Mag-log in"เย็นนี้มีนัดดินเนอร์กับคุณสายธาราหนึ่งทุ่มครับ"
"....."
"นาย... จะเลื่อนนัดไปก่อนหรือเปล่าครับ ยังมีสินค้าที่เพิ่งเข้าใหม่ตอนเย็นต้องตรวจดูความเรียบร้อยอีกสองร้อยลัง"
"....ให้ไอ้คาร์ไป"
"คุณคาร์เตอร์บินไปฮันนีมูนฝรั่งเศสกับคุณก้านแก้วเมื่อเช้านี้ครับ"
"ไอ้คาเรน"
"บินไปอิตาลีตั้งแต่เมื่อวันแล้วครับ"
"ไอ้ลีโอล่ะ อย่าบอกว่ามันไม่ว่างอีก"
"...."
"จะมามีธุระกงการอะไรพร้อมกันขนาดนี้วะ! "
แม็กซ์เวลล์สบถหัวเสียไม่จริงจัง วางปากกาด้ามทองในมือลงเงยหน้าขึ้นจากเอกสารในมือ ถอนหายใจเบาๆ พร้อมกับเอนหลังลงพนักพิงหลับตาลง
"ไม่ต้องเลื่อนเอาทีเดียวให้มันจบไปเลยแม่ง! เดี๋ยวจะมาวุ่นวายอีก มึงไปรับของก่อนกูตามไป"
"ครับ"
"อือ..."
"...."
นิครับคำสั่งจากคนเป็นนาย ก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานไปในขณะที่ร่างสูงของคนด้านหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ยังคงเอนหลังหลับตานิ่ง
ธุรกิจขนส่งสินค้าทางน้ำเป็นธุรกิจหลักของต้นตระกูลมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ ส่วนกาสิโน คลับหรูหลายแห่งทั่วโลกเป็นธุรกิจความชอบส่วนตัวของเขาที่เริ่มมาด้วยมือตัวเอง รวมถึงธุรกิจมืดที่ร่วมหุ้นกับเพื่อนสนิททั้งสามด้วย
ธุรกิจขนส่งทางน้ำมีฉากหน้าเพียงส่งสินค้าปกติทั่วไป แต่หากท้องเรือต่างแทรกแซงด้วยสินค้าผิดกฎหมายมากมายทั้งอาวุธสงคราม และสินค้ามืดอื่นๆ แต่สิ่งที่เขาไม่ได้ค้าขายนั่นคือการค้ามนุษย์ จะด้วยความเต็มใจหรือถูกล่อลวง ศักดิ์ศรีของความเป็นคนก็ยังคงค้ำคอไม่ให้ทำการอาชีพนี้
เปลือกตาหนาปกคลุมด้วยแพขนตางอนยาวสีน้ำตาลทองกะพริบถี่เล็กน้อย หรี่ปรายหางตามองออกไปยังนอกกระจกใส แสงตะวันที่เริ่มหรี่แสงลงบ่งบอกให้รู้ว่าความมืดเริ่มจะคืบคลานเข้ามาปกคลุมแทนความสว่างแล้ว
แสงสีส้มทองบนขอบฟ้าค่อยๆ เลือนหายในขณะที่ความมืดเข้ามาแทรกแซงปกคลุมแทน ร่างสูงของมาเฟียหนุ่มหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่หยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปลดกระดุมเสื้อสูทสีเข้มออก ก้าวเท้าหนาเดินออกจากห้องทำงานเพื่อจะไปตามนัดหมายที่มองดูเห็นแต่ความวุ่นวาย เพราะสาวเจ้าคู่ค้าธุรกิจคนใหม่ที่เหมือนจะให้ความสนใจเขาจนออกนอกหน้าจนน่ารำคาญ
ใบหน้าคมคายเรียบนิ่งกรามหน้าตึงนูนสอดมือเข้าในกระเป๋ากางเกง สาวเท้าหนักตามทางเดินโดยมีลูกน้องประจำจุดตำแหน่งหมุนตัวเดินตามหลังมา
