เข้าสู่ระบบฉันเดินออกจากคณะศิลปกรรมศาสตร์มาถึงหน้าคณะของตัวเอง พลางต่อสายหายัยเกี๊ยวก็พบว่าเพื่อนไม่รับสาย ไม่รู้ว่าเป็นอะไรหรือเปล่าแอบเป็นห่วงเหมือนกันนะเนี่ย
“เคลียร์!” แต่ไม่ทันขาดคำฉันก็มองร่างบอบบางที่กึ่งวิ่งกึ่งเดินสวมชุดนักศึกษาและหอบกระเป๋าใส่แบบฟุบนั่งบนเก้าอี้ พลางยกมือทาบทับตำแหน่งหัวใจตัวเอง
“แกหายไปไหนมา รู้ไหมว่าคมกริชหมายหัวแกแล้วนะเว้ย”
“รู้ ออกแบบเส้นเรียบร้อยจะเอามาให้คมกริชดูไง แต่ขอพักหายใจแปบ”
“ตกลงไปไหนมา? นึกว่าหนีตามผู้ไปซะอีก”
“นี่ตามบ้าอะไร! ฉันเลิกยุ่งกับผู้ชายแล้ว เค” เกี๊ยวมองค้อนฉันพลางสูดลมหายใจเข้าออกให้เป็นปกติ “ฉันไปสืบเรื่องพี่สองมา”
“จริงอะ เมื่อกี้ฉันก็เจอเขาด้วย”
“เจอที่ไหน?” พอเกี๊ยวถามฉันก็เลยบอกเพื่อนที่พยักหน้ารับแบบรู้อยู่แล้วว่าพี่สองเป็นผู้ชายแบบไหน “เขาเป็นแบบนั้นก็ไม่แปลก พี่สองเด็กศิลป์เพิ่งเลิกกับแฟนไปเมื่อสองอาทิตย์ก่อน”
“ห๊ะ! พวก introvert มีแฟนด้วยเหรอ คิดว่าชอบอยู่คนเดียวซะอีก” เมื่อคืนลองค้นหาข้อมูลดูไง ถึงได้ถามเกี๊ยวด้วยน้ำเสียงตกใจเล็กน้อยกับคำที่ว่าพี่สองมีแฟนและเพิ่งเลิกกันไปสดๆ ร้อนๆ
“มีได้ดิ เขาก็มีดุนปะ”
“ทะลึ่งอะ”
“หรือไม่จริง ถึงจะเป็น introvert ใช่ว่าจะเสียบไม่เป็นนิ ถามแปลกๆ”
“แล้วไงต่อ” ฉันคะยั้นคะยอเพื่อนที่หยิบยาดมในกระเป๋ามือสูดดมเพราะเหนื่อยหอบจากการวิ่งกระหืดกระหอบมา
“ฉันรู้มาแค่นี้นะ รู้ว่าพี่สองเป๋ไปไม่เป็นเหมือนกันที่โดนแฟนทิ้งไปมีคนใหม่”
“ถามจริง” ทำไมถึงได้เหมือนกับฉันขนาดนี้ล่ะ แต่แตกต่างกันตรงที่ฉันโดนสวมเขาส่วนพี่สองถูกทิ้งเพราะเป็นหนุ่มโลกส่วนตัวสูงมากๆ เฮ้อ ขนาดแฟนเขายังไม่คบต่อ ฉันจะจีบเขาให้มาคบเป็นแฟนเล่นๆ ได้ไง แค่คิดว่าเหนื่อยตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มเลย หัวจะปวด! ไม่เคยจีบหนุ่มสไตล์นี้มาก่อนด้วยดิ ต้องทำยังไงถึงจะเข้าไปในโลกเขาได้ล่ะเนี่ย
“แกจริงจังกับพี่สองปะเนี่ยเคลียร์”
“เปล่า แค่อยากคบเล่นๆ ดามใจและอยากให้ไอ้โดมกับอีจีจี้อิจฉาเล่น” มันก็คือการแก้แค้นนั่นแหละหรือฉันควรพอดีวะ “ช่างเถอะ ไม่เอาดีกว่า”
