INICIAR SESIÓNฉันพ่ายแพ้ต่อเจเดนอย่างหมดรูป สุดท้ายแผนการที่แม็กซ์เวลล์วางเอาไว้ก็พังลงไม่เป็นท่า ตกเป็นเบี้ยล่
อีกด้านหนึ่ง...หนุ่มหล่อลูกครึ่งอิตาลี-อังกฤษที่บังเอิญมาจัดการธุระของครอบครัวและต่อยอดทางด้านธุรกิจในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ทำการจอดเทียบรถสปอร์ตเปิดประทุนคันหรูของตัวเองหน้าบริษัทแห่งหนึ่งในเครือ SRK Group อันมีชื่อเสียงเลื่องลือทั้งในและนอกประเทศเพื่อรอรับพนักงานสาวคนสวย“มาถึงนานหรือยังคะ?” หญิงสาวเอ่ยทักทายเขาพอเป็นพิธีก่อนจะถามไถ่เรื่องทั่วไปตามประสาคนรู้จักกัน“สักพักแล้ว ผมอยู่แถวนี้พอดีเลยลองชวนมิลานไปทานมื้อเที่ยงด้วยกัน” ภาษาไทยสำเนียงแปลกๆ ฟังไม่ค่อยชัดเท่าไหร่จากปากของเขาแฝงไปด้วยความน่าเอ็นดูหลายส่วนในน้ำเสียงนั้น“คุณอยากทานอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าคะ?” คนถูกเชิญชวนให้มารับประทานมื้อเที่ยงร่วมกันเอ่ยถามอย่างอ่อนโยน ความเอาใจใส่ของหญิงสาวทำให้เขารู้สึกอบอุ่นในหัวใจด้านชาไม่น้อย“คุณทานอาหารอิตาเลียนได้ไหม พอดีผมคิดถึงบ้านเกิดนิดหน่อยน่ะ” หนุ่มต่างชาติเอ่ยขอความเห็นจากหญิงสาว ความเชื่อมโยงเดียวที่ทั้งคู่มีเหมือนกันแล้วพอจะแลกเปลี่ยนกันได้ก็คงเป็นการมีบิดาเป็นชาวอิตาเลียนเหมือนกัน
ร่างบางของหญิงสาวลูกครึ่งผู้มีใบหน้าสวยคมทว่าดูอ่อนหวานแฝงไปด้วยความเย้ายวนเดินเข้ามายังบริษัทในทันทีหลังจากก้าวขาเรียวยาวของเธอลงจากรถของชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นแฟนหนุ่ม การพูดคุยกันในมุมของการปรับมุมมองซึ่งไม่สามารถเรียกได้เต็มปากว่าเป็นการปรับความเข้าใจสำหรับทั้งคู่นั้นเพิ่งผ่านพ้นมาได้ไม่นานจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่มิลานได้พบเจอมานั้นไม่สามารถทำให้มุมมองความรักของเธอเป็นแบบเดิมได้อีกต่อไป จะโทษว่าเรื่องทั้งหมดเป็นความผิดของผู้ชายไม่รู้จักพอก็คงจะไม่ได้ในเมื่อเธอเองก็มีส่วนผิดที่เลือกจะมอบใจให้เขาหากจะกล่าวว่าความรักทำให้คนตาบอดนั้นก็ไม่ผิดนักเพราะหญิงสาวร่างโปร่งคนนี้ไม่ใช่คนโง่ เธอยินยอมปิดตาข้างหนึ่งมาโดยตลอดเพราะหวาดกลัวว่าหากรู้ความจริงเข้าแล้วจะสูญเสียเขาไป แต่ว่าความเป็นจริงนั้นกลับเลวร้ายเกินกว่าจะจินตนาการเมื่อความอดทนไม่ใช่คำตอบ เส้นความอดทนของเธอได้ขาดลงเมื่อพบว่าหญิงสาวที่ชายคนรักของเธอปันใจให้นั้นแท้จริงแล้วเป็นแฟนเก่าของเขาเองเป็นใครก็ต้องรู้สึกเจ็บแค้นไม่ว่าพื้นฐานของคนคนนั้นจะใจดีหรือเป็นแม่พระมาจากไหนก็ตาม ยิ่งคนที่ทั้งรักและดูแลเอาใจใส่เขาเป็นอย
