FAZER LOGINโลกทั้งใบของฉันนิ่งงันราวกับหยุดหมุน ดวงตาสีฟ้าเขียวของชายที่ชื่อ ‘แม็กซ์เวลล์’ ยิ่งม
ฉันกำลังถูกเจเดนกระแทกในท่าลิงอุ้มแตงอยู่...ความใหญ่โตถูกสอดใส่เข้ามาในโพรงสวาทรวดเดียวจนสุดทำให้ฉันรู้สึกจุกไม่น้อยแต่กลับทำอะไรไม่ได้เลย สองมือคอยโอบรอบคอของเขาเอาไว้ไม่ให้ตกลงไปบนพื้นสกปรก ขาเรียวเล็กทั้งสองเองก็ต้องทำหน้าที่เกี่ยวกระหวัดเอวหนาเอาไว้“จะ...จุกค่ะ อ๊า!” ฉันเปล่งเสียงร้องครวญครางออกมาโดยไม่สามารถควบคุมได้“หึ! เธอควรจะชินได้แล้วนะ” คนตัวโตแค่นเสียงหัวเราะในลำคอออกมา จังหวะอัดกระแทกความเป็นชายอุ่นร้อนเข้าออกในร่างกายของฉันยังคงความดุดันอย่างต่อเนื่อง“อ๊ะ! อ๊ะ...อา”เสียงครางจากปากของฉันดังลั่นในเขตพื้นที่รกร้างแห่งนี้อย่างต่อเนื่อง นึกหวั่นเกรงในใจไม่น้อยหากมีคนเข้ามาเจอเราควรจะทำอย่างไรต่อดี แต่ดูเหมือนว่าคนที่กังวลใจจะมีแค่ฉันเพียงคนเดียวเพราะเจ้าของแท่งเอ็นใหญ่นั้นกำลังชอบอกชอบใจที่ได้ยินเสียงครางของฉันอยู่“กระแทกแรงๆ ไม่ถนัดเลยว่ะ” เขาบ่นอุบอิบออกมาระหว่างที่พยายามเพิ่มทวีคูณความรุนแรงในการร่วมเพศแต่ด้วยท่วงท่าที่ค่อนข้างควบคุมลำบากทำให้เขาไม่สามารถทำมันได้อย่างเต็มที่ปึก!เรือนร่างเล็กของฉันถูกวางลงบนฝ
เพล้ง!“กรี๊ด!!!”มือหนาต่อยลงเต็มแรงบนกระจกรถฝั่งที่นั่งข้างคนขับ เผยให้เห็นรอยร้าวบนกระจกรถบานหนา ฉันหวีดร้องออกมาด้วยความตกใจกลัวในทันทีเมื่อกำปั้นของเขาเฉียดผ่านศีรษะของฉันไปเพียงนิดเดียว“ฮึก! มะ...มิยอมแล้วค่ะพี่เจย์ อึก!” ฉันบอกกับร่างหนาของปีศาจร้ายก่อนจะเปิดประตูรถลงไปด้วยแรงอันสั่นเทา แสงตะวันรำไรที่กำลังลับขอบฟ้ายังสาดส่องเข้ามากระทบกับร่างกายของฉันผ่านรอยผุพังของผนัง“ขึ้นไปนั่งบนกระโปรงรถ” เขาเดินตามลงจากรถมาพลางออกคำสั่งให้ฉันขึ้นไปนั่งบนฝ่ากระโปรงรถ“...” ฉันยอมทำตามอย่างว่าง่าย ค่อยๆ ปีนขึ้นไปนั่งลงบนฝากกระโปรงรถตามคำสั่งของเขา ความร้อนบนผิวรถจากการถูกแสงแดดสาดส่องมาเป็นเวลานานทำให้ฉันอยากจะลุกออกไปสียตอนนี้แต่กลับทำไม่ได้ ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยบาดแผลยกยิ้มพอใจก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายวิดีโอ“แหกขาออก” น้ำเสียงทุ้มหนาเรียบนิ่งก่อนจะออกคำสั่งต่อมา“อึก...” ฉันกลืนก้อนสะอื้นลงไปในคอ หยดน้ำตารินไหลด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ ไม่รู้ว่าตัวเองไปทำกรรมอะไรไ
วันแสนยาวนานแห่งการทำงานได้ผ่านพ้นไปอีกหนึ่งวัน หลังจากที่เหมราชเพื่อนสนิทของเจเดนได้ปั่นประสาทฉันแล้วถูกฉันทำกลับ เขาก็หายตัวไปจากบริษัทในทันทีพร้อมกับอดีตคนรักอย่างรุ่นพี่สาวของฉัน พวกผู้ชายนี่ก็แปลกคนเสียจริง ตอนที่คนเขายังรักกลับไม่เห็นค่า พอเขาไม่เอาขึ้นมากลับเอาตัวเองไปยัดเยียดให้เขาตลกร้ายจริงๆ ...ฉันเดินออกจากตึกสูงหลายสิบชั้นตัวคนเดียวเพราะวันนี้รุ่นพี่สาวกลุ่มประจำต่างก็ต้องอยู่เคลียร์งานจนค่ำมืด ฉันเลยออกมาเรียกรถกลับเองเพราะไม่อยากรบกวนแม็กซ์เวลล์ให้มารับ แต่ก่อนจะได้เรียกรถแท็กซี่กลับไปยังที่พักสายตาก็บังเอิญไปเจอเข้ากับร่างสูงที่ใบหน้าเต็มไปด้วยบาดแผล ฉันมองเข้านิ่งอยู่พักหนึ่งก่อนจะเบนสายตาหนีออกมาแกล้งทำเป้นมองไม่เห็นแล้วเดินผ่านไปแต่ทว่า...หมับ!ข้อมือบางถูกคว้าเอาไว้โดนเจ้าของร่างหนาที่ฉันตั้งใจจะเดินผ่านไปโดยไม่ทักทาย ฉันหยุดเดินก่อนจะหันกลับไปมองหน้าเขาด้วยสายตาเรียบเฉย รอยฟกช้ำตามใบหน้าและคราบเลือดแห้งกรังตรงมุมปากทำให้รู้ว่าเขายังไม่ได้ทำแผลเลยแม้แต่น้อย“เรามีเรื่องต้องคุยกัน” เขาพูดเสียงเข้ม ดวงตาสีอ่อ
