LOGINไม่รู้เลยว่าการตัดสินใจของฉันในครั้งนี้มันผิดพลาดหรือเปล่า แต่คนที่ไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้วอย่างฉัน
ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงมากลางศีรษะเมื่อได้ฟังประโยคคำสั่งแกมบังคับจากชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนของฉัน เขากำลังบีบให้ฉันเหลือช่องว่างในการพบปะสังคมน้อยลงไปเพื่อลดโอกาสในการพบเจอกับโลกภายนอกถ้าจะพูดให้ถูกคือเขากำลังพยายามกีดกันไม่ให้ฉันไปเจอกับแม็กซ์เวลล์มากกว่า ฟังจากรูปประโยคหยาบคายที่ด่าทอกันมาแล้วก็พอจะเดาได้ไม่ยาก ในขณะที่เขายังสามารถทำอะไรต่าง ๆ ตามใจตัวเองได้เต็มร้อยแต่ตัวฉันกลับถูกบีบบังคับควบคุมการใช้ชีวิตทุกทางเหมือนลูกไก่ในกำมือของเขาก็ไม่ปานฉันไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะได้เลือกอะไรเลยด้วยซ้ำ...หากมีแต้มต่อเพียงน้อยนิดไว้ต่อรองกับคนใจร้ายอย่างเขาเรื่องทุกอย่างคงง่ายกว่านี้มาก น่าเสียดายที่ตัวของฉันนั้นพ่ายแพ้เขาทุกทางทั้งฐานะทางการเงิน สถานะทางสังคม หน้าที่การงาน และสาเหตุของการพ่ายแพ้ที่เป็นปัจจัยสำคัญมากที่สุดนั้นก็คือ... ฉันดันรู้สึกกับเขามากกว่าที่เขารู้สึกกับฉันปัง!หลังจากถูกลากออกจากลิฟต์แล้วเดินเข้ามายังภายในห้องกว้างของเขาในสภาพทุลักทุเลแสนน่าอับอาย ร่างของฉันก็ถูกเหวี่ยงลงบนโซฟากลางห้องในทันทีทำเอาจุกไม่น้อยกับแรงกระแทกระหว่างร่างกายของฉั
สวบ!“อ๊า!”เขาทำอย่างที่พูดจริงๆ ...แท่งเนื้อใหญ่ถูกเสียบเข้ามาในรูสวาทสาวแห้งผากทีเดียวจนสุด ความเจ็บแสบแล่นเข้าสู่ประสาทรับความรู้สึกกลางร่างกาย อยากจะดินหนีให้หลุดก็ไม่สามารถทำได้เนื่องจากเอวบางถูกยึดเอาไว้แนบติดกับส่วนกลางความเป็นชาย“ซี๊ด! แน่นว่ะ” คนเอาแต่ใจตัวเองสบถหยาบคายออกมาพลางสูดปากร้องเสียงต่ำออกมาด้วยความพอใจในร่องสาวที่ถูกเขารุกล้ำอย่างอุกอาจ“อึก! เจ็บ...” ฉันกัดปากเอาไว้แน่นพยายามไม่ร้องออกมาเพราะรู้ดีว่าลิฟต์ไม่เก็บเสียงอย่างแน่นอน ขืนร้องออกไปตามปกติล่ะก็คงไม่พ้นเป้นการเชิญชวนให้บุคคลที่สามแห่กันมารอฟังด้านหน้าประตูลิฟต์นั่นแหละถึงอย่างนั้นก็ดูเหมือนว่าเจเดนจะไม่ได้ให้ความสนใจกับความเสี่ยงที่อาจถูกจับได้ว่าเราทำอะไรกันในลิฟต์แม้แต่น้อย หลังจากแช่คาแก่นกายลำหนาเอาไว้ในโพรงของฉันได้เพียงชั่วครู่ เอวสอบก็เริ่มขยับเข้าออกภายในรูสาวแห้วกรังที่ยังไม่ทันได้ผลิตน้ำเมือกหล่อลื่นเลยด้วยซ้ำ“อ่ะ! อ๊า!”“อืม... ครางเรียกแขกเหรอวะ?”ฉันไม่สามารถอดทนอดกล
