LOGINJay_Jaden: R U Sure?
1K Likes
625 Comments
ฉันกำลังถูกเขาปั่นประสาทโดยการเอาคลิปนั่นมาโพสต์ลงเพื่อบ่งบอกให้รู้ว่าหากฉันคิดจะเลิกกับเขาจริงๆ เขาก็จะทำตามที่ตัวเองข่มขู่เอาไว้ตามที่พูด ในเวลาเพียงไม่นานหลังจากที่โพสต์นั้นเปิดเผยต่อสาธารณะก็มียอดไลก์และคอมเมนท์เป็นจำนวนมาก
มือบางของฉันกำโทรศัพท์เอาไว้แน่นด้วยความสั่นเทา นึกโกรธตัวเองที่ยินยอมให้เขาถ่ายคลิปเอาไว้ขณะมีอะไรกัน คิดไม่ถึงว่าสุดท้ายแล้วมันจะกลับมาเป็นดาบสองคมทำร้ายตัวเองแบบนี้
ฉันไม่สามารถบอกเรื่องนี้หรือเอาไปปรึกษากับใครได้แม้กระทั่งกลุ่มรุ่นพี่สาวคนสนิทก็ตาม มันเป็นปัญหาที่เกิดจากความรู้ไม่เท่าทันของฉันเอง จะอ้างว่าตัวเองในตอนนั้นยังเด็กถึงได้พลาดพลั้งก็คงจะไม่ได้ ครั้งแรกที่มีอะไรกันฉันเองก็ก้าวเข้าสู่รั้วมหา’ลัยแล้ว กำลังเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ที่สามารถรับผิดชอบชีวิตตัวเองได้คนหนึ่ง
ติ๊ง!
Jay_Jaden: พรุ่งนี้พี่จะกลับไปเอาคำตอบ
Jay_Jaden: เลือกเอาว่าจะเป็นนางเอกให้พี่ดูคนเดียวหรือจะเป็นนางเอกให้ผู้ชายทั้งโลกได้เอาไปสำเร็จความใคร่
ข้อความขู่เข็ญปนมาด้วยความเย้ยหยันของเขาสร้างความรู้สึกย่ำแย่กับตัวฉันเพิ่มขึ้นไปอีก ไม่สามารถทำเป็นเข้มแข็งได้อีกต่อไป ปล่อยให้สายน้ำแห่งความเสียใจหลั่งไหลออกมาจากดวงตาคู่นี้ไม่ขาดสาย
ติ๊ง!
Jay_Jaden: คิดถึงเมื่อก่อน
Jay_Jaden: ตอนที่เธอยังว่าง่าย เชื่อฟังพี่มากกว่านี้
Jay_Jaden: ยอมอ้าขาให้พี่เอาดีๆ โดยไม่ต้องบังคับ
เพล้ง!
ฉันกำโทรศัพท์ของตัวเองเอาไว้แน่นก่อนจะปามันกระแทกลงบนพื้นจนแตกละเอียด อดทนฟังเสียงแจ้งเตือนและอ่านข้อความทุเรศๆ พวกนั้นไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว เนื้อตัวสั่นเกร็งจากความเครียด ภายในห้วงความโกรธแค้นที่ปะทุขึ้นในหัวใจได้แต่บอกกับตัวเองว่าสักวันหนึ่งจะต้องเอาคืนผู้ชายสารเลวคนนี้ให้ได้
“ฮึก! ไอ้คนสารเลว...” ฉันมองไปยังกรอบรูปคู่ข้างเตียงที่เราเคยถ่ายคู่กัน จ้องไปยังใบหน้าหล่อเหลาที่เคยมองไปด้วยความรักแต่ตอนนี้กลับถูกแทนที่ด้วยความอาฆาตแค้นเต็มหัวใจ
เพล้ง!
กรอบรูปใบนั้นถูกฉันเขวี้ยงลงกับพื้นเต็มแรง ราวกับกำลังใช้มันเป็นตัวแทนผู้ชายคนนั้นเพื่อระบายอารมณ์ก่อนจะหยิบรูปถ่ายขึ้นมาฉีกขาดเป็นสองฝั่ง ปราศจากความเสียดายในสายตา
กริ๊ก!
