LOGINจากที่โฟกัสเรื่องงานวาดเป็นหลัก กลายเป็นว่า ‘โฟกัสเมีย’ มาเป็นอันดับหนึ่งแทน
View MoreBorn to be เล่นกับรัก
[เคลียร์ x สอง]
‘เธอ’ แค่อยากคบกับเขาเล่นๆ เพียงเพราะ อยากเอาคืนแฟนเก่า
‘เขา’ ตกลงคบเธอ เพียงเพราะ อยากลืมแฟนเก่าที่ทิ้งเขาไป
และแล้วความสัมพันธ์ที่เรียกว่า ‘เล่นกับรัก’ จึงเกิดขึ้นกับคนสองคนที่ต่างกันสุดขั้ว
“มาคบกันได้ไหมคะ?”
“พูดเล่น”
“เปล่าค่ะ เคลียร์พูดจริง” สบตากับคนตรงหน้าที่คงสีหน้าเรียบนิ่งราวกับไม่อยากเชื่อในคำพูดของฉัน แต่มันเกิดขึ้นจริงแล้วไม่ใช่แค่ความฝันเพียงเพราะขอเขาคบ มันอาจจะเร็วไป ใช่ เราสองคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อนและที่สำคัญเดินผ่านกัน ไม่มีแม้แต่รอยยิ้มที่ส่งให้ จู่ๆ ฉันมาขอเขาคบคงจะแปลกประหลาดสำหรับผู้ชายที่ ‘โลกส่วนตัวสูง’ แบบเขา
มันก็เป็นเพราะฉันต้องการคบกับเขาแบบเล่นๆ ไม่ได้คิดจริงจังอะไรแม้แต่นิด แค่ต้องการเอาคืนแฟนเก่าก็เท่านั้น
“เธอต้องการอะไร?”
“ตกลงพี่สองจะคบกับเคลียร์ไหม” ไม่ตอบคำถามเขา กลับลอบมองใบหน้าหล่อเหลาเวลานี้เส้นผมค่อยๆ ปลิวไปตามแรงของลม “เคลียร์รู้ว่าพี่สองเองก็เพิ่งจะอกหัก”
“...”
“เคลียร์ก็เหมือนกัน” ถึงจะไม่ได้อกหักแบบเขา แต่ถูกหักหลังก็นับรวมได้ “คบกันเถอะค่ะ”
“พี่...” เขาจะพูดอะไรแต่ก็ดูเหมือนจะกลืนคำพูดนั้นลงคอ พลางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “ตกลง”
และนั่นคือความสัมพันธ์ ‘ไร้สถานะ’ สำหรับเรา ทว่าต่อหน้าคนอื่นเราคือคู่รักคู่ใหม่ที่ทำเอาทุกคนอิจฉา แต่ใครจะรู้เท่ากับตัวของเราสองคนว่า ‘ทำทุกอย่างเหมือนแฟน แต่ไม่มีวันได้เป็นแฟน’ เพราะฉันเกิดมาเพื่อเล่นกับรัก ไม่ได้เกิดมาเพื่อรักกับใคร รวมไปถึงเขาเอง
2 อาทิตย์ก่อนหน้านั้น
“เกี๊ยว”
“โหย ตกใจหมดเลย!”
เพื่อนสาวแสนสวยที่ได้ฉายาเครื่องด่าอัตโนมัติสะดุ้งตกใจทันทีที่ฉันวางมือลงบนบ่า ทำเป็นขวัญอ่อนไปได้นะ
“เรียกฉันมามีอะไร?”
“ดูนี่” เกี๊ยวเพื่อนรักกดท้ายทอยฉันให้นั่งลงข้างๆ กันตรงพุ่มไม้หน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง เป็นโรงแรมที่หรูหรามากหากแต่ว่าให้ฉันมาดูอะไรก่อน ตอนโทรมาก็พูดจาวกวนซะจนฉันจับใจความไม่ได้
“ให้ดูอะไร ตาแก่พุงย้อยควงเด็กสาวเข้าโรงแรมอะนะ”
“ไม่ใช่ รออีกแปบดิ”
“แล้วนี่คือมารออะไรก่อน?”
“รอเอาเขาออกจากหัวแกไง” คำตอบของเพื่อนทำให้ฉันเลิกคิ้วขึ้นและเบนสายตามองตรงไปยังทางเข้าโรงแรมที่มีผู้คนเดินเข้าออกเป็นว่าเล่น ฉันเท้าคางมองพนักงานที่เปิดประตูให้ลูกค้าเข้าออกก็จำต้องยกมือปิดปากหาวเพราะเวลานี้มันก็บ่ายกว่าแล้วไง “มาแล้ว ดู!”
เกี๊ยววางมือลงบนศีรษะฉันและกดเอาไว้เพื่อจ้องมองคนที่เดินออกจากโรงแรม ควงแขนกันกระหนุงกระหนิงจนดวงตาของฉันเบิกกว้างขึ้น ไอ้เวรตะไล! นั่นมันแฟนฉันนี่หว่า มันเข้าโรงแรมกับใครวะ
“ฉันเห็นรถมันเลี้ยวเข้าโรงแรม ตอนแรกกะจะแอบถ่ายคลิปแกเอาไว้แซวเล่น ที่ไหนได้”
“ไอ้ชาติหมา” ฉันก่นด่าไอ้แฟนตัวดีที่ข้างกายมีหญิงสาวสวมชุดนักศึกษา ในมหาลัยทำตัวไร้เดียงสาแต่ที่ไหนได้หน้าด้านตอแหลแย่งแฟนฉันเหรอ อีนี่มันต้องโดนสักทีล่ะมั้ง “ฉันจะไปตบมันสองตัว”
“ใจเย็นดิเคลียร์”
“แกจะให้ฉันใจเย็นมองพวกมันสองตัวทำเรื่องระยำลับหลังฉันเนี่ยนะ?”
“ตบไปก็เจ็บมือ” สบตากับเพื่อนที่ยกยิ้มมุมปาก “ฉันคิดแผนดีๆ ออกที่จะเปิดโปงพวกมันสองตัว”
“ยังไง?”
เพื่อนตัวแสบมองฉันพลางหัวเราะราวกับยัยตัวร้ายและใช่ ฉันกับเกี๊ยวคือยัยตัวร้ายแห่งคณะสถาปัตยกรรมเลยล่ะ เพื่อนชูมือถือให้ฉันดูจากนั้นก็กดถ่ายภาพพวกนั้นสองตัวที่ออกจากโรงแรม ซึ่งก่อนหน้านั้นเพื่อนถ่ายคลิปพวกมันสองคนที่ควงกันเข้าโรงแรมก่อนหน้าเรียบร้อย จนฉันมองเพื่อนด้วยสายตาปลื้มปริ่มโผเข้ากอดเกี๊ยวทันที
“รักแกว่ะเพื่อนเลิฟ”
“หลังจากนี้ก็ต้องตามติดมัน เอาให้ภาพอุบาวท์ออกมาเยอะๆ จะได้เปิดโปงทีเดียวที่มหาลัย”
“หึ”
“เป็นที่เดียวที่จะแหกอกพวกมันสองตัว” ฉันส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้กับเกี๊ยว “ว่าแกแต่ไม่โกรธเหรอ”
“โกรธดิ โกรธจนอยากจะตบหน้าพวกมันด้วยซ้ำ แต่แผนแกมันดีอะเปิดโปงอีจีจี้ให้เลิกสตอเบอร์แหลสักที” เห็นหงิมๆ ทำเป็นไร้เดียงสาที่แท้หล่อนก็จ้องจะงาบแฟนตัวเหี้ยของฉันสินะ เหอะ ใช่ ไอ้โดมมันก็ไม่ใช่ผู้ชายดีเลิศอะไรขนาดนั้นหรอกนะ เพียงแต่ว่าฉันกับมันคบกันมาได้สามเดือนและสามเดือนมันก็นอกใจฉันตลอดนั่นแหละ ฉันเองก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะตัวฉันไม่มีเวลาให้มันมากขนาดนั้น ขนาดกอดจูบฉันยังหวงตัวเลยมันก็เลยอดยากถึงไปกินกับอีจีจี้ นังดอกไม้สีทองที่จ้องจะงาบไอ้โดมตั้งแต่ฉันกับมันคบกันแล้ว ใครจะไปคิดว่าไอ้โดมมันจะตาต่ำขนาดนั้นล่ะ! คิดแล้วก็อยากจะเดินออกไปตบมันให้รู้แล้วรู้รอด จำต้องระงับอารมณ์ตัวเองเอาไว้
“อยากเห็นน้ำหน้าคนตอแหลว่ะ”
“ได้เห็นแน่ ไอ้เวรแม่งแอบกินกันนานหรือยังก็ไม่รู้”
“เพราะแบบนี้ฉันถึงจะเอาเขาออกจากหัวแกไง เคลียร์” เพื่อนทำหน้าแค้นเคืองแทนฉันก่อนจะส่งคลิปและรูปภาพมาให้ในข้อความเพื่อให้ฉันเก็บเอาไว้เป็นหลักฐานเปิดโปงความชั่วของพวกมันสองคน พอนั่งมองรถของไอ้โดมขับออกจากโรงแรมฉันกับเกี๊ยวก็เลยพากันเดินกลับ ง่ายๆ คือเดินเล่นให้หัวสมองมันปลอดโปร่งสักหน่อยไม่อย่างนั้นฉันคงลงแดงตายคันไม้คันมืออยากจะตบพวกมันสองตัวแทบแย่ เพราะแบบนี้เกี๊ยวก็เลยเลี้ยงชานมไข่มุกเป็นเพื่อให้ฉันหายโมโห
“ร้านอะไรทำไมคนต่อคิวเยอะจัง?”
