Mag-log inเดิมพันรักครั้งที่ 1
2/3
“เดี๋ยววงลงจะชวนมันมานั่งด้วย ไปสัมภาษณ์กันเอาเองไหม คือว่าจะชวนเขามานั่งด้วยเหรอ” โอ้ ไม่นะ ไม่ ๆ มินนี่ไม่โอเคมาก
“ขอกินอันนี้อีกได้ไหม” ฉันถามเพราะเห็นว่ามี B25 ที่พึ่งมาเสิร์ฟรอบที่สามเหลืออยู่อีกหนึ่งแก้ว
“ยัยเล็ก หนูจะเอาอีกเหรอลูก” พิงกี้ถามด้วยสายตาหวาดระแวง “อิมิกกี้ยิงกะเทยตายแน่ค่ะ”
“มิกกี้ไม่ว่าหรอกน๊า” ฉันลากเสียงยาวแล้วก็คว้ามาดื่มเลย รอบนี้ไม่ใช้หลอดแล้วล่ะ
“ว๊าย ชะนีมันติดใจว่ะ” อย่างน้อยนะถ้าเมาก็จะไม่เกร็ง หรือจะตัวแปลก ๆ ตอนเกียร์มาก็แล้วกันน่า แต่ว่านะพอกินเข้าไปรอบนี้ก็ทำเอาวิญญาณจะหลุดเลยล่ะ
“ไงมึง” ผ่านไปเกือบชั่วโมงเกียร์ลงมาแล้ว ต้าร์ชวนเขามานั่งด้วย แถมยังนั่งตรงข้ามฉันอีกนะ
ฉันกับเขาไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัวมาก่อนหรอก แต่ตอนปีหนึ่งเคยประกวดดาวเดือนด้วยกัน แค่เจอผ่าน ๆ ตามคณะและเพื่อนชอบพูดถึงเขา แล้วก็ต้าร์แฟนของขิงน่ะพึ่งจะคบกันได้สองเดือนเอง ฉันก็พึ่งรู้วันนี้ว่าพวกเขารู้จักกันน่ะ
“เกียร์จ๋า เกียร์สุดหล่อ” พิงกี้ที่เป็นเหมือนแฟนคลับของเขาพูดเสียงหวาน ดัดเสียงกว่าที่เคยเป็นจนฉันงงเลย “พิงกี้ขอถามอะไรเกียร์หน่อยได้ไหมอะคะ”
“ว่าไง ถามอะไร” เขาถามพร้อมยกเหล้าที่ต้าร์พึ่งจะเทให้ไปดื่ม ต้าร์ใส่เหล้าไปเยอะมากเลยนะแต่เขาดูดื่มได้แบบไม่สะทกสะท้านเลย มีจังหวะหนึ่งเขามาสบตากับฉัน ส่วนฉันก็เอาแต่ก้มหน้างุด ๆ ลง
“เกียร์มีแฟนหรือยังเอ่ย” พิงกี้จีบปากจีบคอถาม
“ยังไม่มี” เขาตอบสั้น ๆ แต่ก็ไม่ได้ห้วนนะ เขาไม่ได้พูดครับแบบที่พูดกับฉันในห้องน้ำทั้งที่ระดับความรู้จักก็น่าจะพอกัน แต่มันก็เป็นแบบนี้ ไม่ค่อยมีใครพูดคำหยาบกับฉัน บางคนก็พูดครับ พูดค่ะด้วย ต่อให้เป็นเพื่อนร่วมสาขาที่ไม่ได้สนิทกันก็ยังทำแบบนั้น
พวกเขาบอกว่าไม่กล้าพูดหยาบกับฉัน แม้ว่าพวกเพื่อนน่ะจะพูดกูมึงกันแต่ก็ไม่พูดกับฉันเลยนะ ทำไมก็ไม่รู้เหมือนกัน ทั้งที่ฉันก็ไม่ได้เป็นคนถือตัวอะไรขนาดนั้น
“แล้ว ๆ ชอบคนแบบไหนเหรอ” น้ำหวานน่ะซักไซ้เขายิ่งกว่าอะไรดี
