เข้าสู่ระบบตึก ตึก
เสียงส้นรองเท้าส้นสูงก้าวเข้ามาด้านในบริเวณหน้าบ้านหลังใหญ่ ร่างบางในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงยีนส์สั้นเปิดเสื้อโชว์ส่วนด้านหน้าหน้าท้องแบนราบหมุนตัวถอดรองเท้าส้นสูงวางบนชั้นวาง สอดเท้าเข้าในรองเท้าสลิปเปอร์สีเทาอ่อนแล้วหันกลับเดินเข้ามายังด้านใน
ดวงตากลมกวาดสายตามองหาบุพการีในขณะที่เท้าเล็กก้าวเข้ามายังด้านในห้องรับแขก
"คุณควรจะรู้นะคะคุณจักรว่าใครที่ทำให้ทุกอย่างมันล่มไม่เป็นท่าแบบนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะลูกสาวตัวดีของคุณเทงานหมั้นกับทางโน้นทุกอย่างคงไม่เป็นแบบนี้"
"คุณอัจ! จะพูดอะไรคุณควรคิดบ้าง"
"ฉันไม่รู้ล่ะค่ะ ยังไงเสียคุณก็ต้องให้ลูกสาวคุณไปดูตัวกับลูกชายคุณนเรศให้ได้ ฉันช่วยคุณได้มากสุดก็เท่านี้มันอยู่ที่ความสามารถคุณแล้วล่ะ"
เสียงโต้เถียงกันภายในห้องนั่งเล่นดึงเท้าเล็กให้หยุดชะงักลง ดวงตากลมโตเหม่อมองยังพื้นด้านล่างด้วยใบหน้านิ่ง มือบางกำกระเป๋าถือในมือแน่นจนชื้นเหงื่อ ฟันคมกดน้ำหนักลงบนสันในปากแรงๆ จนได้กลิ่นคาวเลือดเค็มค่อยๆ ซึมออกมา
ลลินหมุนตัวกลับเดินขึ้นยังด้านบนชั้นสองมีเพียงความนิ่งเงียบที่เธอแสดงออกมาให้เห็น ในขณะที่อัจฉราเดินออกมาหน้าห้องนั่งเล่นพอดี เธอมองตามร่างเล็กของลูกเลี้ยงขึ้นไปยังด้านบนด้วยใบหน้านิ่งไร้การบ่งบอกถึงความละอายใจ ตกใจแต่อย่างใดเมื่อพบเห็นลูกเลี้ยง
ร่างท้วมหมุนตัวหันกลับเข้าด้านในห้องโดยมีสายตาจ้องมองด้วยความสงสัยของสามีมองตาม ก่อนจะถอนหายใจออกมาเมื่อภรรยากลับมานั่งลงตามเดิม
"ลูกสาวคุณกลับมาแล้ว ทุกอย่างอยู่ที่คุณจะเลือกเองฉันคงพูดอะไรไม่ได้"
"เฮ้อ..."
จักรินทร์พ่นลมหายใจออกทางริมฝีปาก ก้มหน้าลงเล็กน้อยกุมขมับด้วยความคิดอะไรไม่ออก ทุกอย่างมันมืดไปหมดมองไปทางไหนก็เจอแต่ทางตันมองหาหนทางไม่เจอว่าควรจะเดินไปทางไหนต่อ
บริษัทที่สร้างมาเองกับมือ กำลังจะพังลงหากไม่มีกำลังทุนมาหมุนเวียนต่อ หนทางเดียวที่จะพยุงธุรกิจต่อไปได้เห็นจะมีเพียงการต้องทำการบังคับขืนใจลูกสาวอีกครั้ง ยอมทำตามข้อตกลงของฝ่ายโน้นโดยไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
