Masuk“พวกมึงแม่ง” ผมสบถก่อนจะลุกขึ้นเดินไปนอกบ้าน หยิบบุหรี่ขึ้นมาหนึ่งมวน จุดไฟแล้วจัดการอัดลงปอดแน่น ๆ พ่นลมเอาควันสีขาวออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
พรุ่งนี้ผมจะหลบหลีกไม่ให้น้องจอยเดินมาหาได้ยังไง… แล้วถ้าน้องจอยเจอกับขวัญข้าวจะเกิดอะไรขึ้น เพราะผมไม่ได้บอกน้องไปว่าขอร้องให้ขวัญข้าวมาแกล้งเป็นแฟนเพราะจะเลิกกับเธอให้เด็ดขาด
บอกไปแบบนั้นไม่ได้แน่ ๆ
แล้วถ้าขวัญข้าวเจอกับน้องจอย รับรองได้เลยว่ามันคงไม่เอาน้องไว้ถ้าเห็นน้องหาเรื่องก่อน
แค่คิดหัวก็จะระเบิด
แต่ก่อนที่ผมจะคิดมากไปกว่านี้ ในหัวผมฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า น้องจอยยื่นข้อเสนอเป็นเด็กของผมเงียบ ๆ ก็ได้ ถ้าผมบอกน้องก็ไม่อยากให้ขวัญข้าวรู้เรื่องของเรา น้องมันก็คงทำตาม
…อยู่ละมั้ง
แล้วก็เป็นไปอย่างที่คาด เมื่อผมรีบหยิบโทรศัพท์มือถือกดเบอร์โทรหาน้องจอยทันที ตอนนี้อะไร ๆ มันก็คงจะง่ายขึ้นเพราะน้องยอมที่จะทำตามข้อเสนอเพราะกลัวว่าผมจะเท
ส่วนผมไม่ได้รู้สึกรัก รู้สึกชอบอะไรน้องมันแล้วสาเหตุก็มาจากเรื่องที่จับได้นั่นแหละ รู้ดีว่าน้องอยู่กับผมเพราะเงิน ส่วนผมนั้นที่ยังยอมให้น้องกลับเข้ามาในชีวิตเพราะแพ้น้ำตา
เหตุผลพอฟังขึ้นอยู่แหละ
การที่ได้คุยกับน้องเมื่อครู่ทำให้ผมเบาใจ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องแคร์ขวัญข้าวขนาดนี้ อาจจะเป็นเพราะมันคือเพื่อนผู้หญิงคนเดียวที่ผมมี และมันก็ช่วยผมเรื่องเรียนมาโดยตลอด
เรียกได้ว่าผมน่ะ สนิทใจกับมันโดยที่ไม่มีทางคิดเกินเลยอะไรแน่ ๆ …อย่างที่เคยบอกเอาไว้ ผมไม่เอาเพื่อนเป็นแฟน
ผมกลับเข้ามาหาเพื่อนที่ตอนนี้นั่งคุยกันอย่างเหงา ๆ แค่สองคน
“วันนี้อยากได้ผู้หญิงไหม” ผมส่ายหน้าให้ ปกติมันก็ชอบเป็นแบบนี้ ซื้อกินดีกว่าผูกมัด
เพิ่งเคลียร์เรื่องผู้หญิงไป ผมคงจะมีอารมณ์มาเล่นจ้ำจี้ในวันนี้หรอก ส่วนไอ้เลโอก็ส่ายหน้ารัว ประกาศตัวเองว่าจะไม่ยุ่งกับผู้หญิงคนไหนนอกจากน้องพระพาย