“มีอีกเรื่องที่แกควรรู้”
“เรื่อง?” มองสบตากับเกี๊ยวที่ยกยิ้มมุมปาก เป็นยิ้มที่โคตรจะร้ายเลยเพื่อนฉัน ชักรู้สึกไม่ดีแล้วดิเวลาเห็นยัยเพื่อนตัวแสบยิ้มแบบนี้น่ะ
“ไอ้โดมเป็นน้องพี่สอง”
“ห๊ะ!” ตกใจคูณขึ้นไปอีกเท่าตัวที่รู้ว่าไอ้โดมเป็นน้องของพี่สองเนี่ยนะ เฮ้ย ไม่จริงมั้ง ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยตั้งแต่คบกับมันมาสามเดือนเนี่ย มันเป็นลูกคนเดียวไม่ใช่เหรอวะแล้วจะเป็นน้องพี่สองได้ไง
“ไม่ใช่น้องแท้ๆ เป็นลูกน้องสาวแม่พี่สอง แบบลูกพี่ลูกน้องกัน ฉันรู้มาว่าไอ้โดมสนิทกับพี่สองมากและนับถือพี่สอง”
“...”
“อีกอย่างพี่สองเป็นพวกไม่สนใจเรื่องของใคร เขาไม่รู้หรอกว่าแกกับไอ้โดมเคยคบกันมาก่อน” พอได้คำตอบจากเกี๊ยวความคิดที่ว่าจะปล่อยเบลอเรื่องนี้ไปซะก็คุกรุ่นขึ้นทันที ความแค้นที่มอดไปเวลานี้สุ่มอกขึ้นมาจนกลายเป็นความแค้นที่อยากจะเอาคืนไอ้โดม มันทำร้ายจิตใจของฉันและยังมาหาเรื่องฉันอีก เพราะงั้นถ้าเป็นพี่สองเขาต้องช่วยฉันได้แน่และที่สำคัญฉันอาจจะช่วยเขาได้เรื่องที่เขาเพิ่งเลิกกับแฟน “เคลียร์”
“ฉันตัดสินใจแล้ว ฉันจะขอพี่สองคบ”
“ดะ เดี๋ยวนะ! เอาจริงดิ”
“จริง ฉันกับพี่สองเราตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน เพราะงั้นฉันจะคบกับเขาเล่นๆ เพื่อให้ไอ้โดมมันเห็นและฉันก็จะทำให้พี่สองเลิกคิดมากเรื่องแฟนเก่า เป็นไงวินวิน”
“เอ่อ ความคิดแกมันก็ได้นะ แต่พี่สองจะยอมเหรอเขาเป็นยังไงแกก็รู้” อันนี้จริง... โลกส่วนตัวสูงเวอร์ขนาดนั้น ฉันเข้าถึงยากแน่ เอาไงดีวะเคลียร์
“ฉันลองหาข้อมูลคนเป็น introvert ก่อนว่าควรทำตัวยังไงกับเขา ที่จะทำให้เขาไม่อึดอัด”
“ทุ่มเทมาก”
“แน่นอน เพราะฉันเกิดมาเพื่อเล่นกับรัก ไม่ได้เกิดมาเพื่อรักใคร” รวมไปถึงการเล่นกับรักในครั้งนี้ด้วย ที่ฉันทำลงไปทั้งหมดก็เพื่อเอาคืนไอ้โดมกับอีจีจี้ ให้พวกมันได้รู้ว่าต่อให้ฉันเลิกกับไอ้โดมไปฉันก็หาคนใหม่ได้และคนใหม่ที่ว่าก็คือพี่ชายที่มันนับถือ แค่คิดว่าไอ้โดมเจอฉันในฐานะแฟนพี่ชาย มันจะรู้สึกยังไง... แค่คิดไปถึงตรงนั้นก็รู้สึกสาแก่ใจแล้วดิ