(Milan’ s Part)ช่วงเวลาในการทำงานได้ผ่านพ้นไปอีกหนึ่งวันตามปกติ แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมก็คือการที่เหมราช เจ้านายพ่วงด้วยตำแหน่งเพื่อนสนิทของเจเดนคอยตามติดฉันอยู่ตลอดเวลาจนน่าสงสัย เนื่องจากว่าตารางงานขอวันนี้นั้นไม่ได้มีความจำเป็นที่ทำให้เขาต้องมาเกาะแกะฉันเลยด้วยซ้ำของใช้ส่วนตัวถูกเก็บลงใส่กระเป๋าสะพายใบโปรดราคาหลักพันของฉันทีละอย่าง ตัวของฉันนั้นไม่ได้ชื่นชอบสินค้าแบรนด์เนมเป็นชีวิตจิตใจ แต่ด้วยหน้าที่การงานทำให้ฉันจำเป็นต้องใช้ข้าวของที่ดูมีระดับอยู่บ้างเพื่อเป็นหน้าเป็นตาให้กับบริษัทเมื่อเก็บของเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วจึงเดินลงมาเงียบๆ คนในที่ทำงานเหลือน้อยกันเต็มทีเพราะส่วนใหญ่ได้กลับไปกันหมดแล้ว เหลือเพียงส่วนน้อยที่ทำงานล่วงเวลาเท่านั้น ภาพดวงตะวันใกล้จะลับขอบฟ้าเต็มทีบนตึกสูงทำให้ฉันเหม่อมองเล็กน้อยก่อนจะเดินจากไปพอลงมาถึงหน้าบริษัทก็พบกับร่างหนาและรถหรูคันโปรดของเขายืนรอก่อนแล้ว ชายหนุ่มร่างสูงยืนสูบบุหรี่พิงกับกระโปรงรถมันวาวคอยดึงดูดสายตาคนผ่านไปผ่านมาไม่น้อย เรือนผมสีบลอนด์ทองกับดวงตาสีฟ้าอมเทาของเขายิ่งเพิ่มเสน่ห์น่าดึงดูดมากขึ้นเป
อีกด้านหนึ่ง...หนุ่มหล่อลูกครึ่งอิตาลี-อังกฤษที่บังเอิญมาจัดการธุระของครอบครัวและต่อยอดทางด้านธุรกิจในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ทำการจอดเทียบรถสปอร์ตเปิดประทุนคันหรูของตัวเองหน้าบริษัทแห่งหนึ่งในเครือ SRK Group อันมีชื่อเสียงเลื่องลือทั้งในและนอกประเทศเพื่อรอรับพนักงานสาวคนสวย“มาถึงนานหรือยังคะ?” หญิงสาวเอ่ยทักทายเขาพอเป็นพิธีก่อนจะถามไถ่เรื่องทั่วไปตามประสาคนรู้จักกัน“สักพักแล้ว ผมอยู่แถวนี้พอดีเลยลองชวนมิลานไปทานมื้อเที่ยงด้วยกัน” ภาษาไทยสำเนียงแปลกๆ ฟังไม่ค่อยชัดเท่าไหร่จากปากของเขาแฝงไปด้วยความน่าเอ็นดูหลายส่วนในน้ำเสียงนั้น“คุณอยากทานอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าคะ?” คนถูกเชิญชวนให้มารับประทานมื้อเที่ยงร่วมกันเอ่ยถามอย่างอ่อนโยน ความเอาใจใส่ของหญิงสาวทำให้เขารู้สึกอบอุ่นในหัวใจด้านชาไม่น้อย“คุณทานอาหารอิตาเลียนได้ไหม พอดีผมคิดถึงบ้านเกิดนิดหน่อยน่ะ” หนุ่มต่างชาติเอ่ยขอความเห็นจากหญิงสาว ความเชื่อมโยงเดียวที่ทั้งคู่มีเหมือนกันแล้วพอจะแลกเปลี่ยนกันได้ก็คงเป็นการมีบิดาเป็นชาวอิตาเลียนเหมือนกัน
