تسجيل الدخول“กูจะไม่ช่วยพวกมึง” ว่าเพียงแค่นั้นขวัญข้าวก็เก็บข้าวของลงกระเป๋าเพื่อเตรียมไปเรียนคาบเช้า
“ทำเป็นพูดเดี๋ยวมึงก็ต้องช่วยอยู่ดีนั่นแหละ ใช่ไหมเจ๊ขวัญข้าว
คนสวย” ไอ้เลโอรีบเดินเข้าไปหาทำท่าทางออดอ้อน เล่นเอาผมกับไอ้คีย์หัวเราะออกมาเพราะสิ่งที่ขวัญข้าวว่า“อย่ามาอ้อน กูไม่ใจอ่อนเพราะกูไม่ใช่น้องพระพาย งานที่มีอยู่กูก็ทำไม่ทันแล้ว” สาเหตุที่ขวัญข้าวพูดออกมาแบบนั้น ก็เป็นเพราะว่าช่วงนี้มันไม่ค่อยจะโผล่หัวมาให้เห็น ถ้าไม่ใช่เวลาเรียน แต่ก็มีเมื่อวานนั่นแหละที่มันมาเจอได้ เพราะน้องพระพายขอปิดช่องทางการติดต่อ ต้องการอ่านหนังสือเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยเป็นเวลาเกือบหนึ่งอาทิตย์
“แล้วเกี่ยวอะไรกับน้องพระพาย”
“แหม ก็ในหัวมึงมีแต่น้องเอะอะน้องพระพาย น้องพระพาย”
“ช่วงนี้มึงคงต้องฟังมันเพ้อถึงน้องสักระยะ เพ้อหนักกว่าเดิมด้วย”
“เอ้า ทำไมอะ”
“น้องมันอ่านหนังสือสอบครับ มันนั่งร้องไห้ไปกินเหล้าไปเมื่อวาน” เป็นอย่างที่ไอ้คีย์ว่า พอไอ้เลโอเมาก็นั่งร้องไห้ บอกว่าตามจีบน้องมาตั้งนาน
น้องก็ไม่ยอมตกลงปลงใจกับมันสักที…แต่ผมว่ามันก็ดี เพราะตอนนั่นที่มันเริ่มจีบใหม่าๆ นั่นน่ะคุกเลยนะครับ น้องอายุยังไม่ถึงสิบแปดด้วยซ้ำ
“โอ๋เอ๋นะคะพี่เลโอ เดี๋ยวน้องขวัญข้าวคนนี้จะปลอบเอง” ขวัญข้าวรีบลุกขึ้นจับหัวของไอ้เลโอ เอนซบเหมือนลืมตัว ทำเอาผมต้องรีบไปคว้าตัวขวัญข้าวออกมา
“อะไรของมึงเนี่ย” ขวัญข้าวแหวใส่ ทำสีหน้างง ๆ
“นั่นดิ”
“นมจะทิ่มหน้าเพื่อนอยู่แล้ว” ผมว่าเพราะหน้าอกของมันกำลังจะแนบหน้าไอ้เลโออยู่แล้ว ที่ผมดึงขวัญข้าวออกมาเพราะมองว่ามันดูไม่สมควร “เป็นสาวเป็นนาง”
“มึงไม่ต้องห่วงครับ กูไม่ได้คิดอะไรกับมันในใจกูมีแค่น้องพระพาย
คนเดียว”“นั่นดิ เมื่อก่อนกูก็เล่นแบบนี้ตลอด มึงเห็นกูเป็นผู้หญิงด้วย
หรือไง” ขวัญข้าวหันมาถาม ผมน่ะมองมันเป็นผู้หญิงตลอด ไม่งั้นคง ไม่ตามดูแลก็อย่างว่ามันเป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่ม มันก็สมควรจะได้รับการปกป้องจะพวกผม…ไม่ใช่อยู่ด้วยแล้วเปลืองตัว
