Masukผมมันโคตรแย่
แต่ด้วยความที่กลัวว่าเรื่องจะใหญ่โตจึงรีบคว้าข้อมือของน้องจอย
ออกมาจากสถานที่แห่งนั้น มองตาขวัญข้าวก็รู้สึกผิด แต่ไม่ทัน ผมต้องสะสางเรื่องน้องจอยให้ได้ก่อนสุดท้ายใครจะคิดว่าผมมันโง่ซ้ำซาก
ทำให้ข้าวรู้สึกแย่จนต้องมาคิดหนักแก้ปัญหาไม่ได้อย่างนี้
ตอนแรกที่ดึงน้องมันออกมาผมก็คิดว่าเรื่องมันน่าจะจบ พอเคลียร์ใจคิดว่าน้องมันน่าจะเลิกยุ่ง แต่สุดท้ายแล้วทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่คิดเอาไว้เลย น้องมันยืนร้องไห้พร้อมกับกอดผมเอาไว้แน่น บอกว่าเสียใจกับ
ทุกอย่าง พลาดไปแล้วขอโอกาสได้ไหม แล้วผมที่เป็นผู้ชายเมื่อเห็นเมื่อหญิงร้องไห้ก็แพ้น้ำตาอยู่ตรงหน้า ผมจะทำอะไรได้นอกจาก…ยอมใจอ่อนให้น้องกลับเข้ามาในชีวิตอีกครั้ง
เรื่องนี้ขวัญข้าวไม่รู้ หากรู้เรื่องขึ้นมามันคงจะโกรธผม หรือไม่ก็คงจะโวยวาย ก็น้องเล่นทำมันเจ็บซะขนาดนั้น แต่ผมดันหักหลัง ผมดูเป็นคนนิสัยแย่ที่กลับคำพูดเลยว่ะ แต่คงไม่เป็นอะไรมากหรอกมั้ง มันเคยบอกเอาไว้ว่าหากมีอะไรที่ไม่เข้าใจกัน ขอแค่คุยกันตรง ๆ
ตรง ๆ ยังไงไหว เรื่องนี้ประเด็นมันหนักอยู่เหมือนกัน สมองผมมันย้อนแย้งไปหมด
ความเครียดมันไม่ยอมออกไปจากหัวสักที ความคิดตีกันจนสับสน เมื่อเห็นทางแก้ไขแต่อีกใจก็กลัวจะไม่เป็นอย่างที่คิด สุดท้ายก็วนกลับมาคาราคาซังเหมือนเดิมหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบมวนแล้วมวนเล่า แต่ก็ไม่ช่วย คิดได้ก็กดเบอร์โทรหาไอ้คีย์กับไอ้เลโออย่างรวดเร็ว
เป็นปกติที่เมื่อผมเรียกพวกมันทั้งสองคนก็จะรีบมา เอาง่าย ๆ ของฟรียังไงพวกมันก็ชอบ ถึงแม้บ้านมันจะรวย แต่เรื่องค่าเหล้ามันก็ขี้งกพอตัวก็อยู่เหมือนกัน
“ไงอาการไหน เรียกเจอตั้งแต่หัววัน” คนที่มาถึงบ้านคนแรกก็คือ
ไอ้คีย์ เป็นธรรมดาที่พอมันมาถึงก็เดินเข้ามาในบ้านได้เลย โดยที่ตัวผม ไม่ต้องเหนื่อยออกไปเปิดประตูให้ด้วยซ้ำบ้านหลังนี้ผมซื้อเอาไว้เพราะคิดว่ามันอยู่ใกล้มหาลัย อีกอย่างมันดูสงบ ไม่อยากกลับบ้านใหญ่ถึงแม้มันจะอยู่ห่างจากที่นี่ไม่ไกลก็ตาม ผมอยากมีชีวิตส่วนตัว ไม่ต้องเจอหน้าป๊าหน้าแม่ทุกวัน
มันก็ธรรมดาสำหรับชีวิตวัยนี้ ที่ไม่ชอบนักหรอกการที่พ่อแม่คอยบ่นด้วยความเป็นห่วง เพื่อนผมเองมันก็ไม่ค่อยอยากไปเจอท่าน
ทั้งคู่เท่าไหร่เหมือนกัน สาเหตุก็เพราะ…โดนบ่นเหมือนเป็นลูกแท้ ๆ ตัวเองแต่เว้นไว้คนหนึ่งคือขวัญข้าว คนนั้นเข้ากับป๊ากับแม่เป็นปี่เป็นขลุ่ย ไม่รู้สรรหาเรื่องอะไรมาคุยกัน ไปเจอท่านแต่ละทีทำเอาผมเหมือนไม่ใช่ลูก