"ยาตัวใหม่ไปถึงไหนแล้ว"
"กำหนดเสร็จคือพรุ่งนี้ครับ"
"อย่าให้มีอะไรผิดพลาด"
"ครับ"
บทสนทนาจบลงในจังหวะที่กลุ่มคนเดินมาถึงหน้าลิฟต์ที่ลูกน้องกดเปิดรอไว้ก่อนแล้ว แม็กซ์เวลล์เดินเข้ามาในช่องสี่เหลี่ยมคับแคบก่อนจะตามมาด้วยบรู๊คและลูกน้องอีกสองคนตามรักษาความปลอดภัยให้เจ้านาย
ร้านอาหาร
"เออ... พี่นริศคะ" เสียงหวานเอ่ยขึ้นในขณะที่อาหารด้านหน้าพร่องลงไปกว่าครึ่งแล้ว
"ครับ"
"ลินขอตัวเข้าห้องน้ำครู่หนึ่งนะคะ "
"อ๋อ ได้ครับ"
"ขอบคุณค่ะ"
ร่างบางหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ยังคงมีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าสวยตลอดเวลา วันนี้เธอมีนัดทานข้าวกับคู่ดูตัวที่ทางผู้ใหญ่จัดการให้ ทุกอย่างก็ไม่ได้แย่อย่างที่คาดไว้ เพราะชายหนุ่มนั้นดูเป็นสุภาพบุรุษแถมยังให้เกียรติเธอมากด้วย ข้อของนิสัยใจคอจึงได้เบาใจลงไปเปลาะหนึ่ง
ลลินเดินอ้อมมายังทางเข้าห้องน้ำในขณะที่โทรศัพท์ในมือสั่นแจ้งเตือนข้อความเข้า
เธอหยุดการเคลื่อนไหวลงหน้าห้องน้ำยกเครื่องมือสื่อสารในมือขึ้นดูเจ้าของข้อความแล้วเผยยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าเป็นเพื่อนสนิทที่ส่งถามความเคลื่อนไหวเข้ามา
"ดีจริงๆ เลยนะ อยู่กับอีกคนแต่กลับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ยามคุยกับอีกคน ไอ้ผู้ชายด้านในนั้นมันจะรู้หรือเปล่าว่าเธอ... มันเน่าแค่ไหน"
เสียงทุ้มแดกดันคุ้นเคยทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าสวยหุบลง ดวงตากลมโตเงยขึ้นจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือเลยไปยังใครบางคนที่เดินออกมาจากมุมมืดข้างเสาต้นใหญ่
มือหนาคีบมวนบุหรี่ไว้กำลังส่งกลิ่นเหม็นควันขาวลอยคลุ้งชวนน่าเบือนหน้าหนี มุมปากหนาเหยียดยิ้มหยันดวงตาคมจับจ้องมองใบหน้าสวยนิ่งๆ
"ขอตัวนะคะถ้าไม่มีอะไรสำคัญ"
"เหยื่อติดกับแล้วสิถึงรีบกลับเข้าไปทั้งที่ยังไม่ได้ทำธุระส่วนตัวแบบนี้"
"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพี่คะ เรื่องของลินไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพี่เลยสักนิด อย่าทำเหมือนรู้จักลินดีไปหน่อยเลยค่ะทั้งที่เรา... ก็ไม่ได้รู้จักกันมากขนาดนั้น"