ไฟแช็กขนาดเล็กพอดีมือถูกจุดเผาใบหน้าของเจเดนในรูปถ่ายที่กำลังยิ้มอย่างมีความสุข ฉันหัวเราะร่าทั้งน้ำตานองหน้าอย่างบ้าคลั่ง เปลวเพลิงค่อยๆ แผดเผาใบหน้าหล่อเหลาจนเหลือเพียงเถ้าธุลี ไม่ต่างจากความสัมพันธ์ของเราที่มันกำลังจะไม่ใช่ความรักแสนบริสุทธิ์แต่เต็มไปด้วยความอาฆาตและพร้อมจะทำลายอีกฝ่ายลงทุกเมื่อ
เมื่อระบายความเจ็บแค้นลงบนรูปถ่ายของเขาจนเหมือนคนบ้าไปแล้วถึงเพิ่งจะมานึกได้ว่าฉันยังต้องรับมือกับตัวจริงของเขาที่ร้ายกาจกว่านี้เป็นร้อยเท่าพันเท่าในวันพรุ่งนี้ ได้แต่ปาดน้ำตาทั้งสองข้างและข่มตาให้หลับลงไปทั้งอย่างนั้น
เช้าวันต่อมา...
ฉันขยับเปลือกตาทั้งสองตื่นขึ้นมาอีกครั้งหลังจากเข้านอนไปได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง ความรู้สึกหนักคล้ายกับมีอะไรบางอย่างมาทาบทับทำให้ฉันหันกลับไปมองพบว่าเป็นร่างหนาของเจเดนนั่นเอง เขากลับเข้ามาตอนไหนกันนะ...
ฉันยกแขนแกร่งของเขาออกจากตัวอย่างทุลักทุเล ด้วยขนาดร่างกายที่แตกต่างกันทำให้ตัวของเขาค่อนข้างหนักสำหรับฉัน ทว่าก่อนจะสามารถหลุดพ้นจากพันธนาการลำแขนหนากลับไปทำให้คนตัวโตข้างๆ ตื่นขึ้นมาเสียได้
“รีบตื่นทำไม พี่ลางานกับไอ้เหมให้แล้ว” เขางัวเงียพูดมันออกมา
“ปล่อยก่อนค่ะ” ฉันร้องบอกพลางพยายามยกแขนแกร่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่ขนาดมันเกือบจะเท่าต้นขาของฉันอยู่แล้ว
“นอนนิ่งๆ” เสียงเข้มออกคำสั่งโดยยังไม่แม้แต่จะขยับเปิดเปลือกตาสองชั้นนั่นด้วยซ้ำ
“ไม่ค่ะ ฉันมีเรื่องต้องทำ” ฉันไม่ยอมฟัง พยายามตะเกียกตะกายลุกเพื่อไปจัดการเก็บซากกรอบรูปและโทรศัพท์มือถือที่ตัวเองพังเมื่อคืน
“จะรีบลุกไปเก็บกวาดซากรูปคู่ที่ตัวเองฉีกทิ้งหรือว่าซากโทรศัพท์แตกละเอียดนั่นกันล่ะ” คิ้วหนาเลิกขึ้นมองฉันอย่างกวนอารมณ์
“เห็นแล้วเหรอคะ?” ฉันถามกลับไป น่าแปลกที่เขาไม่ได้โกรธแต่กลับส่งยิ้มมาให้แทน
“อืม โกรธพี่ขนาดนั้นเลย?” ริมฝีปากหนาเอ่ยถามพร้อมกับใช้แขนแกร่งรวบเอวของฉันให้ไปแนบชิดกับร่างกายใหญ่
“อย่าเรียกว่าโกรธเลยค่ะ มันเลยจุดนั้นมาไกลแล้ว” ฉันตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ มองเข้าไปในดวงตาคู้นั้นด้วยความรู้สึกที่แท้จริงอย่างไม่คิดปิดบัง