“อ๋อ ร้านสัก”
[50%]
*---------------------------------------------------------*
“ก็พี่...” เกี๊ยวชี้นิ้วมาหาผมแต่ยังไม่ทันได้บอกความจริง ผมก็เอานิ้วชี้แตะริมฝีปากตัวเองเพื่อให้เกี๊ยวหยุดพูด“เขาจะมาที่นี่ได้ยังไง ฉันเลิกกับเขาไปแล้ว แกคงไม่ได้โทรบอกเขาใช่ปะ?”“เปล๊า ไม่ได้โทร”“ถึงโทรบอกเขาก็คงไม่สนใจหรอก เขาเกลียดฉันไปแล้วนี่นา” พอได้ฟังคำพูดที่น้อยใจของเคลียร์ผมก็อมยิ้มและสบตากับคิง เกี๊ยวที่ไม่เข้าใจว่าระบบสมองของเคลียร์มีปัญหาหรือเปล่า แต่พอผมกวักมือเรียกทั้งสองคนออกมานอกห้อง ผมก็มีความคิดอะไรดีๆ ขึ้นมา“เคลียร์สแกนสมองแล้วนะคะ หมอบอกไม่มีอะไรผิดปกติ อีกอย่างก็ไม่ได้มีอาการมึนหัวหรืออาเจียนด้วยซ้ำ”“ทำไมถึงคิดว่าพี่สองไม่มีตัวตนจริงๆ” คำถามสุดท้ายเป็นของคิงที่คงจะงงกับท่าทางของพี่สาว แต่พอได้ฟังจากเกี๊ยวว่าเคลียร์ไม่ได้มีผลกระทบอะไรจากการถูกตีศีรษะผมก็สบายใจ“ให้เคลียร์คิดแบบนั้นดีแล้ว”“ทำไมครับ?”“พี่ขอเอาคืนพี่สาวนายหน่อยนะ” คิงขมวดคิ้วและหันไปสบตากับเกี๊ยว “โทษฐานที่เอาความรักของพี่มาเล่น”“อ่า เข้าใจแล้วค่ะพี่สอง”“มันยังไงกันครับเนี่ย ผมงงไปหมดแล้ว” เกี๊ยวเป็นฝ่ายเอ่ยเล่าเรื่องที่เคลียร์เข้าหาผมตอนแรกด้วยเหตุผลอะไร พอได้ฟังคิงก็พยักหน้ารับตกลง บอกทุกคนท
Born to be: 26 :เริ่มต้นใหม่อีกครั้งได้หรือเปล่า?รถของเฮียไนท์จอดที่หน้าสถานีตำรวจ ผมก็ไม่รีรอที่จะรีบวิ่งขึ้นไปบนโรงพักกวาดสายตามองหาคิง กระทั่งเห็นร่างสูงคุ้นตากับเพื่อนอีกสี่คนนั่งอยู่โดยสวมกุญแจมือ แต่ละคนมีใบหน้าที่ฟกช้ำ หัวแตก เลือดออก ตาปูดบวมแต่สภาพของคิงจะยิ่งกว่าเพื่อนตัวเองคือดวงตาซ้ายปิดจนแทบจะมองไม่เห็น มุมปากแตกและศีรษะถูกพันด้วยผ้าพันแผล ฝ่ามือขวามีรอยแผลถลอกและเลือดแห้งติดกรังราวกับเช็ดยังไงก็ไม่ออกเคลียร์มาเห็นสภาพคิงแบบนี้มีหวังต้องเป็นลมล้มพับแน่ ผมรู้ว่าเคลียร์เป็นห่วงน้องชายของตัวเองมากแค่ไหน ไม่ต้องเดาอะไรให้มากคงจะไปถล่มคู่อริมาจริงๆ ไม่อย่างนั้นสภาพของคิงกับเพื่อนคงไม่เละเป็นโจ๊กขนาดนี้“คิง” ผมเอ่ยเรียกชื่อเขากระทั่งใบหน้าหล่อเหลาที่ยับเยิ่นไปด้วยบาดแผลจะตกใจทันทีที่เห็นหน้าผม“พี่...”“คุณเป็นญาติของนายคริษฐ์หรือเปล่าครับ?”“ผมเป็นพี่ชายเขาเองครับ” รีบไปนั่งคุยกับร้อยเวรที่หันไปคุยกับนายตำรวจยศใหญ่อีกหนึ่งท่านที่เฮียไนท์เดินเข้ามาพอดี จังหวะนั้นก็เอ่ยทักทายกันตามประสาเพราะว่านายตำรวจท่านนี้เป็นเพื่อนกับคุณลุงพ่อเฮียไนท์ “เกิดอะไรขึ้นครับ”“นายคริษฐ์กับเพื