“ระวังจะตกหลุมรักหนุ่มโลกส่วนตัวสูงนะ”
“จะเป็นไปได้ยังไง ฉันกับพี่สองต่างกันสุดขั้ว รักกันยากมากแค่ฉันจะยื่นข้อเสนอให้ไม่รู้จะทำได้หรือเปล่าเลย คิดไปถึงขั้นนั้นก็บ้าแล้ว” ตอบเกี๊ยวที่อมยิ้มพลางบอกว่าสืบเรื่องนี้มาได้จากร้านสักนั่นแหละ ดูเหมือนยัยเกี๊ยวไปสักที่ข้อมือมาเพิ่มแต่ไม่ได้สักกับพี่สองเป็นเจ้าของร้านสักที่พี่สองทำงานอยู่ เกี๊ยวบอกว่าผู้ชายคนนั้นปากไม่ดีเอาเสียเลย จนยัยเกี๊ยวต้องทนฟังเขาที่บ่นคิดว่าเกี๊ยวชอบพี่สอง “ลองดูก็ไม่เสียหายนี่นา”
ฉันต้องการคบกับเขาเพื่อนแก้แค้นแฟนเก่า และถ้าเขาตกลงคบกับฉันเพื่อลืมแฟนเก่าของตัวเอง เราสองคนก็เหมือนใช้ความรู้สึกเป็นเครื่องมือเพื่อทำลายความรู้สึกที่เกิดขึ้นระหว่างเราไง ตอนนี้ขอไปดูข้อมูลคนที่เป็น introvert ก่อนว่าพวกเขามีนิสัยยังไงบ้างจะได้ทำตัวถูก
*---------------------------------------------------*
“ก็พี่...” เกี๊ยวชี้นิ้วมาหาผมแต่ยังไม่ทันได้บอกความจริง ผมก็เอานิ้วชี้แตะริมฝีปากตัวเองเพื่อให้เกี๊ยวหยุดพูด“เขาจะมาที่นี่ได้ยังไง ฉันเลิกกับเขาไปแล้ว แกคงไม่ได้โทรบอกเขาใช่ปะ?”“เปล๊า ไม่ได้โทร”“ถึงโทรบอกเขาก็คงไม่สนใจหรอก เขาเกลียดฉันไปแล้วนี่นา” พอได้ฟังคำพูดที่น้อยใจของเคลียร์ผมก็อมยิ้มและสบตากับคิง เกี๊ยวที่ไม่เข้าใจว่าระบบสมองของเคลียร์มีปัญหาหรือเปล่า แต่พอผมกวักมือเรียกทั้งสองคนออกมานอกห้อง ผมก็มีความคิดอะไรดีๆ ขึ้นมา“เคลียร์สแกนสมองแล้วนะคะ หมอบอกไม่มีอะไรผิดปกติ อีกอย่างก็ไม่ได้มีอาการมึนหัวหรืออาเจียนด้วยซ้ำ”“ทำไมถึงคิดว่าพี่สองไม่มีตัวตนจริงๆ” คำถามสุดท้ายเป็นของคิงที่คงจะงงกับท่าทางของพี่สาว แต่พอได้ฟังจากเกี๊ยวว่าเคลียร์ไม่ได้มีผลกระทบอะไรจากการถูกตีศีรษะผมก็สบายใจ“ให้เคลียร์คิดแบบนั้นดีแล้ว”“ทำไมครับ?”“พี่ขอเอาคืนพี่สาวนายหน่อยนะ” คิงขมวดคิ้วและหันไปสบตากับเกี๊ยว “โทษฐานที่เอาความรักของพี่มาเล่น”“อ่า เข้าใจแล้วค่ะพี่สอง”“มันยังไงกันครับเนี่ย ผมงงไปหมดแล้ว” เกี๊ยวเป็นฝ่ายเอ่ยเล่าเรื่องที่เคลียร์เข้าหาผมตอนแรกด้วยเหตุผลอะไร พอได้ฟังคิงก็พยักหน้ารับตกลง บอกทุกคนท