ร่างเล็กเบี่ยงตัวเดินผ่านหน้ามาเฟียหนุ่มออกมาในขณะที่เขายังคงยืนหน้านิ่งอยู่ที่เดิม มุมปากหนาแสยะยิ้มขึ้นสูงโยนมวนบุหรี่ในมือลงบนพื้นอย่างไม่ไยดีหมุนตัวคว้าแขนเรียวจับไว้แน่นในตอนที่เธอกำลังจะออกไปสู่ห้องอาหาร
แม็กซ์เวลล์ออกแรงดึงรั้งร่างเล็กของเด็กสาวเข้ามาอยู่ในอ้อมแขน รัดเอวคอดไว้แน่นแล้วเหวี่ยงเธอออกมาทางบันไดหนีไฟ จับรั้งข้อมือทั้งสองข้างแนบกับประตูเหล็กเย็นโดยมีร่างหนาของตัวเองกักขังล็อกร่างเล็กไว้
ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและชำนาญมากจนคนตัวเล็กทำได้เพียงเหวี่ยงไปตามแรงเท่านั้น ยังไม่ทันได้ร้องออกมาสักแอะก็ถูกคร่อมขังไว้ใต้อาณัติแล้ว
"ทำอะไรของพี่ปล่อยมือออกเดี๋ยวนี้นะ"
"เธอต้องการอะไรกันแน่ลลิน ทั้งอยากจับไอ้ลีโอ ทั้งนัดกินข้าวกับไอ้พวกนั้นไม่เว้นแต่ละวัน เธอคิดจะทำอะไรกันแน่"
"ทำไมคะ พี่ยังฝังใจเรื่องของเราอยู่อีกเหรอหรือว่า... ยังตัดใจลืมลินไม่ลง"
"...."
"หึ! มันก็แน่อยู่แล้วก็ลินเป็นรักแรกของพี่นี่นา ที่ยังตามก่อกวนอยู่นี่คือคงไม่คิดจะขอคืนดีหรอกนะคะ"
"ผู้หญิงน่ารังเกียจแบบเธอไม่คู่ควรกับฉันเลยสักนิด"
"ค่ะ ผู้หญิงแบบลินมันน่ารังเกียจ เพราะฉะนั้นพี่ก็ควรจะอยู่ห่างๆ ลินไว้นะคะหรือหากว่ายังตัดใจลืมลินไม่ลง... คงต้องต่อคิวอีกนานเลยค่ะ เพราะมีคนสนใจผู้หญิงน่ารังเกียจแบบลินเยอะเลย"
ลลินบิดยิ้มยั่วยวน เขย่งตัวขึ้นให้เสมอปลายคางสากกดจูบเบาๆ ลงบนตอหนวดในขณะที่มาเฟียหนุ่มยังคงอึ้งกับคำพูดก่อนหน้า
แรงสัมผัสแผ่วเบาดึงสติหนาให้กลับคืน แม็กซ์เวลล์สะบัดมือออกจากข้อมือเล็กแรงๆ จนร่างบางถลาเซไปตามแรงเหวี่ยง ดวงตาคมกลับมาเรียบนิ่งดังเดิมถอดเสื้อสูทตัวนอกออกเช็ดมือทั้งสองข้างและปลายคางสากแรงๆ ราวกับรังเกียจสัมผัสจากร่างเล็กหนักหนา ในขณะที่คนตัวเล็กยืนมองการกระทำของเขาเงียบๆ
"หลงตัวเองเกินไปแล้วลลิน ที่ฉันเข้ามาหาเธอเพราะเธอเป็นน้องสาวเพื่อนสนิทฉัน ที่ถามไม่ใช่เพราะสนใจแต่เพราะสมเพชต่างหาก"
"...."
"ฉันเกลียดทุกอย่างที่เป็นเธอรวมถึงชื่อ ลลิน"
"ก็ดีค่ะ หมดธุระของพี่แล้วใช่ไหมคะลินจะได้ออกไปซะที อ้อ... หากเจอกันอีกหวังว่าพี่จะอยู่ห่างๆ คนที่พี่เกลียดนะคะ ไม่งั้นลินคงจะคิดเข้าข้างตัวเองว่าพี่... อยากต่อแถวรอคิวเพื่อเข้าใกล้ลิน"
แม็กซ์เวลล์เหยียดยิ้มเย้ยหยันขว้างเสื้อสูทราคาแพงในมือลงบนพื้นแรงๆ ด้วยใบหน้านิ่งไร้ความรู้สึก ก่อนจะหมุนตัวเดินออกมาจากประตูบันไดหนีไฟ ในขณะที่คนตัวเล็กหรี่ตาลงมองเสื้อสูทราคาแพงบนพื้นแววตานิ่งเรียบ
ปึก!!
แรงกระแทกของประตูดึงดวงตากลมให้เงยหน้าขึ้นมองไปยังบานประตูสีแดงที่ถูกปิดลง เสียงดังก่อนหน้ายังก้องอยู่ในหูแต่ร่างเล็กกลับยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่ขยับเขยื้อน
ครืน~ครืน
เสียงสั่นแจ้งเตือนข้อความไลน์เข้าจากเครื่องมือสื่อสารบนพื้นทำให้เธอต้องเลื่อนสายตาลงมองไปยังแสงสว่างที่สว่างขึ้นบนหน้าจอ เท้าเล็กเดินเข้าไปใกล้ก้มลงเก็บโทรศัพท์มือถือส่วนตัวที่ตกบนพื้นตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ขึ้นมามองสำรวจความเสียหาย
ข้อความจากเพื่อนสนิทถามไถ่ถึงคู่ดูตัวเธอแต่มันกลับไม่มีความสนุกอย่างก่อนหน้าที่อยากจะเล่าให้เพื่อนฟังเลยสักนิด มันมีแต่ความหนักหน่วงในใจที่ยังคงทำงานหนักขึ้นทุกนาทีที่หัวใจกำลังเต้น
ลลินปรายหางตามองเสื้อสูทตัวใหญ่บนพื้นแวบหนึ่งก่อนจะเดินออกมาจากทางบันไดหนีไฟใบหน้านิ่งราวกับไม่มีเคยมีอะไรเกิดขึ้นก่อนหน้านี้
วันนี้ลลินก็มาทำงานพร้อมกับคนตัวสูงตามเดิม แต่ที่แปลกไปจากทุกวันคือนักข่าวและสื่อต่างๆ ที่มายืนรอกันอยู่หน้าบริษัทมากจนเธออดที่จะแปลกใจไม่ได้หลังจากแยกกันขึ้นมาทำงานตามหน้าที่ตัวเองแล้วเธอถึงเพิ่งได้รู้จากพี่พนักงานในแผนกว่าที่สื่อต่างๆ มายืนรอกันอยู่ด้านล่างเพราะจะรอแถลงการณ์ทำข่าวการฉ้อโกงบริษัทซึ่งเธอไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลยด้วยซ้ำ"น้องลินครับท่านประธานเรียกครับ""ท่านประธานเหรอคะ""ครับ พี่หมายถึงท่านประธานจริงๆ น่ะครับ""คุณพ่อมาบริษัทเหรอคะ""ครับ น้องลินไม่รู้เหรอครับพี่คิดว่ารู้แล้วซะอีก""ไม่ค่ะ ลินไม่รู้อะไรเลยค่ะ งั้นลินขอตัวก่อนนะคะ""ครับ" โจ้มองตามร่างบางของหญิงสาวไปด้วยความงุนงง เรื่องใหญ่ขนาดนี้ในฐานะที่เธอเป็นถึงลูกเจ้าของบริษัทแต่กลับไม่รู้อะไรเลยมันเป็นไปได้ด้วยเหรอ แต่เขาก็เลือกที่จะเก็บความคิดนั้นไว้เพราะถึงยังไงเขาก็เป็นแค่พนักงานตัวเล็กๆ คนหนึ่งของบริษัทอยู่ดีลลินก้าวเข้ามาด้านในห้องประชุมโดยมีพ่อเธอนั่งอยู่หัวโต๊ะ ถัดลงมาด้านขวามือคือคนที่เธออยู่ด้วยเมื่อคืนนี้และมาทำงานพร้อมกันเมื่อเช้าฟันคมกัดลงบนกลีบปากอวบอิ่มล่างเบาๆ ด้วยความประหม่าเมื่อสายตาหลายคู่จ