“ชอบแบบพิงกี้ไหมคะ” เกียร์ไม่ตอบแต่ยิ้มบาง ๆ แทน พึ่งจะเคยเห็นเขายิ้มนะ หมายถึงยิ้มปกติน่ะ ยิ้มที่ห้องน้ำไม่นับหรอก ปกติเวลาหน้านิ่งก็ดูจะเป็นคนดุ ๆ แต่พอยิ้มแล้วกลับกลายเป็นโลกสดใสซะงั้น
“พักค่ะกะเทย” ขิงแขวะพิงกี้ ส่วนฉันก็ไม่ได้สนใจการสนทนาอะไรขนาดนั้น
“ก็แหม... กะเทยมีสิทธิ์ไหมคะ” พิงกี้ว่าติดตลก “แต่บอกหน่อยสิ ๆ ชอบผู้หญิงแบบไหนเหรอ”
“อย่างไอ้เกียร์ก็ต้องชอบสาวแซ่บ บึ้ม ๆ อยู่แล้วสิ” ต้าร์แซวแล้วเอาไหล่ตัวเองไปดันไหล่เกียร์
“ไม่ค่อยมีสเปค” เขาตอบสั้น ๆ ถ้าถูกใจก็ได้หมด
“ไม่เอาซี ๆ ไม่ใช่ผู้หญิงที่เกียร์ควงบ่อย ๆ สิคะ ขอแบบคนที่อยากเป็นแฟนน่ะ เผื่อว่าพิงกี้ถูกหวยจะไปโมฯ ใหม่ทั้งตัว” พิงกี้น่าจะชอบเกียร์มากเลยนะ นางเป็นแฟนคลับเบอร์หนึ่งของเขาเลยล่ะ
“แต่ถ้าผู้หญิงที่จะเป็นแฟนด้วยเราเรื่องมากนะ พิงกี้ไหวไหมถ้าจะไปโมฯใหม่ทั้งตัว” เขาถามตอนนั้นก็ยิ้มมุมปาก แต่เป็นคนที่เวลาคุยกับใครแล้วเขาไม่หลบสายตาเลย ยัยพิงกี้เขินม้วนแล้ว
“ไหนบอกมาสิคะ พิงกี้น่ะทำได้เพื่อเกียร์”
“ก็ตัวเล็ก ยิ้มหวาน มีลักยิ้ม ผมยาว ตาแป๋ว ประมาณนี้มั้ง”
“ออฟชันเยอะขนาดนั้น ขอตายแล้วเกิดใหม่ง่ายกว่า แพ้ตั้งแต่ตัวเล็กแล้วค่ะ” ตอนนั้นเราหัวเราะกันแต่ว่าจังหวะที่ฉันหันเหสายตามามองเกียร์ก็เห็นว่าเขามองฉันอยู่ “แต่เดี๋ยวนะคะ ๆ ตัวเล็ก ยิ้มหวาน มีลักยิ้มด้วย แถมยังตาแป๋วอีก พิงกี้ว่ามีอยู่คนหนึ่งนะคะ”
“ใครเหรอ ๆ” น้ำหวานก็แกล้งถาม แต่ตอนนี้ฉันรู้สึกแปลก ๆ เลยนะ
“แน่จริงก็พูดชื่อมาเลยสิเกียร์” ขิงน่ะกำลังจะสื่ออะไรกัน
“มินนี่.....มีแฟนหรือยังครับ” เกียร์ขยับปากถามฉัน และจ้องมองกัน แววตาของเขาเหมือนกำลังต้องการจะฉีกทึ้งร่างฉันยังไงอย่างนั้นเลย และฉันรู้สึกเหมือนว่าทุกคนกำลังมองมาที่ฉันเป็นตาเดียว
“มินนี่” ฉันยังไม่ตอบ แต่คนที่เดินมาหา และเรียกฉันคือมิกกี้ แฝดของฉันเอง
“ว้าย สามีเบอร์หนึ่งของพิงกี้มาตามเหรอคะ” เราทั้งหมดละความสนใจจากเกียร์ที่ถามฉันเมื่อกี้มาที่มิกกี้แทน ทั้งที่นี่ก็ยังไม่ใกล้เวลาร้านปิดนะแต่ว่าทำไมมิกกี้ต้องมาตามด้วย
“เที่ยงคืนครึ่งแล้ว เราขอพามินนี่กลับบ้านก่อนได้ไหมครับ”