เห็นมันแบบนั้นมันก็หลงเด็กของมันจนโงหัวไม่ขึ้นเหมือนกัน
ผมใช้เวลานั่งดื่มกับพวกมันจนดึกดื่น เกือบทุกครั้งพวกมันเมาก็จะนอนค้างที่นี่ เช้ามามีเรียนก็ใส่เสื้อของผมนั่นแหละ เพราะขนาดตัวของพวกเราไม่ได้ต่างกัน ไอ้ที่เห็นชุดนักศึกษาเยอะ ๆ น่ะ ผมซื้อเผื่อ…ใส่ไปไม่เคยซักกลับมาคืน
ช่วงเช้าพวกมันตื่นขึ้นมาอาบน้ำอาบท่า แล้วลงมากินข้าวต้มที่ผมบอกแม่บ้านให้ทำเอาไว้ พวกมันน่ะอดข้าวกันได้ที่ไหน ร้องโอดโอยลำบากก็หาอะไรกินที่มหา’ลัยอีก แต่ก็นั่นแหละผมเห็นวันนี้มีเรียนเช้า ถ้าให้เร่งรีบก็ไม่เอาด้วยหรอก
กินมันซะทีนี้ให้จบ ๆ
แล้วเตรียมใจไปหาขวัญข้าว
เมื่อพวกเราทั้งสามคนมาถึง ก็เห็นขวัญข้าวนั่งรออยู่ที่ประจำ นั่นก็คือโต๊ะม้าหินอ่อนใต้ต้นไม้หน้าตึกคณะ
พวกผมเรียนอยู่คณะบริหาร เหตุผลก็ไม่มีอะไรมากบริหารงานต่อจากครอบครัว
ไอ้เลโอบริหารงานต่อจากป๊าแม่ช่วยพี่ชาย บ้านมันทำกิจการน้ำดื่มและโรงน้ำแข็ง มันบอกว่าจากตอนแรกที่บ้านไม่มีฐานะอะไร เรียกว่าจน
ด้วยซ้ำ แต่ความพยายามของป๊าแม่มันก็ทำให้มีเงินมีทองใช้มากมายขนาดนี้ บ้านมันไม่ค่อยเคร่งเพราะคนที่รับหน้าที่หลัก ๆ ก็จะเป็นพี่ชายรายนั้นน่ะห่วงไอ้เลโออย่างกับอะไร นิด ๆ หน่อย ๆ ก็ไม่อยากให้น้องชายลำบาก เฮียลี่มองจากภายนอกดูก็รู้ว่าเป็นผู้ชายอบอุ่นขยันทำงาน ผิดกับไอ้เลโอที่ไม่ได้เรื่องสักอย่าง
ส่วนบ้านของไอ้คีย์ เรียกได้ว่าเข้าข่ายกดดันสุด ๆ มันเป็นลูกชายคนเดียวที่ต้องสืบทอดกิจการรถนำเข้า เห็นมันเป็นอย่างนั้นมันก็ชอบความเร็ว ออกไปแข่งรถเกือบทุกอาทิตย์
บ้านมันนั่นแหละที่ทำให้มันเป็นคนเย็นชาแบบนี้ นี่ดีขึ้นจากตอนปี 1 เยอะมาก ๆ แล้ว ตอนนั้นมันแทบไม่พูดอะไรออกมา ได้แต่ทำหน้านิ่ง
กวนตีนรุ่นพี่ไปวัน ๆ เกือบโดนหมายหัวเพราะหน้าที่เย็นชาของมันนั่นแหละส่วนผมก็อย่างที่บอกป๊าม้าไม่ค่อยเคร่งอะไร มีแต่บ่นตามประสา ก็อย่างว่าป๊ายังทำงานไหว แต่ก็ไม่ใช่ว่าผมจะไม่เอาการเอางานเสียอย่างเดียว เรียนจบก็ตั้งใจไว้ว่าจะช่วยท่านดูแลกิจการเครื่องเพชร และโรงแรมที่ท่านพยายามสร้างมาให้ดีที่สุด