ในไส้“ไม่มีอะไร” ผมบอกออกไปยกแก้วแอลกอฮอล์ขึ้นมาดื่ม รู้ดีว่ายังไงไอ้เลโอมาถึงก็คงจะถามแบบนั้นอีกรอบ
แล้วมันก็เป็นจริงอย่างที่ผมคิดเอาไว้
“เป็นห่าอะไร นี่ยังไม่มืดเลยจะชวนกินเหล้าแล้วหรือไง”
“แต่พวกมึงก็มา” ผมว่ายิ้มๆ พร้อมทั้งกระดกแอลกอฮอล์ที่อยู่ในมือเข้าปากอีกครั้งเพียงรวดเดียว
“เบา ๆ คนอกหักมันจำเป็นต้องขนาดนี้เลยเหรอวะ” ไอ้เลโอว่า
แต่ผมกลับส่ายหน้าให้ ใครว่าผมอกหัก ตอนเย็นก็เพิ่งได้สาวดามอกไปหยกๆ สาวคนเดิมที่ไอ้ขวัญข้าวรู้มันฆ่าผมแน่“ไม่ได้อกหัก”
“ไม่ได้อกหักแล้วเป็นไร ปกติมึงไม่เป็นแบบนี้” มันว่า ทั้งตั้งใจฟังสิ่งที่ผมพูด แต่ยังไม่ทันที่จะเอ่ยปากไอ้คีย์ก็ถามขึ้นมาอีกคน
“ไหนว่าวันนี้มึงจะพาขวัญข้าวไปเจอน้องจอย แล้วมึงไม่ให้มันอยู่กินเหล้าด้วยเลยล่ะ ปกติก็อยู่ตลอด”
“กูพาไปเจอแล้ว สรุปน้องจอยแม่งด่ายับ แถมตบหน้าข้าวไปที บอกว่าเป็นเพื่อนหรือเพื่อนนอน”
“เชี่ย แล้วน้องจอยไม่ตายเหรอวะ” ไอ้เลโอทำท่าขนหัวลุก มันก็เป็นอีกคนที่รู้ดีว่าเวลาขวัญข้าวโกรธจะเป็นยังไง “อย่าบอกนะว่าที่มึง
นั่งเครียดอยู่แบบนี้ เพราะเลือกเสื้อไปงานศพน้องจอยไม่ถูก”“ไอ้เลโอ มึงนี่ปัญญาอ่อน” มันโดนตบหัวไปทีหนึ่งโดยฝีมือ
ไอ้คีย์ ก่อนที่มันจะพูดอะไรมากกว่านี้ ผมจึงรีบเล่าให้ฟังถึงที่มาที่ไป ว่าอะไรทำให้คนไม่ค่อยมีเรื่องเครียดอย่างผมมานั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดแบบนี้“มึงตายแน่ไอ้พฤกษ์” คีย์ว่า
“กูเห็นด้วย” ไอ้เลโอเสริม สรุปได้ก็คือมันทั้งสองคนไม่มีใครยืนอยู่ข้างผมแน่ ๆ หากเกินเรื่อง ดูจากคำพูดแล้ว ผมคงไม่เหลือแม้แต่ซาก
“กูควรทำไง” มันดูเป็นเหตุผลง่าย ๆ ที่ใคร ๆ ก็คงจะต้องตอบว่าให้ผมไปเลิกกับน้องจอย แต่นั่นน่ะมันก็ยากพอ ๆ กับเรื่องขวัญข้าว ใคร ๆ
ก็รู้ว่าผมมันแพ้น้ำตาผู้หญิง แค่ร้องไห้นิดเดียวผมก็ใจอ่อนยวบยาบแล้ว“เรื่องนี้กูจะไม่ยุ่ง เพราะขวัญข้าวรู้ว่ากูช่วย กูตายไปกับมึงไปอีกคนแน่ ๆ”
“มึงมันบ้า พาเพื่อนไปโดนน้องตบ แล้วดันกลับไปคบกับน้องอีก” ในตอนนี้ดูท่าแล้วไม่มีใครช่วยผมได้ ผมจะเรียกพวกมันมาเปลืองเหล้าทำไม ใช้ประโยชน์ไม่ได้ แต่แดกเก่ง
“พวกมึงแม่ง”
