Masukผมแอบชอบผู้หญิงคนหนึ่ง เธออายุห่างกับผมสามปี เธอเป็นผู้หญิงน่ารัก เป็นสาวหมวยผิวขาวราวกับหิมะ ผมอยากจีบเธอ แต่ติดอยู่อย่างเดียว... “ห้ามพวกมึงจีบน้องกูเด็ดอันขาด!” ติดตรงนี้แหละครับ พี่ชายโคตรหวง และที่สำคัญ ผมดันเป็นเพื่อนมันนี่สิ โคตร....
Lihat lebih banyakหลังจากรับประทานอาหารเย็นเสร็จ พี่ราเรซก็พาฉันมานั่งเล่นที่ห้องสมุดของบ้าน ฉันไม่รู้มาก่อนเลยว่าพี่ราเรซจะชอบอ่านหนังสือการ์ตูนขนาดนี้ ฉันเดินไปหยิบหนังสือการ์ตูนออกมาจากชั้นวางเล่มหนึ่ง มันเป็นภาษาญี่ปุ่นซึ่งฉันอ่านไม่ออก หนังสือพวกนี้เปิดกลับหลังด้วยเฮะ ฉันเปิดออกหน้าแรกถึงกับมือไม้อ่อนทำหนังสือหลุดมือร่วงลงพื้นทันทีตุบ!!ภาพวาดการ์ตูนในหนังสือมันติดเรทมากอ่ะ ฉันไม่กล้าหยิบขึ้นมาดูอีกเลยพี่ราเรซเดินเข้ามาพอดี เขามีสีหน้าแปลกใจที่เห็นฉันยืนนิ่ง พี่ราเรซก้มลงไปหยิบหนังสือเล่มนั้นขึ้นมาดู แล้วเขาก็มีสีหน้าตกใจไม่แพ้กัน“ทำไมต้องหื่นขนาดนี้ค่ะ” ฉันโวยทันทีที่หันหน้ามาหาเขา“อ่านออกด้วยเหรอ ว๊าว..เก่งจัง” พี่ราเรซแกล้งชมเพื่อกลบเกลื่อน“แค่ภาพวาดมันก็ชัดเจนแล้วค่ะ”คนบ้า ไม่รู้จะหื่นอะไรปานนั้น หนังสือการ์ตูนที่เห็นอยู่เต็มห้องเนี้ย ก็คงจะมีแต่แบบนี้ทั้งนั้นสินะ“มันคลายเครียดดีนะ” ยังมีหน้ามายิ้มระรื่นอีก เหอะ!ฉันสะบัดหน้าใส่หนึ่งทีก่อนจะเดินหนีมานั่งลงกับเบาะนั่งสไตล์ญี่ปุ่น หันไปมองรอบๆ ห้อง สายตาก็ไ
“แน่นะ”ฉันเล่ตามองพี่ราเรซอย่างไม่ค่อยไว้ใจ พี่ราเรซพยักหน้าให้แทนคำตอบ แล้วฉันมีทางเลือกอื่นอีกไหม เฮ้อ...ฉันหันตัวกลับมาหาเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่เหมือนพี่ราเรซจงใจแกล้งฉันด้วยการยืนตัวตรงไม่ยอมโน้มตัวลงมา เขาสูงกว่าฉันอ่ะ แล้วฉันจะจูบได้ยังไงถ้าเขาไม่ยอมโน้มตัวลง“ไม่ถึงอ่ะ พี่เรซก็ก้มมาหน่อยสิ” ฉันโวยให้“ก็จูบให้ถึงสิ” พี่ราเรซตอบแล้ววันนี้ฉันจะจูบเขาได้ไหมล่ะเนี้ย ฉันมองหันซ้ายหันขวาและก็เจอกับอ่างล้างหน้า ฉันหันหน้ากลับมายิ้มให้พี่ราเรซเมื่อหาตัวช่วยได้แล้ว ฉันเดินไปนั่งบนขอบอ่างล้างหน้า จากความสูงของอ่างล้างหน้ามันก็พอทำให้ฉันอยู่ในระดับเดียวกันกับร่างหนาพอดี