ตุบ! “อั่ก!” ผมงอตัวกุมสีข้างด้วยความเจ็บปวดเมื่อได้รับแรงเตะเข้ามาที่สีข้างของตัวเองเต็มแรงไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากระดูกซี่โครงจะหักหรือเปล่า “ถ้ามึงดูแลเธอได้แค่นี้ ปล่อยให้กูดูแลเอง” มันเอ่ยกับผมเสียงเหี้ยมก่อนจะทิ้งบุหรี่ที่เพิ่งจะจุดขึ้นมาสูบลงบนพื้นใกล้กับร่างของผมพลางมองด้วยสายตาเหยียดหยาม เท้าของมันค่อยๆ ขยี้ตามลงมาช้าๆ เป็นการตักเตือนทางอ้อม “เกิดอะไรขึ้นคะ” เสียงหวานคุ้นหูของคนที่ผมเฝ้ารอมาตลอดทั้งคืนดังขึ้นพร้อมกับใบหน้าตื่นตระหนก เธอคงกำลังเป็นห่วงผมอยู่แน่นอนถึงได้มีสีหน้าแบบนั้น “ผู้ชายคนนี้มาดักรอคุณหน้าห้องแล้วหาเรื่องผมน่ะ” มันชิงฟ้องทุกอย่างตัดหน้าผมที่ยังนอนกองกับพื้นจุกจนพูดแทบไม่ออก 
(Jayden’s Part) มิลานกำลังดื้อกับผม... สี่ปีก่อนผมบังเอิญเจอกับเธอตอนที่ถูกแฟนสาว ณ ตอนนั้น อย่างชิชาบอกเลิกเพื่อไปคบกับคนอื่น ตัวของผมในตอนนั้นรู้สึกหลงทางเหมือนโลกทั้งใบกำลังล่มสลายอยู่ตรงหน้า แต่แล้วก็มีผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูแล้วคงจะเพิ่งเข้าสู่วัยสาวได้ไม่นานนักอย่างมิลานเข้ามาช่วยปกป้องผมจากแผ่นฟ้าที่กำลังแหลกสลาย ร่างเล็กนั่นเดินเข้ามากางร่มให้กับผมท่ามกลางสายฝนโหมกระหน่ำราวท้องฟ้ากำลังร่ำไห้กับความสัมพันธ์ที่เพิ่งจะพังลงไม่เป็นท่าของผม รอยยิ้มหวานหยดย้อยของเธอช่างดูไร้พิษภัยเข้ามาช่วยชะล้างบาดแผลสกปรกและหัวใจที่เป็นบาดแผลเหวอะหวะจากการทอดทิ้งของชิชา ผมจงใจใช้เธอเป็นเครื่องมือในการเยียวยาตัวเองและเป็นที่ระบายความใคร่ยามความต้องการปะทุขึ้นมา แต่แล้วทุกอย่างกลับผิดแผนไปหมดเมื่อร
โลกทั้งใบของฉันนิ่งงันราวกับหยุดหมุน ดวงตาสีฟ้าเขียวของชายที่ชื่อ ‘แม็กซ์เวลล์’ ยิ่งมองเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกว่ามันช่างคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก ความรู้สึกอ่อนโยนเหมือนได้กลับบ้านแสนอบอุ่นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน น่าประหลาดเสียจริงที่การพบเจอกันขึ้นแรกของเราทำให้เกิดความรู้สึกแบบนี้ขึ้นเมื่อแนะนำตัวกันเสร็จเรียบร้อยแล้วพวกเราทั้งสี่คนก็แยกย้ายกันไปนั่งที่โซฟาแต่ละตัวโดยพี่วิเวียนนั่งข้างๆ ชายคนรักของเธออย่างออสติน ส่วนพี่อารินถูกดึงลงไปนั่งข้างกับชายที่ดูมืดมนจนน่ากลัว รู้สึกว่าน่าจะชื่อเวคินทร์มั้ง ทางด้านของคุณร่มเกล้าใช้เวลาเพียงไม่นานก็สามารถพูดคุยกับน้องชายของออสตินได้อย่างสนิทสนม ฉันที่ถูกจัดแจงให้นั่งข้างแม็กซ์เวลล์ยังคงนั่งเงียบไม่พูดไม่จาเนื่องจากชวนคุยไม่เก่ง“ชื่อมิลานเหรอ?” อีกฝ่ายเปิดประโยคถามขึ้นมาก่อน“ใช่ค่ะ” ฉันพยักหน้าตอบรับ สายตาของเขาที่ใช้มองไม่ได้ดูหื่นกระหายเหมือนผู้ชายคนอื่นแต่มันกลับดูอ่อนโยนเหมือนมองคนในครอบครัว“ปีนี้อายุเท่าไหร่แล้ว?” คำถามแปลกๆ เหมือนกำลังถามลูกหลานที่ไม่ได้กันมานานนี่มัน







