Masukเดิมพันรักครั้งที่ 1
“อ๊ะ ๆ เสียวมากเลยค่ะ” เสียงหนึ่งดังกระทบหูฉัน มันเป็นเสียงแหบพร่าผสมกระเส่าของผู้หญิง และที่สำคัญมันดังมาจากห้องน้ำห้องข้าง ๆ กันเลย....
“อืม...อา ซี๊ด” ส่วนนี่เสียงผู้ชายนะ แถมยังมีเสียงของเนื้อกระทบเนื้อที่ดังแทรกมาเป็นระยะ ๆ ด้วย
ตอนเดินมาฉันอาจจะยังไม่ได้ยินเพราะเสียงเพลงมันดัง แต่จังหวะที่เพลงหยุดและกำลังจะเปลี่ยนเพลงนั้นฉันก็ได้ยินมันชัดเจนอยู่ อาจจะคงเพราะอยู่ห้องน้ำติดกันล่ะมั้ง
ฉันรู้สึกเหมือนว่าหน้าตาตัวเองร้อนผ่าวขึ้นมาเสียดื้อ ๆ ไม่ต้องเดาหรอกนะว่าห้องข้าง ๆ ทำอะไรกัน ฉันไม่ได้ไร้เดียงสาขนาดนั้นหรอก แต่ว่านะทำไมถึงต้องมาทำอะไรกันในที่แบบนี้ด้วยล่ะ น่าอายจะตาย
เสียงในห้องข้าง ๆ ยังอยู่นาน ร่วมสิบนาทีถึงได้หยุดลง แต่ฉันยังไม่ออกจากห้องน้ำเพราะกลัวว่าเปิดออกไปแล้วจะจ๊ะเอ๋กับห้องข้าง ๆ น่ะสิ
อยู่ดี ๆ ก็เหมือนจะมีเสียงอะไรสักอย่างหล่นลงพื้น ฉันหลุบตามองตามสัญชาตญาณและเห็นมือถือเครื่องหนึ่งหล่นแล้วไถลผ่านช่องว่างระหว่างผนังที่ไม่ได้จรดพื้นมาอยู่ที่ฝั่งห้องน้ำของฉัน ดูเหมือนว่าคนห้องนั้นจะทำหล่น หากแต่ว่าบนจอมือถือขึ้นก็เหมือนจะถูกปลดล็อกไว้แล้วก็มีภาพพักหน้าจอโชว์อยู่
เป็นภาพของผู้ชายคนหนึ่งที่ดูจะคุ้นหน้าคุ้นตาประมาณหนึ่ง
Naen : เกียร์ คืนนี้มาหาแนนไหมคะ
มีข้อความเด้งมาอีกด้วยนะตอนฉันก้มลงอ่าน ฉันไม่ได้อยากจะเสียมารยาทหรอก มันบังเอิญน่ะ
“แม่ง” ตอนนั้นฉันได้ยินเขาสบถเพราะเหมือนมือถือมันจะไถลมาไกลเกินกว่าที่จะเอื้อมถึงจากทางนั้น ฉันกำลังคิดอยู่ว่าจะเอายังไงดีแต่ ไม่เกินอึดใจประตูห้องน้ำก็ถูกเคาะเสียก่อน
ก๊อก ๆ ๆ ก๊อก ๆ ๆ
“ขอโทษนะครับ ขอมือถือให้หน่อยได้ไหม” น่าจะเป็นเสียงของผู้ชายที่เป็นเจ้าของมือถือ ฉันใจเต้นและลุกขึ้นจากชักโครก ฉันทำธุระเสร็จนานแล้ว แต่งตัวเรียบร้อยแล้วด้วย “ได้ยินไหมครับ ขอมือถือหน่อย”
สุดท้ายก็ตัดใจหยิบเอามือถือขึ้นมาก่อนจะเปิดประตูออกไป เจ้าของมือถือยืนอยู่หน้าประตูและเขาแต่งตัวไม่เรียบร้อยเท่าไหร่ และมีผู้หญิงคนหนึ่งในยูนิฟอร์มของทางร้านล้างมืออยู่ ก่อนจะหันมามอง