“ไปสิ มินนี่กลับก่อนได้ไหมพรุ่งนี้มิกกี้คงต้องกลับไปเรียนแต่เช้า” ฉันทำตาปริบ ๆ ใส่เจ้าของวันเกิดอย่างขิง แม้จะรู้สึกผิดที่กลับก่อนแต่ก็นะ ฉันอยู่ต่อไม่ไหวหรอก เกียร์น่ะทำอะไรก็ไม่รู้
“ก็ได้ กลับดี ๆ นะเจอกันพรุ่งนี้” พอบอกลาแล้วมิกกี้ก็มาคว้าแขนฉันแล้วก็พาออกมาจากผับเลย
“มิกกี้ตามทำไมล่ะ ไหนบอกว่าจะพากลับตอนร้านปิด” ฉันงอแงเพราะถึงแม้ว่าจะรู้สึกอึดอัดใจหน่อย ๆ ตอนที่เกียร์อยู่ตรงนั้น แต่สัญญาก็ต้องเป็นสัญญา
“เมาแล้วมินนี่” แฝดน่ะดุจริง ๆ เลย “หน้าแดงหมดแล้ว เดินก็จะไม่ตรง”
“ตรงเถอะ” ฉันเถียง “แต่หัวหนักอ่า”
“เข้าไปได้แล้ว จะพากลับบ้าน” ฉันส่ายหัวก่อนจะเปิดประตูรถแล้วเข้าไปนั่ง แต่ว่าหัวหนักจริง ๆ นะรู้สึกเหมือนจะกรึ่ม แล้วก็มีความหมุน ๆ นิดหน่อยด้วย พอเข้ามานั่งฉันก็ปรับเบาะเอนลงเป็นกึ่งนั่งกึ่งนอนแทน “มินนี่ ทำไมผู้ชายคนนั้นถึงมานั่งด้วย”
“คนหนาย” ฉันถามเสียงยาน “ต้าร์เหรอ แฟนขิงไง อีกคนก็ปอนด์เพื่อนต้าร์”
“ไม่ใช่ คนที่มาใหม่น่ะ”
“อ๋อ เกียร์เหรอ น่าจะรู้จักกับต้าร์นะ” ฉันอิงจากที่รู้ “แต่ว่านะมิกกี้ขับรถไฟเหาะอยู่หรือไง”
“เห็นไหม เค้าบอกแล้วว่าเมา” พ่อเบอร์สามบ่นฉัน มีพี่ชายยังไงให้เหมือนมีพ่อนะ พี่เรมี่ก็เหมือนพ่อ มิกกี้ยังจะเหมือนพ่ออีก ฉันมีพี่สองคนแหละ คนโตอายุห่างฉันกับพี่มิกกี้สี่ปีชื่อพี่เรมี่ แต่เขาเขินอายชื่อที่ไม่เหมาะกับความแบดบอยเลยเปลี่ยนว่าเรย์น่ะ
“มิกกี้ถามถึงเกียร์ทำไมเหรอ” ฉันยังไม่ลืมนะ
“ก็ตอนแรกเห็นมีผู้ชายแค่สองคนนี่” เลยถามดู ฝาแฝดตอบสั้น ๆ “เค้าไม่ชอบหน้ามัน”
“เอ๋ ทำไมมิกกี้ต้องไม่ชอบล่ะ ไม่ชอบคนอื่นเพราะแบบนี้ไม่ดีเลยนะคะ”
“มันเคยมีอะไรกับแฟนเก่าเปรมด้วย”
“เปรม” ฉันขยับปากเรียกชื่อ ฉันรู้จักเปรมนะ เพื่อนสนิทของมิกกี้เองแหละ แล้วก็เป็นคนที่ครอบครัวฉันอยากจะจับคู่ให้ด้วย “เกียร์เนี้ยนะ”
“ใช่ ก็เคยมีเรื่องกันช่วงสามสี่เดือนก่อน เค้าไม่อยากให้มินนี่ไปยุ่งกับมัน”
“แต่ว่าเค้าไม่ได้ยุ่งเลย แค่เป็นเพื่อนของเพื่อน”
“เค้าเห็นสายตาที่มันมองมินนี่นะ อีกอย่างพ่อกับแม่ก็อยากให้มินนี่คบกับเปรมด้วย มันคงจะไม่ดีหรอกถ้ามินนี่ไปยุ่งกับมันน่ะ”