“อ่า... หงุดหงิดจังเลยแฮะ” ใบหน้าหล่อเรียบตึงขึ้นมาพลางอออกแรงบีบเอวบางของฉันเอาไว้แน่น
“???” ฉันมองเขาด้วยความไม่เข้าใจแต่ว่ากลับไม่ได้ถามมันออกไป
“ดวงตาคู่นั้นของเธอที่เคยมองพี่ด้วยความรัก ตอนนี้มันหายไปแล้วว่ะ” เสียงเข้มหนากดลงต่ำบ่างบอกว่าเจ้าตัวกำลังไม่พอใจอยู่จริงๆ
“หลังจากโดนทำร้ายทั้งร่างกายทั้งความรู้สึก พี่คิดว่าฉันยังจะรักพี่ลงหรือยังไงคะ” ฉันเหยียดยิ้มมองเขาอย่างสมเพชที่ยังกล้าพูดถึงความรักของฉันทั้งที่เขาทำลายมันลงไปด้วยมือคู่นั้นเองด้วยซ้ำ
“แล้วคำตอบของพี่ล่ะ?” เขาเปลี่ยนเรื่องถามกลับมา
“ถ้าฉันอยากจะเลิกกับพี่ แล้วขอให้พี่ลบคลิปพวกนั้นทิ้ง มันเป็นไปได้ไหมคะ?” ฉันเลิกคิ้วถาม แม้จะรู้คำตอบดี
“เธอก็รู้ดีว่ามันเป็นไปไม่ได้ อย่าโลภไปหน่อยเลยน่าคนสวย” ใบหน้าหล่อยกยิ้มเหี้ยมหลังพูดจบพร้อมกับพลิกร่างหนาขึ้นมาคร่อมร่างของฉันเอาไว้
“แค่เรื่องง่ายๆ ทำไมถึงทำไม่ได้กันคะ” ฉันใช้คำว่าง่ายๆ ของเขากลับมายอกย้อนตัวเขาเอง
“เพราะสำหรับพี่แล้วมันไม่ง่าย” ดวงตาสีฟ้าอ่อนมองฉันด้วยความวูบไหวที่ฉันเองก็บอกไม่ถูก ไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้เลยสักครั้ง
“เราทั้งคู่ต่างก็มีเรื่องยากของตัวเองทั้งนั้นแหละค่ะ” ฉันพูดยิ้มๆ แสร้งลูบไล้ไปตามอกแกร่งก่อนจะฝังเล็บคมลงบนผิวเนื้อเต็มไปด้วยมัดกล้ามจนเลือดซิบ
“หืม? คิดจะต่อต้านพี่ขึ้นมาหรือไง” แต่คนตรงหน้ากลับชอบมันเสียอย่างนั้น เขานี่มันโรคจิตชัดๆ เลย
“เปล่าค่ะ นี่แค่คำเตือน” ฉันตอบกลับก่อนจะฝังเขี้ยวลงบนผิวเนื้อของเขา นับจากนี้ไม่คิดจะยอมแพ้อีกแล้ว ถือโอกาสประกาศสงครามกับคนตรงหน้านี้โดยนัยให้รู้โดยทั่วกัน
“มิลานคนสวยที่ร้อนแรงแบบนี้ถูกใจพี่เหลือเกินครับ อ่า...” เสียงทุ้มเข้มร้องครางอย่างพึงพอใจ
“...”
“งั้นพี่ก็ขอเตือนบ้างว่าพี่ไม่คิดจะเลิก อย่าท้าทายพี่อีก”
สวบ!
“อ๊า!!!”
“อ่า!!!”
ความเป็นชายลำใหญ่แข็งขืนตามธรรมชาติในยามเช้าถูกสอดแทรกเข้ามาในโพรงเนื้อเปียกชื้นของฉันโดยไม่ได้ตั้งตัว ความใหญ่โตของมันทำเอาฉันเผลอร้องครางออกมาเสียงดังลั่นด้วยความจุกเสียด
“ทำไมเปียกตั้งแต่เช้าเลยล่ะ?” เรียวคิ้วหนาขมวดถามด้วยความสงสัย
“พี่เอามันมาถูกระตุ้นอยู่นานแล้วไม่ใช่เหรอคะ?”