Born to be: 26 :เริ่มต้นใหม่อีกครั้งได้หรือเปล่า?รถของเฮียไนท์จอดที่หน้าสถานีตำรวจ ผมก็ไม่รีรอที่จะรีบวิ่งขึ้นไปบนโรงพักกวาดสายตามองหาคิง กระทั่งเห็นร่างสูงคุ้นตากับเพื่อนอีกสี่คนนั่งอยู่โดยสวมกุญแจมือ แต่ละคนมีใบหน้าที่ฟกช้ำ หัวแตก เลือดออก ตาปูดบวมแต่สภาพของคิงจะยิ่งกว่าเพื่อนตัวเองคือดวงตาซ้ายปิดจนแทบจะมองไม่เห็น มุมปากแตกและศีรษะถูกพันด้วยผ้าพันแผล ฝ่ามือขวามีรอยแผลถลอกและเลือดแห้งติดกรังราวกับเช็ดยังไงก็ไม่ออกเคลียร์มาเห็นสภาพคิงแบบนี้มีหวังต้องเป็นลมล้มพับแน่ ผมรู้ว่าเคลียร์เป็นห่วงน้องชายของตัวเองมากแค่ไหน ไม่ต้องเดาอะไรให้มากคงจะไปถล่มคู่อริมาจริงๆ ไม่อย่างนั้นสภาพของคิงกับเพื่อนคงไม่เละเป็นโจ๊กขนาดนี้“คิง” ผมเอ่ยเรียกชื่อเขากระทั่งใบหน้าหล่อเหลาที่ยับเยิ่นไปด้วยบาดแผลจะตกใจทันทีที่เห็นหน้าผม“พี่...”“คุณเป็นญาติของนายคริษฐ์หรือเปล่าครับ?”“ผมเป็นพี่ชายเขาเองครับ” รีบไปนั่งคุยกับร้อยเวรที่หันไปคุยกับนายตำรวจยศใหญ่อีกหนึ่งท่านที่เฮียไนท์เดินเข้ามาพอดี จังหวะนั้นก็เอ่ยทักทายกันตามประสาเพราะว่านายตำรวจท่านนี้เป็นเพื่อนกับคุณลุงพ่อเฮียไนท์ “เกิดอะไรขึ้นครับ”“นายคริษฐ์กับเพื
ณ โรงพยาบาลเอกชนร่างของฉันนอนอยู่บนเปลของโรงพยาบาลที่เข็นเข้ามาด้านในเรียบร้อย ฉันได้กลิ่นของโรงพยาบาลหากแต่ว่าดวงตากลับทำได้เพียงหรี่มองเท่านั้น เพราะความรู้สึกเจ็บแปลบที่ศีรษะยังคงวนเวียนอยู่ในสมองแม้ว่าบุรุษพยาบาลจะทำแผลให้บนรถแล้วก็ตามที เกี๊ยววิ่งตามเปลเข็นจับมือฉันและร้องไห้สะอึกสะอื้น“เคลียร์!” น้ำเสียงเข้มดุดันเรียกสายตาของฉันให้เสมองใบหน้าหล่อเหลาที่ไล่สายตามองฉันตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า สีหน้าของคิงและกลุ่มเพื่อนดูโกรธอย่างมาก ขณะที่ฝ่ามือหนาเอื้อมมาวางบนศีรษะฉันจับต้องค่อยๆ จับมือน้องชายมาบีบไว้ “ไม่เป็นอะไร”“อย่าไป” ฉันบอกน้องชายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา หวังว่าเขาจะได้ยินคำขอร้องของฉันว่าอย่าไปที่ว่าคือ... ไปทำอะไรกลุ่มโยเพราะนั่นคือสิ่งที่ฉันไม่เคยต้องการเลยสักนิด เปลถูกเข็นมาหน้าห้องฉุกเฉิน คิงสบตากับเกี๊ยวพลางเค้นเสียงแข็ง“ผมฝากเคลียร์ด้วย”“ไม่นะคิง”“กูจะไปฆ่าไอ้โย!”