“แต่เค้าไม่ได้ชอบเปรมสักหน่อย” ฉันหน้าง้ำหน้างอทันทีที่แฝดพูดแบบนี้ พ่อฉันเป็นลูกน้องใต้บังคับบัญชาของพ่อเปรม แล้วครอบครัวเปรมก็เป็นตำรวจตำแหน่งใหญ่โตหลายรุ่น ปู่เขาเป็นบุคคลสำคัญระดับประเทศเชียวด้วย พ่อฉันหวังตำแหน่งต่อจากพ่อของเปรมมากด้วย
“เปรมชอบมินนี่นะ”
“เค้าไม่ฟังแล้ว ขับรถไปเลย” ฉันปิดหูไม่อยากฟังเจ้าบ้ามิกกี้คนนี้พูดอีกแล้วล่ะ
“อื้อ อ๊ะ” ริมฝีปากฉันเผยอขึ้นตอบรับกับจูบที่คนบนร่างโน้มลงมา ทุกคนการขยับกายเข้าออกของเขาทำเอาฉันแทบไร้เรี่ยวแรง
“มินนี่ อา” ใบหน้าหล่อเหลาถอนจูบออก สองมือฉันคล้องคอเขา ด้านล่างกระแทกกระทั้นเข้ามาไม่หยุด ทุกจังหวะชวนให้ฉันผวาเฮือกไปทั้งกาย ดวงตาคมกริบเร่าร้อนของ ‘เกียร์’ ทำเอาฉันแทบบ้าตาย
รสรักและจังหวะดุดันสาดซัดเข้ามาหาฉัน ฉันรู้สึกเหมือนว่ากำลังถูกสัตว์ตัวใหญ่ฉีกทึ้งร่างกายให้ออกเป็นคนละส่วน ทุกจังหวะที่เขาทำมันทำเอาฉันเหมือนถูกเหวี่ยงขึ้นไปในที่สูงที่สุดแล้วตกลงมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาร้อนแรง ดุดัน และร้ายกาจเหลือเกิน
ร่างฉันถูกกอดรัดฟัดจนแน่นขนัด เสียงครวญครางดังก้องในหัวราวกับว่าเป็นกิจกรรมที่สุขสมหาที่เปรียบไม่ได้ เหมือนว่าฉันยอมศิโรราบให้เขาแล้วทุกการกระทำ
Special of special - Iคุณพ่อและลูกสาวGear Sathiravich Talk“เทียน่าขา วันนี้คุณแม่ไม่อยู่นะคะ” ผมมารับลูกสาววัยสี่ขวบที่โรงเรียน ปกติแล้วผมกับแม่เขาสลับกันมารับ ไม่ก็มารับด้วยกันบ้างหากช่วงบ่ายผมไม่มีงานอะไรสำคัญ แต่วันนี้ผมมาคนเดียวเพราะมินนี่ต้องไปต่างจังหวัดเป็นเพื่อนแม่ของเธอ“คุณแม่ไปไหนคะ” ลูกสาวตาแป๋วที่ถอดแบบมินนี่มาอย่างกับแฝดมองผมแล้วกอดตุ๊กตาเจ้าหญิงในมือ ผมมองความเรียบร้อยของลูกว่านั่งเรียบร้อยดีหรือไม่แล้วก็รัดเข็มขัดตัวเองไปพลาง“คุณแม่ไปต่างจังหวัดเป็นเพื่อนคุณยายค่ะ” ผมบอกกับลูกสาวแล้วก็ยิ้มให้เธอ “วันนี้คุณพ่อพาเทียน่าทานข้าวนอกบ้านแล้วก็จะซื้อของเล่นให้หนึ่งชิ้นแต่หนูห้ามงอแงนะคะ”“โอเคค่า” ลูกสาวยกมือทำท่าโอเคที่ผมจะพาออกรถไปเทียน่าเป็นเด็กเลี้ยงง่าย แต่ค่อนข้างติดคุณแม่มาก มินนี่เป็นผู้หญิงนิ่มนวลและอ่อนโยน เธอเลี้ยงลูกได้ดีมาก ๆ แต่ทว่าเมื่อถึงคราวที่ต้องดุหรือสอนลูกเธอก็ไม่ได้หย่อนยานจนเกินไป เรียกได้ว่าเป็นคนที่รู้จังหวะมากพอสมควรเลย แต่ลูกก็ติดผมนะหลังจากรับเทียน่าที่โรงเรียนแล้วก็แวะมาที่ห้างแห่งหนึ่งแถว ๆ บ้าน วันนี้ผมอยู่กับลูกสองคน มินนี่บอกผมว่าถ้าเกิด