“ก็ใช่ อยากโดนแทงเหมือนกันสินะ” ใบหน้าหล่อเหลาส่งรอยยิ้มแพรวพราวเต็มไปด้วยความพอใจ
“ก็แทงอยู่ไม่ใช่หรือไงคะ” ฉันยั่วยวนอีกฝ่ายด้วยคำพูดก่อนจะขมิบร่องสาวเชื้อเชิญความแข็งขืนให้ใส่เข้ามาจนสุด
“อ่า! งั้นรับทั้งหมดให้ไหวนะ ยัยตัวแสบ!”
สวบ!
ปัก!
“อ๊า!!!”
@Luxu Condominium“พี่ขอคุยด้วยหน่อยสิ” ผมรีบเรียกแฟนสาวตัวเล็กเอาไว้หลังจากที่เธอเมินผมมาตลอดทางกลับจากโรงพยาบาล“มีอะไรจะพูดก่อนจะเป็นแฟนเก่าเหรอคะ?” ร่างบางตรงหน้ากอดอกยืนคุยกับผมอย่างเอาเรื่อง ท่าทีของเธอทำเอาหัวใจของผมกระตุกวูบไปเลย“แฟนเก่าอะไร พี่ไม่เป็น” ผมยืดอกเต็มที่ไม่ยอมรับสถานะ ‘ก่อนจะเป็นแฟนเก่า’ ที่เธอยัดเยียดมาให้“อย่ามากลับกรอก สัญญาเราก็มีเป็นลายลักษณ์อักษรนะ” มิลานไม่ยอมแพ้ ยกเรื่องสัญญาฉบับไม่สมบูรณ์ที่ผมหลอกให้เธอเซ็นต์เอาไว้ให้ตายใจเฉยๆ ฉบับนั้น“ก็แค่กระดาษโง่ๆ แผ่นเดียวป่ะ พี่ฉีกทิ้งก็จบ” ผมทำตัวหน้าด้านไม่ยอมรับเรื่องสัญญาที่เธอพูดถึง ขืนกูทำตามคำพูดจริงคงโดนทิ้งแล้วลูกกูก็กำพร้าพ่อสิวะ ใครจะยอม ขอพลิกลิ้นกลับคำหน่อยเถอะ“ฉันก็พอจะรู้นะว่าพี่มันเฮงซวย แต่ไม่คิดว่าจะไม่รักษาคำพูดแบบนี้” คำด่าอีกชุดจากเมียที่ผมเลือกเองเข้าหน้าผมเต็มๆ ไม่ใช่แค่ยืนด่าปกติแต่ยังมีท่าทางประกอบอย่างการชี้นิ้วใส่หน้าผมด้วย“อยากเลิกนักเหรอ?! เออ
(Jayden’ s Part)มิลานกำลังตั้งท้อง...ผมกำลังจะเป็นพ่อคนแล้ว....หลายคนคงจะไม่เชื่อว่าครั้งหนึ่งผมเคยกลายเป็นไอ้ผู้ชายเฮงซวยที่คิดจะใช้ลูกเป็นข้ออ้างในการฉุดรั้งไม่ให้แฟนสาวคนสวยเลิกรากับผมไป ยอมรับเลยว่าผมในตอนนั้นสารเลวจนไม่น่าให้อภัยเลยจริงๆ ทั้งนอกกายเธอไปหาแฟนเก่าแถมยังไม่ยอมปล่อยเธอไปอีกถ้าหากว่าย้อนเวลากลับไปได้ผมจะไม่ทำแบบนั้น...อยากจะเสยหมัดเข้าหน้าตัวเองในอดีตจริงๆ ที่กล้าทำร้ายจิตใจมิลานได้ถึงขนาดนั้น ดีแต่ทำให้เธอต้องมาร้องไห้เสียใจเจ็บปวดผิดหวังกับความไม่รู้จักพอของผมเอง สาบานเลยว่าไม่มีวันไหนที่ผมอยากจะปล่อยให้ความสัมพันธ์ของเราต้องจบลง ยิ่งหลังจากกลับมาปรับความเข้าใจกัน ผมยิ่งรู้สึกผิดทุกครั้งที่มองหน้าเธอ ได้แต่สาบานกับตัวเองในใจว่าจะไม่มีวันทำร้ายเธออีกตอนที่ผลตรวจการตั้งครรภ์ออกมาว่าคนรักของผมกำลังท้องอยู่ ผมดีใจมากจนกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ทั้งที่ปกติแล้วผมไม่ใช่คนอ่อนไหวอะไร ออกจะไปทางผู้ชายแมนๆ ไม่แสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นเลยด้วยซ้ำไป แต่ว่าพอเป็นเรื่องลูกแล้วผมกลับอ่อนไหวแล้วปล่อยให้น้ำตารินไหลออกมาอย่างห้ามไม่อ
