กอหญ้าตามลูคัสกลับมาถึงคลินิกในเวลาที่ท้องฟ้าเริ่มมืดสนิท แต่คนที่เดินนำหน้ากลับไม่ยอมพูดกับเธอสักคำ ตั้งแต่เดินออกจากสวนจนถึงหน้าประตูคลินิก ชายร่างสูงเพียงเดินเงียบๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉยจนดูน่ากลัวกว่าเวลาที่เขาคำรามเสียอีก กอหญ้าปลดล็อกประตูแล้วหันกลับ
“จะเงียบอีกนานไหม”
ลูคัสเดินผ่านเธอเข้าไปข้างใน
“ไม่ได้เงียบ”
“ตั้งแต่สวนจนถึงนี่พูดอยู่สามคำ”
“ก็ยังพูด”
กอหญ้าหลับตาช้าๆ
“นี่เรียกว่างอนค่ะ”
ลูคัสหยุดเดิน
“ข้าไม่งอน”
“งั้นหันมาคุยกันดีๆ”
เขาไม่หัน กอหญ้ากอดอก
“คุณลูคัส”
“ว่า”
“หันมา”
เงียบ
“ลูคัส”
สุดท้ายเขาจึงหันกลับ ดวงตาสีเข้มจับจ้องเธอ
“พอใจหรือยัง”
“ยัง”
เธอเดินเข้าไปใกล้
“คุณโกรธที่ฉันจูบโลแกน?”
กรามของเขาเกร็งทันที
“ข้าไม่ได้โกรธ”
“โกหก”
“ไม่ได้โกหก”
“งั้นมองหน้าฉันแล้วพูด”
ลูคัสจ้องเธอ
“ข้าไม่ได้โกรธ”
“มือคุณกำจนเส้นเลือดขึ้นหมดแล้ว”
เขาก้มมองมือตัวเองก่อนคลายออกช้าๆ กอหญ้าหลุดหัวเราะ
“เห็นไหม”
“มันตลกหรือ”
“นิดหน่อย”
สายตาเขาเย็นลง
“กอหญ้า”
“คะ”
“อย่าหัวเราะตอนข้ากำลังพยายามอดทน”
น้ำเสียงทุ้มต่ำทำให้เธอชะงัก
“อดทนอะไร”
ลูคัสไม่ตอบ เขาเพียงมองริมฝีปากเธอกอหญ้ารู้ทันที ใบหน้าร้อนขึ้นอย่างช่วยไม่ได้
“มันก็แค่จูบ”
ประโยคนั้นกลับเหมือนเติมเชื้อไฟ
“สำหรับเจ้าอาจแค่จูบ”
เขาเดินเข้ามาหนึ่งก้าว กอหญ้าถอยโดยไม่รู้ตัว
“แต่ข้าจำกลิ่นของมันบนตัวเจ้าได้”
เธอถอยอีก
“คุณจะดมทุกอย่างไม่ได้ไหม”
“ไม่ได้”
“ทำไม”
“เพราะข้าไม่ใช่มนุษย์”
หลังเธอแตะขอบเคาน์เตอร์ ลูคัสหยุดตรงหน้าระยะห่างเหลือเพียงเล็กน้อย
“และสัญชาตญาณของข้าไม่ชอบให้ตัวอื่นแตะสิ่งที่ข้าหวง”
คำว่า “สิ่ง” ทำให้กอหญ้าหรี่ตา
“ฉันไม่ใช่สิ่งของนะ”
“รู้”
“แล้วก็ไม่ใช่ของคุณ”
ลูคัสนิ่ง เงียบอยู่นานจนเธอเริ่มคิดว่าเขาจะเถียงแต่สุดท้ายเขากลับพยักหน้า
“ใช่”
กอหญ้าชะงัก ลูคัสมองเธอนิ่ง
“เจ้าไม่ใช่ของข้า”
เขาพูดช้าๆ
“เพราะเจ้ายังไม่ได้เลือกข้า”
คำตอบนั้นทำให้หัวใจเธอเต้นแปลกไป
“แล้วถ้าฉันไม่เลือก?”