นั่นแหละน่าจะเป็นเหตุผลจริง ๆ ไอ้ความรู้สึกแปลก ๆ ที่ผมรู้ตัวเมื่อกี้ คงจะเป็นเพราะเป็นห่วงมัน…แม่งหงุดหงิดชะมัด
“แต่มันก็ไม่ควร เลิกเล่นแบบนี้”
พาร์ตขวัญข้าว
พวกเราทั้งสามคนพากันซึ่งงงเป็นไก่ เมื่อจู่ ๆ ฉันก็โดนไอ้พฤกษ์กระชากตัวออกมาหลังจากที่แกล้งแหย่ไอ้เลโอเล่น
คนที่เปิดประเด็นแบบฉันก็หน้าเสีย รีบสำนึกผิดแทบไม่ทันว่าตัวเองก็เป็นผู้หญิง พอคิดไปคิดมาการที่ฉันทำแบบเมื่อครู่มันก็ไม่สมควรจริง ๆ
นั่นแหละ ถึงแม้ว่าไอ้เลโอจะไม่คิดอะไร ฉันก็ควรจะรักนวลสงวนตัวมันก็ดูเป็นเหตุผลที่เข้าใจได้
บรรยากาศในการสนทนาของกลุ่มเราในตอนนี้ก็ดูกร่อยไปโดยปริยาย เดาได้ไม่ยากว่าทุกคนไม่รู้จะเปิดการสนทนาในเรื่องอะไรอีก ฉันเลยรีบทำลายบรรยากาศเงียบเชียบนี้ ด้วยการยกข้อมือขึ้นมามองนาฬิกา
แล้วยืนขึ้น“ไปเรียนกันเถอะ เดี๋ยวสาย” ทุกคนมี มีสีหน้าเลิ่กลั่ก ลุกขึ้นจากม้าหินอ่อน
“เออปะ จะสายแล้ว” ทุกคนก็พยักหน้ากันรัว ๆ รีบเดินออกจากตรงนี้ขึ้นตึกเรียน
บรรยากาศอึมครึมแบบนี้ไม่ชอบเลย อีกทั้งสาเหตุมันก็มาจากฉัน…มั้ง
หลังเลิกเรียน
หลังจากเมื่อวานที่โดนยายน้องจอยตบจนต้องพักการทำงานไป
หนึ่งวัน ในวันนี้ฉันก็กลับมาทำงานตามปกติ ถึงแม้ว่ารอยช้ำตรงมุมปากยังเด่นชัดก็เถอะ…ทำไงได้ไม่ทำงานก็ไม่มีเงินเพิ่ม
แค่คิดก็รู้สึกโมโหไม่หายแต่ก็พยายามปล่อยผ่าน ในวันนี้ไอ้พฤกษ์ไม่ได้ถามถึงอาการเจ็บของฉัน เดาได้ไม่ยากว่ามันก็รู้สึกผิดอยู่ในใจจน
ไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้อีกรู้จักกันมาตั้งแต่สมัยปี 1 จนตอนนี้พวกเราอยู่ปี 3 แล้ว ไอ้พฤกษ์มันเป็นคนปากหนักบางครั้งก็พูดไม่ตรงกับใจ แต่บางทีนึกครึ้มอยากจะพูดความในใจมันก็พูดออกมาตรง ๆ ในกลุ่มมันน่ะเป็นคนที่เข้าใจยากที่สุดแล้ว
ฉันนั่งวินมาประมาณสิบห้านาทีก็มาถึงร้านกาแฟของพี่ภีม วันนี้ฉันแต่งหน้าโดยใช้รองพื้นกลบรอยช้ำเพื่อไม่ให้ใครสงสัยว่าฉันจะโดนอะไรมา สายตาสอดส่องเข้าไปในร้านพบว่าพี่ภีมกำลังทำกาแฟอยากตั้งอกตั้งใจ