เอี๊ยด!ตุบ!หลังการตัดสินใจใช้ความกล้าตะโกนความเป็นจริงใส่เขาไปเพื่อเรียกสติ คนตัวโตที่ทำหน้าที่ควบคุมพวงมาลัยรถก็เหยียบเบรกลงโดยฉับพลัน ล้อรถถูกหยุดเอาไว้เกิดแรงเสียดทานกับถนนจนได้กลิ่นไหม้ของยางรถโชยเข้ามาแตะจมูก แรงเหวี่ยงจากการหยุดรถกะทันหันทำให้ร่างของฉันถูกเหวี่ยงไปด้านหน้ารถหากไม่มีเข็มขัดนิรภัยคงได้รับบาดเจ็บไม่น้อย“พี่เสียสติไปแล้วเหรอ?!” ฉันเอ่ยถามคนข้างๆ ทันทีที่รถหยุดนิ่ง ความดันในเลือดและชีพจรพุ่งขึ้นสูงเกินกว่าที่ควรจะเป็นจากเหตุการณ์น่าตกใจเมื่อครู่“นั่นสินะ พี่คงเสียสติไปแล้วล่ะ...” ใบหน้าหล่อเหลามองตรงไปข้างหน้าด้วยแววตาเลื่อนลอย สร้างความหวาดกลัวให้กับฉันไม่น้อยเพราะสติของเขาในตอนนี้มันไม่อยู่กับเนื้อกับตัวจนไม่เหมือนคนปกติไปแล้ว“ถ้าเสียสติก็ไปพบจิตแพทย์เถอะค่ะ อย่ามาทำให้คนอื่นเขาเป็นอันตรายไปด้วย” ฉันบอกกับคนร่างสูงด้วยน้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย เดาทางสภาวะอารมณ์ของเขาไม่ออกเลยจริงๆ“ฉันเสียสติก็เพราะเธอไงวะมิลาน! เพราะเธอแม่งจะทิ้งฉันไปหาไอ้เวรนั่นไง!” สุดท้ายทุกอย่างก็วนกล
วาจาร้ายกาจมากมายจากปากของชายตรงหน้าผู้มีสถานะเป็นแฟนหนุ่มไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกเจ็บปวดหรือสะเทือนใจเลยสักนิด เพียงข้ามคืนเขาก็ทำเหมือนกับคำสารภาพรักที่ผ่านพ้นไปนั้นไร้ความหมายเสียแล้ว แค่ฉันทำอะไรขัดใจเข้าหน่อยเขาก็พร้อมจะหาคำพูดแย่ๆ มาทำร้ายกันเสมอรักแบบไหน...ฉันถอนหายใจออกมาช้าๆ พยายามเดินเลี่ยงเขาออกไปเพราะไม่อยากจะมายืนต่อปากต่อคำอะไรอีก ยิ่งทำแบบนั้นก็ยิ่งไร้ประโยชน์ ระหว่างเรายังมีข้อตกลงแสนเห็นแก่ตัวที่เขาเป็นคนคิดมันขึ้นมาขั้นกลางอยู่ ได้แต่ภาวนาให้ตัวเองหลุดพ้นโดยเร็วก็เท่านั้นหมับ!ทว่าคนตัวสูงกลับไม่ยอมให้ความร่วมมือ พอฉันจะหลีกออกไปเพื่อยุติการมีปากเสียงเขากลับคว้าต้นแขนของฉันเอาไว้พร้อมออกแรงดึงให้ฉันกลับไปเผชิญหน้าเขาอีกครั้งทั้งที่เราทั้งคู่ต่างรู้ดีว่ายิ่งใช้เวลาด้วยกันมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีแต่การทำร้ายความรู้สึกกันและกัน“พอเถียงไม่ได้ก็เดินหนีเหรอวะ” เขาเอ่ยปากหาเรื่องฉันไม่จบไม่สิ้น เรียวลิ้นในปากดุนกระพุ้งแก้มเบาๆ กวนประสาทฉันไม่จบไม่สิ้น“ฉันไม่อยากต้องมาเถียงกับพี่เรื่องไร้สาระนะ” ฉันปรายตามองใบหน