“ข้าก็คงยังรักเจ้า”
กอหญ้านิ่ง ลูคัสเบือนหน้าหนีเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าหลุดพูดอะไรออกมา แต่คำพูดนั้นสายเกินกว่าจะเรียกคืน
“เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะ”
“ไม่มีอะไร”
“ลูคัส”
“ข้าเหนื่อย”
“อย่าหนี”
กอหญ้ารีบจับแขนเขา ทันทีที่ปลายนิ้วแตะผิวกายความรู้สึกอุ่นวาบก็แล่นผ่านฝ่ามืออีกครั้ง ลูคัสหยุดเธอมองแผ่นหลังเขา
“คุณรักฉัน?”
ชายร่างสูงค่อยๆ หันกลับ
“เจ้าอยากได้คำตอบจริงหรือ”
กอหญ้ากลืนน้ำลาย
“อยาก”
“ใช่”
ไม่มีคำอ้อมค้อม ไม่มีความลังเล
“นานแค่ไหน”
“นานกว่าที่เจ้าจำได้”
กอหญ้าจ้องหน้าเขา
“เพราะอดีตชาติ?”
“ไม่ทั้งหมด”
“แล้วเพราะอะไร”
ลูคัสยกมือแตะแก้มเธอ
“เพราะไม่ว่าเจ้าจะเกิดอีกกี่ครั้ง ข้ายังจำกลิ่นของเจ้าได้”
หัวใจเธอเต้นแรง
“ฟังดูเหมือนหมาจริงๆ”
บรรยากาศซึ้งหยุดลงทันที ลูคัสหลับตากอหญ้าหัวเราะ
“ขอโทษ”
“ไม่ขอโทษจริง”
“ก็จริงนิดหนึ่งนี่”
เขาลืมตาขึ้น
“เจ้าอยากให้ข้าพิสูจน์หรือไม่ว่าข้าต่างจากหมาอย่างไร”
กอหญ้าชะงัก น้ำเสียงนั้นเปลี่ยนไปชัดเจน
“พิสูจน์อะไร”
“เจ้าน่าจะรู้”
เธอรีบถอย
“ไม่รู้”
ลูคัสตาม
“โกหก”
“ฉันไม่—”
เธอชนกับอกเขาเพราะถอยผิดทาง แขนแข็งแรงโอบเอวไว้โดยอัตโนมัติ กอหญ้าเงยหน้าใบหน้าของเขาอยู่ใกล้เกินไปอีกแล้ว
“ปล่อยก่อน”
“ถ้าเจ้าต้องการ”
ลูคัสคลายแขนทันทีแต่กอหญ้ากลับไม่ได้ถอยทั้งคู่สบตากัน ไม่มีใครพูด สุดท้ายลูคัสเป็นฝ่ายถาม
“ข้าจูบเจ้าได้ไหม”
คำถามเดิม แต่คืนนี้ความรู้สึกต่างออกไป กอหญ้าจ้องเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนพยักหน้า
“ได้”
ลูคัสก้มลงจูบแรกเบากว่าที่เธอคิด แต่หลังจากกอหญ้าจับคอเสื้อเขาไว้จังหวะของมันก็เปลี่ยนไปแขนใหญ่รั้งเอวเธอเข้าหา จูบหนักแน่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ราวกับความหึงหวงทั้งหมดที่เขาพยายามกดไว้กำลังถูกถ่ายทอดออกมาโดยไม่ต้องพูด กอหญ้าหายใจไม่ทันจนต้องดันไหล่เขา ลูคัสหยุดทันที
“พอ?”
เธอสูดหายใจ
“ยัง”
คำตอบทำให้ดวงตาเขาเข้มขึ้น
“แน่ใจ?”
กอหญ้าพยักหน้า คราวนี้เธอเป็นฝ่ายดึงเขากลับมาเอง ลูคัสชะงักเพียงเสี้ยววินาทีก่อนตอบรับทันทีเสียงฝนเริ่มตกกระทบกระจกหน้าต่าง ทั้งสองค่อยๆ ถอยขึ้นชั้นสองโดยแทบไม่รู้ตัว กอหญ้าหลุดหัวเราะเมื่อแผ่นหลังชนประตูห้อง
“เดี๋ยว”
ลูคัสหยุด
“อะไร”
“คุณจะพังประตูอีกไหม”
เขามองบานประตู
“ไม่”
“แน่นะ”
“ข้าจ่ายได้”
กอหญ้าตีอกเขาทันที
“เกี่ยวอะไรกับจ่าย!”