พอนั่งได้เรียบร้อยแล้วฉันก็กวักมือเรียกให้พี่ราเรซเดินเข้ามาหา หึๆ คิดไม่ถึงล่ะสิ ว่าฉันจะฉลาดขนาดนี้ ฉันยิ้มหวานส่งไปให้อย่างเป็นผู้ชนะ“ฉลาดเหมือนกันนะเราน่ะ” พี่ราเรซเดินเข้ามาชิดตัวแล้วยิ้มให้ฉันอย่างมีเลศนัย เดี๋ยวนะ ทำไมรอยยิ้มของพี่ราเรซดูไม่น่าไว้ใจแบบนั้นนะ เหมือนเขากำลังหัวเราะฉันด้วยซ้ำไป“แน่นอน” ฉันตอบเขาอย่างมั่นใจ พี่ราเรซยื่นหน้าเข้ามาใกล้
พี่ราเรซเลี้ยวรถเข้ามาจอดในโรงรถของบ้านหลังหนึ่ง ในโรงรถมีรถจอดอยู่เรียงกันอยู่ห้าคันรวมคันที่พี่ราเรซขับด้วย บ้านหลังนี้ใหญ่โตพอสมควร ดูก็รู้ว่าเป็นบ้านของคนมีเงิน พี่ราเรซลงจากรถแล้วเดินอ้อมมาฝั่งฉันเพื่อเปิดประตูรถให้“ขอบคุณค่ะ” ฉันกล่าวขอบคุณ พี่ราเรซเอื้อมมือหนามากุมมือบางของฉันไว้แล้วพาฉันเดินเข้ามาภายในบ้าน ทันทีที่ก้าวขาเข้ามาในบ้านฉันก็รับรู้ถึงความอบอุ่นของบ้านหลังนี้ได้ทันที กลิ่นหอมจางๆ จากดอกไม้ที่อยู่ในแจกันข้างประตู ทำให้ฉันรู้สึกผ่อนคลาย ลดอาการตื่นเต้นได้นิดหน่อย ฉันเดาว่าอีกไม่กี่นาทีนี้ฉันจะได้เจอกับแม่ของพี่ราเรซแน่นอน“แม่ครับ” พี่ราเรซเอ่ยเรียกผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังจัดจานชามบนโต๊ะอาหารอย่างสวยงาม เหมือนกับว่าวันนี้จะมีแขกคนพิเศษมาอย่างนั้นแหละ เธอหันมามองฉันกันพี่ราเรซ ฉันเผลอบีบมือพี่ราเรซแน่นด้วยความตื่นเต้น พี่ราเรซบีบมือฉันคืนเบาๆ เพื่อให้ผ่อนคลาย“มากันแล้วเหรอ” เธอส่งยิ้มหวานมาให้ ผู้หญิงคนนี้ยิ้มสวยจังเลย ถึงจะอายุไม่น้อยแล้วก็ตามแต่เธอกลับดูสวยมากจริงๆ ฉันรู้ล่ะ ว่าพี่ราเรซยิ้มสวยเหมือนใคร เหมือนแม่เขานี่เอง“ต้าหนิง
“เรียนเสร็จแล้วใช่ไหม” พี่ราเรซเลิกเล่นกับเฮียโต้งแล้วหันมาถามฉัน “ค่ะ” “พี่โต้งครับ ผมขออนุญาตพาต้าหนิงไปบ้านผมนะครับ แล้วจะมาส่งวันพรุ่งนี้เช้า” พี่ราเรซหันไปคุยกับเฮียโต้งอีกครั้ง “โห.. งั้นไม่ต้องมาส่งแล้วล่ะ ไอ้เรซ..” เฮียโต้งตอบแบบประชด “จริงป่ะ กูจะได้พาต้าไปเก็บเสื้อผ้าแล้วย้ายมาอยู่กับกูเลย” พี่ราเรซพูดอย่างดีใจ ดูก็รู้ว่าตั้งใจกวนทีน... “มึงกล้าสาบานป่ะ ว่าไม่รู้จริงๆ ที่เมื่อกี้กูประชด” เฮียโต้งแกล้งทำหน้าตึงนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้โกรธจริงจังอะไร “เผื่อฟลุคไง” พี่ราเรซตอบ “ไอ้ห่านี่ น้องกูยังเรียนไม่จบเลย เพราะแบบนี้ไง กูถึงไม่อยากให้น้องกูมีแฟน โดยฉะเพราะมีแฟนแบบมึงเนี้ย” “แบบคนหล่อๆ อย่างกู ใช่ไหมล่ะ” พี่ราเรซตอบ “หล่อตายแหละมึงอ่ะ สู้กูก็ไม่ได้ พวกมึงด้วย” แล้วเฮียโต้งก็หันไปอวดความหล่อของตัวเองกับเพื่อนๆ “อ้าว.. ไอ้โต้งพูดงี้ก็สวยดิ น้องแก้มใสครับ บอกมาเลยว่าใครหล่อสุด ยกเว้นไอ้เรซไม่ต้องนับมัน” พี่เลโอหันไปถามความคิดเห็นแก้มใส “เออ... ก็แล้วแต่คนมองล่ะค่ะ พวกพี่ก็ดูดีกันคนล่ะแบบ” แก้มใสตอบแบบเลี่ยงๆ “ไม่เอาดิ ตอบมาเลยพี่สามคนนี้ ใครหล่อสุด” พี่เลโอยังไม่ล่ะควา
“ฉันเด็ดกว่าแฟนนายเยอะ นายก็รู้”แล้วฉันก็ได้ยินเสียงที่ไม่คาดคิด ดังขึ้นอยู่ด้านนอกนั้น พี่ไผ่กับพี่ซินดี้“อ๊ะ..ไผ่”“แรงอีก อ๊ะ..” เสียงเก้าอี้นั่งดัง เอี๊ยด อ๊าด ทำให้ฉันแสบแก้วหู“อ่า..ซินดี้..” เสียงพี่ไผ่ครางต่ำฉันถึงหน้าแดงขึ้นมาอย่า
“เราเป็น..” พี่ซินดี้กำลังจะตอบ“เพื่อนสมัยมัธยมพี่นะ” แต่พี่ไผ่กลับชิ่งตอบซะก่อน แล้วพี่ซินดี้ก็หันมามองหน้าพี่ไผ่แปลกๆ“แล้วสองคนรู้จักกันได้ไง” พี่ซินดี้หันมาถามฉัน“เราเป็นแฟนกัน” พี่ไผ่ตอบแทน“จริงเหรอ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่านายจะหาแฟนได้น่ารักขนาดนี้” พี่ซิน
“พี่ไผ่มารับกลับบ้านไปแล้วค่ะ”ทันทีที่ได้ยินคำตอบ มันก็ทำให้รอยยิ้มบนหน้าผมหายวับไปในพริบตา ทำไมมันต้องมีมารมาขัดขว้างตลอดเลยว่ะ แก้มใสยืนมองหน้าผมอย่างหวาดหวั่น สงสัยกลัวผมจะอารมณ์เสียใส่ล่ะมั้ง“ขอบคุณครับ ที่มาบอกพี่” ผมยิ้มให้แก้มใสอีกครั้ง“ค่ะ พี่ราเรซอย่างโกรธต้
ราเรซผมลืมตาตื่นขึ้นมาหันไปหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างเตียงนอน เช้าแล้วเหรอ... ผมหันกลับมามองความอบอุ่นที่อยู่ในอ้อมกอดของผมทั้งคืน ยังไม่ตื่นเลย... สงสัยจะเพลียมาก เพราะโดนผมจัดหนักไปหลายรอบ ก็ไม่อยากจะหักโหมมากหรอก ผมแค่กลัวว่าตื่นขึ้นมาแล้วจะไม่เจอต้าหนิงอีก กลัวเธอจะหนีไปเหมือนเมื่อว





