Masukหาจนล้าแต่นี่ไวรัสนะไม่ใช่หาเห็บหมาออกจากหลังสุนัขจรจัด ที่จะได้เจอกันง่าย ๆ ไม่ใช่ความโชคร้ายเลวทรามอะไรหรอก หากแต่เป็นการไม่เจียมตัวและประเมินกำลังตัวเองผิดไปของแพรวมากกว่า ผลลัพธ์จึงออกมาเป็นการล้มเหลวอย่างพังพินาศ ไม่พบไวรัสคร่าชีวิตตามที่บันทึกเขียนบอก และต่อให้เจอแพรวก็ดูไม่ออกอยู่ดีว่ายาที่เห็นใช้สิ่งที่ต้องการหรือไม่ เจ็บใจแต่ไม่เจ็บปวด เพราะอย่างน้อยเธอก็ได้ทำเพื่อพีแล้ว แม้ภารกิจสุดท้ายจะไม่สำเร็จ แต่หากนับปริมาณรูปถ่ายกับหน่วยความจำเมมโมรี่ในโทรศัพท์ที่พร่องลงไป ก็นับว่าได้การณ์อยู่พอตัว แพรวมีข้อมูลหลักฐานมากพอที่จะทำให้พีเชื่อได้ว่าพ่อนักวิทยาศาสตร์ของเขา มีส่วนสำคัญในการทำให้เพศสภาพลูกเป็นแบบนี้
.
“เอาล่ะถ้างั้นก็ถึงเวลาออกจากที่นี่สักที”
หญิงสาวปาดเหงื่อพลันบ่นกับตัวเองในใจ
.
“ฉันล้อเล่นหรอกน่าใครจะเป็นบ้ามุดท่อระบายน้ำใต้ตะแกรงเหล็กนี่ออกไปกัน ขี้คร้านเชื้อโรคจะเยอะกว่าโควิดข้างนอกซะอีก ฉันมีอีกวิธีหนึ่งที่เพิ่งคิดออกสด ๆ ร้อน ๆ เลย มาลองดูกันเถอะ!”
.
ว่าแล้วเจ้าหล่อนก็จัดแจงเดินทะลุออกมาจากโซนห้องแล็บแล้วตรงเข้าไปในครัว เธอกระเถิบร่างบางผ่านโต๊ะกินข้าวที่มีพ่อฟุบหลับอยู่อย่างระแวดระวัง ก่อนจะหยิบมีดบังตอติดมือออกมาเล่มหนึ่ง แพรวชักมันออกมาจากที่เก็บมีดบนเคาท์เตอร์ พลางชูขึ้นอาบฉาบต้องแสงไฟ
.
“ฉันจำได้ว่าพ่อใช้กำปั้นทุบกับผนังแล้วประตูแล็บก็เปิดออก เพราะงั้นจะต้องมีเซ็นเซอร์ที่บันทึกลายนิ้วมืออยู่ตรงประตูแน่"
“ไม่ลองไม่รู้ กล้า ๆ หน่อยแพรว ก็แค่ตัดมือคนแก่ไปนาบกับข้างประตูมันจะไปยากอะไร แกกลัวคนเมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ลำพังจะยืนให้ตรงพ่อยังทำไม่ได้เลย!"
.
ปลุกใจตัวเองเสร็จก็เป่าปากพรูไปหนึ่งที แพรวเอาจริงเธอเดินอาด ๆ เข้ามากระชากหัวพ่อที่ฟุบคาอยู่บนโต๊ะให้แหงนไปด้านหลัง พลันจับเอามือข้างที่เคยเห็นใช้ทุบกำแพง ขึ้นมาวางพาดบนโต๊ะในท่าทางที่สุดจะทะมัดทะแมง เม้มปากแน่นกัดเกร็งก่อนจะฟันฉับ! ลงใส่บริเวณข้อมือของพ่อ!
.
“ฉึบ!!!”
.
“ซู่!!!”