ลลินโยนกระเป๋าในมือลงบนเตียงภายในห้องนอนส่วนตัวของเธอในยามที่กลับมาบ้าน ร่างเล็กล้มตัวลงนอนแผ่หลาบนเตียงกว้างกลอกกลิ้งนัยน์ตาสีดำขลับมองเพดานขาวเหนือหัวอย่างล่องลอยไม่โฟกัสจุด
ความนุ่มของเตียงหนาไม่ได้ช่วยให้อารมณ์หม่นหมองคลายลงเลยสักนิด กลับกันการเข้ามาในห้องนี้กลับทำให้เธอนึกถึงแม่ผู้ให้กำเนิดที่ล่วงลับไปแล้ว ความสุขที่เคยมีเมื่อตอนเป็นเด็กและรอยยิ้มสดใสของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยมีร่วมกับครอบครัวที่เคยอบอุ่น ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ความรู้สึกนั้นห่างหายไปแต่รู้เพียงว่าหลังจากแม่เธอจากไป ทุกอย่างมันก็ตาลปัตรเปลี่ยนไปหมด
"ลินคิดถึงคุณแม่นะคะ~"
เสียงหวานสั่นเล็กน้อยยามหันมองกรอบรูปหนาของเธอกับคนเป็นแม่บนโต๊ะเล็กข้างหัวเตียง เอื้อมคว้ากรอบรูปหนาเข้ามาจ้องมองใบหน้าสวยกำลังยิ้มมองกล้องแล้วลูบไล้ผ่านกระจกใสเบาๆ
ก๊อก~ก๊อก
เสียงเคาะประตูจากด้านนอกดึงร่างเล็กให้ดันตัวลุกขึ้นนั่งบนขอบเตียง วางกรอบรูปในมือลงบนเตียงข้างกายแล้วกะพริบตาขับไล่หยาดน้ำตาในดวงตากลมให้ย้อนกลับ หยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินไปเปิดประตูให้คนด้านนอก
เหมือนเป็นการรู้อยู่แล้วว่าคนที่มาเคาะประตูห้องนอนเธอคือใคร เพียงแค่บานประตูเปิดกว้างรอยยิ้มสดใสบนใบหน้าสวยก็เผยออกมาพร้อมกับร่างเล็กที่โผเข้ากอดเอวหนาของคนเป็นพ่อไว้
"มานานหรือยังลูก"
"ลินเพิ่งมาถึงค่ะ ว่าจะขอพักสักหน่อยแล้วค่อยลงไปหาคุณพ่อทีหลัง ไม่คิดว่าคุณพ่อจะขึ้นมาหาลินเอง"
"หึหึ..."
จักรินทร์ครางเสียงหัวเราะในลำคอ ยกยิ้มเล็กน้อยในขณะที่ลูกสาวคนโตผละตัวเองออกจากอ้อมแขนหนา ดวงตาคมจ้องมองใบหน้าสวยคล้ายคลึงกับอดีตภรรยา แม่ผู้ให้กำเนิดของเจ้าตัวแล้วยกมือขึ้นวางบนหัวเล็กวางน้ำหนักบางเบา
"พ่อเข้าไปได้ไหมลูก"
"ได้ค่ะ"
คนตัวเล็กเบี่ยงหลบให้ท่านได้เข้ามาด้านใน ก่อนจะปิดประตูลงแล้วตามหลังร่างสูงมาหย่อนตัวลงบนขอบเตียงเอื้อมคว้าตุ๊กตาหมีสีชมพูบนหัวเตียงมากอดไว้
"ลินได้ยินที่พ่อกับแม่คุยกันแล้วใช่ไหมลูก"
"...."
"ถ้าลูกไม่..."