“พี่ไปก่อนนะคะ” ผู้หญิงคนนั้นบอกกับผู้ชายเจ้าของมือถือแล้วก็ยิ้มหวานก่อนจะเดินออกไป เดาว่าคนนั้นน่าจะพึ่งมีอะไรกับเขาในห้องน้ำเมื่อกี้ เพราะบนผิวต้นคอของเขามีสีลิปสติกของเธอติดอยู่
“มือถือค่ะ” ฉันส่งมือถือให้เขา และตอนหลุบตาลงก็เหลือบมองแผ่นอกกว้างภายใต้ร่มผ้าที่กระดุมยังปิดไม่หมดด้วย ดูเหมือนเขาจะรีบร้อนมากเพราะเสื้อน่ะยังเหลือกระดุมอีกตั้งสองเม็ด
เขาดูตกใจหน่อย ๆ นะ เมื่อเห็นว่าคนที่เปิดออกมานั้นคือฉันน่ะ เดาว่าเขาอาจจะรู้จักฉันด้วยล่ะมั้ง
แบบว่าฉันกับเขาคนนี้เรียนอยู่คณะเดียวกัน แต่คนละสาขาน่ะ เคยเจอผ่าน ๆ ที่มหาลัยเพราะต้องเรียนตึกคณะหลายวิชาเลย แล้วก็มีวิชา Gen Ed บางตัวที่ต้องเรียนรวมด้วย คงจะคุ้นหน้าคุ้นตามั้ง
“ขอบคุณครับ” เขารับมือถือไป ส่วนฉันก็เดินผ่านเขามาล้างมือ แม้จะรู้สึกไม่ค่อยดีที่มีผู้ชายในห้องน้ำหญิงก็เถอะ แต่ว่าตอนนี้ก็ไม่มีผู้หญิงคนไหนอยู่อีกแล้วนอกจากฉัน พอเดินมาฉันก็ล้างมือ ฉันมองผ่านกระจกก็แอบเห็นว่าเขากำลังตอบแชตอยู่ แต่ฉันก็นึกขึ้นได้
“คือว่า...” ฉันเรียกเขา เขาเงยหน้าขึ้นมามอง พอสบตากันฉันก็รู้สึกวูบวาบจนเผลอคิดถึงเสียงเมื่อกี้เข้าให้ เกือบจะลืมบทพูดเลยแฮะ
“ว่าไงครับ มินนี่” เขารู้จักชื่อฉันด้วย... แต่ฉันก็รู้จักชื่อฉันนะ พิงกี้เพื่อนฉันชอบหวีดเขาจะตาย หมายถึงว่าชอบกรี๊ดกร๊าดถึงเขาน่ะ เขาชื่อเกียร์ เป็นเดือนสาขาของเขา และเป็นรองเดือนคณะ
“คือว่าคอเกียร์เปื้อนน่ะ” ฉันแตะนิ้วลงบนต้นคอตัวเองในตำแหน่งที่บนคอเขามีรอย ก่อนจะส่งกระดาษทิชชูในของตัวเองให้เขาไป ฉันชอบพกกระดาษทิชชูแบบที่เหมาะสำหรับเช็ดผิวกายนะ ไม่ชอบใช้กระดาษที่มีไว้ให้ประจำห้องน้ำเพราะมันสากไป รู้สึกเช็ดไม่สะอาดด้วย
“อ๋อ ขอบคุณครับ” เขารับไปและท้ายประโยคก็ยกยิ้มมุมปากให้ ผู้ชายคนนี้สายตาและท่าทางดูร้อนแรงมากด้วย ฉันไม่ค่อยชมผู้ชายคนไหนว่าเซ็กซี่ แต่เขาก็ดูจะเป็นอย่างนั้น
“ค่ะ” ฉันว่าแล้วก็เดินออกมาก่อน ตอนมองเขาน่ะรู้สึกเหมือนว่าจะทำตัวไม่ถูกเลย แต่ว่านะทำไมถึงได้มาทำอะไรน่าอายในที่แบบนี้ด้วยล่ะ ไม่เกรงใจชาวบ้านบ้างเลย
“โอ๊ย ยัยคุณหนูฉันคิดคิดว่าตกส้วมไปแล้ว” พิงกี้เพื่อนที่เป็น LGBTG+ มองจิกตอนฉันเดินกลับมา “อีกนิดจะแจ้งคนหายแล้วค่า ไปนานเว่อร์....”