จากที่ทำงานในร้านนี้มาประมาณหนึ่งอาทิตย์ก็ทำให้ฉันรู้ว่า
พี่ภีมรักร้านนี้และรักกาแฟมากแค่ไหน เขาเป็นคนลงมือใส่ใจในทุกขั้นตอนไม่ยอมทิ้งลูกน้องกลับบ้านคนเดียวบางทีเวลาร้านมีปัญหา ไม่ว่าตอนนั้นพี่เขากำลังจะยุ่งมากแค่ไหนเขาก็จะรีบมาทันที
มือข้างซ้ายกระชับกระเป๋าสะพายใบโปรด ตัดสินใจเดินเข้าร้าน แล้วรีบกล่าวสวัสดีเจ้าของร้านที่ยืนอยู่คนเดียว
“สวัสดีค่ะพี่ภีม” เมื่อได้ยินเสียงพี่ภีมที่กำลังก้มหน้าก้มตาก็เงยหน้าหล่อ ๆ เขาขึ้นมามองกัน ก่อนจะยิ้มให้
ไม่มีครั้งไหนเลยที่รอยยิ้มนั้นจะไม่ทำให้ฉันรู้สึกเขิน นอกจาก
ไอ้พฤกษ์ก็มีพี่เขานี่แหละที่ฉันหวั่นไหวด้วยฉันใจง่ายเกินไปหรือเปล่า
“หายแล้วเหรอ เมื่อวานเป็นไข้หรือเปล่า”
“น้องกิ่งก็อยากทำเค้กค่ะ” วางตัวเด็กทั้งคู่ลงจากนั้นกวินและ น้องกิ่งก็วิ่งนำไปที่ครัวที่มีแม่ของฉันอยู่“แล้วปะป๊าอยากไปทำเค้กด้วยไหมคะ”“เดี๋ยวพฤกษ์ช่วยข้าวนะ”“น่ารักที่สุด” ฉันบีบจมูกของเขาไปหนึ่งที“แล้ววันนี้วันเกิดข้าว ข้าวอยากไปไหนไหม” แต่งงานกันมาก็หกปีแล้ว การออกไปนอกบ้านทุกเทศกาลสำคัญมันก็ดูไม่น่าตื่นเต้นมากเท่าไหร่“ไม่เอาอะทำกับข้าวกินที่บ้านดีกว่า ชวนป๊ากับแม่ด้วยสิ”“แล้วก็เถ้าแก่เฮงด้วยดีไหม” เถ้าแก่เฮงที่บอกว่าตัวเองป่วยบ่อยกลัวว่าจะไม่เห็นหน้าหลาน ตอนนี้ก็ยังคงแข็งแรงดี พูดไปเพราะอยากจะเร่งรัดให้ฉันมีหลานเร็ว ๆ แค่นั้นแหละ“ได้” ฉันฉีกยิ้ม“พฤกษ์โทรชวนป๊ากับแม่มาก่อนนะ แล้วก็เถ้าแก่เฮงจะโทรบอกแล้วให้คนขับรถไปรับ” ฉันรู้ดีว่าต่อให้พฤกษ์บอกว่าจะให้คนขับรถไปรับเถ้าแก่ เดี๋ยวท่านก็ปฏิเสธอยู่ดีรายนั้นมาที่นี่ทีไรก็มักจะให้คนขับรถที่บ้านตัวเองพามาตลอด บอกว่าไม่อยากรบกวน“ปะเดี๋ยวเราไปทำขนมกัน” ฉันบอกพฤกษ์แต่คนตัวโตก็เดินเข้ามาหาพร้อมกับประคอง“ข้าวจะไม่เหนื่อยใช่ไหม”“แค่ทำขนมเองจะเหนื่อยได้ยังไง”“พฤกษ์ไม่อยากให้ข้าวเหนื่อย เป็นห่วงเจ้าตัวเล็กด้วย” ตอนนี้ฉันตั้งท้องลูก