"ลินเต็มใจค่ะคุณพ่อ อะไรที่สามารถช่วยแบ่งเบาภาระของคุณพ่อได้ลินยินดีค่ะ"
"แต่มันต้องแลกกับอิสระในการตัดสินใจของลินนะลูก พ่อไม่อยากบังคับใจลินอีก"
"เพื่อบริษัทที่คุณพ่อกับคุณแม่สร้างมาร่วมกันลินเต็มใจค่ะ ลินไม่เป็นไรคุณพ่ออย่าคิดมากนะคะเดี๋ยวความดันจะขึ้นอีก ถึงคราวนั้นลินคงจะทำอะไรไม่ได้จริงๆ หากว่าไม่มีคุณพ่ออยู่เป็นเสาหลักด้วยอีกคน"
เสียงหวานส่งกลับไปให้พร้อมกับรอยยิ้มสดใสบนใบหน้า เธอมองเห็นถึงความลำบากใจบนใบหน้าเหี่ยวย่นแล้วหัวใจดวงเล็กเกิดการบีบเคล้นอย่างหนัก ยื่นมือเล็กแตะลงบนหลังมือหนาหยาบกร้านของพ่อผู้ให้กำเนิดเป็นการยืนยันคำพูด เธอคงจะทำใจไม่ได้หากว่าต้องเสียคนสำคัญอีกคนไปเพราะเรื่องนี้
ทุกอย่างที่กำลังเกิดขึ้นกับครอบครัวตัวเธอเอง เธอรับรู้ทุกอย่างรวมถึงบริษัทที่กำลังจะทรงตัวไม่อยู่ รู้มานานแล้วเพราะเรื่องนี้ไม่ได้มีการปิดบังไว้แต่อย่างใด และเพราะเหตุนี้จึงทำให้ชีวิตในช่วงหนึ่งของเธอเกิดการเปลี่ยนกะทันหันแม้ทุกอย่างจะกลับคืนแล้ว แต่การตัดสินใจลงไปครั้งนั้น.... มันยากที่จะหวนคืนกลับไปจริงๆ
จักรินทร์มองหน้าลูกสาวด้วยความสงสาร แต่เพราะทุกอย่างมันเลือกไม่ได้ เขารู้จักนิสัยลูกสาวตัวเองดี แม้จะทำหน้านิ่งๆ มีรอยยิ้มให้เห็นอยู่เสมอเหมือนไม่มีอะไรแต่ภายในใจคงจะอัดอั้นด้วยความรู้สึกมากมาย เขารู้ว่าตัวเองไม่ได้เป็นพ่อที่ดีพอ แต่เขาก็เลือกคนที่ดีที่สุดเพื่อจะเป็นคนดูแลคนที่เขารักต่อไป แม้จะไม่ได้เป็นการเลือกจากเจ้าตัวเองก็ตาม
"ทำอะไรอยู่เหรอ พ่อเข้ามาขัดอะไรหรือเปล่า"
"เปล่าค่ะลินกำลังดูรูปคุณแม่อยู่ค่ะ"
"อืม... งั้นพ่อไม่รบกวนแล้ว ลูกคงขับรถมาเหนื่อยๆ งั้นพ่อไปก่อนล่ะ"
"ค่ะ"
ลลินหยัดกายลุกขึ้นจากขอบเตียง เดินมาส่งบุพการีหน้าห้องโดยไม่ได้แสดงถึงความลำบากใจกับเรื่องที่ท่านมาพูดด้วยเลยสักนิด ยังคงมีรอยยิ้มบนใบหน้าสวยเสมอจนลับร่างของผู้ให้กำเนิดไปแล้วรอยยิ้มบนใบหน้ากลับเลือนหายเหลือเพียงความว่างเปล่าอย่างจำยอม
ร่างเล็กกลับมาล้มตัวลงนอนบนเตียง คว้าตุ๊กตาหมีสีชมพูตัวใหญ่มากอดไว้แนบอก หันนอนตะแคงเอ่ยเสียงเบากับตัวเอง
"ผู้ชายคนนั้นจะเป็นคนยังไงนะ หาข้อมูลหน่อยดีกว่า"
คิดแล้วก็ดันตัวลุกขึ้นคว้ากระเป๋าถือข้างกายขึ้นมาควานหาโทรศัพท์มือถือเพื่อกดหาข้อมูลของคู่ดูตัวที่จะต้องเผชิญหน้าด้วยในระยะใกล้ๆ นี้ อ่านประวัติส่วนตัวเขาคร่าวๆ เพื่อจะได้เตรียมตัวเตรียมใจไว้ก่อน
"นริศ ทายาทอสังหาฯ พันล้าน อายุสามสิบปี... ก็ไม่ได้แก่มากกำลังดีเลย แต่ไม่รู้นิสัยใจคอจะเป็นยังไงบ้าง" เสียงหวานพึมพำเบาๆ กวาดสายตาอ่านประวัติของอีกฝ่ายต่อโดยล้มตัวลงนอนกลับบนเตียง ยื่นแขนออกห่างจากตัวเล็กน้อย