“ก็มินนี่นั่งดูอะไรไปเรื่อยอะ มันเพลิน โทษที” ฉันบอกไปเพราะไม่อยากจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องน้ำให้เพื่อนฟัง วันนี้เรามาดื่มให้กับวันเกิดของขิงเพื่อนในกลุ่มของฉันเอง นี่เป็นการเข้าผับครั้งที่สองของฉันเลยนะ เกิดมายี่สิบเอ็ดปีก็พึ่งเข้าผับสองครั้งนี่ล่ะ แต่ฉันว่ามันไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่
คนเยอะ เสียงดัง และกลิ่นบุหรี่ลอยคลุ้งไปหมด
ที่บ้านฉันไม่ค่อยชอบให้ฉันมาที่แบบนี้เท่าไหร่ แต่ว่าพี่ชายฉันสองคนชอบมากเลยล่ะ พ่อกับแม่ไม่ค่อยห้ามอาจจะเพราะว่าพี่ชายฉันเป็นผู้ชายมั้ง คือไม่ได้หัวโบราณนะ พ่อกับแม่ให้มาได้ถ้าอยากมาแต่ต้องกลับให้ตรงเวลาและไม่ควรดื่มมากจนเกินไป
ในกลุ่มฉันที่มหาลัยมีขิง เจ้าของวันเกิด น้ำหวาน แล้วก็พิงกี้ ที่มาวันนี้แล้วก็นอกจากเพื่อนแล้วก็ยังมีต้าร์แฟนของขิง เพื่อนของต้าร์อีกหนึ่งคน
“วงดนตรีขึ้นแล้ว ๆ” น้ำหวานพูดทำให้ฉันหันไปมองวงดนตรีด้านบน ปกติวงจะขึ้นตอนประมาณสี่ทุ่มถึงเที่ยงคืน อิงจากที่เพื่อนเล่าน่ะ
“พี่โตโต้หล่อจังเลยอ่า” พิงกี้สะดีดสะดิ้ง เดาว่าพี่โตโต้ที่เธอกล่าวถึงคือนักร้องมั้ง แต่ว่าบนเวทีมีเกียร์ด้วย ผู้ชายคนที่เจอในห้องน้ำน่ะ ในวงมีอยู่สี่คน นักร้อง มือกีตาร์ มือเบส แล้วก็มือกลองซึ่งก็คือเกียร์ พึ่งรู้เลยนะว่าเขาเล่นดนตรีด้วย คนบนเวทีหน้าตาดีกันหมดเลยนะแต่หล่อกันคนละสไตล์เลย
“พี่มาร์ก็หล่อแม่” น้ำหวานกรี๊ดกับพิงกี้แต่ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าคนไหนอะไรยังไง
แล้วตอนนี้ไม่รู้ทำไมฉันถึงได้มองแต่เกียร์ก็ไม่รู้ พอมองแล้วก็ดันนึกถึงเสียงสิบแปดบวกนั่นอีก
“ยัยคุณหนู เป็นอะไรน่ะ” ฉันตกใจหันมามองเพื่อนเมื่อนึกขึ้นได้ว่าทำกิริยาประหลาดออกไปเสียแล้ว คือฉันหลับตาแล้วก็สะบัดหัวไปมาเพื่อไล่เสียงบ้านั่นออกไปน่ะ “ผีเข้าหรือไง”
“เปล่า ต้าร์ เหล้านั้นอร่อยไหม” ฉันถามตอนที่เห็นว่าพนักงานเอาเหล้าที่เหมือนขนมหวานมาวางให้สองแก้ว ด้านล่างเป็นสีน้ำตาลเข้มตรงกลางเป็นสีขาว และบนสุดมีสีส้มอ่อน ๆ ออกไปทางสีครีม ออนท็อปไปด้วยไฟที่จุดเอาไว้ด้านบนน่ะ
“รสหวาน ทานง่าย” ต้าร์ยิ้ม ๆ ให้ฉัน “มินนี่ลองไหมครับ”
“อย่าไปหลอกมินนี่ คออ่อนแบบนั้นกินแก้วเดียวได้น็อกพอดี” ขิงตบไหล่แฟนตัวเอง