“แต่พอเวลาผ่านไปเป็นปีเธอก็ยังคงทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เชื่อฟังพี่เหมือนเดิมทั้งที่มีพิรุธให้เห็นตลอด” เขาพูดพลางแค่นหัวเราะเหมือนกำลังเล่นเกมสักอย่างแล้วไปไม่ถึงจุดไคลแม็กซ์อย่างที่ตัวเองต้องการ“หยะ...หยุดสักที ฮึก! พี่มันคนไร้หัวใจ!” ฉันร้องไห้ออกมาอย่างหนัก ปลดปล่อยความเสียใจออกมาจนหมด ไม่คาดคิดว่าเขาจะทำเรื่องเลวร้ายอย่างไร้เหตุผลได้ถึงขนาดนี้ การฉุดรั้งฉันเอาไว้แล้วบังคับให้ตั้งท้องคงจะเป็นเรื่องปกติสำหรับเขาแล้วล่ะ“ตอนที่เธอจับได้ พี่ดีใจมากเลยด้วยซ้ำ ในที่สุดก็จะได้เห็นเธอแสดงอาการหึงหวงสักที พี่คิดแผนง้องอนเธอไว้เป็นร้อย”“...” ร่างกายอันหนักอึ้งของฉันเริ่มประมวลผลคำพูดของเขาไม่ออก ระบบต่าง ๆ เริ่มทำงานผิดปกติ อาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงพรากเอาการมองเห็นไปจากฉันจนภาพตรงหน้ามืดสนิท เสียงดังแสบแก้วหูราวกับมีคนเป่านกหวีดอยู่ข้างกัน แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังพยายามฝืนร่างกายตัวเอง“ตอนที่เธอบอกเลิกกัน ยอมรับว่าพี่โมโหจนขาดสติทำร้ายเธอ แต่พี่ก็ได้รู้ความจริงอย่างหนึ่ง”“...”
พายุสวาทโหมกระหน่ำได้พัดผ่านไปแล้ว...เสียงหายใจหอบถี่ของชายหนุ่มด้านบนยังคงดังเข้ามาในโสตประสาทของฉันอย่างต่อเนื่อง จุดเชื่อมกลางกายสอดประสานคาเอาไว้ดังเดิม เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาโน้มตัวลงมาพรมจูบบริเวณหน้าผากมนอย่างแผ่วเบา น่าเสียดายที่พฤติกรรมทั่วไปในฐานะคู่รักเหล่านี้ไม่สามารถทำให้ฉันสัมผัสได้ถึงมันเลยสักนิดเวลาผ่านไปนานพอสมควรแต่คนร่างสูงก็ยังไม่ลุกออกไปจากฉันเลย ร่างหนาทาบทับร่างกายของฉันเอาไว้ในท่วงท่าหมิ่นเหม่ดังเดิม ฉันเบือนสายตาจากเขาเสมองไปทางอื่นเมื่อหวนคิดถึงเรื่องราวร้าย ๆ ต่าง ๆ ที่ผ่านมาถูกกระทำเหมือนไม่ใช่คนขนาดนี้หากยังรักลงฉันก็คงบ้าไปแล้วนั่นแหละ การฉุดรั้งเอาไว้ด้วยข้ออ้างว่าให้อุ้มท้องช่างเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นเสียจริง คงไม่มีคนปกติที่ไหนเขาทำกันหรอก ยิ่งในฐานะคนเคยรักกันยิ่งควรเห็นอกเห็นใจกัน แต่กับชายตรงหน้านี้กลับแตกต่างออกไป เห็นฉันเป็นตัวแทนของแฟนเก่าก็ว่าเจ็บแล้ว นี่ให้ฉันเป็นแม่พันธุ์ผลิตลูกยิ่งหนักเข้าไปอีกอยากจะหัวเราะออกมาดัง ๆ เสียจริง...นี่มันตลกร้ายเกินไปแล้ว...เจเดนที่ฉันเคยหลงผิดคิดว่าเขาดีมาตลอดวันน







