชมา คืนนี้พวกมึงต้องเปิดเหล้าที่แพงที่สุดในร้านให้กูแดก”
“งั้นถ้าไม่มา มึงต้องสั่นกระดิ่งทองเลี้ยงคนทั้งร้านเลย เอาปะ?”
“หึ คืนนี้กูจะปิดเกม เตรียมเงินพวกมึงไว้เถอะเดี๋ยวกูแนบหลักฐานเป็นรูปยัยนั่น ตอนกูฟันเสร็จแปะในไลน์กลุ่มให้ด้วยเลย”
“แล้วสิงห์เป็นไงบ้าง มาอยู่กับแพรไหมหลายวัน ปรับตัวได้หรือยัง?”“แพรไหมดูแลผมดีมากครับ”“ดีแล้ว แม่ก็ดีใจที่คู่หมั้นได้เจอหน้ากันสักที ว่าแต่ยัยแพรจำสิงห์ได้เหรอลูก?” หญิงวัยกลางคนลูบหลังชายหนุ่มแล้วถามเสียงนุ่ม พวกเขาคุยกันไม่ดังมากนักเพราะกลัวจะรบกวนคนหลับ “คู่หมั้น…เหรอคะ?”แต่เหมือนจะยังดังเกินไปอยู่ดี เพราะตอนนี้แพรไหมลืมตามองทุกคนอยู่บนเตียงแล้ว คิ้วเรียวขมวดมุ่นให้กับสิ่งที่ได้ยิน ร่างเล็กยันตัวขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก สิงห์จึงถือวิสาสะช่วยประคอง นั่นทำเอาแพรไหมมองตาขวาง“แพรไหม เป็นไงบ้างคะลูก?”“แม่ เมื่อกี้แม่พูดอะไรนะคะ แม่ว่าใครเป็นคู่หมั้นใครนะ?”“สิงห์ยังไม่ได้บอกแพรเหรอลูก ว่าสิงห์เป็นคู่หมั้น”“ตั้งใจจะบอกเร็ว ๆ นี้ครับ” สิงห์เหนือกลับมานั่งบนเก้าอี้ตัวเดิมเมื่อเห็นว่าคนป่วยมีแรงเหลือพอจะลุกขึ้นนั่งทำหน้างอแล้ว“เห็นบอกแม่กับพ่อว่าให้ปิดไว้ก่อนกลัวแพรตกใจ แล้วจะมาบอกเอง แม่ก็นึกว่าได้คุยกันแล้ว”“ทำไม…นี่แก!” คราแรกแพรไหมไม่เข้าใจ แต่พอปะติดปะต่อเรื่องราวได้ก็หันไปพูดเสียงเข้มใส่สิงห์เหนือที่นั่งทำหน้าทองไม่รู้ร้อนอยู่ทันที ถ้าเป็นแบบนี้คือสิงห์เหนือไม่ใช่คนสวน แต่เป็นคู
คนที่เพิ่งนั่งลงได้ไม่ถึงสิบนาทีดีดักลุกพรวดขึ้นทันที ก่อนจะก้าวยาว ๆ ตรงไปยังไทเกอร์ที่ตั้งท่าจะอุ้มแพรไหม ทว่ากลับมีมือหนาคว้าเอวเธอแล้วดึงให้เข้าประชิดตัว ก่อนจะช้อนอุ้มขึ้นอย่างรวดเร็วท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน“เดี๋ยวสิน้อง!” ไทเกอร์ยืนขวางหน้าเครียด เขากำลังทำเรื่องเสี่ยงตายอย่างการกำลังจะมีปัญหากับลูกหลานผู้มีอิทธิพล แต่จะให้มองดูเพื่อนร่วมปีโดนอุ้มไปต่อหน้าต่อตาก็ทำไม่ได้เช่นกัน “แพรไหมเป็นเพื่อนพี่ พี่จะพาเธอไปพักเอง น้องเป็นใครถึงมาอุ้มเพื่อนพี่ แบบนี้?”ดวงตาคมกริบมองรุ่นพี่ทั้งหลายที่ยืนล้อมตัวเองไว้ก่อนจะพรูลมหายใจเบา ๆ ดวงตาคมกรอกไปด้านบนเล็กน้อยราวกับกำลังครุ่นคิด แต่เมื่อขี้เกียจจะหาข้ออ้าง ท้ายที่สุดก็เอ่ยบอกไปแบบดื้อ ๆ“เป็นผัว”“ห๊ะ อะไรนะ ไม่ตลกนะโว้ย?”“เป็นผัวแพรไหมครับ”ไทเกอร์ช็อค ฟรังค์ช็อค และทุกคนที่ได้ยินก็นิ่งอึ้งไปกับคำพูดนั้น แต่คนพูดก็ไม่แยแสอะไร เพราะเริ่มรู้สึกได้ว่าคนในอ้อมแขนตัวร้อนขึ้นเรื่อย ๆ เขาเลยแทรกตัวเดินผ่านทุกคนไปดื้อ ๆ แต่เพื่อนสาวคนสนิทก็ยังดื้อรั้นตามไปเพราะความเป็นห่วงแพรไหม เธอยืนขวางร่างสูงอีกครั้ง จนสิงห์เหนือชักจะอารมณ์เสีย“ปล่อ