ไม่ได้เอาแค่นิ้วแต่สาวเจ้าล่อทั้งมือเลย สายโลหิตกระซ่านเซ็นราวกับน้ำพุ!
.
แพรวยิ้มกึ่งหัวเราะแปลกที่เธอไม่ยักจะได้ยินเสียงกรีดร้องของพ่อสักแอะ หรือบางทีอาจจะเป็นเพราะเมาจนสลบไสลก็ไม่รู้ เธอไม่สนใจ แพรวมองดูรอยบากขนาดยาวบนโต๊ะไม้ และมองดูมีดบังตอที่ปักคาอยู่ด้านบนราวกับอนุสรณ์สถาน เลือดเจิ่งนองหยดติ๋ง ๆ โต๊ะทั้งโต๊ะแดงฉานแถมยังเหม็นคาวคละคลุ้งไปทั่วห้อง
.
“มือกระเด็นไปไหนนะ?”
เธอถาม
.
ผีห่าซาตานตนใดเข้าสิงถึงเปลี่ยนผู้หญิงสวย ๆ ให้อำมหิตได้ถึงเพียงนี้ เธอไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ความจิตตกหมกมุ่นไม่เคยเป็นคาร์แร็คเตอร์ของเธอเลย เหตุผลของความรุนแรงยังคงเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม และก่อนจะได้คำตอบที่ต้องการแพรวก็ได้จัดแจงก้มลงไปที่ใต้โต๊ะ จากการหาไวรัสตอนต้นบท เข้าสู่ช่วงท้ายบทดันกลายเป็นการหามือที่กระเด็นหลุดออกจากแขนคนไปซะงั้น สาวเจ้าก้มคลานสอดส่ายสายตาหาจนทั่วแต่ก็ไม่พบ และจังหวะถอดใจจะลุกขึ้นยืนเท่านั้นแหละ ดวงดันซวยเอาหัวไปโขกชนเข้ากับขอบโต๊ะซะได้
.
“โป๊ก!!!”
.
“โอ๊ยยย!!!”
.
ความอัศจรรย์บังเกิดเมื่อจู่ ๆ ก็เกิดได้สติฟื้นคืนกลับมา ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ค่อย ๆ รีเพลย์ย้อนกลับหลังเป็นภาพสโลโมชั่น back forward reverse ย้อนทิศทางทีละเฟรม ๆ จนมาหยุดกึกอยู่ตอนที่แพรวกำลังจะเดินเข้าไปในครัว แล้วมีพ่อนอนหน้าทิ่มอยู่บนโต๊ะ ให้ตายเถอะ! ทุกสิ่งเธอคิดไปเองล้วน ๆ แพรวจะใจไม้ไส้ระกำทำกับคนรุ่นลุงแบบนั้นได้ยังไง เธอก็แค่คิดไปตามประสาเด็กวัยรุ่น ว่าถ้าหั่นนิ้วหั่นดุ้นลุงออกไปได้ก็คงดี อะไร ๆ คงจะง่ายขึ้นเยอะไม่ต้องมาติดแหง็กอยู่แบบนี้ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธีหรอกนะ
.
“มา! มาเริ่มกันเลย!”
ตีอกชกตัวแพรวขอลองอีกหน
.
คราวนี้ของจริงไม่ใช่ภาพฝัน เธอจิกหัวพ่อแหงนหน้าพาดไปด้านหลังพนักเก้าอี้ ต่อด้วยการหยิบเอามือข้างขวาของแกขึ้นมาวางราบไว้บนโต๊ะ โดยจับพลิกด้านให้ฝ่ามือแหงนโชว์ขึ้นข้างบน หลังจากนั้นก็จัดแจงเอาสมาร์ทโฟนของตัวเองที่กล้องหลังชัดสุด ๆ มากดถ่ายรูปนิ้วมือของพ่อเอาไว้
.
“แชะ!!!”
.