ลลินขึ้นมายังชั้นผู้บริหารเพื่อจะได้กลับบ้านพร้อมกันกับมาเฟียหนุ่ม เรียวขาสวยก้าวออกจากช่องลิฟต์คับแคบออกมา เธอส่งยิ้มบางให้กับลูกน้องของเขาที่ยืนเฝ้าอยู่ประจำจุดก่อนจะสาวเท้าบางเข้าไปด้านในห้องทำงานดวงตากลมโตกวาดสายตามองทั่วห้องแต่ยังคงพบเพียงความว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่เงาของคนที่เธอกำลังตามหาเลยสักนิด มือบางควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋ายกขึ้นมากำลังจะกดต่อสายหาเขาพอดีกับที่ประตูห้องทำงานถูกเปิดเข้ามาพอดี"คุณลลิน""พี่บรู๊ค""มารอนายเหรอครับ""ใช่ค่ะ พี่แม็กซ์มีประชุมหรือคุยกับลูกค้าเหรอคะ ลินไม่เห็นเขาเลย""นายมีงานด่วนนิดหน่อยครับอีกชั่วโมงคงจะเสร็จ คุณลลินจะกลับก่อนก็ได้นะครับ""ลิน... นั่งรอพี่แม็กซ์ในห้องก็ได้ค่ะ""งั้นผมจะลงไปบอกนายให้นะครับ""ค่ะ"มือซ้ายคนสนิทพยักหน้าให้เธอเล็กน้อยแล้วเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานกว้างหยิบแฟ้มเอกสารที่วางบนโต๊ะด้านหน้าขึ้นมาถือไว้ หมุนตัวกลับมายิ้มเล็กน้อยให้กับคนตัวเล็กที่ทิ้งตัวลงบนโซฟาก่อนจะเดินออกจากห้องไปหญิงสาวร่างเล็กใช้เวลาอยู่กับโทรศัพท์มือถืออยู่ภายในห้องทำงานของมาเฟียหนุ่มตลอดระยะเวลาหนึ่งชั่วโมงเต็ม แต่เขายังไม่มีทีท่าว่าจะเสร็จสักทีความง่วง
ลลินยืดตัวขึ้นบิดขี้เกียจหลังจากนั่งหลังขดหลังแข็งมานานกว่าสามชั่วโมง ดวงตากลมโตเงยขึ้นมองเวลาบนนาฬิกาบนผนังห้องเมื่อเห็นว่าอีกไม่กี่นาทีก็จะได้เวลาพักกลางวันแล้วจึงหลุบตาลงหันมองออกไปยังนอกแผนกก่อนจะชะงักนิ่งลดมือลงเมื่อเจอเข้ากับร่างสูงของแม็กซ์เวลล์ที่กำลังเดินเข้ามาพอดี"น้องลินไปทานข้าวด้วยกันไหมครับ""เออ...""คุณลลินขึ้นไปพบผมบนห้องด้วยครับ"เสียงทุ้มนิ่งดังขึ้นก่อนที่คนตัวเล็กจะได้ทันตอบคำชวนของรุ่นพี่พนักงาน เธอหันกลับมามองยังร่างสูงของมาเฟียหนุ่มแล้วตวัดลิ้นเลียริมฝีปากเสียงหัวใจเต้นถี่รัว"ตอนนี้เป็นเวลาพักเที่ยงแล้วครับผมคิดว่ามีอะไรค่อยหลังจากพักกลางวันจะดีกว่านะครับ" โจ้ออกความเห็นเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กเงียบไปเหมือนมีความลำบากใจอยู่ไม่น้อยที่จะปฏิเสธคนตรงหน้าออกไป"คุณทำให้ผมชักจะอยากรู้แล้วว่าตกลงผมเป็นใครแล้วคุณเป็นใครกันแน่ คำพูดผมกับคำพูดคุณใครมันจะสำคัญกว่า""....""