เดิมพันรักครั้งที่ 213/3วันถัดมาในตอนสายฉันกับเกียร์ออกจากอ๊อกฟอดไปที่ยอร์กกัน ยอร์กเป็นเมืองบ้านเกิดของยายเกียร์ ต้นตระกูลของยายเกียร์เป็นคนฮังการีแต่ยายมาอยู่ที่อังกฤษก่อนยายเกียร์จะเกิด คุณทวดของเกียร์ก็พบรักกันที่นี่แล้วก็เลยมียายของเกียร์ออกมาเป็นลูกครั้งไทยฮังการี เชื้อสายอังกฤษยังไงล่ะยายของเกียร์เกิดแล้วก็อยู่ที่อังกฤษประมาณสิบปีก่อนจะย้ายไปเติบโตที่เมืองไทยจนได้พบกับคุณตาของเขาซึ่งเป็นไทยแท้จนออกมาเป็นแม่เกียร์ แล้วก็มาเป็นเกียร์อีกทีคุณยายของเกียร์ได้รับมรดกจาคุณทวดของเกียร์อีกทีเป็นบ้านพร้อมกับที่ดินที่ขนาดใหญ่พอสมควร แต่ไม่ค่อยมีคนมาอยู่หรอก แล้วท่านก็ไม่ให้คนเช่าด้วยเพราะกลัวจะทำข้าวของเสียหาย เลยให้คนมาดูแลเอาไว้ ซึ่งเกียร์เคยบอกว่าจะพาฉันมานานแล้วแต่ก็ไม่มีโอกาสสักทีพอมาถึงก็รูได้เลยว่านี่ไม่ใช่บ่านธรรมดา แต่มันคือคฤหาสน์ต่างหากมาถึงเราก็ไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่าการนอนพักเพราะมันค่อนข้างไกลเลย เดินทางประมาณเกือบสี่ชั่วโมงแหนะ พอมาถึงฉันกับเกียร์ก็หลับเป็นตายเลย สายของวันถัดมาก็ตื่นสายมากเลยด้วย แต่เหมือนว่าเกียร์จะตื่นก่อนนะ เราทานข้าวเช้ากันแล้วก็ไม่มีแพลนจะออกไปไหน
เดิมพันรักครั้งที่ 212/3“มินนี่ เป็นยังไงบ้าง ตอบกลับหาเกียร์หน่อยนะ เธอสอบผ่านไปแล้วหรือยัง เกียร์เป็นห่วงเธอนะเดี๋ยวเสร็จงานแล้วเกียร์รีบโทรไปหา” ช่วงพักเบรกตอนประมาณหกโมงเย็นผมส่งข้อความเสียทิ้งไว้ให้มินนี่เพราะเธอยังไม่อ่านและไม่ตอบข้อความในตอนบ่ายเลยผมแค่กังวลว่ามินนี่จะเป็นอะไรไหม คือถ้าเธอมีธุระจะต้องไปทำต้องไปทำต่อเธอต้องส่งข้อความทิ้งไว้ก่อน ไม่ใช่หายไปเลยแบบนี้ทั้งวันน่ะ“See you on Wednesday, Gear” (ไว้เจอกันวันพุธนะเกียร์) ปีเตอร์ เพื่อนที่เรียนคลาสปริญญาโทด้วยกันแล้วเขาติดรถของผมมาที่งานด้วยบอกตอนผมแวะส่งเข้าที่บ้าน“See