ในโหมดหน้าชัดหลังเบลอนิ้วหัวแม่มือนี่เห็นแบบเต็ม ๆ ชัด ๆ สาดซูมเข้าไปถึงรูขุมขน เรียกได้ว่าถ้าไม่ผ่านก็ให้มันรู้ไป เสร็จจากตรงนี้แพรวก็ส่งพ่อเข้านอนบนโต๊ะตามเดิม ไม่มีลากไปที่โซฟาหรือหาผ้าห่มมาห่มให้ตามแบบฉบับของสาวน้อยวัยใสใด ๆ ทั้งสิ้น
.
"หวัดดีค่ะพ่อ"
คือสิ่งที่แพรวแจ้งบอก เธอจับสมาร์ทโฟนถือเท่ ๆ เดินโทง ๆ ย้อนกลับมาที่หน้าประตูห้องแล็บอีกครั้ง ก่อนจะชูมันเข้าหาแผงตรวจจับเซ็นเซอร์ที่ด้านข้างประตู แล้วรออย่างมีความหวัง
.
“ตุ๊ด.. ด.. ด.. ด.. ด ตุ๊ด.. ด.. ด.. ด..”
“ตู๊ด ๆ !”
“ยืนยันตัวตนถูกต้อง..”
“เดินทางโดยสวัสดิภาพค่ะด็อกเตอร์”
คือเสียงคอมพิวเตอร์จากระบบ security แจ้ง
.
สุดท้ายแพรวก็ทำสำเร็จเธอหลอกระบบได้ง่าย ๆ ด้วยการอาศัยเทคโนโลยีจากโลกปัจจุบัน ที่พ่อค้าแม่ค้าใช้ขายของผ่านการแสกนจ่าย เธอก็เลยเดินขึ้นบันไดชั้นใต้ดินออกมาสู่ภาคพื้นได้อย่างสง่างาม
.
.
ประตูห้องเก็บของแง้มเปิดออก แพรวโผล่ขึ้นมา ณ จุดกึ่งกลางบ้าน พลันสังเกตเห็นจากนอกหน้าต่างว่าฝนโควิดด้านนอกนั้นหยุดตกแล้ว
.
“โอเค~! โล่งอกไปที~! หาหน้ากากครอบแก้วใส่สักอันแล้วออกไปข้างนอกกัน อีพีจะต้องรู้เรื่องนี้ สิ่งที่พ่อมันทำสำคัญกว่ายาคุมฉุกเฉินกันท้องของเราเยอะ”
.
ไม่รู้จริงไหมแต่โชคดีมากที่บ้านไม้พัง ๆ ที่สร้างขึ้นมาหลอก ๆ นี้ดันมีหน้ากากกันแก็สอยู่อันหนึ่ง มันถูกแขวนไว้ตรงหน้าประตูราวกับเป็นของ ๆ คุณพ่อที่จำเป็นจะต้องใช้เวลาออกนอกบ้าน เพราะนอกจากเจ้านี่แล้วก็ยังมีกุญแจรถ แล้วก็มีกุญแจมอเตอร์ไซต์แขวนรวมปะปนกันอยู่
.
“หึ! คนแก่ก็แบบนี้! พอสมองเลอะ ๆ เลือน ๆ ก็มักจะวางของไว้ที่เดิม ๆ เพื่อกันหลง ดูจากรอยแดดเลียแล้วคงแขวนไว้ตรงนี้ประจำสินะคะ หนูขอเอาไปใช้หน่อยนะคะพ่อ ขอบคุณค่ะ”
ประนมมือย่อเข่าถอนสายบัวอย่างสวยงาม พลางตวัดเอาหน้ากากกันแก็สเข้ามาครอบลงที่หน้าตัวเอง ณ เดี๋ยวนั้น ใกล้กันยังมีเสื้อกันฝน รองเท้าบูธที่แม้จะเบอร์ใหญ่เกินไซต์ผู้หญิงไปหน่อย แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรป้องกันเชื้อโรคเลย
.
หลักฐานพร้อม อุปกรณ์พร้อม แต่งตัวเสร็จแพรวก็เปิดประตูหน้าบ้านผุ ๆ ออกไปสู่โลกภายนอก
.