“กว่าจะเสด็จมาได้ อีกสิบนาทีก็เข้าเรียนแล้ว”
“ก็ไอ้พฤกษ์นั่นแหละ บังคับกูแดกข้าวที่บ้านมัน” ไอ้เลบ่นอุบออกมา แล้วรู้ได้เลยว่าคำถามต่อไปขวัญข้าวก็ต้องสงสัยว่าทำไมถึงไม่โทรชวนมัน
“มันรู้ไงว่าถ้าไม่บังคับมึงกินเดี๋ยวมึงก็ต้องหาข้าวกินที่นี่ ชักช้า”
คีย์ว่า“ไปกินเหล้าที่บ้านพฤกษ์กันมาเหรอ” ขวัญข้าวถามเสียงอ่อนรู้ได้ในทันทีเลย มันกำลังน้อยใจ
…ผู้หญิงเป็นแบบนี้กันหมดหรือเปล่า
“ไม่ต้องมาทำหน้าแบบนั้นเลย กูเห็นว่าเมื่อวานมึงรับศึกหนักมาก็เลยอยากให้พัก” บอกเหตุผลที่ผมโกหก แต่โชคยังเข้าข้างอยู่บ้าง ที่มัน
พยักหน้าเข้าใจ แล้วชวนคุยเรื่องอื่น“รายงานไปถึงไหนกันแล้ว เสร็จหรือยัง”
“ยัง” พวกเราทั้งสามคนเลยออกมาพร้อมกัน ทำให้ขวัญข้าวส่ายหัวทำหน้าเอือมระอา
“กูจะไม่ช่วยพวกมึง”
“น้องกิ่งก็อยากทำเค้กค่ะ” วางตัวเด็กทั้งคู่ลงจากนั้นกวินและ น้องกิ่งก็วิ่งนำไปที่ครัวที่มีแม่ของฉันอยู่“แล้วปะป๊าอยากไปทำเค้กด้วยไหมคะ”“เดี๋ยวพฤกษ์ช่วยข้าวนะ”“น่ารักที่สุด” ฉันบีบจมูกของเขาไปหนึ่งที“แล้ววันนี้วันเกิดข้าว ข้าวอยากไปไหนไหม” แต่งงานกันมาก็หกปีแล้ว การออกไปนอกบ้านทุกเทศกาลสำคัญมันก็ดูไม่น่าตื่นเต้นมากเท่าไหร่“ไม่เอาอะทำกับข้าวกินที่บ้านดีกว่า ชวนป๊ากับแม่ด้วยสิ”“แล้วก็เถ้าแก่เฮงด้วยดีไหม” เถ้าแก่เฮงที่บอกว่าตัวเองป่วยบ่อยกลัวว่าจะไม่เห็นหน้าหลาน ตอนนี้ก็ยังคงแข็งแรงดี พูดไปเพราะอยากจะเร่งรัดให้ฉันมีหลานเร็ว ๆ แค่นั้นแหละ“ได้” ฉันฉีกยิ้ม“พฤกษ์โทรชวนป๊ากับแม่มาก่อนนะ แล้วก็เถ้าแก่เฮงจะโทรบอกแล้วให้คนขับรถไปรับ” ฉันรู้ดีว่าต่อให้พฤกษ์บอกว่าจะให้คนขับรถไปรับเถ้าแก่ เดี๋ยวท่านก็ปฏิเสธอยู่ดีรายนั้นมาที่นี่ทีไรก็มักจะให้คนขับรถที่บ้านตัวเองพามาตลอด บอกว่าไม่อยากรบกวน“ปะเดี๋ยวเราไปทำขนมกัน” ฉันบอกพฤกษ์แต่คนตัวโตก็เดินเข้ามาหาพร้อมกับประคอง“ข้าวจะไม่เหนื่อยใช่ไหม”“แค่ทำขนมเองจะเหนื่อยได้ยังไง”“พฤกษ์ไม่อยากให้ข้าวเหนื่อย เป็นห่วงเจ้าตัวเล็กด้วย” ตอนนี้ฉันตั้งท้องลูก