ฉันอาเจียนใส่เขา...ของเหลวสีใสเหนียวหนืดพวยพุ่งออกมาจากปากของฉันกระเด็นโดนเสื้อผ้าของร่างหนาและไหลลงสู่โซฟาหรูก่อนจะลงสู่พรมขนสัตว์บนพื้นห้อง เจเดนไม่ได้มีท่าทีรังเกียจหรือขยะแขยงอะไรอย่างที่ฉันคิดเอาไว้ เขาเพียงถอดเสื้อเชิ้ตที่เปื้อนไปด้วยอ้วกออกแล้วจัดการทำความสะอาดโซฟากับพรมจนกลับมาเหมือนใหม่หลังจากจัดการกับกองอ้วกของฉันเสร็จคนตัวใหญ่ก็เดินเข้าห้องน้ำไปจัดการกับร่างกายของเขาโดยใช้เวลาเพียงไม่นานก็ออกมาพร้อมกับเสื้อผ้าชุดใหม่ เสื้อแจ็คเก็ตตัวใหญ่ของเขาถูกใช้ห่อหุ้มร่างกายของฉันก่อนจะถูกยกร่างบางขึ้นโดยแขนเต็มไปด้วยมัดกล้าม“จะพาไปไหนคะ?” ฉันถามขึ้นเมื่อถูกอุ้มขึ้นในท่าเจ้าสาวโดยที่ไม่รู้จุดหมายปลายทาง“ไปโรงพยาบาล ไปตรวจกันว่าเป็นอย่างที่เราคิดไหม” ร่างหนาตอบกลับด้วยใบหน้าเรียบนิ่งทว่าดวงตาของเขากลับวูบไหวเต็มไปด้วยประกายความหวังอย่างปิดไม่มิด“อาจจะเป็นแค่โรคกระเพาะก็ได้...” ฉันพยายามพูดกลางๆ ไม่อยากให้เขาคิดไปเองแล้วตั้งความหวังเอาไว้สูงจนเกินไป หากคาดหวังแล้วเกิดว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดขึ้นมาคงจะเสีย
หลายวันต่อมา....สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับเจเดนดีขึ้นมากกว่าที่เคยเป็นก่อนหน้านี้ เขาได้จัดการเคลียร์ตัวเองโดยที่ฉันไม่ต้องเป็นฝ่ายออกปากพูดอีกต่อไป อะไรที่เขาสามารถคิดเองได้ว่าหากทำลงไปแล้วจะทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายใจเขาก็จะเลี่ยงมันด้วยตัวเองทว่าพักนี้ฉันกลับรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างของร่างกายตัวเองขึ้นมาได้แม้จะยังไม่ชัดเจนมากนักก็ตาม ฉันเริ่มรู้สึกอ่อนเพลียง่าย ง่วงนอนตลอดเวลา ร่างกายโหยหาการพักผ่อนมากกว่าปกติ มีอาการเวียนศีรษะอยู่บ่อยครั้งและรู้สึกคลื่นไส้จนบางทีอยากจะอาเจียนขึ้นมา อาหารที่เคยชอบกลับรู้สึกไม่อยากจะกินมันเสียอย่างนั้น จะบอกว่าเป็นเพราะความเครียดก็คงไม่ใช่ ช่วงนี้ฉันไม่ได้มีเรื่องให้ต้องคิดมากอะไร ออกจะสบายกายสบายใจเสียด้วยซ้ำจะว่าไปแล้วรอบเดือนของฉันก็ยังไม่มาเลยนี่...เนื่องจากในช่วงก่อนหน้านี้ชีวิตของฉันเพิ่งจะผ่านมรสุมความรักครั้งใหญ่มา ทำให้มีอาการเครียดจนระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายเกิดอาการแปรปรวนรวมไปถึงมีเรื่องให้ต้องคิดและจัดการมากมายจึงไม่ค่อยได้ดูแลตัวเองเท่าที่ควรมากนักฉันพยายามคิดในแง่ดีไม่กังวลไปก่อนที่จะเก