“พ่ามมม!!!!”
.
สนามหญ้าแห้งกรอบหงิกหงอยใบเหี่ยวเฉา เดินย่ำเท้าลงมาเหยียบเบา ๆ แทบจะกลายเป็นฝุ่นขี้เถ้าปลิวล่องลอย แพรวกระชับหน้ากากกันแก็สให้แน่นขึ้นไปอีก เธอรู้ว่ามันไม่ใช่ของดีที่กันเชื้อได้แบบของบริษัท AP จึงต้องเช็ครอยต่อตรงคอว่าแนบสนิทดีไหม พลางทอดสายตามองสิ่งต่าง ๆ หลังพายุผ่านพ้นไปพร้อมกันไปด้วย
.
“ซีดดด!!!”
“โกลาหลมากอ่ะ แบบนี้จะติดต่ออีพียังไง”
.
เสาไฟหักโค่นขวางทางรถ ถนนแตกเป็นหลุมราวกับหลุมยุบที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำใต้ดิน สัญญาณเน็ตเป็นศูนย์ สัญญาณโทรศัพท์ไม่มี แทบเป็นไปไม่ได้ที่อีพีจะมาถึงที่นี่ได้ ติดต่อครั้งสุดท้ายพีบอกจะรีบมาหาแพรว แต่ดูจากความอเนจอนาถของสิ่งแวดล้อมแล้ว ต้องยอมรับเลยว่าค่อนข้างจะยาก รถประสบอุบัติเหตุเกินกว่าสิบคันซ้อน เจ้าหน้าที่กู้ภัยก็มีกันน้อยนิดแค่ 2 -3 คน บางทีอาจจะกระจายตัวไปช่วยที่ต่าง ๆ อยู่ ซึ่งนี่คือกลียุคโดยไม่ต้องสืบ คือมหาวิบัติที่หนักกว่าสึนามิหรือภูเขาไฟระเบิด แต่ละคนทำงานกันหนักมากและขณะที่แพรวเดินสืบเท้าออกมาจากสนามหญ้าหน้าบ้านช้า ๆ นั่นเอง เธอก็รู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
.
“นี่ประเทศเรามาถึงจุดนี้แล้วเหรอ? ”
“จุดที่หน่วยกู้ภัยปอเต็กตึ้ง , ร่วมกตัญญู ต้องใส่ชุด PPE ออกมาเก็บศพ!?”
“(อีพี~! มึงถึงไหนแล้วเนี่ยะ~! มึงปลอดภัยดีรึเปล่า?)”
"ด็อกเตอร์ไฟเริ่มมอดแล้ว!"แพรวตะโกนพลางใช้เสื้อคลุมตะปบลงบนตัวของเฟิงฉินด้วยความรุนแรง.สอดคล้องกันกับมิวท์ที่เริ่มมองเห็นช่องว่่างระหว่างแนวไฟสีม่วง ที่โหว่เป็นรอยเว้าพอที่จะวิ่งแทรกตัวออกไปได้ ไม่รอช้าเธอรีบลากตัวเฟิงฉินที่สลบเหมือดออกไปทันที ร่างกายของเขาไถลไปกับพื้นครูดไปกับดิน มิวท์ลากขาส่วนแพรวยกแขนสภาพดูทุลักทุเลมาก ร้อนก็ร้อนแต่ก็ต้องทำในเมื่อมีจังหวะและโอกาสพอที่จะเป็นไปได้ ถ้าไม่โดนด็อกเตอร์หัวฟูฉุดรั้งเอาไว้ก่อน แกเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อของแพรวเอาไว้ ก่อนจะพูดขึ้น."จุ๊ ๆ จุ๊ ๆ ไม่ต้องเสียแรงทำอะไรแบบนั้นหรอกพวกเธอ ฉันขอแค่ 10 วินาที แค่เสี้ยวอึดใจที่นี่ก็จะกลับมาเป็นปกติ""แล้วก็เลิกพยายามได้แล้ว พ่อหนุ่มนั่นไม่รอดหรอกไม่สังเกตเลยรึไงว่าเขาหยุดหายใจไปตั้งนานแล้ว!".