“แก้วเดียวน่าจะไหวอยู่แต่ตอนทานไม่มีกลิ่นเหล้าหรอก” ต้าร์พูดต่อไปอีก
“มินนี่ขอลองหน่อยได้ไหมอะ” เพื่อนจ้องมองอย่างไม่รู้จะพูดอะไรออกมา สามสาวนั่นน่าจะรู้อยู่แล้วว่าฉันไม่ค่อยดื่มเหล้าและเมาง่าย แต่ว่านะอยากจะหาอะไรดื่มให้มันลืมเรื่องที่ห้องน้ำไป
“มินนี่ไม่กินนมนอนแต่จะกินเหล้าแล้วเหรอ” น้ำหวานแซว “ลองสิ ถ้ากลับไม่ไหวนอนกับหวานก็ได้”
“ไม่เป็นไร วันนี้พ่อกับแม่ไม่อยู่บ้านหรอกเมาได้นะ”
“นี่ ดื่มแบบนี้” ต้าร์สาธิตให้ดูโดยการเอาหลอดจุ่มลงไปในแก้วแล้วดูดรวดเดียวหมด “ข้างล่างสุดจะเข้มหน่อย มีกลิ่นกาแฟ แต่ชั้นกลางเป็นเหล้าไอริชครีม แล้วข้างบนจะมีกลิ่นส้มอ่อน ๆ”
“ทานง่าย แต่เมาง่าย” ขิงแซว “จะยังดื่มไหมจ๊ะ”
“น่า มินนี่ดื่มได้นะ” เพราะเห็นว่าเพื่อนทำเหมือนว่าฉันเป็นน้องน้อยที่ยังไม่โตก็เลยยืนยันแบบนั้น พร้อมกับจิ้มหลอดลงไปกับเหล้าแบบที่ต้าร์สาธิตเมื่อกี้ รสหวานปนขมแตะลงบนลิ้น ฉันดื่มเข้าไปภายในไม่กี่วินาทีแม้จะไม่มีกลิ่นเหล้าและทานง่ายเหมือนขนมแต่รู้ได้ในทันทีว่าแรงมาก
ไม่กี่อึดใจหน้าก็ร้อนผ่าวขึ้นมาเลย
“มินนี่โตแล้ว ลูกรักของแม่” พิงกี้กอดหัวฉันจมอกตอนฉันดื่มหมด “แต่พอแล้วนะเมาน็อกมามิกกี้เอาปืนมายิงกะเทยตายแน่”
ฉันสั่นหัวเบา ๆ เพราะความมึนที่ค่อย ๆ แผ่ซ่านไปทั่วตัว เพราะฉันน่ะไม่ค่อยดื่มเหล้าเท่าไหร่หรอกนะ ส่วนมิกกี้ที่เพื่อน ๆ พูดถึงคือพี่ชายฝาแฝดของฉันเอง ตาคนนั้นก็มาเที่ยวร้านนี้เหมือนกัน แต่ว่านั่งคนละโต๊ะ เรียกได้ว่ามิกกี้ตามมาเฝ้าฉันก็ได้นะ
พอบอกว่าวันนี้จะมาวันเกิดขิง มิกกี้ก็ไปชวนเพื่อนมาร้านนี้ด้วยเหมือนกัน มิกกี้ทำเหมือนว่าฉันเป็นเด็กทั้งที่เขาเกิดก่อนแค่สองนาทีเองเถอะ
หลังจากดื่มเหล้าแก้วนั้นเข้าไปก็รู้สึกเหมือนว่าทุกอย่างดูสนุกสนานขึ้นทันตา ดูเอ็นจอยขึ้นมาก
“แม๊ เกียร์หล๊อหล่อ ท่ารัวกองนั้นน่ะอดคิดไม่ได้เลยว่าอย่างอื่นจะรัวขนาดไหน กะเทยกีสั่น”
“แม่ มึงไม่มีกีค่ะ” น้ำหวานช็อตฟีลและฉันก็หัวเราะไป “แต่เกียร์เขามองโต๊ะเราเปล่าวะ”
“เออ นี่เห็นมือกลองมองมาทางโต๊ะเราบ่อยมาก” หูฉันได้ยินเสียงของเพื่อนต้าร์พูดด้วย
“หรือว่าเขาจะมองฉัน” พิงกี้เอามือทาบอก
“พักค่ะ เขามองยัยคุณหนูนั่นต่างหาก” น้ำหวานพยักหน้ามาทางฉัน และทุกคนก็มองมา