หลายวันต่อมา.... สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับเจเดนดีขึ้นมากกว่าที่เคยเป็นก่อนหน้านี้ เขาได้จัดการเคลียร์ตัวเองโดยที่ฉันไม่ต้องเป็นฝ่ายออกปากพูดอีกต่อไป อะไรที่เขาสามารถคิดเองได้ว่าหากทำลงไปแล้วจะทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายใจเขาก็จะเลี่ยงมันด้วยตัวเอง ทว่าพักนี้ฉันกลับรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างของร่างกายตัวเองขึ้นมาได้แม้จะยังไม่ชัดเจนมากนักก็ตาม ฉันเริ่มรู้สึกอ่อนเพลียง่าย ง่วงนอนตลอดเวลา ร่างกายโหยหาการพักผ่อนมากกว่าปกติ มีอาการเวียนศีรษะอยู่บ่อยครั้งและรู้สึกคลื่นไส้จนบางทีอยากจะอาเจียนขึ้นมา อาหารที่เคยชอบกลับรู้สึกไม่อยากจะกินมันเสียอย่างนั้น จะบอกว่าเป็นเพราะความเครียดก็คงไม่ใช่ ช่วงนี้ฉันไม่ได้มีเรื่องให้ต้องคิดมากอะไร ออกจะสบายกายสบายใจเสียด้วยซ้ำ จะว่าไปแล้วรอบเดือนของฉันก็ยังไม่มาเลยนี่...&nb
“เจ็บมือไหมเนี่ย คราวหลังไม่ต้องตบนะ พี่ตบแทนเธอเอง” ทว่าทุกอย่างกลับผิดคาดเมื่อคนตัวใหญ่กว่าดึงมือเรียวของฉันที่ขึ้นสีแดงเล็กน้อยไปสำรวจพร้อมกับบ่นอุบอิบ“พูดอะไรของพี่” ฉันทำหน้างงพร้อมกับมองการกระทำของเขาด้วยความสงสัย“มือเธอแดงหมดแล้วเห็นไหม บ้าเอ๊ย! ต้องประคบเย็นไหมวะ” ร่างหนาพูดพลางทำหน้าครุ่นคิดอย่างจริงจัง เรียวคิ้วหนาสีอ่อนเรียงตัวเป็นเส้นตรงขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นโบว์อยู่แล้ว“พี่อย่าเวอร์ มือแดงนิดหน่อยเอง เดี๋ยวก็หาย” ฉันรีบห้ามปรามเมื่อเห็นท่าทีแปลกไปของคนตัวโต ปกติเขาเคยเป็นแบบนี้เสียที่ไหน ขนาดเมื่อก่อนผลักฉันล้มลงจนเข่าแตกยังไม่คิดจะหันกลับมาสนใจกันเลยด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าตอนนี้เกิดบ้าอะไรขึ้นมาถึงได้ใส่ใจกันจนเกินขอบเขต“เธอเป็นแฟนพี่นะเว้ย ก็ต้องดูแลให้ดีหน่อยสิ” ร่างหนาเถียงกลับพลางเดินไปหาน้ำแข็งจากในตู้เย็นมาห่อในผ้าขนหนูผืนเล็กแล้วนำมาประคบมือของฉันโดยไม่ฟังเสียงคัดค้านบ้างเลย“...” ฉันเงียบได้แต่ถอนหายใจกับแฟนคนเดิมในเวอร์ชั่นใหม่ที่ชอบทำอะไรโอเวอร์จนเกิน