วันนี้ลลินก็มาทำงานพร้อมกับคนตัวสูงตามเดิม แต่ที่แปลกไปจากทุกวันคือนักข่าวและสื่อต่างๆ ที่มายืนรอกันอยู่หน้าบริษัทมากจนเธออดที่จะแปลกใจไม่ได้หลังจากแยกกันขึ้นมาทำงานตามหน้าที่ตัวเองแล้วเธอถึงเพิ่งได้รู้จากพี่พนักงานในแผนกว่าที่สื่อต่างๆ มายืนรอกันอยู่ด้านล่างเพราะจะรอแถลงการณ์ทำข่าวการฉ้อโกงบริษัทซึ่งเธอไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลยด้วยซ้ำ"น้องลินครับท่านประธานเรียกครับ""ท่านประธานเหรอคะ""ครับ พี่หมายถึงท่านประธานจริงๆ น่ะครับ""คุณพ่อมาบริษัทเหรอคะ""ครับ น้องลินไม่รู้เหรอครับพี่คิดว่ารู้แล้วซะอีก""ไม่ค่ะ ลินไม่รู้อะไรเลยค่ะ งั้นลินขอตัวก่อนนะคะ""ครับ" โจ้มองตามร่างบางของหญิงสาวไปด้วยความงุนงง เรื่องใหญ่ขนาดนี้ในฐานะที่เธอเป็นถึงลูกเจ้าของบริษัทแต่กลับไม่รู้อะไรเลยมันเป็นไปได้ด้วยเหรอ แต่เขาก็เลือกที่จะเก็บความคิดนั้นไว้เพราะถึงยังไงเขาก็เป็นแค่พนักงานตัวเล็กๆ คนหนึ่งของบริษัทอยู่ดีลลินก้าวเข้ามาด้านในห้องประชุมโดยมีพ่อเธอนั่งอยู่หัวโต๊ะ ถัดลงมาด้านขวามือคือคนที่เธออยู่ด้วยเมื่อคืนนี้และมาทำงานพร้อมกันเมื่อเช้าฟันคมกัดลงบนกลีบปากอวบอิ่มล่างเบาๆ ด้วยความประหม่าเมื่อสายตาหลายคู่จ
ลลินขึ้นมายังชั้นผู้บริหารเพื่อจะได้กลับบ้านพร้อมกันกับมาเฟียหนุ่ม เรียวขาสวยก้าวออกจากช่องลิฟต์คับแคบออกมา เธอส่งยิ้มบางให้กับลูกน้องของเขาที่ยืนเฝ้าอยู่ประจำจุดก่อนจะสาวเท้าบางเข้าไปด้านในห้องทำงานดวงตากลมโตกวาดสายตามองทั่วห้องแต่ยังคงพบเพียงความว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่เงาของคนที่เธอกำลังตามหาเลยสักนิด มือบางควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋ายกขึ้นมากำลังจะกดต่อสายหาเขาพอดีกับที่ประตูห้องทำงานถูกเปิดเข้ามาพอดี"คุณลลิน""พี่บรู๊ค""มารอนายเหรอครับ""ใช่ค่ะ พี่แม็กซ์มีประชุมหรือคุยกับลูกค้าเหรอคะ ลินไม่เห็นเขาเลย""นายมีงานด่วนนิดหน่อยครับอีกชั่วโมงคงจะเสร็จ คุณลลินจะกลับก่อนก็ได้นะครับ""ลิน... นั่งรอพี่แม็กซ์ในห้องก็ได้ค่ะ""งั้นผมจะลงไปบอกนายให้นะครับ""ค่ะ"มือซ้ายคนสนิทพยักหน้าให้เธอเล็กน้อยแล้วเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานกว้างหยิบแฟ้มเอกสารที่วางบนโต๊ะด้านหน้าขึ้นมาถือไว้ หมุนตัวกลับมายิ้มเล็กน้อยให้กับคนตัวเล็กที่ทิ้งตัวลงบนโซฟาก่อนจะเดินออกจากห้องไปหญิงสาวร่างเล็กใช้เวลาอยู่กับโทรศัพท์มือถืออยู่ภายในห้องทำงานของมาเฟียหนุ่มตลอดระยะเวลาหนึ่งชั่วโมงเต็ม แต่เขายังไม่มีทีท่าว่าจะเสร็จสักทีความง่วง