“น้องกิ่งก็อยากทำเค้กค่ะ” วางตัวเด็กทั้งคู่ลงจากนั้นกวินและ น้องกิ่งก็วิ่งนำไปที่ครัวที่มีแม่ของฉันอยู่“แล้วปะป๊าอยากไปทำเค้กด้วยไหมคะ”“เดี๋ยวพฤกษ์ช่วยข้าวนะ”“น่ารักที่สุด” ฉันบีบจมูกของเขาไปหนึ่งที“แล้ววันนี้วันเกิดข้าว ข้าวอยากไปไหนไหม” แต่งงานกันมาก็หกปีแล้ว การออกไปนอกบ้านทุกเทศกาลสำคัญมันก็ดูไม่น่าตื่นเต้นมากเท่าไหร่“ไม่เอาอะทำกับข้าวกินที่บ้านดีกว่า ชวนป๊ากับแม่ด้วยสิ”“แล้วก็เถ้าแก่เฮงด้วยดีไหม” เถ้าแก่เฮงที่บอกว่าตัวเองป่วยบ่อยกลัวว่าจะไม่เห็นหน้าหลาน ตอนนี้ก็ยังคงแข็งแรงดี พูดไปเพราะอยากจะเร่งรัดให้ฉันมีหลานเร็ว ๆ แค่นั้นแหละ“ได้” ฉันฉีกยิ้ม“พฤกษ์โทรชวนป๊ากับแม่มาก่อนนะ แล้วก็เถ้าแก่เฮงจะโทรบอกแล้วให้คนขับรถไปรับ” ฉันรู้ดีว่าต่อให้พฤกษ์บอกว่าจะให้คนขับรถไปรับเถ้าแก่ เดี๋ยวท่านก็ปฏิเสธอยู่ดีรายนั้นมาที่นี่ทีไรก็มักจะให้คนขับรถที่บ้านตัวเองพามาตลอด บอกว่าไม่อยากรบกวน“ปะเดี๋ยวเราไปทำขนมกัน” ฉันบอกพฤกษ์แต่คนตัวโตก็เดินเข้ามาหาพร้อมกับประคอง“ข้าวจะไม่เหนื่อยใช่ไหม”“แค่ทำขนมเองจะเหนื่อยได้ยังไง”“พฤกษ์ไม่อยากให้ข้าวเหนื่อย เป็นห่วงเจ้าตัวเล็กด้วย” ตอนนี้ฉันตั้งท้องลูก
“ฮะ อย่าบอกนะว่า…”“เออ ตอนนี้กูกำลังจะเป็นพ่อแล้ว”“เฮ้ย ใครจะไปคิดว่าคนแบบมึงก็มีน้ำยา”“นี่มึงหมายความว่าอะไรไอ้เลโอ”“ก็เปล่า แล้วบอกไอ้คีย์หรือยัง”“กำลังจะโทร”“เออ ๆ รีบโทรเลย อยู่ไหนก็ส่งโลเคชันมาด้วยเดี๋ยวกูรีบไปหา กูจะมีหลานแล้วว่ะ” ตอนนี้น้ำเสียงของไอ้เลโอก็ดูตื่นเต้นไม่ต่างกันวางสายจากมันก็รีบโทรหาไอ้คีย์ทันที“มึงว่างหรือไงโทรหากู” ไอ้คีย์ก็ไม่ต่างกับไอ้เลโอมากเท่าไหร่การทักทายของมันจะพูดดี ๆ สักครั้งก็ไม่มี“ว่าง ว่างมากพอที่จะได้ปาร์ตี้กันคืนนี้ด้วย” ปาร์ตี้ที่ว่าผมไม่ได้ กะจะปาร์ตี้ให้เมามายอะไรก็แค่อยากจะฉลองให้กับหนูน้อยที่เกิดมา หนูน้อยที่เป็นความสุขของผมและข้าว “อารมณ์ไหนของมึงปาร์ตี้อะไร”“ก็ปาร์ตี้ปาร์ตี้แบบไม่มีแอลกอฮอล์ เพราะตอนนี้กูจะเปลี่ยนเป็นคนใหม่”“มึงเป็นบ้าอะไรของมึงเนี่ย”“กูกำลังจะเป็นพ่อคน”“ฮะ มึงว่าอะไรนะ”“กูบอกว่ากูกำลังจะเป็นพ่อคน”“ไม่ตลก”“กูพูดจริง ๆ กูไม่ได้ตลกเว้ย” ทำไมผมพูดความจริงมันเหมือนโกหกขนาดนั้นเลยเหรอไอ้คีย์มันถึงไม่เชื่อ “ปลื้มเป็นคนพาข้าวมาโรงพยาบาล”“เมียกูอยู่กับเมียมึง”“ไปทำอะไรให้เมียมึงงอนน่ะ”“กูเปล่า”“มึงก็รีบ ๆ
“น่าจะประมาณสิบโมงค่ะ”“ห่วงข้าว” ผมบอกออกไปตามความจริง เวลาเมียตัวเองไม่สบายใครกันจะอยากห่าง “ไม่ไปได้ไหม อยากอยู่ด้วย”“วันนี้มีประชุมไม่ใช่เหรอคะ ไปเถอะข้าวอยู่ได้ ไม่เป็นไร” คนดื้อ รีบพยายามทำตัวเองให้สดใสไม่ให้ผมเป็นห่วง“โอเคครับ” ผมผละตัวออกจากคนตัวเล็กไปแต่งตัว “ถ้าเข้าไม่ไหวอย่าฝืนนะ” ผมบอกข้าวก่อนออกจากบ้าน แต่ก็ก่อนจะออกได้ก็ทำใจอยู่นาน ผมไม่อยากให้เข้าอยู่คนเดียว ต่อให้รู้ว่าน้องปลื้มจะมาหาผมก็ยังเป็นห่วงอยู่ดีเมื่อมาถึงบริษัทผมก็รีบตรงเข้าห้องทำงานจัดการเคลียร์งานที่มีอยู่ แต่ยิ่งพยายามทำมากเท่าไหร่มันก็ไม่ลดลงเลยเพราะหัวของผมก็มีแต่ เป็นห่วงขวัญข้าว ขืนเป็นแบบนี้ผมได้กลับไปหาขวัญข้าวช้าแน่ ๆ“ท่านรองเป็นอะไรหรือเปล่าคะ” เลขาของผมเข้ามาในห้อง“เปล่าครับ ผมมีประชุมเลิกกี่โมงนะ”“มีประชุมประมาณบ่ายโมงค่ะ เลิกประชุมประมาณบ่ายสาม” ผมพยักหน้าเข้าใจ หากผมจัดการเอกสารกองนี้เสร็จผมจะได้กลับบ้านประมาณนั้นผมใช้เวลาว่างอยู่กับเอกสารจนเสร็จสิ้นกะว่าจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูเวลา แต่เราก็ต้องตกใจเมื่อพบว่ามีสายเรียกเข้าโทรเข้ามาเกือบ สิบสาย เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนโทรเข้ามาผม
“พฤกษ์เป็นขวัญข้าวนะครับ” แต่ละคำพูดที่บอกเธอก็กระแทกเข้าไปย้ำเหมือนกับว่าให้เธอสนใจ “จะรักแค่เมียและเอาเมียคนเดียว”“ข้าวก็จะรักพฤกษ์คนเดียว” ผมยิ้มพอใจ เวลาเสียงสั่น ๆ ของข้าวพูดบอกรักโคตรได้อารมณ์ เลื่อนมือไปจับสะโพกรั้งตัวเธอเข้ามากระแทกเข้าเร็ว ๆ จนเราทั้งคู่ขึ้นสวรรค์ไปพร้อม ๆ กันผมรับรู้ได้ว่าน้ำสีขาวขุ่นของตัวเองเอ่อนองอยู่ในตัวข้าวมากแค่ไหน คืนนี้ตั้งใจที่จะไม่ป้องกัน เพราะอยากได้โซ่ทองมาคล้องใจ อีกทั้งยังอยากสัมผัสข้าวให้แนบแน่นอย่างที่ไม่เคยจะทำ“เอาอีกไหม” ผมถามได้ขณะที่เราทั้งคู่ย้ายตัวเข้ามานั่งแช่อยู่ในอ่าง“เดี๋ยวค่อยไปต่อที่เตียง”“ไม่ชอบตรงนี้เหรอ”“ก็ชอบแต่รู้สึกมากเกินไป”“รู้สึกมากเกินไป มากเกินไปยังไง” หอมไปที่ผมกระชับกอดอย่าง รักใคร่“ข้าวไม่ชิน พฤกษ์ร้อนแรงจนข้าวยืนแทบไม่อยู่”“งั้นเราอาบน้ำกันก่อนเดี๋ยวไปต่อที่เตียงกันนะ” บอกไปอย่างนั้นสรุปสุดท้ายเพียงแค่ลูบไล้ไปบนเนื้อตัวของขวัญข้าวไฟก็ติดขึ้นมาเสียดื้อ ๆ อีกรอบจากนั้นเราทั้งคู่ในมอบความรักในห้องน้ำให้แก่กันก่อนคืนนี้จะจบที่เตียงอย่างที่บอกเอาไว้ ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่ผมจะอดใจไหวไม่ให้รัก ขวัญข้าวทั้งคืนไ