ณ โรงพยาบาลเอกชนร่างของฉันนอนอยู่บนเปลของโรงพยาบาลที่เข็นเข้ามาด้านในเรียบร้อย ฉันได้กลิ่นของโรงพยาบาลหากแต่ว่าดวงตากลับทำได้เพียงหรี่มองเท่านั้น เพราะความรู้สึกเจ็บแปลบที่ศีรษะยังคงวนเวียนอยู่ในสมองแม้ว่าบุรุษพยาบาลจะทำแผลให้บนรถแล้วก็ตามที เกี๊ยววิ่งตามเปลเข็นจับมือฉันและร้องไห้สะอึกสะอื้น“เคลียร์!” น้ำเสียงเข้มดุดันเรียกสายตาของฉันให้เสมองใบหน้าหล่อเหลาที่ไล่สายตามองฉันตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า สีหน้าของคิงและกลุ่มเพื่อนดูโกรธอย่างมาก ขณะที่ฝ่ามือหนาเอื้อมมาวางบนศีรษะฉันจับต้องค่อยๆ จับมือน้องชายมาบีบไว้ “ไม่เป็นอะไร”“อย่าไป” ฉันบอกน้องชายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา หวังว่าเขาจะได้ยินคำขอร้องของฉันว่าอย่าไปที่ว่าคือ... ไปทำอะไรกลุ่มโยเพราะนั่นคือสิ่งที่ฉันไม่เคยต้องการเลยสักนิด เปลถูกเข็นมาหน้าห้องฉุกเฉิน คิงสบตากับเกี๊ยวพลางเค้นเสียงแข็ง“ผมฝากเคลียร์ด้วย”“ไม่นะคิง”“กูจะไปฆ่าไอ้โย!”ฉันได้แต่ส่ายหน้าไปมา ทว่า... มันก็ไม่ทันเสียแล้วเมื่อคิงกับกลุ่มเพื่อนรีบวิ่งออกจากโรงพยาบาลไป ส่งผลให้ฉันส่ายหน้าไปมากับเกี๊ยวที่ปลอบใจฉันว่าไม่เป็นอะไร ฉันจะต้องไม่เป็นอะไร แต่ตอนนี้ชีวิตของฉันมันไม่น่าห่ว
Born to be: 25 :โดนทำร้าย2 อาทิตย์ผ่านไปหลังจากเรื่องราวที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปเหมือนกับความฝันที่พอตื่นปุ๊บก็สลายหายไป เหลือเพียงแค่ความฝันเท่านั้น ฉันก็ใช้ชีวิตของตัวเองได้เหมือนเดิมเป็นปกติ ถึงจะมีส่วนหนึ่งที่รู้สึกเหงาและคิดถึงพี่สองก็ตามที แต่นั่นแหละทุกอย่างมันก็ต้องใช้เวลาซึ่งฉันเองก็ไม่มีทางรับรู้ได้เลย เราสองคนเจอกันแต่พี่สองก็ขับรถผ่านฉันไปราวกับมองไม่เห็นฉัน ทั้งที่ฉันก็มองเขาจะลับตา พอเห็นว่าเขาไม่ได้เป็นอะไรมากก็รู้สึกโล่งใจและเห็นว่าเขามาเรียนได้ปกติ ทำงานร้านสักได้ดีช่วงนี้ฉันก็ทำโมเดลกับเขียนแบบมากขึ้น อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าก็จะสอบปิดเทอมแรกปีสองแล้ว ดังนั้นงานที่ทำก็เลยมีผลต่อคะแนนสอบด้วย ช่วงนี้ฉันก็เลยแทบจะสิงอยู่มหาลัยซะส่วนใหญ่ กินนอนขี้เยี่ยวที่นี่กับเกี๊ยวและฟินน์“โห นี่คือแกซื้อของกินมาเยอะขนาดนี้เลยเหรอเกี๊ยว”“ถูกต้อง” หลังจากที่นั่งทำโมเดลมาทั้งวัน จนถึงช่วงค่ำฉันก็เข้าห้องน้ำไปอาบน้ำชำระร่างกายสวมชุดนักศึกษาตัวเดิมแต่ใครจะรู้ว่ายัยเกี๊ยวจะซื้อของกินมาเยอะขนาดนี้ ฟินน์ไม่อยู่ด้วยนะประเด็นหมอนั่นคือทิ้งสองสาวให้อยู่คณะแค่สองคนคิดดู ใจร้ายเกินไปแล้ว! “ข้าว