ลลินยืดตัวขึ้นบิดขี้เกียจหลังจากนั่งหลังขดหลังแข็งมานานกว่าสามชั่วโมง ดวงตากลมโตเงยขึ้นมองเวลาบนนาฬิกาบนผนังห้องเมื่อเห็นว่าอีกไม่กี่นาทีก็จะได้เวลาพักกลางวันแล้วจึงหลุบตาลงหันมองออกไปยังนอกแผนกก่อนจะชะงักนิ่งลดมือลงเมื่อเจอเข้ากับร่างสูงของแม็กซ์เวลล์ที่กำลังเดินเข้ามาพอดี"น้องลินไปทานข้าวด้วยกันไหมครับ""เออ...""คุณลลินขึ้นไปพบผมบนห้องด้วยครับ"เสียงทุ้มนิ่งดังขึ้นก่อนที่คนตัวเล็กจะได้ทันตอบคำชวนของรุ่นพี่พนักงาน เธอหันกลับมามองยังร่างสูงของมาเฟียหนุ่มแล้วตวัดลิ้นเลียริมฝีปากเสียงหัวใจเต้นถี่รัว"ตอนนี้เป็นเวลาพักเที่ยงแล้วครับผมคิดว่ามีอะไรค่อยหลังจากพักกลางวันจะดีกว่านะครับ" โจ้ออกความเห็นเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กเงียบไปเหมือนมีความลำบากใจอยู่ไม่น้อยที่จะปฏิเสธคนตรงหน้าออกไป"คุณทำให้ผมชักจะอยากรู้แล้วว่าตกลงผมเป็นใครแล้วคุณเป็นใครกันแน่ คำพูดผมกับคำพูดคุณใครมันจะสำคัญกว่า""....""ผมเป็นผู้ดูแลงานแทนคุณจักรินทร์ก็เท่ากับว่าเป็นประธานของคุณในตอนนี้ ก่อนจะพูดอะไรก็ควรจะคิดดีดีก่อนนะครับคุณ... จิรายุ" หลุบตาลงมองป้ายชื่อบนอกข้างซ้ายของคนด้านข้าง แววตานิ่งจ้องใบหน้าหล่อของอีกคนนิ่งจนบร
วันต่อมา..."....""ลินหายดีแล้วค่ะไม่มีไข้ไม่ปวดหัวไม่เวียนหัวแล้ว""ปากแข็งล่ะสิ""จริงๆ นะคะ ไม่เอาไม่พูดแล้วลินต้องเข้าไปแล้วเมื่อวานก็ลาป่วยไปแล้วถ้าวันนี้ยังลาอีกคงต้องรับการพิจารณาจากบริษัทใหม่แล้วล่ะค่ะ""พี่เป็นคนประเมินว่าเราจะผ่านหรือเปล่า ไม่เห็นต้องมาลำบากฝึกงานเลยทั้งที่เป็นบริษัทตัวเองแท้ๆ""ลินไม่อยากให้คนมองว่าใช้เส้นสายค่ะ อีกอย่างลินอยากเรียนรู้งานจริงๆ ตอนที่จะเข้ามาดูแลงานแทนคุณพ่อจะได้คุ้นเคยกับทุกแผนกด้วย""ดื้อจริงๆ เลย""หึหึ ไปนะคะจุ๊บ~"ลลินยื่นหน้าหอมแก้มสากเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวลงจากรถหรูโดยมีบรู๊คทำหน้าที่เปิดประตูรออยู่ด้านนอก เธอหันส่งยิ้มกล่าวเสียงหวานเป็นการขอบคุณมือซ้ายคนสนิทของเขาแล้วเดินตรงมายังลิฟต์ในชั้นจอดรถวีวีไอพีที่ซึ่งเธอเพิ่งรู้มาหมาดๆ ว่ามีชั้นนี้ด้วย เพราะปกติทุกครั้งที่มาบริษัทเธอจะจอดในลานจอดล็อกของผู้บริหารเลยไม่รู้ว่ามีชั้นนี้ด้วยร่างเล็กยืนมองตัวเลขที่กำลังขึ้นไปยังชั้นแผนกที่ทำงานกระชับสายกระเป๋าสะพายเข้าแนบกายมากขึ้นแล้วก้าวเท้าเดินออกมาด้านนอกเมื่อลิฟต์ขึ้นมาถึงชั้นที่หมายแล้ว"สวัสดีค่ะพี่โจ้""น้องลินสวัสดีครับ หายแล้วเหรอเห็นว่าเม
"กินข้าว""อิ่มแล้วค่ะ""อิ่มได้ยังไง เห็นไหม...." ยกถ้วยโจ๊กขึ้นมาเขี่ยให้ดูพร้อมทำหน้าเข้มเสียงดุ"ลินทานได้แค่นั้นจริงๆ ค่ะ เวลาไม่สบายลิ้นจะไม่ค่อยรับรสชาติการทานอาหารก็ลดลงไปด้วย""ข้ออ้าง!""พี่แม็กซ์~""...." ส่งสายตาดุเชิงบังคับอีกครั้ง วางถ้วยโจ๊กในมือลงกลับบนโต๊ะเลื่อนกลับไปด้านหน้าเธออีกครั้งลลินปั้นหน้างอแงแต่ก็ยอมหยิบช้อนขึ้นมาตักโจ๊กในถ้วยขึ้นทานต่อ ขยับลงจากโซฟาลงมานั่งกับพื้นพรมด้านล่างแทนมาเฟียหนุ่มสะบัดหัวเบาๆ ยื่นมือยกขึ้นวางบนศีรษะเล็กโยกเล็กน้อย ก่อนจะเบือนสายตากลับมามองยังหน้าจอโน๊ตบุ๊คที่กำลังมีหุ้นการตลาดโลกวิ่งวุ่นอยู่ แต่เพียงครู่เดียวก็หันกลับมายังคนตัวเล็กที่เอนตัวลงกลับมาพิงท่อนขาแกร่งลดมือดึงคอเสื้อที่ตกลงมาบนไหล่บางขึ้น"นั่งดีดี""ลินอิ่มแล้วค่ะ ทานไม่ไหวแล้ว~""....""ให้ลินไปนอนพักในห้องนะคะเวียนหัวนั่งไม่ไหวแล้วค่ะ""...กินยาก่อนค่อยไป" ถอนหายใจเบาๆ คว้าถุงยาจากร้านขายยาดึงมาใกล้ตัว ควานหาแผงยาลดไข้ก่อนจะคว้าขึ้นมาแกะแล้วส่งให้กับเด็กขี้แย"โอเคค่ะ"คนตัวเล็กตอบกลับยอมทานยาอย่างว่าง่าย ในขณะที่คนตัวสูงปัดผมสวยออกจากลำคอขาวไปลงด้านหลัง อมยิ้มอย่างนึ
เฮือก!ลมหายใจติดขัดรุนแรง ร่างเล็กแอ่นอกขึ้นบิดเร่าด้วยความเสียวซ่าน ในขณะที่ลิ้นร้อนตวัดเกร็งตัวเล่นกับหลืบร่องรักอย่างหนักหน่วงมือหนาบดขยี้ยอดกุหลาบสวยรุนแรงกลิ่นกายหอมช่วยเพิ่มกระตุ้นความกระสันในกายจนร่างแกร่งร้อนรุ่ม ยิ่งเสียงครางหวานๆ ยิ่งเพิ่มความอยากจนร่างกายเกร็งตัวรับแม็กซ์เวลล์หยัดกายลุกขึ้นสอดกายเข้าหาด้วยความรวดเร็ว ดันเรียวขาสวยหมดเรี่ยวแรงขึ้นพาดบ่าพร้อมกับดันตัวตนใหญ่จ่อปากทางร่องรักก่อนจะกดน้ำหนักเข้าไปหาจนมันสอดแยกกลีบกุหลาบสวยคับแน่นเข้าไปในกายสาว"อื้อ~ เจ็บ""อย่าเกร็งถ้าเกร็งจะยิ่งเจ็บอ่าส์~""ลินอึดอัด""ทำไมมันแน่นแบบนี้ลิน เรามีอะไรกันไม่ใช่แค่วันสองวันนะ""พี่พูดอะไรไม่อายหรือไง""เซ็กซ์เป็นเรื่องปกติ ผ่อนคลายหน่อยอ่า...""อื้อ... อึดอัดไม่ไหวแล้วพี่ขยับซะที""ตามขอครับ"ปึก ปึก!แรงขยับเนิบนาบแปรเปลี่ยนเป็นหนักหน่วงตามเวลา หน้าอกใหญ่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการกระแทกกระทั้นกายเข้าหาในขณะที่ลมหายใจหอบถี่รุนแรงสลับกับเสียงครวญครางของสองร่างเหงื่อไคลไหลอาบชุ่มร่างจนเปียกชื้น มือหนายกขึ้นปัดเช็ดหยาดน้ำบนกรอบหน้าสวยก่อนจะเลื่อนลงมารั้งมือบางไว้จับประสานกันแนบไว