“มินนี่เหรอ” ฉันชี้มาที่ตัวเอง แต่ก็นะพ่อหนุ่มมือกลองนักรักคนนั้นมองมาที่โต๊ะเราบ่อยจริง ๆ นั่นแหละ แล้วเหล้าที่กินเข้าไปก็เหมือนจะออกฤทธิ์ด้วย ถึงแม้จะดื่มเหล้าแรงแค่ B25 ไปแก้วเดียวแต่ว่าค็อกเทลอื่นที่ดื่มไปมันก็มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์นะ “เขาอาจจะมองทางอื่นนะ”
“ไม่หรอก มองทางนี้แน่” ต้าร์ก็ย้ำ
“หรือว่า ๆ เกียร์สุดหล่อคนนั้นจะสนใจคุณหนูมินนี่กันน๊า”
“มะ ไม่ใช่หรอกมั้ง” ฉันตะกุกตะกัก และคิดว่าเขาน่าจะมองเพราะว่าเราเจอกันที่ห้องน้ำมากกว่า อีกอย่างโต๊ะเราก็อยู่ข้างหน้าด้วย ไม่แปลกสักหน่อยที่เขาจะมอง
“ว่าบาปถ้าเกียร์สนใจคุณหนูมินนี่ขึ้นมาจริง ๆ น่าจะต้องเป็นวาระแห่งชาติ”
“ทำไมอ่า....” ฉันมองเพื่อนอย่างไม่เข้าใจ
“ก็เท่าที่เห็นเกียร์ควงแต่สาวเซ็กซี่ แซ่บ ๆ ยั่วบด ๆ นี่นา แล้วดูเพื่อนเราสิคะ” ตอนนั้นน้ำหวานกับพิงกี้ก็ผายมือทางฉันที่นั่งอยู่ตรงกลาง “มีส่วนไหนบ้างที่เพื่อนเรายั่ว ๆ บด ๆ”
“ถ้าเปลี่ยนให้ชีแต่งตัวเซ็กซี่ก็ไม่แน่น๊า” ขิงพูดพลางหลิ่วตา
“มินนี่ว่าทุกคนออกทะเลแล้วนะ” แต่ว่าจริง ๆ แล้วเกียร์น่าจะชอบผู้หญิงเซ็กซี่แบบที่เพื่อนว่าจริงแหละ เพราะว่าที่เจอในห้องน้ำเมื่อกี้ก็เซ็กซี่ไม่เบาเลย
“จีง...มินนี่หุ่นดีออก ถ้าแต่งตัวแซ่บ ๆ ยังไงก็ชนะเลิศ”
“เราเปลี่ยนเรื่องคุยกันดีไหม” ฉันเสนอ แต่เพื่อนไม่อยากจะสนองเลยน๊า
“นี่ ๆ ที่รักเล่นบาสกับเกียร์ไม่ใช่เหรอ เกียร์มีแฟนยังอ่า” ขิงถามแฟนตัวเอง
“เดี๋ยววงลงจะชวนมันมานั่งด้วย ไปสัมภาษณ์กันเอาเองว่ามีไหม” คือว่าจะชวนเขามานั่งด้วยเหรอ โอ้ ไม่นะ ไม่ ๆ มินนี่ไม่โอเคมาก
Special of special - Iคุณพ่อและลูกสาวGear Sathiravich Talk“เทียน่าขา วันนี้คุณแม่ไม่อยู่นะคะ” ผมมารับลูกสาววัยสี่ขวบที่โรงเรียน ปกติแล้วผมกับแม่เขาสลับกันมารับ ไม่ก็มารับด้วยกันบ้างหากช่วงบ่ายผมไม่มีงานอะไรสำคัญ แต่วันนี้ผมมาคนเดียวเพราะมินนี่ต้องไปต่างจังหวัดเป็นเพื่อนแม่ของเธอ“คุณแม่ไปไหนคะ” ลูกสาวตาแป๋วที่ถอดแบบมินนี่มาอย่างกับแฝดมองผมแล้วกอดตุ๊กตาเจ้าหญิงในมือ ผมมองความเรียบร้อยของลูกว่านั่งเรียบร้อยดีหรือไม่แล้วก็รัดเข็มขัดตัวเองไปพลาง“คุณแม่ไปต่างจังหวัดเป็นเพื่อนคุณยายค่ะ” ผมบอกกับลูกสาวแล้วก็ยิ้มให้เธอ “วันนี้คุณพ่อพาเทียน่าทานข้าวนอกบ้านแล้วก็จะซื้อของเล่นให้หนึ่งชิ้นแต่หนูห้ามงอแงนะคะ”“โอเคค่า” ลูกสาวยกมือทำท่าโอเคที่ผมจะพาออกรถไปเทียน่าเป็นเด็กเลี้ยงง่าย แต่ค่อนข้างติดคุณแม่มาก มินนี่เป็นผู้หญิงนิ่มนวลและอ่อนโยน เธอเลี้ยงลูกได้ดีมาก ๆ แต่ทว่าเมื่อถึงคราวที่ต้องดุหรือสอนลูกเธอก็ไม่ได้หย่อนยานจนเกินไป เรียกได้ว่าเป็นคนที่รู้จังหวะมากพอสมควรเลย แต่ลูกก็ติดผมนะหลังจากรับเทียน่าที่โรงเรียนแล้วก็แวะมาที่ห้างแห่งหนึ่งแถว ๆ บ้าน วันนี้ผมอยู่กับลูกสองคน มินนี่บอกผมว่าถ้าเกิด
เดิมพันรักครั้งที่ 213/3วันถัดมาในตอนสายฉันกับเกียร์ออกจากอ๊อกฟอดไปที่ยอร์กกัน ยอร์กเป็นเมืองบ้านเกิดของยายเกียร์ ต้นตระกูลของยายเกียร์เป็นคนฮังการีแต่ยายมาอยู่ที่อังกฤษก่อนยายเกียร์จะเกิด คุณทวดของเกียร์ก็พบรักกันที่นี่แล้วก็เลยมียายของเกียร์ออกมาเป็นลูกครั้งไทยฮังการี เชื้อสายอังกฤษยังไงล่ะยายของเกียร์เกิดแล้วก็อยู่ที่อังกฤษประมาณสิบปีก่อนจะย้ายไปเติบโตที่เมืองไทยจนได้พบกับคุณตาของเขาซึ่งเป็นไทยแท้จนออกมาเป็นแม่เกียร์ แล้วก็มาเป็นเกียร์อีกทีคุณยายของเกียร์ได้รับมรดกจาคุณทวดของเกียร์อีกทีเป็นบ้านพร้อมกับที่ดินที่ขนาดใหญ่พอสมควร แต่ไม่ค่อยมีคนมาอยู่หรอก แล้วท่านก็ไม่ให้คนเช่าด้วยเพราะกลัวจะทำข้าวของเสียหาย เลยให้คนมาดูแลเอาไว้ ซึ่งเกียร์เคยบอกว่าจะพาฉันมานานแล้วแต่ก็ไม่มีโอกาสสักทีพอมาถึงก็รูได้เลยว่านี่ไม่ใช่บ่านธรรมดา แต่มันคือคฤหาสน์ต่างหากมาถึงเราก็ไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่าการนอนพักเพราะมันค่อนข้างไกลเลย เดินทางประมาณเกือบสี่ชั่วโมงแหนะ พอมาถึงฉันกับเกียร์ก็หลับเป็นตายเลย สายของวันถัดมาก็ตื่นสายมากเลยด้วย แต่เหมือนว่าเกียร์จะตื่นก่อนนะ เราทานข้าวเช้ากันแล้วก็ไม่มีแพลนจะออกไปไหน
เดิมพันรักครั้งที่ 212/3“มินนี่ เป็นยังไงบ้าง ตอบกลับหาเกียร์หน่อยนะ เธอสอบผ่านไปแล้วหรือยัง เกียร์เป็นห่วงเธอนะเดี๋ยวเสร็จงานแล้วเกียร์รีบโทรไปหา” ช่วงพักเบรกตอนประมาณหกโมงเย็นผมส่งข้อความเสียทิ้งไว้ให้มินนี่เพราะเธอยังไม่อ่านและไม่ตอบข้อความในตอนบ่ายเลยผมแค่กังวลว่ามินนี่จะเป็นอะไรไหม คือถ้าเธอมีธุระจะต้องไปทำต้องไปทำต่อเธอต้องส่งข้อความทิ้งไว้ก่อน