ผมเป็นผู้ดูแลงานแทนคุณจักรินทร์ก็เท่ากับว่าเป็นประธานของคุณในตอนนี้ ก่อนจะพูดอะไรก็ควรจะคิดดีดีก่อนนะครับคุณ... จิรายุ" หลุบตาลงมองป้ายชื่อบนอกข้างซ้ายของคนด้านข้าง แววตานิ่งจ้องใบหน้าหล่อของอีกคนนิ่งจนบร
วันต่อมา..."....""ลินหายดีแล้วค่ะไม่มีไข้ไม่ปวดหัวไม่เวียนหัวแล้ว""ปากแข็งล่ะสิ""จริงๆ นะคะ ไม่เอาไม่พูดแล้วลินต้องเข้าไปแล้วเมื่อวานก็ลาป่วยไปแล้วถ้าวันนี้ยังลาอีกคงต้องรับการพิจารณาจากบริษัทใหม่แล้วล่ะค่ะ""พี่เป็นคนประเมินว่าเราจะผ่านหรือเปล่า ไม่เห็นต้องมาลำบากฝึกงานเลยทั้งที่เป็นบริษัทตัวเองแท้ๆ""ลินไม่อยากให้คนมองว่าใช้เส้นสายค่ะ อีกอย่างลินอยากเรียนรู้งานจริงๆ ตอนที่จะเข้ามาดูแลงานแทนคุณพ่อจะได้คุ้นเคยกับทุกแผนกด้วย""ดื้อจริงๆ เลย""หึหึ ไปนะคะจุ๊บ~"ลลินยื่นหน้าหอมแก้มสากเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวลงจากรถหรูโดยมีบรู๊คทำหน้าที่เปิดประตูรออยู่ด้านนอก เธอหันส่งยิ้มกล่าวเสียงหวานเป็นการขอบคุณมือซ้ายคนสนิทของเขาแล้วเดินตรงมายังลิฟต์ในชั้นจอดรถวีวีไอพีที่ซึ่งเธอเพิ่งรู้มาหมาดๆ ว่ามีชั้นนี้ด้วย เพราะปกติทุกครั้งที่มาบริษัทเธอจะจอดในลานจอดล็อกของผู้บริหารเลยไม่รู้ว่ามีชั้นนี้ด้วยร่างเล็กยืนมองตัวเลขที่กำลังขึ้นไปยังชั้นแผนกที่ทำงานกระชับสายกระเป๋าสะพายเข้าแนบกายมากขึ้นแล้วก้าวเท้าเดินออกมาด้านนอกเมื่อลิฟต์ขึ้นมาถึงชั้นที่หมายแล้ว"สวัสดีค่ะพี่โจ้""น้องลินสวัสดีครับ หายแล้วเหรอเห็นว่าเม
"กินข้าว""อิ่มแล้วค่ะ""อิ่มได้ยังไง เห็นไหม...." ยกถ้วยโจ๊กขึ้นมาเขี่ยให้ดูพร้อมทำหน้าเข้มเสียงดุ"ลินทานได้แค่นั้นจริงๆ ค่ะ เวลาไม่สบายลิ้นจะไม่ค่อยรับรสชาติการทานอาหารก็ลดลงไปด้วย""ข้ออ้าง!""