เสียงหัวเราะต่ำดังขึ้น ความตึงเครียดคลายไปเล็กน้อย พอเข้ามาในห้องกอหญ้ากำลังจะหันไปพูดบางอย่างแต่ลูคัสกลับหยุดอยู่ด้านหลัง ตรงหน้าพวกเขาคือกระจกบานใหญ่ข้างตู้เสื้อผ้า กอหญ้ามองเงาสะท้อน ลูคัสยืนอยู่ด้านหลังเธอร่างสูงใหญ่ทำให้เธอดูตัวเล็กลงไปทันที แขนของเขาค่อยๆ โอบรอบเอว
“ลูคัส”
“อืม”
“มองอะไร”
“เจ้า”
“ก็มองฉันตรงๆ สิ”
“แบบนี้ก็เห็น”
กอหญ้ามองเงาของเขาในกระจก ดวงตาคมเข้มกำลังจับจ้องเธออย่างไม่ปิดบัง สายตาแบบเดียวกับในความฝัน ร้อนแรง หวงแหน แต่คืนนี้ต่างออกไปตรงที่เธอรู้ว่าเขาจะหยุดหากเธอบอกให้หยุด ลูคัสก้มลงใกล้ข้างหู
“ข้าชอบมองเจ้าแบบนี้”
“ทำไม”
“เพราะข้าเห็นว่าเจ้าไม่ได้หนี”
กอหญ้าชะงัก คำพูดง่ายๆ กลับทำให้ใจอ่อนลงเธอยกมือแตะแขนที่โอบเอว
“ฉันยังไม่ได้บอกว่าจะอยู่กับคุณตลอดไปนะ”
“รู้”
“แล้วอย่าคิดเอง”
“ข้าไม่คิดแทนเจ้า”
“ดี”
ลูคัสนิ่งไปนิดหนึ่ง
“แต่ข้าจะทำให้เจ้าเลือกข้า”
กอหญ้าหลุดหัวเราะ
“มั่นใจมาก”
“มาก”
“ถ้าเลือกโลแกนล่ะ”
รอยยิ้มบนใบหน้าเขาหายทันที
“อย่าพูดชื่อนั้นตอนนี้”
“ทำไม”
“ข้าไม่ชอบ”
“หึง?”
“ใช่”
คำตอบตรงเกินไปจนเธอหัวเราะอีก ลูคัสก้มลงจูบข้างขมับกอหญ้าเงียบ สัมผัสของเขาค่อยๆ เลื่อนลงตามแก้มอย่างอ่อนโยนกว่าท่าทีภายนอกมาก
“เมื่อคืนข้าเกือบตาย”
เขาพูดเบาๆ
“รู้”
“ตอนนั้นข้าคิดอยู่เรื่องเดียว”
“อะไร”
“ถ้าตายครั้งนี้ ข้าคงไม่ได้เจอเจ้าอีก”
กอหญ้ามองเขาผ่านกระจก ดวงตาของลูคัสไม่ได้มีความเจ้าเล่ห์หรือยั่วเย้าเหมือนเมื่อครู่ มีเพียงความจริงใจจนเธอไม่รู้จะตอบอย่างไร
“ฉันยังอยู่ตรงนี้”
“อืม”
แขนที่โอบเอวกระชับขึ้น
“เพราะอย่างนั้นข้าถึงไม่อยากปล่อย”
กอหญ้าหันกลับไปหาเขา
“งั้นก็อย่าทำเหมือนฉันจะหายไปทุกครั้งที่มีผู้ชายเข้ามาใกล้”
ลูคัสเงียบ
“ฉันไม่ชอบถูกควบคุม”
“ข้าจะพยายาม”
“ต้องทำ”
“ได้”
“แล้วห้ามขู่ลูกค้าฉัน”
“ถ้าเป็นผู้ชาย?”
“ยิ่งห้าม”
“ยาก”
“ลูคัส”
“จะพยายาม”
กอหญ้าส่ายหน้า
“ดื้อจริง”
“เจ้าก็เหมือนกัน”
เธอกำลังจะเถียง แต่ลูคัสก้มลงจูบอีกครั้งจูบครั้งนี้ต่างจากเมื่อครู่ ช้ากว่าลึกกว่าแต่ไม่เร่งรีบ กอหญ้ายกแขนคล้องคอเขา ภาพในกระจกสะท้อนคนสองคนที่ยืนแนบชิดกันท่ามกลางแสงสลัว ทุกครั้งที่ลูคัสขยับเขาจะหยุดดูปฏิกิริยาของเธอ ทุกครั้งที่กอหญ้าเงยหน้ารับเขาจึงค่อยขยับใกล้ขึ้น ไม่มีคำเร่งรัดมีเพียงคำถามสั้นๆ เป็นระยะ
“ได้ไหม”
“อืม”
“แบบนี้?”
“ได้”
“ถ้าไม่ชอบบอกข้า”
กอหญ้าเผลอยิ้ม
“คุณถามเยอะกว่าที่คิดนะ”
“ข้าเคยบอกแล้ว”
“อะไร”
“ข้าไม่บังคับเจ้า”
เธอมองเขาก่อนเป็นฝ่ายจูบเขาเอง ลูคัสนิ่งไปเล็กน้อยแล้วเสียงหัวเราะต่ำก็ดังขึ้น
“หัวเราะอะไร”
“ชอบ”
“อะไร”
“เวลาที่เจ้าเลือกข้าเอง”
ประโยคนั้นทำให้ใบหน้าเธอร้อนขึ้นอีก กอหญ้าซุกหน้าเข้ากับอกเขาเพื่อหลบสายตา
“พูดมาก”
“เขินรึ?”
“ไม่”
“กลิ่นเปลี่ยน”
เธอเงยหน้าทันที
“ห้ามดม!”
ลูคัสหัวเราะ
“ข้าหายใจ”
“งั้นหยุดหายใจไปเลย”
“ข้าทำได้”
กอหญ้านิ่ง
“หา?”
ลูคัสกลั้นหายใจจริง หนึ่งวินาที สองวินาที สิบวินาที ยี่สิบวินาที กอหญ้าเริ่มตาโต
“พอ!”
เขายังนิ่ง
“ลูคัส หายใจ!”
ชายหนุ่มสูดลมหายใจกลับอย่างสบายๆ
“เห็นไหม”
กอหญ้าตีแขนเขา
“บ้า!”
“เจ้าสั่ง”
“คนปกติไม่ทำตามเรื่องแบบนี้!”
“ข้าไม่ปกติ”
เธอหลุดหัวเราะจนตัวงอ ลูคัสมองรอยยิ้มนั้นนิ่งๆ จากนั้นสีหน้าเขาก็อ่อนลง
“ข้าชอบให้เจ้าหัวเราะ”
กอหญ้าค่อยๆ เงยหน้า
“เมื่อก่อนฉันหัวเราะแบบนี้ไหม”
คำถามทำให้เขานิ่ง
“เมื่อก่อน?”
“ชาติที่ฉันรู้จักคุณ”
ลูคัสมองภาพเธอในกระจก
“มากกว่านี้”
“จริง?”
“เจ้าเคยหัวเราะใส่หน้าข้าตอนข้าคำรามใส่”
กอหญ้าหลุดขำ
“สมเป็นฉัน”
“แล้วก็เคยเรียกข้าว่าหมา”
“อันนี้ก็สมเป็นฉัน”
“ข้าโกรธเจ้าสามวัน”
“แล้วหายได้ไง”
“เจ้าเอาเนื้อมาให้”
กอหญ้าหัวเราะเสียงดัง
“เห็นไหม! คุณเป็นหมาจริงๆ!”
สีหน้าลูคัสนิ่งทันที
“กอหญ้า”
เธอยิ่งหัวเราะ
“โอ๊ย ไม่ไหว”
ชายหนุ่มคว้าเอวเข้าหาตัว
“สนุกมาก?”
“มากค่ะ”
“งั้นข้าจะทำให้หยุดหัวเราะ”
“ทำยัง—”
คำถามถูกหยุดด้วยจูบ กอหญ้าหลุดเสียงหัวเราะอยู่ในลำคอก่อนค่อยๆ เงียบลง ความใกล้ชิดกลับมาอีกครั้ง เงาสองร่างสะท้อนอยู่ในกระจกลูคัสไม่ได้ละสายตาจากเธอ กอหญ้าเองก็เริ่มไม่แน่ใจว่าทำไมภาพตรงหน้าถึงทำให้หัวใจเต้นแรงกว่าปกติ อาจเพราะเธอเห็นสายตาของเขาชัดเจน เห็นว่าต่อให้สัญชาตญาณสัตว์ร้ายในตัวจะรุนแรงเพียงใด ลูคัสก็ยังควบคุมมันเพื่อเธอและนั่นทำให้เธอเป็นฝ่ายขยับเข้าไปใกล้มากขึ้นเอง ลูคัสหยุด
“แน่ใจ?”