“แพรไหม แกไหวไหมวะ?” ฟรังค์ลูบแขนเพื่อนสาวที่สภาพไม่ค่อยดีนักด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ใบหน้าหวานของแพรไหมตอนนี้ซีดเซียวชนิดที่ว่าเครื่องสำอางค์ก็ปิดไม่มิด ดวงตาคู่สวยฉายแววเหนื่อยล้า แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นแพรไหมก็ยังยิ้มบาง ๆ ให้เพื่อน ที่ถามตัวเองอย่างเป็นห่วง“ไม่เป็นไรฟรังค์ เราแค่นอนไม่พอ”“ไปนั่งพักก่อนก็ได้นะ”“เราไหวน่า”เจ้าของร่างแบบบางยืนยันกับเพื่อนหนักแน่น ทั้งที่ความจริงก็รู้สึกแย่ไม่น้อย เพราะเมื่อวานเธอโดนผู้ชายคนนั้นเล่นงานจนแทบลุกมาเรียนไม่ไหว แต่เนื่องจากเป็นกิจกรรมรับน้องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คนก็ดูเหมือนไม่ค่อยพออยู่แล้ว เพราะมีบางคนต้องไปเตรียมงานอื่น ถ้าเธอไปอีกคนก็คงทำกิจกรรมลำบากขึ้นอีก สู้มาช่วยเพื่อน ๆ คงจะดีกว่าเธอเป็นรุ่นพี่ปีสาม และกิจกรรมนั่นคือการรับน้องที่จัดขึ้นในคณะ รุ่นพี่หลายคนถูกแบ่งกลุ่มไปทำแต่ละหน้าที่แตกต่างกันไป แพรไหมกับกลุ่มเพื่อนได้รับหน้าที่เป็นพี่สันทนาการร่วมกับเพื่อนในคณะคนอื่นอีกนิดหน่อย พวกเขายืนเรียงกันในโซนหลัง ส่วนด้านหน้าคือกลุ่มรุ่นน้องที่นั่งเรียงรายและพี่ว๊ากที่ยืนคุมอยู่รอบ ๆ“ไหน มาครบกันรึยัง?” เฮดว๊ากของปีนี้คือประธานรุ่นปีสามอย่า
อาณาเขตบ้านมีรั้วรอบขอบชิด และตรงที่พวกเขาอยู่ก็อับสายตาเมื่อมองจากภายนอก แต่ยังไงมันก็เป็นกลางแจ้ง คุณหนูของบ้านเลยประท้วงสุดในยามโดนคนสวนดึงแพนตี้ชุ่มน้ำหวานให้ร่นลงไปอยู่บนเรียวขา“หยุดนะ เป็นบ้ารึไง? นี่มันข้างนอกนะสิงห์”“หุบปากแล้วจับไว้” ชายหนุ่มตลบชุดนอนกระโปรงของเธอให้ขึ้นไปกองบนเอวบางแล้วบังคับให้เธอจับไว้ ด้วยความตกใจเลยทำตามที่สิงห์บอก เธอยืนพิงหลังไปกับต้นไม้สูง มองตามร่างหนาที่ทรุดกายลงนั่งบนส้นของตัวเองตรงหน้ด้วยสายตาไม่เข้าใจดวงตาคมกริบมองสภาพดอกไม้งามที่ทั้งแดงจากการเสียดสีเมื่อครู่ ทั้งฉ่ำด้วยน้ำหวานมากมายด้วยความกระหาย เขาไม่รอให้คนสวยเอ่ยอะไรให้ระคายหู รีบตรงเข้าไปใช้จมูกหอมลงบนเนินเนื้ออวบอูมขาวผ่องทันที ก่อนจะแลบปลายลิ้นแยงเลียร่องกลีบจนคนที่ยืนอยู่ขาอ่อนขาเปลี้ย“อื้ออ อ๊าา สิงห์ อย่านะ ไป ไปในบ้านได้ไหม?”“ไม่เอา ควxกูปวดตั้งแต่เห็นคุณหนูใส่ชุดร่าน ๆ นี่แล้ว”สิงห์ไม่ฟังคนที่ระแวดระวังรอบด้านอีกต่อไป เขาฝังใบหน้าลงหาความอุ่นชื้นอย่างหิวโหย ดุนปลายลิ้นแหย่เข้าไปทักทายปากรูก่อนจะยกขาข้างหนึ่งของเธอพาดบ่า เงยหน้าซดน้ำหวานลงคอ ดูดกัดขบขยี้ทั้งกลีบบางและเม็ดเสียวจน
reviews