you” (ไว้เจอกัน) ผมบอกก่อนจะขับรถออกมา ผมน่ะอยากกลับถึงที่พักเร็ว ๆ เพื่อที่จะได้โทรมามินนี่แล้ว ปกติถ้าเธอไปไหนมาไหนกับเพื่อนอย่างน้อยก็จะมีสตอรีลงโซเชียลนะ แต่นี่เล่นไม่ตอบข้อความ แล้วหายไปเลยทั้งวันแบบติดต่อไม่ได้มันแปลกไปห้องที่ผมอยู่เป็นอพาร์ทเม้นสองห้องนอน ตอนมาแม่ให้คนจัดการให้แล้ว มินนี่เคยมาหาที่นี่หนึ่งครั้งเมื่อสามเดือนก่อน ผมคิด ๆ อยู่ว่าถ้าคืนนี้ติดต่อไม่ได้ผมอาจจะไปหาเธอที่โน่นเพราะวันนี้เป็นสันศุกร์ และผมจะหยุดยาวไปจนถึงวันพุธเช้าเลยระ
เดิมพันรักครั้งที่ 211/3Gear Sathiravich Talk“เธอ ทำอะไรอยู่คะ” ผมมองมินนี่ผ่านกล้องในเย็นของคืนวันศุกร์ ที่อังกฤษตอนนี้พึ่งหนึ่งทุ่มแล้ว ที่ฝรั่งเศสของมินนี่อาจจะสักสองทุ่มได้ เวลามันต่างกันประมาณหนึ่งชั่วโมง มินนี่บอกผมว่าอาบน้ำเสร็จแล้วแต่ดูเหมือนว่าเธอกำลังจะแต่งงานหน้า “เธอจะออกไปไหนเหรอ”[เมื่อเย็นพี่ที่โรงเรียนชวนไปกินเลี้ยงเพราะพี่เขาจบคอร์สแล้ว มะรืนเขาจะบินกลับบ้านที่ญี่ปุ่นค่ะ] เธอพูดระหว่างที่กำลังคบคูชั่นลงบนผิว ผมยู่ปากอย่างหน่าย ๆ เพราะช่วงนี้มินนี่ไม่ค่อยมีเวลาให้ผมเลย มินนี่อยู่ในช่วงใกล้จบคอร์สเรียนอาหารฝรั่งเศส และเธอมีแพลนจะเรียนทำอาหารอิตาเลี่ยนต่อ“ไปอีกแล้วเหรอ วันก่อนเธอก็ไปนะคะ” มินนี่อมยิ้มแต่ก็ไม่ได้หลุบตามองผม[พรุ่งนี้ก็ไม่ไปแล้วเธอ วันนี้มินนี่ไปแค่สองชั่วโมงค่ะ] ผมถอนหายใจ มินนี่น่ะเที่ยวบ่อยมากช่วงนี้ ในขณะที่ผมอยู่ในช่วงต้นเทอมสองของการเรียนปริญญาโทซึ่งที่อังกฤษจะใช้เวลาเรียนหนึ่งปี คอร์สมันค่อนข้างหนักแต่ผมก็อยากจะให้เสร็จภายในปีเดียวเพราะอยากกลับไทยแล้ว [เธองอนหรือไงล่ะ]“ไม่ได้งอน แต่น้อยใจเธอมากกว่า เธอเที่ยวเก่งมากช่วงนี้” ผมไม่ได้โอเวอร์นะ แต่
เดิมพันรักครั้งที่ 203/3“พ่อ ทำอะไรอยู่เหรอคะ” ฉันทักพ่อเมื่อเดินผ่านระเบียงตรงกลางบ้านแล้วฉันเห็นท่านยืนเหม่ออะไรอยู่ตอนดึก ๆ คือฉันลงมาหาน้ำดื่มเพราะวันนี้ทานอาหารรสจัดไปหน่อยช่วงมื้อค่ำน่ะ“พ่อก็มาคิดอะไรไปเรื่อยน่ะ” พ่อหันมายิ้มให้ฉัน “แค่แอบใจหายที่พรุ่งนี้มินนี่จะบินแล้ว”ใช่ล่ะ พรุ่งนี้ฉันจะบินไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศสแล้ว แต่ไม่ได้บินไปคนเดียวหรอก เกียร์จะไปด้วยแต่เกียร์บินไปส่งแล้วอยู่ด้วยสามสี่วันก็จะกลับมาเตรียมเอกสารสำหรับเรียนต่อของเขาด้วยแม้ว่าความคิดเรื่องเรียนต่อจะเป็นของทางพ่อแม่เกียร์ที่อยากให้ลูกเรียน แต่เกียร์เองก็เห็นด้วยเพราะว่าเขาคงอยากจะไปเรียนรู้อะไรต่อมิอะไรเพื่อที่จะเป็นประโยชน์ต่อครอบครัวเขาในอนาคตด้วยล่ะมั้ง ฉันยอมรับว่าแฟนฉันดูโตขึ้นกว่าวันแรกที่เรารู้จักกันมากเลยอันที่จริไม่ใช่แค่เขาหรอกที่โตขึ้น ฉันก็ด้วย“มินนี่พึ่งกลับมาอยู่บ้านกับพ่อแม่ไม่กี่เดือนก็จะไปอีก”“แต่ครั้งนี้เราไม่ได้ทะเลาะกันก่อนไปนี่คะ” ฉันพูดกับพ่อแบบนี้ไม่ใช่ว่าฉันประชดนะ แต่ฉันแค่อยากพูดให้พ่อรู้สึกเหมือนว่ามันคล้ายกับครั้งเก่าก่อนที่ฉันออกเดินทางไปต่างประเทศ ก่อนที่เราจะทะเลาะกันน่ะ
เดิมพันรักครั้งที่ 202/3“ไม่ได้กลัว แต่ไม่อยากให้เมียโกรธต่างหาก” ฉันส่ายหัวกับคำพูดสุดแทนจะเลี่ยนของเขา ถ้าเป็นเมื่อก่อนนะคิดแบบบนี้ไม่ได้หรอก“หวัดดี....มินเนี่ยน เอ๊ย มินนี่” สักพักใหญ่เอ็มม่าเดินมาร่วมวงสนทนากับเรา แถมยังมาเมคฟันชื่อของฉันอีก แน่นอนว่ามินนี่เป็นการ์ตูนเหมือนกันแต่ชื่อฉันไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย “โทษทีนะ เราแบบว่าเรียกผิดน่ะ เห็นว่าเป็นตัวการ์ตูนเหมือนกัน”“จ้ะ แต่อย่าเรียกผิดบ่อยนักนะ” ฉันแสร้งยิ้มใส่เธอ“ได้ข่าวว่าเกียร์เขาจะกลับไปเรียนโทที่อังกฤษใช่มะ กล้าปล่อยเสือกลับเข้าป่าได้ไงกัน” เธอพูดออกมาแล้วก็หันไปมองหน้าเกียร์ แล้วก็หันกลับมาหาฉัน “รู้ไหมว่าตอนที่เกียร์อยู่โน่นฮอตจะตาย”“ก็พอรู้ค่ะ” ฉันตอบไปอีก ฉันก็รู้จากต้นกล้า เพื่อนของเกียร์นี่ล่ะ แล้วก็รู้จากปืนด้วย ปืนก็เป็นเพื่อนสนิทอีกคนของเกียร์เหมือนกัน แต่ปืนเรียนมหาลัยที่เมืองนอกนะ ไม่ค่อยได้กลับมาอยู่ไทยเท่าไหร่ ฉันเลยได้เจอปืนช่วงสามสี่เดือนที่ผ่านมาบ่อยขึ้น“ถ้ารู้แล้วเป็นนี่ นี่ไม่ปล่อยให้เกียร์กลับไปหรอกนะ”“ก็นั่นมันเอ็มม่านี่นา ไม่ใช่มินนี่สักหน่อยนี่คะ” ฉันพูดแล้วยิ้มหวานไปอีก น้ำฟ้ากำลังมองฉันและเอ็