ไม่ใช่หายไปเลยแบบนี้ทั้งวันน่ะ“See you on Wednesday, Gear” (ไว้เจอกันวันพุธนะเกียร์) ปีเตอร์ เพื่อนที่เรียนคลาสปริญญาโทด้วยกันแล้วเขาติดรถของผมมาที่งานด้วยบอกตอนผมแวะส่งเข้าที่บ้าน“See you” (ไว้เจอกัน) ผมบอกก่อนจะขับรถออกมา ผมน่ะอยากกลับถึงที่พักเร็ว ๆ เพื่อที่จะได้โทรมามินนี่แล้ว ปกติถ้าเธอไปไหนมาไหนกับเพื่อนอย่างน้อยก็จะมีสตอรีลงโซเชียลนะ แต่นี่เล่นไม่ตอบข้อความ แล้วหายไปเลยทั้งวันแบบติดต่อไม่ได้มันแปลกไปห้องที่ผมอยู่เป็นอพาร์ทเม้นสองห้องนอน ตอนมาแม่ให้คนจัดการให้แล้ว มินนี่เคยมาหาที่นี่หนึ่งครั้งเมื่อสามเดือนก่อน ผมคิด ๆ อยู่ว่าถ้าคืนนี้ติดต่อไม่ได้ผมอาจจะไปหาเธอที่โน่นเพราะวันนี้เป็นสันศุกร์ และผมจะหยุดยาวไปจนถึงวันพุธเช้าเลยระ
เดิมพันรักครั้งที่ 211/3Gear Sathiravich Talk“เธอ ทำอะไรอยู่คะ” ผมมองมินนี่ผ่านกล้องในเย็นของคืนวันศุกร์ ที่อังกฤษตอนนี้พึ่งหนึ่งทุ่มแล้ว ที่ฝรั่งเศสของมินนี่อาจจะสักสองทุ่มได้ เวลามันต่างกันประมาณหนึ่งชั่วโมง มินนี่บอกผมว่าอาบน้ำเสร็จแล้วแต่ดูเหมือนว่าเธอกำลังจะแต่งงานหน้า “เธอจะออกไปไหนเหรอ”[เมื่อเย็นพี่ที่โรงเรียนชวนไปกินเลี้ยงเพราะพี่เขาจบคอร์สแล้ว มะรืนเขาจะบินกลับบ้านที่ญี่ปุ่นค่ะ] เธอพูดระหว่างที่กำลังคบคูชั่นลงบนผิว ผมยู่ปากอย่างหน่าย ๆ เพราะช่วงนี้มินนี่ไม่ค่อยมีเวลาให้ผมเลย มินนี่อยู่ในช่วงใกล้จบคอร์สเรียนอาหารฝรั่งเศส และเธอมีแพลนจะเรียนทำอาหารอิตาเลี่ยนต่อ“ไปอีกแล้วเหรอ วันก่อนเธอก็ไปนะคะ” มินนี่อมยิ้มแต่ก็ไม่ได้หลุบตามองผม[พรุ่งนี้ก็ไม่ไปแล้วเธอ วันนี้มินนี่ไปแค่สองชั่วโมงค่ะ] ผมถอนหายใจ มินนี่น่ะเที่ยวบ่อยมากช่วงนี้ ในขณะที่ผมอยู่ในช่วงต้นเทอมสองของการเรียนปริญญาโทซึ่งที่อังกฤษจะใช้เวลาเรียนหนึ่งปี คอร์สมันค่อนข้างหนักแต่ผมก็อยากจะให้เสร็จภายในปีเดียวเพราะอยากกลับไทยแล้ว [เธองอนหรือไงล่ะ]“ไม่ได้งอน แต่น้อยใจเธอมากกว่า เธอเที่ยวเก่งมากช่วงนี้” ผมไม่ได้โอเวอร์นะ แต่