ร่างบางของหญิงสาวลูกครึ่งผู้มีใบหน้าสวยคมทว่าดูอ่อนหวานแฝงไปด้วยความเย้ายวนเดินเข้ามายังบริษัทในทันทีหลังจากก้าวขาเรียวยาวของเธอลงจากรถของชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นแฟนหนุ่ม การพูดคุยกันในมุมของการปรับมุมมองซึ่งไม่สามารถเรียกได้เต็มปากว่าเป็นการปรับความเข้าใจสำหรับทั้งคู่นั้นเพิ่งผ่านพ้นมาได้ไม่นานจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่มิลานได้พบเจอมานั้นไม่สามารถทำให้มุมมองความรักของเธอเป็นแบบเดิมได้อีกต่อไป จะโทษว่าเรื่องทั้งหมดเป็นความผิดของผู้ชายไม่รู้จักพอก็คงจะไม่ได้ในเมื่อเธอเองก็มีส่วนผิดที่เลือกจะมอบใจให้เขาหากจะกล่าวว่าความรักทำให้คนตาบอดนั้นก็ไม่ผิดนักเพราะหญิงสาวร่างโปร่งคนนี้ไม่ใช่คนโง่ เธอยินยอมปิดตาข้างหนึ่งมาโดยตลอดเพราะหวาดกลัวว่าหากรู้ความจริงเข้าแล้วจะสูญเสียเขาไป แต่ว่าความเป็นจริงนั้นกลับเลวร้ายเกินกว่าจะจินตนาการเมื่อความอดทนไม่ใช่คำตอบ เส้นความอดทนของเธอได้ขาดลงเมื่อพบว่าหญิงสาวที่ชายคนรักของเธอปันใจให้นั้นแท้จริงแล้วเป็นแฟนเก่าของเขาเองเป็นใครก็ต้องรู้สึกเจ็บแค้นไม่ว่าพื้นฐานของคนคนนั้นจะใจดีหรือเป็นแม่พระมาจากไหนก็ตาม ยิ่งคนที่ทั้งรักและดูแลเอาใจใส่เขาเป็นอย
เอี๊ยด!ตุบ!หลังการตัดสินใจใช้ความกล้าตะโกนความเป็นจริงใส่เขาไปเพื่อเรียกสติ คนตัวโตที่ทำหน้าที่ควบคุมพวงมาลัยรถก็เหยียบเบรกลงโดยฉับพลัน ล้อรถถูกหยุดเอาไว้เกิดแรงเสียดทานกับถนนจนได้กลิ่นไหม้ของยางรถโชยเข้ามาแตะจมูก แรงเหวี่ยงจากการหยุดรถกะทันหันทำให้ร่างของฉันถูกเหวี่ยงไปด้านหน้ารถหากไม่มีเข็มขัดนิรภัยคงได้รับบาดเจ็บไม่น้อย“พี่เสียสติไปแล้วเหรอ?!” ฉันเอ่ยถามคนข้างๆ ทันทีที่รถหยุดนิ่ง ความดันในเลือดและชีพจรพุ่งขึ้นสูงเกินกว่าที่ควรจะเป็นจากเหตุการณ์น่าตกใจเมื่อครู่“นั่นสินะ พี่คงเสียสติไปแล้วล่ะ...” ใบหน้าหล่อเหลามองตรงไปข้างหน้าด้วยแววตาเลื่อนลอย สร้างความหวาดกลัวให้กับฉันไม่น้อยเพราะสติของเขาในตอนนี้มันไม่อยู่กับเนื้อกับตัวจนไม่เหมือนคนปกติไปแล้ว“ถ้าเสียสติก็ไปพบจิตแพทย์เถอะค่ะ อย่ามาทำให้คนอื่นเขาเป็นอันตรายไปด้วย” ฉันบอกกับคนร่างสูงด้วยน้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย เดาทางสภาวะอารมณ์ของเขาไม่ออกเลยจริงๆ“ฉันเสียสติก็เพราะเธอไงวะมิลาน! เพราะเธอแม่งจะทิ้งฉันไปหาไอ้เวรนั่นไง!” สุดท้ายทุกอย่างก็วนกล