“ฮะ อย่าบอกนะว่า…”“เออ ตอนนี้กูกำลังจะเป็นพ่อแล้ว”“เฮ้ย ใครจะไปคิดว่าคนแบบมึงก็มีน้ำยา”“นี่มึงหมายความว่าอะไรไอ้เลโอ”“ก็เปล่า แล้วบอกไอ้คีย์หรือยัง”“กำลังจะโทร”“เออ ๆ รีบโทรเลย อยู่ไหนก็ส่งโลเคชันมาด้วยเดี๋ยวกูรีบไปหา กูจะมีหลานแล้วว่ะ” ตอนนี้น้ำเสียงของไอ้เลโอก็ดูตื่นเต้นไม่ต่างกันวางสายจากมันก็รีบโทรหาไอ้คีย์ทันที“มึงว่างหรือไงโทรหากู” ไอ้คีย์ก็ไม่ต่างกับไอ้เลโอมากเท่าไหร่การทักทายของมันจะพูดดี ๆ สักครั้งก็ไม่มี“ว่าง ว่างมากพอที่จะได้ปาร์ตี้กันคืนนี้ด้วย” ปาร์ตี้ที่ว่าผมไม่ได้ กะจะปาร์ตี้ให้เมามายอะไรก็แค่อยากจะฉลองให้กับหนูน้อยที่เกิดมา หนูน้อยที่เป็นความสุขของผมและข้าว “อารมณ์ไหนของมึงปาร์ตี้อะไร”“ก็ปาร์ตี้ปาร์ตี้แบบไม่มีแอลกอฮอล์ เพราะตอนนี้กูจะเปลี่ยนเป็นคนใหม่”“มึงเป็นบ้าอะไรของมึงเนี่ย”“กูกำลังจะเป็นพ่อคน”“ฮะ มึงว่าอะไรนะ”“กูบอกว่ากูกำลังจะเป็นพ่อคน”“ไม่ตลก”“กูพูดจริง ๆ กูไม่ได้ตลกเว้ย” ทำไมผมพูดความจริงมันเหมือนโกหกขนาดนั้นเลยเหรอไอ้คีย์มันถึงไม่เชื่อ “ปลื้มเป็นคนพาข้าวมาโรงพยาบาล”“เมียกูอยู่กับเมียมึง”“ไปทำอะไรให้เมียมึงงอนน่ะ”“กูเปล่า”“มึงก็รีบ ๆ
“น่าจะประมาณสิบโมงค่ะ”“ห่วงข้าว” ผมบอกออกไปตามความจริง เวลาเมียตัวเองไม่สบายใครกันจะอยากห่าง “ไม่ไปได้ไหม อยากอยู่ด้วย”“วันนี้มีประชุมไม่ใช่เหรอคะ ไปเถอะข้าวอยู่ได้ ไม่เป็นไร” คนดื้อ รีบพยายามทำตัวเองให้สดใสไม่ให้ผมเป็นห่วง“โอเคครับ” ผมผละตัวออกจากคนตัวเล็กไปแต่งตัว “ถ้าเข้าไม่ไหวอย่าฝืนนะ” ผมบอกข้าวก่อนออกจากบ้าน แต่ก็ก่อนจะออกได้ก็ทำใจอยู่นาน ผมไม่อยากให้เข้าอยู่คนเดียว ต่อให้รู้ว่าน้องปลื้มจะมาหาผมก็ยังเป็นห่วงอยู่ดีเมื่อมาถึงบริษัทผมก็รีบตรงเข้าห้องทำงานจัดการเคลียร์งานที่มีอยู่ แต่ยิ่งพยายามทำมากเท่าไหร่มันก็ไม่ลดลงเลยเพราะหัวของผมก็มีแต่ เป็นห่วงขวัญข้าว ขืนเป็นแบบนี้ผมได้กลับไปหาขวัญข้าวช้าแน่ ๆ“ท่านรองเป็นอะไรหรือเปล่าคะ” เลขาของผมเข้ามาในห้อง“เปล่าครับ ผมมีประชุมเลิกกี่โมงนะ”“มีประชุมประมาณบ่ายโมงค่ะ เลิกประชุมประมาณบ่ายสาม” ผมพยักหน้าเข้าใจ หากผมจัดการเอกสารกองนี้เสร็จผมจะได้กลับบ้านประมาณนั้นผมใช้เวลาว่างอยู่กับเอกสารจนเสร็จสิ้นกะว่าจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูเวลา แต่เราก็ต้องตกใจเมื่อพบว่ามีสายเรียกเข้าโทรเข้ามาเกือบ สิบสาย เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนโทรเข้ามาผม
“พฤกษ์เป็นขวัญข้าวนะครับ” แต่ละคำพูดที่บอกเธอก็กระแทกเข้าไปย้ำเหมือนกับว่าให้เธอสนใจ “จะรักแค่เมียและเอาเมียคนเดียว”“ข้าวก็จะรักพฤกษ์คนเดียว” ผมยิ้มพอใจ เวลาเสียงสั่น ๆ ของข้าวพูดบอกรักโคตรได้อารมณ์ เลื่อนมือไปจับสะโพกรั้งตัวเธอเข้ามากระแทกเข้าเร็ว ๆ จนเราทั้งคู่ขึ้นสวรรค์ไปพร้อม ๆ กันผมรับรู้ได้ว่าน้ำสีขาวขุ่นของตัวเองเอ่อนองอยู่ในตัวข้าวมากแค่ไหน คืนนี้ตั้งใจที่จะไม่ป้องกัน เพราะอยากได้โซ่ทองมาคล้องใจ อีกทั้งยังอยากสัมผัสข้าวให้แนบแน่นอย่างที่ไม่เคยจะทำ“เอาอีกไหม” ผมถามได้ขณะที่เราทั้งคู่ย้ายตัวเข้ามานั่งแช่อยู่ในอ่าง“เดี๋ยวค่อยไปต่อที่เตียง”“ไม่ชอบตรงนี้เหรอ”“ก็ชอบแต่รู้สึกมากเกินไป”“รู้สึกมากเกินไป มากเกินไปยังไง” หอมไปที่ผมกระชับกอดอย่าง รักใคร่“ข้าวไม่ชิน พฤกษ์ร้อนแรงจนข้าวยืนแทบไม่อยู่”“งั้นเราอาบน้ำกันก่อนเดี๋ยวไปต่อที่เตียงกันนะ” บอกไปอย่างนั้นสรุปสุดท้ายเพียงแค่ลูบไล้ไปบนเนื้อตัวของขวัญข้าวไฟก็ติดขึ้นมาเสียดื้อ ๆ อีกรอบจากนั้นเราทั้งคู่ในมอบความรักในห้องน้ำให้แก่กันก่อนคืนนี้จะจบที่เตียงอย่างที่บอกเอาไว้ ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่ผมจะอดใจไหวไม่ให้รัก ขวัญข้าวทั้งคืนไ
“ขอบคุณพฤกษ์เหมือนกัน” เธอหันหน้ามาหาลูบไล้ที่แผงอก ค่อย ๆ ไต่นิ้วลงไปเรื่อย ๆ จนถึงหน้าท้องลงไปเรื่อย ๆ จนถึงกึ่งกลางลำตัวขวัญข้าวจงใจใช้มือ สัมผัสตัวตนของผมที่ในตอนนี้มันตั้งชูชันพร้อมจะออกรบเต็มที่“ข้าว” เสียงของผมเริ่มไม่เหมือนเดิม สาเหตุก็มาจากคนน่ารักตรงหน้ากำลังยั่วโดยการใช้นิ้วลูบไล้ส่วนหัวคุณเบา ๆ เพียงแค่มือนิ่มกับทำให้ผมรู้สึกมากขนาดนี้ อย่างอื่นไม่อยากจะคิดกลัวทนไม่ไหวเสียก่อนขวัญข้าวไม่ได้พูดอะไร แกล้งบดเบียดหน้าอกเข้าหาจากนั้นก็หยิบไปที่ไวน์ขึ้นมากระดกมันเข้าปาก เอามาแบ่งให้ผมด้วยการจูบ ไวน์รสดีบรรจงถูกส่งเข้ามา จากนั้นเราก็แลกลิ้นสัมผัสกันแนบชิดตอนแรกขวัญข้าวในวันนี้ทำเอาตกใจอยู่เหมือนกัน ใครจะคิดก็คนซื้อ ๆ ที่ไม่ประสีประสาในตอนแรกตอนนี้กลับดูมีประสบการณ์ เพียงเพราะศึกษาเพื่ออยากเอาใจผม รู้ก็เพราะเคยถามมาซึ่งขวัญข้าวก็สารภาพว่าแอบเสิร์ชหาข้อมูลเยอะอยู่เหมือนกันที่จะทำให้ผมรู้สึกดีอย่างนี้“ขี้ยั่วจังเลยนะ”“แล้วชอบไหม”“ชอบครับ ชอบที่สุด” จูบซับไปที่หน้าผับนวลจากนั้นก็ใช้มือช้อนตัวขวัญข้าวพร้อมกับลุกขึ้น“จะทำอะไร”“ล้างตัวแป๊บนึง อยากไปเล่นตรงนั้น” บอกพร้อมกับหัน
“ชมแต่ขวัญข้าว น้องปลื้มไม่ชมพี่เลโอบ้างเหรอ เนี่ยพี่ก็จีบน้องพระพายตั้งหลายปีเลยนะ” ตอนนี้ไอ้เลโอกับน้องปลื้มดูจะเป็นคู่ซี้พี่น้องที่สนิทกันมาก ๆ สาเหตุก็มาจากน้องปลื้มช่วยให้มันได้คบกับน้องพระพายนั่นแหละ“เรื่องนี้ก็ยกนิ้วให้พี่เลโอเหมือนกัน เก่งมาก ๆ เลยค่ะ” “ให้มันจริงเถอะ ไม่ใช่ว่าคนอื่นไม่เอาพี่เลโอหรอกเหรอ” พระพายพูดทำเอาผมกับขวัญข้าวแทบจะกั้นขำไม่อยู่พอ“น้องพระพาย น้องพระพายก็เห็นว่ามีคนเข้าหาพี่เยอะมากแค่ไหน” ก็จริงอย่างที่มันว่าเห็นแปลก ๆ แบบนี้มันก็มีสาว ๆ เยอะเหมือนกันอีกคนหนึ่งที่ในวันงานไม่ได้มาก็คือเจ้านายเก่าของขวัญข้าว รายนั้นฝากน้องปลื้มมาแสดงความยินดี ไม่ใช่ว่าเสียใจที่ผมกับขวัญข้าวแต่งงานกันเลยไม่มา ทว่าเขานั้นมีลูกน้อยฝาแฝดที่พึ่งคลอดเลยไม่สามารถมาได้จากที่ได้คุยกับข้าวก็พึ่งมารู้ว่า เขาไม่ได้คิดที่จะจีบข้าวจริงจังตั้งแต่แรก แต่มองในมุมน้องสาวมากกว่า“แล้ววันนี้เล็งไว้หรือยังว่าจะเอาแฝดสองหรือแฝดสาม” ไอ้เลโอก็ยังพูดจาทะลึ่งเหมือนเดิม“แฝดสี่ไปเลยดีไหม” ส่วนคนที่ทะลึ่งมากกว่าก็น่าจะเป็นผมเนี่ยแหละ“พฤกษ์”กิจกรรมล่วงเลยมาถึงช่วงดึก ในที่สุดก็ถึงเวลาเข้าหอสักที