เดิมพันรักครั้งที่ 203/3“พ่อ ทำอะไรอยู่เหรอคะ” ฉันทักพ่อเมื่อเดินผ่านระเบียงตรงกลางบ้านแล้วฉันเห็นท่านยืนเหม่ออะไรอยู่ตอนดึก ๆ คือฉันลงมาหาน้ำดื่มเพราะวันนี้ทานอาหารรสจัดไปหน่อยช่วงมื้อค่ำน่ะ“พ่อก็มาคิดอะไรไปเรื่อยน่ะ” พ่อหันมายิ้มให้ฉัน “แค่แอบใจหายที่พรุ่งนี้มินนี่จะบินแล้ว”ใช่ล่ะ พรุ่งนี้ฉันจะบินไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศสแล้ว แต่ไม่ได้บินไปคนเดียวหรอก เกียร์จะไปด้วยแต่เกียร์บินไปส่งแล้วอยู่ด้วยสามสี่วันก็จะกลับมาเตรียมเอกสารสำหรับเรียนต่อของเขาด้วยแม้ว่าความคิดเรื่องเรียนต่อจะเป็นของทางพ่อแม่เกียร์ที่อยากให้ลูกเรียน แต่เกียร์เองก็เห็นด้วยเพราะว่าเขาคงอยากจะไปเรียนรู้อะไรต่อมิอะไรเพื่อที่จะเป็นประโยชน์ต่อครอบครัวเขาในอนาคตด้วยล่ะมั้ง ฉันยอมรับว่าแฟนฉันดูโตขึ้นกว่าวันแรกที่เรารู้จักกันมากเลยอันที่จริไม่ใช่แค่เขาหรอกที่โตขึ้น ฉันก็ด้วย“มินนี่พึ่งกลับมาอยู่บ้านกับพ่อแม่ไม่กี่เดือนก็จะไปอีก”“แต่ครั้งนี้เราไม่ได้ทะเลาะกันก่อนไปนี่คะ” ฉันพูดกับพ่อแบบนี้ไม่ใช่ว่าฉันประชดนะ แต่ฉันแค่อยากพูดให้พ่อรู้สึกเหมือนว่ามันคล้ายกับครั้งเก่าก่อนที่ฉันออกเดินทางไปต่างประเทศ ก่อนที่เราจะทะเลาะกันน่ะ
เดิมพันรักครั้งที่ 202/3“ไม่ได้กลัว แต่ไม่อยากให้เมียโกรธต่างหาก” ฉันส่ายหัวกับคำพูดสุดแทนจะเลี่ยนของเขา ถ้าเป็นเมื่อก่อนนะคิดแบบบนี้ไม่ได้หรอก“หวัดดี....มินเนี่ยน เอ๊ย มินนี่” สักพักใหญ่เอ็มม่าเดินมาร่วมวงสนทนากับเรา แถมยังมาเมคฟันชื่อของฉันอีก แน่นอนว่ามินนี่เป็นการ์ตูนเหมือนกันแต่ชื่อฉันไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย “โทษทีนะ เราแบบว่าเรียกผิดน่ะ เห็นว่าเป็นตัวการ์ตูนเหมือนกัน”“จ้ะ แต่อย่าเรียกผิดบ่อยนักนะ” ฉันแสร้งยิ้มใส่เธอ“ได้ข่าวว่าเกียร์เขาจะกลับไปเรียนโทที่อังกฤษใช่มะ กล้าปล่อยเสือกลับเข้าป่าได้ไงกัน” เธอพูดออกมาแล้วก็หันไปมองหน้าเกียร์ แล้วก็หันกลับมาหาฉัน “รู้ไหมว่าตอนที่เกียร์อยู่โน่นฮอตจะตาย”“ก็พอรู้ค่ะ” ฉันตอบไปอีก ฉันก็รู้จากต้นกล้า เพื่อนของเกียร์นี่ล่ะ แล้วก็รู้จากปืนด้วย ปืนก็เป็นเพื่อนสนิทอีกคนของเกียร์เหมือนกัน แต่ปืนเรียนมหาลัยที่เมืองนอกนะ ไม่ค่อยได้กลับมาอยู่ไทยเท่าไหร่ ฉันเลยได้เจอปืนช่วงสามสี่เดือนที่ผ่านมาบ่อยขึ้น“ถ้ารู้แล้วเป็นนี่ นี่ไม่ปล่อยให้เกียร์กลับไปหรอกนะ”“ก็นั่นมันเอ็มม่านี่นา ไม่ใช่มินนี่สักหน่อยนี่คะ” ฉันพูดแล้วยิ้มหวานไปอีก น้ำฟ้ากำลังมองฉันและเอ็