แพรวมองตามเป็นพัลวัน น้ำเสียงสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้."บ้า! ไม่จริงน่ะด็อกเตอร์~!".10 , 9 , 8 , 7 , 6 นับถอยหลังยังไม่ถึงศูนย์ดี กำแพงเพลิงสีม่วงอเมทิสต์ก็เริ่มลดระดับความรุนแรงลงตามที่ด็อกเตอร์บอก พวกมันด้อยพิษสงลงประหนึ่งงูเห่าที่ถอดใจยอมแพ้ต่อพญาพังพอน แสงสว่างเริ่มจางลงความร้อนเริ่มส่างซา เปิดช่องให้ลม
ประหนึ่งดาวตกที่หลงทิศ กระสุนบ้านม่วงไม่ได้หล่นลงมาจากฟ้าแต่พุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน วิถีความรุนแรงกับไอพ่นเรียกได้ว่าลอยผ่านที่ไหนก็วอดวายที่นั่น สะเก็ดละอองไฟปลิวว่อนร่วงไปตามทาง มองผ่าน ๆ เหมือนกากเพชรแสนสวย แต่หารู้ไม่ว่าร่วงโรยโดนสิ่งใดการลุกไหม้แบบไวโอเลตก็จะเกิดขึ้นในทันที!.ยอดตึกสูงระหว่างทางล้มระเนระนาด! บางหลังแหว่งเว้าไปทั้งด้านทั้งที่กระสุนบ้านแค่พุ่งเฉียดไปแบบเฉี่ยว ๆ มีแต่ตายกับตายถ้าเปรมโดนเจ้านี่เข้า หนำซ้ำเขาที่เป็นถึงจักรพรรดิแห่งเชื้อก็ไม่ได้รู้ตัวถึงภัยคุกคามที่กำลังเกิดขึ้นเลย เครดิตคงต้องยกให้สองหัวหน้าหน่วยผู้เสียสละชีพ แนวปะทะที่ชานเมืองทำให้โฟกัสของเปรมเบี่ยงเบนไป เขาต้องใช้สมาธิระดับสูงในการควบคุมกองทัพนับล้านที่เพิ่มพลังให้แก่ตัวเองผ่านการเซ็กส์หมู่ จึงเป็นอะไรที่ยากมากในการกำกับดูแล.ประกอบกับความประมาทอันไม่คาดคิด ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะว่าโลกใบนี้จะมีมนุษย์บ้าคนหนึ่งที่ยิงบ้านทั้งหลังเข้ามาใส่เขาได้! ประมุขแห่งองค์กรก็เลยไม่ได้เตรียมการใด ๆ สำหรับเรื่องนี้ไว้เลย.แสงสีม่วงสว่างวาบย้อมท้องฟ้า กระสุนบ้านลอยแหวกผ่านน่านฟ้าที่เคยเป็นสีแดงช้ำเลือดช้ำหนองมาอย่างทรนง
บ้านไม้ชั้นเดียวหมุนเชื่องช้าอยู่บนเนินดิน พลันย้ายส่วนของหน้าบ้านที่เคยอยู่ในทิศใต้ให้หมุนหันมาทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มองเห็นอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัท AP ได้จากระยะไกล ความรโหฐานระฟ้าของมันกำลังเป็นภัยให้แก่ตัวเอง ก่อนที่ต่อมาไม่นานตัวหลังคาของบ้านก็เริ่มมีอาการผิดปกติ เหล่าแผ่นกระเบื้องพากันสั่นระงมรวดไปทั้งแผง เศษผงฝุ่นมูลดินที่เคยเกาะกรังร่วงกราวลงมากองอย่างน่าสงสาร."ฟึมมม~! , ฟู่~!"