ฉันได้แต่ส่ายหน้าไปมา ทว่า... มันก็ไม่ทันเสียแล้วเมื่อคิงกับกลุ่มเพื่อนรีบวิ่งออกจากโรงพยาบาลไป ส่งผลให้ฉันส่ายหน้าไปมากับเกี๊ยวที่ปลอบใจฉันว่าไม่เป็นอะไร ฉันจะต้องไม่เป็นอะไร แต่ตอนนี้ชีวิตของฉันมันไม่น่าห่ว
Born to be: 25 :โดนทำร้าย2 อาทิตย์ผ่านไปหลังจากเรื่องราวที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปเหมือนกับความฝันที่พอตื่นปุ๊บก็สลายหายไป เหลือเพียงแค่ความฝันเท่านั้น ฉันก็ใช้ชีวิตของตัวเองได้เหมือนเดิมเป็นปกติ ถึงจะมีส่วนหนึ่งที่รู้สึกเหงาและคิดถึงพี่สองก็ตามที แต่นั่นแหละทุกอย่างมันก็ต้องใช้เวลาซึ่งฉันเองก็ไม่มีทางรับรู้ได้เลย เราสองคนเจอกันแต่พี่สองก็ขับรถผ่านฉันไปราวกับมองไม่เห็นฉัน ทั้งที่ฉันก็มองเขาจะลับตา พอเห็นว่าเขาไม่ได้เป็นอะไรมากก็รู้สึกโล่งใจและเห็นว่าเขามาเรียนได้ปกติ ทำงานร้านสักได้ดีช่วงนี้ฉันก็ทำโมเดลกับเขียนแบบมากขึ้น อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าก็จะสอบปิดเทอมแรกปีสองแล้ว ดังนั้นงานที่ทำก็เลยมีผลต่อคะแนนสอบด้วย ช่วงนี้ฉันก็เลยแทบจะสิงอยู่มหาลัยซะส่วนใหญ่ กินนอนขี้เยี่ยวที่นี่กับเกี๊ยวและฟินน์“โห นี่คือแกซื้อของกินมาเยอะขนาดนี้เลยเหรอเกี๊ยว”“ถูกต้อง” หลังจากที่นั่งทำโมเดลมาทั้งวัน จนถึงช่วงค่ำฉันก็เข้าห้องน้ำไปอาบน้ำชำระร่างกายสวมชุดนักศึกษาตัวเดิมแต่ใครจะรู้ว่ายัยเกี๊ยวจะซื้อของกินมาเยอะขนาดนี้ ฟินน์ไม่อยู่ด้วยนะประเด็นหมอนั่นคือทิ้งสองสาวให้อยู่คณะแค่สองคนคิดดู ใจร้ายเกินไปแล้ว! “ข้าว
“ฉันไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก บาย” นังชาพูดจบก็ลุกขึ้นออกจากร้านไป ฉันเหลือบสายตามองร่างบอบบางที่วิ่งระริกระรี้ไปหาผู้ใหม่ที่ขับรถสปอร์ตสุดหรูและคงจะเอาใจหล่อนได้ดี มากกว่ามาตามพี่สองที่ไม่ว่าจะยังไงก็ไม่มีวันกลับไปคบกันเหมือนเดิม กดปิดมือถือที่อัดเสียงเอาไว้ยังไม่เห็นไอ้โดมลุกขึ้นเลยด้วยซ้ำ“ไม่ได้เรื่อง” ไอ้โดมบ่นเสียงหงุดหงิด “ไม่มีเธอ ฉันก็หาผู้หญิงให้พี่ชายฉันได้”มันยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจที่จะหาผู้หญิงให้พี่สองอีกเหรอวะ! ทำไมมันเป็นคนแบบนี้ไม่เข้าใจเลยให้ตายสิ แค่ฉันไม่นอนอ้าขาให้มันเอาก็คือฉันก็ไม่ควรมีความรักดีๆ หรือไง มันจะมากไปแล้วนะ ฉันกดมือถือส่งข้อความหาเกี๊ยวว่าให้ไปเจอกันที่ร้านสักของเฮียไนท์เพราะไอ้โดมจะไปที่นั้นดูเหมือนจะพาผู้หญิงคนหนึ่งไปให้พี่สองรู้จัก คิดว่าฉันจะยอมให้มันทำอะไรตามใจอีกเหรอ ฝันไปเถอะ คราวนี้เรื่องระยำหมาที่มันทำควรจบได้แล้วให้หลังไอ้โดมออกจากร้านกาแฟฉันก็นั่งรถแท็กซี่เพื่อไปร้านสักของเฮียไนท์ หลังจากที่ไอ้โดมจะหาผู้หญิงให้พี่สอง วันนี้ยังไงซะเรื่องนี้ก็ต้องจบโดยที่พี่สองกับเฮียไนท์ต้องรู้เรื่องไอ้โดมทำ อย่างรูปที่ชาเอาให้พี่สองดูเหมือนกัน รูป
Born to be: 24 :เคลียร์คนเดิมกลับมาแล้วเพราะมีนัดกับพี่แป้งทำให้ฉันนอนไม่หลับทั้งคืนอาจจะเพราะว่าสงสัยกับเรื่องที่พี่แป้งจะคุยมากกว่า ฉันตื่นเช้ามาก็ไม่เห็นคิงกับเพื่อนแล้ว พอนึกไปถึงเรื่องที่แต้งท์พูดกับฉันก็สงสารเขาจับใจและอยากจะขอโทษเขาที่ฉันให้ความรู้สึกนั้นกับเขาไม่ได้ หากแต่ว่าก็หวังแค่ว่าสักวันเขาจะเลิกต่อยตีและมีความรักที่ดีเจอกับผู้หญิงที่ดีกว่าฉันก็เพียงพอ ต้องขอบคุณด้วยซ้ำที่แต้งท์มีความรู้สึกดีๆ ให้กับฉัน แม้ว่ามันจะไม่สามารถเป็นจริงได้ ฉันก็ยังคงมองเขาเป็นเหมือนน้องคนหนึ่งไม่มีวันเปลี่ยนแปลงฉันสวมกางเกงยีนส์สีขาวกับเสื้อไหมพรมสีรุ้งด้านในเป็นเสื้อสายเดี่ยว ออกจากห้องมาแบบแต่งตัวลวกๆ เลยล่ะเพราะกลัวไปไม่ทันเวลานัด รถแท็กซี่มาจอดที่ย่านการค้าแห่งหนึ่งที่มีร้านกาแฟที่พี่แป้งเป็นคนนัด ดังนั้นพอเข้ามาในร้านก็เห็นพี่แป้งแต่งตัวสวยเซ็กซี่อวดรอยสักที่เหมาะกับตัวเธอโบกมือให้ฉันไปนั่งหลังร้าน“สั่งอะไรดี?”“เอาชาเขียวเย็นก็ได้ค่ะ” พี่แป้งพยักหน้ารับก็สั่งชาเขียวเย็นให้กับฉัน “พี่แป้งมีอะไรเหรอคะ?”“พี่รู้เรื่องทุกอย่างแล้ว”“...”“พี่ไม่โทษเคลียร์นะ เป็นพี่ก็คงแค้นที่โดมมันทำแบ