“ฮะ อย่าบอกนะว่า…”“เออ ตอนนี้กูกำลังจะเป็นพ่อแล้ว”“เฮ้ย ใครจะไปคิดว่าคนแบบมึงก็มีน้ำยา”“นี่มึงหมายความว่าอะไรไอ้เลโอ”“ก็เปล่า แล้วบอกไอ้คีย์หรือยัง”“กำลังจะโทร”“เออ ๆ รีบโทรเลย อยู่ไหนก็ส่งโลเคชันมาด้วยเดี๋ยวกูรีบไปหา กูจะมีหลานแล้วว่ะ” ตอนนี้น้ำเสียงของไอ้เลโอก็ดูตื่นเต้นไม่ต่างกันวางสายจากมันก็รีบโทรหาไอ้คีย์ทันที“มึงว่างหรือไงโทรหากู” ไอ้คีย์ก็ไม่ต่างกับไอ้เลโอมากเท่าไหร่การทักทายของมันจะพูดดี ๆ สักครั้งก็ไม่มี“ว่าง ว่างมากพอที่จะได้ปาร์ตี้กันคืนนี้ด้วย” ปาร์ตี้ที่ว่าผมไม่ได้ กะจะปาร์ตี้ให้เมามายอะไรก็แค่อยากจะฉลองให้กับหนูน้อยที่เกิดมา หนูน้อยที่เป็นความสุขของผมและข้าว “อารมณ์ไหนของมึงปาร์ตี้อะไร”“ก็ปาร์ตี้ปาร์ตี้แบบไม่มีแอลกอฮอล์ เพราะตอนนี้กูจะเปลี่ยนเป็นคนใหม่”“มึงเป็นบ้าอะไรของมึงเนี่ย”“กูกำลังจะเป็นพ่อคน”“ฮะ มึงว่าอะไรนะ”“กูบอกว่ากูกำลังจะเป็นพ่อคน”“ไม่ตลก”“กูพูดจริง ๆ กูไม่ได้ตลกเว้ย” ทำไมผมพูดความจริงมันเหมือนโกหกขนาดนั้นเลยเหรอไอ้คีย์มันถึงไม่เชื่อ “ปลื้มเป็นคนพาข้าวมาโรงพยาบาล”“เมียกูอยู่กับเมียมึง”“ไปทำอะไรให้เมียมึงงอนน่ะ”“กูเปล่า”“มึงก็รีบ ๆ
“น่าจะประมาณสิบโมงค่ะ”“ห่วงข้าว” ผมบอกออกไปตามความจริง เวลาเมียตัวเองไม่สบายใครกันจะอยากห่าง “ไม่ไปได้ไหม อยากอยู่ด้วย”“วันนี้มีประชุมไม่ใช่เหรอคะ ไปเถอะข้าวอยู่ได้ ไม่เป็นไร” คนดื้อ รีบพยายามทำตัวเองให้สดใสไม่ให้ผมเป็นห่วง“โอเคครับ” ผมผละตัวออกจากคนตัวเล็กไปแต่งตัว “ถ้าเข้าไม่ไหวอย่าฝืนนะ” ผมบอกข้าวก่อนออกจากบ้าน แต่ก็ก่อนจะออกได้ก็ทำใจอยู่นาน ผมไม่อยากให้เข้าอยู่คนเดียว ต่อให้รู้ว่าน้องปลื้มจะมาหาผมก็ยังเป็นห่วงอยู่ดีเมื่อมาถึงบริษัทผมก็รีบตรงเข้าห้องทำงานจัดการเคลียร์งานที่มีอยู่ แต่ยิ่งพยายามทำมากเท่าไหร่มันก็ไม่ลดลงเลยเพราะหัวของผมก็มีแต่ เป็นห่วงขวัญข้าว ขืนเป็นแบบนี้ผมได้กลับไปหาขวัญข้าวช้าแน่ ๆ“ท่านรองเป็นอะไรหรือเปล่าคะ” เลขาของผมเข้ามาในห้อง“เปล่าครับ ผมมีประชุมเลิกกี่โมงนะ”“มีประชุมประมาณบ่ายโมงค่ะ เลิกประชุมประมาณบ่ายสาม” ผมพยักหน้าเข้าใจ หากผมจัดการเอกสารกองนี้เสร็จผมจะได้กลับบ้านประมาณนั้นผมใช้เวลาว่างอยู่กับเอกสารจนเสร็จสิ้นกะว่าจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูเวลา แต่เราก็ต้องตกใจเมื่อพบว่ามีสายเรียกเข้าโทรเข้ามาเกือบ สิบสาย เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนโทรเข้ามาผม
“พฤกษ์เป็นขวัญข้าวนะครับ” แต่ละคำพูดที่บอกเธอก็กระแทกเข้าไปย้ำเหมือนกับว่าให้เธอสนใจ “จะรักแค่เมียและเอาเมียคนเดียว”“ข้าวก็จะรักพฤกษ์คนเดียว” ผมยิ้มพอใจ เวลาเสียงสั่น ๆ ของข้าวพูดบอกรักโคตรได้อารมณ์ เลื่อนมือไปจับสะโพกรั้งตัวเธอเข้ามากระแทกเข้าเร็ว ๆ จนเราทั้งคู่ขึ้นสวรรค์ไปพร้อม ๆ กันผมรับรู้ได้ว่าน้ำสีขาวขุ่นของตัวเองเอ่อนองอยู่ในตัวข้าวมากแค่ไหน คืนนี้ตั้งใจที่จะไม่ป้องกัน เพราะอยากได้โซ่ทองมาคล้องใจ อีกทั้งยังอยากสัมผัสข้าวให้แนบแน่นอย่างที่ไม่เคยจะทำ“เอาอีกไหม” ผมถามได้ขณะที่เราทั้งคู่ย้ายตัวเข้ามานั่งแช่อยู่ในอ่าง“เดี๋ยวค่อยไปต่อที่เตียง”“ไม่ชอบตรงนี้เหรอ”“ก็ชอบแต่รู้สึกมากเกินไป”“รู้สึกมากเกินไป มากเกินไปยังไง” หอมไปที่ผมกระชับกอดอย่าง รักใคร่“ข้าวไม่ชิน พฤกษ์ร้อนแรงจนข้าวยืนแทบไม่อยู่”“งั้นเราอาบน้ำกันก่อนเดี๋ยวไปต่อที่เตียงกันนะ” บอกไปอย่างนั้นสรุปสุดท้ายเพียงแค่ลูบไล้ไปบนเนื้อตัวของขวัญข้าวไฟก็ติดขึ้นมาเสียดื้อ ๆ อีกรอบจากนั้นเราทั้งคู่ในมอบความรักในห้องน้ำให้แก่กันก่อนคืนนี้จะจบที่เตียงอย่างที่บอกเอาไว้ ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่ผมจะอดใจไหวไม่ให้รัก ขวัญข้าวทั้งคืนไ
“ขอบคุณพฤกษ์เหมือนกัน” เธอหันหน้ามาหาลูบไล้ที่แผงอก ค่อย ๆ ไต่นิ้วลงไปเรื่อย ๆ จนถึงหน้าท้องลงไปเรื่อย ๆ จนถึงกึ่งกลางลำตัวขวัญข้าวจงใจใช้มือ สัมผัสตัวตนของผมที่ในตอนนี้มันตั้งชูชันพร้อมจะออกรบเต็มที่“ข้าว” เสียงของผมเริ่มไม่เหมือนเดิม สาเหตุก็มาจากคนน่ารักตรงหน้ากำลังยั่วโดยการใช้นิ้วลูบไล้ส่วนหัวคุณเบา ๆ เพียงแค่มือนิ่มกับทำให้ผมรู้สึกมากขนาดนี้ อย่างอื่นไม่อยากจะคิดกลัวทนไม่ไหวเสียก่อนขวัญข้าวไม่ได้พูดอะไร แกล้งบดเบียดหน้าอกเข้าหาจากนั้นก็หยิบไปที่ไวน์ขึ้นมากระดกมันเข้าปาก เอามาแบ่งให้ผมด้วยการจูบ ไวน์รสดีบรรจงถูกส่งเข้ามา จากนั้นเราก็แลกลิ้นสัมผัสกันแนบชิดตอนแรกขวัญข้าวในวันนี้ทำเอาตกใจอยู่เหมือนกัน ใครจะคิดก็คนซื้อ ๆ ที่ไม่ประสีประสาในตอนแรกตอนนี้กลับดูมีประสบการณ์ เพียงเพราะศึกษาเพื่ออยากเอาใจผม รู้ก็เพราะเคยถามมาซึ่งขวัญข้าวก็สารภาพว่าแอบเสิร์ชหาข้อมูลเยอะอยู่เหมือนกันที่จะทำให้ผมรู้สึกดีอย่างนี้“ขี้ยั่วจังเลยนะ”“แล้วชอบไหม”“ชอบครับ ชอบที่สุด” จูบซับไปที่หน้าผับนวลจากนั้นก็ใช้มือช้อนตัวขวัญข้าวพร้อมกับลุกขึ้น“จะทำอะไร”“ล้างตัวแป๊บนึง อยากไปเล่นตรงนั้น” บอกพร้อมกับหัน
“ชมแต่ขวัญข้าว น้องปลื้มไม่ชมพี่เลโอบ้างเหรอ เนี่ยพี่ก็จีบน้องพระพายตั้งหลายปีเลยนะ” ตอนนี้ไอ้เลโอกับน้องปลื้มดูจะเป็นคู่ซี้พี่น้องที่สนิทกันมาก ๆ สาเหตุก็มาจากน้องปลื้มช่วยให้มันได้คบกับน้องพระพายนั่นแหละ“เรื่องนี้ก็ยกนิ้วให้พี่เลโอเหมือนกัน เก่งมาก ๆ เลยค่ะ” “ให้มันจริงเถอะ ไม่ใช่ว่าคนอื่นไม่เอาพี่เลโอหรอกเหรอ” พระพายพูดทำเอาผมกับขวัญข้าวแทบจะกั้นขำไม่อยู่พอ“น้องพระพาย น้องพระพายก็เห็นว่ามีคนเข้าหาพี่เยอะมากแค่ไหน” ก็จริงอย่างที่มันว่าเห็นแปลก ๆ แบบนี้มันก็มีสาว ๆ เยอะเหมือนกันอีกคนหนึ่งที่ในวันงานไม่ได้มาก็คือเจ้านายเก่าของขวัญข้าว รายนั้นฝากน้องปลื้มมาแสดงความยินดี ไม่ใช่ว่าเสียใจที่ผมกับขวัญข้าวแต่งงานกันเลยไม่มา ทว่าเขานั้นมีลูกน้อยฝาแฝดที่พึ่งคลอดเลยไม่สามารถมาได้จากที่ได้คุยกับข้าวก็พึ่งมารู้ว่า เขาไม่ได้คิดที่จะจีบข้าวจริงจังตั้งแต่แรก แต่มองในมุมน้องสาวมากกว่า“แล้ววันนี้เล็งไว้หรือยังว่าจะเอาแฝดสองหรือแฝดสาม” ไอ้เลโอก็ยังพูดจาทะลึ่งเหมือนเดิม“แฝดสี่ไปเลยดีไหม” ส่วนคนที่ทะลึ่งมากกว่าก็น่าจะเป็นผมเนี่ยแหละ“พฤกษ์”กิจกรรมล่วงเลยมาถึงช่วงดึก ในที่สุดก็ถึงเวลาเข้าหอสักที