ลมตีกระพือฝุ่นฟุ้งกระจาย ตามติดมาด้วยการตะโกนสวนออกมาของด็อกเตอร์."ฉันมีโอกาสแค่ครั้งเดียวถ้าหากพลาดแรงระเบิดจะเฉียกเราเป็นชิ้น ๆ ! พวกเธอรีบไปหาที่หลบซะ! ถ้าจะมีคนตายก็ขอให้เป็นฉันเพียงคนเดียว! , ไป!"ถ้อยสำเนียงสะท้อนก้องกังวานราวกับข้างในมีไมโครโฟน นั่นเหมือนคำพูดเสียสละของคนที่พร้อมจะพลีชีพ ซึ่งก็อาจจะจริงเพราะชั่วยามนี้คนอย่างด็อกเตอร์ก็ไม่เหลืออะไรอยู่แล้ว.แพรว , มิวท์ , เฟิงฉิน เร่งทำตามคำสั่งเสีย เสี้ยวหายใจที่ทั้งสามวิ่งกุลีกุจอหนีห่างออกมา หางตาด้านหลังก็ได้เห็นว่าหลังคาบ้านที่เคยชนกันเป็นหน้าจั่วนั้นได้ทิ้งตัวครือลงมาทั้งแผง บทบาทการกันแดดกันฝนได้จบลงทันที พวกมันสั่นกระเพื่
มองที่ด้านหลังเห็นปลั๊กไฟเสียบใส่เต้ารับไว้แน่นหนา เอามืออังแถวด้านข้างยังสัมผัสได้ถึงความเย็นที่แทรกซึมออกมาจากตัวตู้ได้เล็กน้อย ไม่ผิดแน่แพรวค่อนข้างมั่นใจ ว่าในตู้ใบนี้จะต้องมีเบียร์แช่ไว้เป็นลัง ๆ เธอพยายามมองภาพหลาย ๆ มุม พยายามคิดแทนคุณพ่ออีพีว่าในชั่วยามแบบนี้ ยังอยากจะแดกแอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสโลหิตอยู่อีกเหรอ คิดไปก็ปวดหัวสู้โพร่งถามออกไปตรง ๆ เลยดีกว่า ว่าแล้วสาวผมส้มก็ผละตัวเองออกมาเพื่อเปิดทางให้เฟิงฉินเข้ามาช่วย เธอสะกิดหลังด็อกเตอร์ไปสองสามที."ด็อกเตอร์คะ? , ด็อกเตอร์คะ? , คือ!"."อุ๊ย!".ตกใจสะดุ้งโหยงยังไม่ทันถามได้ศัพท์ดี ทั้งมิวท์และแพรวต่างก็สะบัดตัวหนีออกมาจากระยะ ด้วยความสัตย์จริงว่าเป็นอะไรที่ประหลาดตามาก เพราะทันทีที่เฟิงฉินขูดสติกเกอร์โลโก้ยี่ห้อที่ติดอยู่ตรงกลางออกจนหมด ตัวตู้เย็นที่สูงราว 4 ฟุตครึ่งอันนี้ก็ขยับเขยื้อน มันสะบัดตัวเองราวกับมีชีวิต แถมยังพ่นไอเย็นออกมาจากด้านล่างวูบหนึ่ง."ฟู่~!"."เหอะ.. ฉันอยู่กับไอเย็นมาทั้งชีวิตเถอะ แค่นี้คงไม่ทำให้ต้องกลัว"เฟิงฉินคิดในใจ ตามติดมาด้วยการเอ่ยเสียงถามด็อกเตอร์ว่าจะให้ทำไงต่อ."ตรงนี้เหมือนมีรูให้เสียบอะไ