กอหญ้าสบตาเขาผ่านกระจก ก่อนพยักหน้า
“แน่ใจ”
คำตอบนั้นเพียงพอ คืนนั้นเสียงฝนยังคงดังต่อเนื่องอยู่หลังหน้าต่าง ขณะที่กระจกบานใหญ่สะท้อนเงาของคนสองคนที่ค่อยๆ หายเข้าไปในความมืด มือเขาค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อเธอออกที่ละเม็ด ริมฝีปากร้อนซุกไซร้อยู่ที่ซอกคอขาว บางจังหวะเขาใช้เขี้ยวแหลมคมนั้นขบเม้มบนคอเธอเบาๆ เธอมองภาพนั้นผ่านกระจกบานใหญ่ หัวใจเต้นระรัว ลมหายใจติดขัดเป็นช่วงๆ สองมือของลูคัสโอบอุ้มบางสิ่งด้านหน้าไว้ก่อนออกแรงเค้นคลึงจนเธอหลุดเสียงร้องครางออกมา เขาจงใจมายืนจุดนี้เพื่อให้เธอมองเห็นทุกสิ่งได้ชัดเจน ให้เธอจำเพียงแค่สัมผัสจากเขาคนเดียวเท่านั้น ไม่นานเสื้อผ้าทุกชิ้นก็หลุดออกจากร่างกายไปจนหมด เขาชำนาญจนเธอไม่อยากจะเชื่อว่าตลอดหลายพันปีที่ผ่านมาเขาทำมันแค่กับเธอในชาติที่แล้วและชาตินี้เท่านั้น ลูคัสลากเก้าอี้มาวางไว้หน้ากระจกก่อนจะยกสะโพกเธอขึ้นนั่งบนนั้น เขาเอาเปรียบตรงที่ไม่ยอมถอดเสื้อผ้าออกเลยสักชิ้น เธอจึงต้องใช้มือปลดมันออกด้วยตัวเอง ก่อนจะแอบใช้เล็บจิกลงบนหน้าอกกำยำของเขาเบาๆ เพื่อให้เขารู้สึกเจ็บแบบที่ทำบนคอของเธอบ้าง ไม่นานเขาก็จับบางสิ่งออกมาโดยที่ไม่ถอดกางเกงออกด้วยซ้ำ เพียงแค่ปลดกระดุมแล้วรูดซิปลง สองแขนแข็งแรงอุ้มทั้งตัวเธอขึ้นคร่อมเอวเขาเอาไว้ ก่อนเขาจะดันสิ่งนั้นสอดแทรกความฉ่ำเยิ้มถลำลึกเข้ามาด้านใน ลูคัสเปล่งเสียงครางต่ำออกมาอย่างพอใจ มันง่ายกว่าครั้งแรกแต่ยังคงคับแน่นเหมือนเดิม ทันทีที่เขายกสะโพกเธอขึ้นลงตามจังหวะ สติของหญิงสาวตรงหน้าก็ค่อยๆ เตลิดไป เธอจิกเล็บลงบนหลังเขามองภาพตัวเองในกระจกที่ขยับไปตามแรงแขนและเอวของเขาด้วยอารมณ์พลุกพลาน เจ้าหมาดำตัวนี้ช่างดิบเถื่อนยิ่งนัก เขาจงใจทำท่าทางที่จะสะท้อนให้เธอเห็นมันอย่างชัดเจน เห็นสิ่งที่สอดประสานกันระหว่างเขาและเธอ คล้ายประกาศชัดให้รู้ว่าทุกตารางนิ้วของเธอเป็นของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น
เช้าวันต่อมากอหญ้ายืนแปรงฟันอยู่หน้ากระจกมองตัวเองอยู่ครู่หนึ่งแล้วหน้าแดง เธอรีบเบือนสายตา
“บ้าจริง”
เสียงทุ้มดังจากบนเตียง
“อะไร”
กอหญ้าหันขวับ
“ตื่นแล้วทำไมไม่บอก!”
ลูคัสนอนพิงหัวเตียง ผมยาวยุ่งเล็กน้อยใบหน้ากลับดูอารมณ์ดีอย่างน่าหมั่นไส้
“เจ้ากำลังคุยกับกระจก”
“ฉันไม่ได้คุย”
“หน้าเจ้าแดง”
เธอหยิบหมอนปาใส่ ลูคัสรับได้ด้วยมือเดียว
“เลิกแซวเลย”
เขายิ้ม
“เมื่อคืนเจ้าไม่—”
“ห้ามพูด!”
กอหญ้าพุ่งไปปิดปากเขาทันที ลูคัสหัวเราะอยู่ใต้ฝ่ามือ
“ห้ามพูดเรื่องเมื่อคืนเด็ดขาด”
เขาดึงมือเธอออก
“ทำไม”
“ฉันอาย”
“แต่ข้าชอบ”
“คุณลูคัส!”
เขารั้งเอวเธอเข้ามาจนกอหญ้าเสียหลักนั่งลงข้างตัว
“ปล่อย ฉันต้องลงไปเปิดคลินิก”
“อีกห้านาที”
“ไม่ได้”
“สาม”
“ไม่ได้”
“หนึ่ง”
“ลูคัส”
ชายหนุ่มก้มหน้าซบไหล่ กอหญ้านิ่ง
“นี่คุณกำลังอ้อน?”
“เปล่า”
“นี่เรียกว่าอ้อน”
“ข้าแค่ยังไม่อยากให้เจ้าไป”
หัวใจเธออ่อนลงทันที แต่ก่อนจะตอบเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น กอหญ้าคว้ามาดูชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้ลูคัสเงยหน้าทันที
LOGAN
บรรยากาศเปลี่ยนในเสี้ยววินาที กอหญ้ามองโทรศัพท์แล้วมองลูคัส
“อย่า”
เธอเตือนก่อน
“ข้ายังไม่ได้พูด”
“แต่หน้าพูดไปหมดแล้ว”
สายเรียกเข้ายังคงดัง กอหญ้ากดรับ
“ฮัลโหล”
เสียงโลแกนดังมาตามสาย
“อรุณสวัสดิ์ครับ”
“มีอะไรคะ”
“คิดถึง”
กอหญ้าชะงัก ลูคัสได้ยินเต็มสองหูดวงตาเริ่มเปลี่ยนสี เธอรีบเอามือปิดไมค์
“ใจเย็น”
“วาง”
“ไม่ได้”
เสียงโลแกนดังอีก
“วันนี้ว่างไหมครับ ผมมีอะไรอยากพาไปดู”
“อะไรคะ”
“เรื่องอดีตของคุณ”
กอหญ้านิ่ง ลูคัสเองก็หยุด
“ที่ไหน”
“คฤหาสน์เก่าของผม”
กอหญ้ากำลังจะตอบแต่ลูคัสพูดแทรก
“ข้าไปด้วย”
ปลายสายเงียบสองวินาที จากนั้นเสียงหัวเราะของโลแกนดังขึ้น
“หมานั่นอยู่ด้วยเหรอ”
ลูคัสแย่งโทรศัพท์ทันที
“เรียกอีกครั้งแล้วเจ้าจะไม่มีลิ้นไว้พูด”
“อรุณสวัสดิ์เซอร์เบอรัส”
“อย่ามากวน”
“เมื่อคืนอารมณ์ดีหรือไม่”
ลูคัสนิ่ง กอหญ้าตาโต
“โลแกน!”
เสียงหัวเราะดังมาจากปลายสาย
“เดาถูกสินะ”
กอหญ้าหน้าแดงจัด
“แค่นี้นะคะ!”
เธอกดวางทันที ห้องเงียบลงลูคัสมองเธอ กอหญ้ามองกลับ
“ห้ามพูด”
“ข้ายัง—”
“ห้าม!”
เขายกมือเหมือนยอมแพ้แต่รอยยิ้มตรงมุมปากกลับชัดเจน กอหญ้าหันหน้าหนี
“ทั้งหมาทั้งงู น่าจับทำหมันให้หมดจริงๆ”
ลูคัสหุบยิ้มทันที
“อย่าเอาข้าไปรวมกับมัน”
กอหญ้าหลุดหัวเราะ โดยไม่รู้เลยว่าการเดินทางไปคฤหาสน์ของโลแกนในวันนี้ จะทำให้ความทรงจำในอดีตของเธอเปิดออกอีกส่วนหนึ่งและครั้งนี้ สิ่งที่เธอจะได้เห็นไม่ใช่เพียงความรัก แต่เป็นสาเหตุที่ทำให้เธอเสียชีวิตในชาติก่อนด้วย