“ขอบคุณพฤกษ์เหมือนกัน” เธอหันหน้ามาหาลูบไล้ที่แผงอก ค่อย ๆ ไต่นิ้วลงไปเรื่อย ๆ จนถึงหน้าท้องลงไปเรื่อย ๆ จนถึงกึ่งกลางลำตัวขวัญข้าวจงใจใช้มือ สัมผัสตัวตนของผมที่ในตอนนี้มันตั้งชูชันพร้อมจะออกรบเต็มที่“ข้าว” เสียงของผมเริ่มไม่เหมือนเดิม สาเหตุก็มาจากคนน่ารักตรงหน้ากำลังยั่วโดยการใช้นิ้วลูบไล้ส่วนหัวคุณเบา ๆ เพียงแค่มือนิ่มกับทำให้ผมรู้สึกมากขนาดนี้ อย่างอื่นไม่อยากจะคิดกลัวทนไม่ไหวเสียก่อนขวัญข้าวไม่ได้พูดอะไร แกล้งบดเบียดหน้าอกเข้าหาจากนั้นก็หยิบไปที่ไวน์ขึ้นมากระดกมันเข้าปาก เอามาแบ่งให้ผมด้วยการจูบ ไวน์รสดีบรรจงถูกส่งเข้ามา จากนั้นเราก็แลกลิ้นสัมผัสกันแนบชิดตอนแรกขวัญข้าวในวันนี้ทำเอาตกใจอยู่เหมือนกัน ใครจะคิดก็คนซื้อ ๆ ที่ไม่ประสีประสาในตอนแรกตอนนี้กลับดูมีประสบการณ์ เพียงเพราะศึกษาเพื่ออยากเอาใจผม รู้ก็เพราะเคยถามมาซึ่งขวัญข้าวก็สารภาพว่าแอบเสิร์ชหาข้อมูลเยอะอยู่เหมือนกันที่จะทำให้ผมรู้สึกดีอย่างนี้“ขี้ยั่วจังเลยนะ”“แล้วชอบไหม”“ชอบครับ ชอบที่สุด” จูบซับไปที่หน้าผับนวลจากนั้นก็ใช้มือช้อนตัวขวัญข้าวพร้อมกับลุกขึ้น“จะทำอะไร”“ล้างตัวแป๊บนึง อยากไปเล่นตรงนั้น” บอกพร้อมกับหัน
“ชมแต่ขวัญข้าว น้องปลื้มไม่ชมพี่เลโอบ้างเหรอ เนี่ยพี่ก็จีบน้องพระพายตั้งหลายปีเลยนะ” ตอนนี้ไอ้เลโอกับน้องปลื้มดูจะเป็นคู่ซี้พี่น้องที่สนิทกันมาก ๆ สาเหตุก็มาจากน้องปลื้มช่วยให้มันได้คบกับน้องพระพายนั่นแหละ“เรื่องนี้ก็ยกนิ้วให้พี่เลโอเหมือนกัน เก่งมาก ๆ เลยค่ะ” “ให้มันจริงเถอะ ไม่ใช่ว่าคนอื่นไม่เอาพี่เลโอหรอกเหรอ” พระพายพูดทำเอาผมกับขวัญข้าวแทบจะกั้นขำไม่อยู่พอ“น้องพระพาย น้องพระพายก็เห็นว่ามีคนเข้าหาพี่เยอะมากแค่ไหน” ก็จริงอย่างที่มันว่าเห็นแปลก ๆ แบบนี้มันก็มีสาว ๆ เยอะเหมือนกันอีกคนหนึ่งที่ในวันงานไม่ได้มาก็คือเจ้านายเก่าของขวัญข้าว รายนั้นฝากน้องปลื้มมาแสดงความยินดี ไม่ใช่ว่าเสียใจที่ผมกับขวัญข้าวแต่งงานกันเลยไม่มา ทว่าเขานั้นมีลูกน้อยฝาแฝดที่พึ่งคลอดเลยไม่สามารถมาได้จากที่ได้คุยกับข้าวก็พึ่งมารู้ว่า เขาไม่ได้คิดที่จะจีบข้าวจริงจังตั้งแต่แรก แต่มองในมุมน้องสาวมากกว่า“แล้ววันนี้เล็งไว้หรือยังว่าจะเอาแฝดสองหรือแฝดสาม” ไอ้เลโอก็ยังพูดจาทะลึ่งเหมือนเดิม“แฝดสี่ไปเลยดีไหม” ส่วนคนที่ทะลึ่งมากกว่าก็น่าจะเป็นผมเนี่ยแหละ“พฤกษ์”กิจกรรมล่วงเลยมาถึงช่วงดึก ในที่สุดก็ถึงเวลาเข้าหอสักที