พี่แม็กซ์~""...." ส่งสายตาดุเชิงบังคับอีกครั้ง วางถ้วยโจ๊กในมือลงกลับบนโต๊ะเลื่อนกลับไปด้านหน้าเธออีกครั้งลลินปั้นหน้างอแงแต่ก็ยอมหยิบช้อนขึ้นมาตักโจ๊กในถ้วยขึ้นทานต่อ ขยับลงจากโซฟาลงมานั่งกับพื้นพรมด้านล่างแทนมาเฟียหนุ่มสะบัดหัวเบาๆ ยื่นมือยกขึ้นวางบนศีรษะเล็กโยกเล็กน้อย ก่อนจะเบือนสายตากลับมามองยังหน้าจอโน๊ตบุ๊คที่กำลังมีหุ้นการตลาดโลกวิ่งวุ่นอยู่ แต่เพียงครู่เดียวก็หันกลับมายังคนตัวเล็กที่เอนตัวลงกลับมาพิงท่อนขาแกร่งลดมือดึงคอเสื้อที่ตกลงมาบนไหล่บางขึ้น"นั่งดีดี""ลินอิ่มแล้วค่ะ ทานไม่ไหวแล้ว~""....""ให้ลินไปนอนพักในห้องนะคะเวียนหัวนั่งไม่ไหวแล้วค่ะ""...กินยาก่อนค่อยไป" ถอนหายใจเบาๆ คว้าถุงยาจากร้านขายยาดึงมาใกล้ตัว ควานหาแผงยาลดไข้ก่อนจะคว้าขึ้นมาแกะแล้วส่งให้กับเด็กขี้แย"โอเคค่ะ"คนตัวเล็กตอบกลับยอมทานยาอย่างว่าง่าย ในขณะที่คนตัวสูงปัดผมสวยออกจากลำคอขาวไปลงด้านหลัง อมยิ้มอย่างนึ
เฮือก!ลมหายใจติดขัดรุนแรง ร่างเล็กแอ่นอกขึ้นบิดเร่าด้วยความเสียวซ่าน ในขณะที่ลิ้นร้อนตวัดเกร็งตัวเล่นกับหลืบร่องรักอย่างหนักหน่วงมือหนาบดขยี้ยอดกุหลาบสวยรุนแรงกลิ่นกายหอมช่วยเพิ่มกระตุ้นความกระสันในกายจนร่างแกร่งร้อนรุ่ม ยิ่งเสียงครางหวานๆ ยิ่งเพิ่มความอยากจนร่างกายเกร็งตัวรับแม็กซ์เวลล์หยัดกายลุกขึ้นสอดกายเข้าหาด้วยความรวดเร็ว ดันเรียวขาสวยหมดเรี่ยวแรงขึ้นพาดบ่าพร้อมกับดันตัวตนใหญ่จ่อปากทางร่องรักก่อนจะกดน้ำหนักเข้าไปหาจนมันสอดแยกกลีบกุหลาบสวยคับแน่นเข้าไปในกายสาว"อื้อ~ เจ็บ""อย่าเกร็งถ้าเกร็งจะยิ่งเจ็บอ่าส์~""ลินอึดอัด""ทำไมมันแน่นแบบนี้ลิน เรามีอะไรกันไม่ใช่แค่วันสองวันนะ""พี่พูดอะไรไม่อายหรือไง""เซ็กซ์เป็นเรื่องปกติ ผ่อนคลายหน่อยอ่า...""อื้อ... อึดอัดไม่ไหวแล้วพี่ขยับซะที""ตามขอครับ"ปึก ปึก!แรงขยับเนิบนาบแปรเปลี่ยนเป็นหนักหน่วงตามเวลา หน้าอกใหญ่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการกระแทกกระทั้นกายเข้าหาในขณะที่ลมหายใจหอบถี่รุนแรงสลับกับเสียงครวญครางของสองร่างเหงื่อไคลไหลอาบชุ่มร่างจนเปียกชื้น มือหนายกขึ้นปัดเช็ดหยาดน้ำบนกรอบหน้าสวยก่อนจะเลื่อนลงมารั้งมือบางไว้จับประสานกันแนบไว