ปุ่มสวิตซ์ถูกกดไปตั้งแต่อยู่บนรถ ปล่อยเวลาผ่านเลยไปเล็กน้อยบ้านทั้งหลังก็จมหายยุบลงไปใต้ดิน! นี่คือระบบป้องกันตัวเองที่ด็อกเตอร์ออกแบบไว้นานแล้ว เพื่อใช้ป้องกันตัวบ้านไม่ให้โดนไวรัสกัดกร่อน แกมีนวัตกรรมเจ๋ง ๆ แบบนี้หลายอย่างเพียงแต่เป็นพวกเราเองที่ไม่ได้โฟกัสมาที่แกตั้งแต่แรก กลับมัวแต่ตามติดชีวิตของแพรวกับความมะรุมมะตุ้มเละเทะของเนื้อเรื่อง จนหวิดจะออกทะเลอยู่หลายรอบ.ซึ่งจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้วเพราะนี่คือศึกสุดท้าย มีแผ่นเหล็กขนาดเท่าบานประตูสองบานวางแผ่หลาอยู่บนสนาม ตรงตำแหน่งที่เคยเป็นตัวบ้านมาก่อน ลักษณะของมันคล้ายกับประตูบานพับที่แข็งแรงแต่กลับวางนอนอยู่บนพื้น ไม่ได้ตั้งขนานกับพื้นโลกอย่างที่ควรจะเป็น แพรวที่อยู่ใกล้กับด็อกเตอร์เลือกที่จะทอดสายตาต่ำลง พลางเพ่งมองไปยังฝ่ามืออันหยาบกร้านของชายสูงอายุ พอดีกันกับมิวท์และเฟิงฉินที่เร่งเดินตามมาติด ๆ."อะไรอ่ะแพรว.. ไม่เห็นจะมี! , อุ๊บ!".โดนจ่อนิ้วเข้ากับริมฝีปาก ยินเสียงจี่จากแพรวทำให้เฟิงฉินกับมิวท์ต้องเงียบลงในทันใด ทุกคนต่างจ้องมองไปยังกระบวนการในการเปิดประตูอันพิลึกพิลั่นนั่น."เงียบก่อนอย่าเพิ่งพูดอะไร ประตูทางลงอุโมงค์มีเซ็นเ
"ซ่าาาาา , ซ่าาาาา , ครืดดด.. ด.. ด.. ด , ครืดดด.. ด.. ด.. ด"ตามปกติถ้าเปิดวิทยุก็จะได้ยินเสียงประมาณนี้.แต่หนนี้กลับเป็นอะไรที่แตกต่างออกไป แพรวถึงกับกระชากตัวเครื่องออกมาจากช่องเสียบหน้าคอนโซลรถ แล้วเอามาแนบหูตัวเองให้ถนัดถนี่ โชคร้ายที่ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นเลย! เพราะเสียงที่ดังกลับมาก็มีแต่เสียงสะท้อนจากปลายกระบอกปืน."ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง!"."อ๊ากกกก! , เอื๊อกกกก! , อ๊ากกกก.. ก.. ก.. , อ๊ากกกก!".ถ้อยสำเนียงผนวกรวมกับเสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยอง บ่งบอกถึงสถานการณ์ที่เป็นอยู่ทางฟากโน้น หัวหน้าหน่วยทั้งสองและลูกทีมหลักร้อยคงไม่มีใครรอด แม้แต่ลูกทีมของเฟิงฉินที่พูดแต่คำจีนใส่กันก็ไม่มีการวิทยุตอบกลับมาแต่อย่างใด พวกเขาน่าจะตายคาสมรภูมิเยี่ยงทหารดินเผาของจิ๋นซีฮ่องเต้ และตอนนี้ก็คงจะเหลือแต่เฟิงฉินผู้เป็นหัวหน้า กับมิวท์ , แพรว , แล้วก็ด็อกเตอร์ ที่เป็นดั่งความหวังสุดท้าย.แพรวลองจูนสัญญาณคลื่นวิทยุไปอีกหลายย่าน แต่ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิมคือเงียบสนิท! ไม่ม่วี่แววว่าจะมีเสียงใดลอดเข้ามา เว้นก็แต่เสียงร้องคำรามของพวกผู้ติดเชื้อที่ดังไม่หยุดหย่







