Covid-19 มะรุมมะตุ้มรุมรัก (Nc18+)

Covid-19 มะรุมมะตุ้มรุมรัก (Nc18+)

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-12-25
Oleh:  L.sunantaOngoing
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
166Bab
1.3KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เรื่องราวของกลุ่มเพื่อนสนิทที่หลงรักผู้ชายคนเดียวกัน แล้วเกิดการหักหลังกันแอบคบกับ โดยมีฉากหลังเป็นโลกหลังเกิดเหตุการณ์ Covid-19 ระบาด เราเขียนเรื่องนี้ค้างไว้เมื่อครั้งโรคนี้ระบาด ตัดฉากและเหตุการณ์ในสถานที่จริงออกไป ปรับภาษาและย่อหน้าให้อ่านง่ายขึ้น Enjoy! อ่านให้สนุกจ้า

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทนำ

มลพิษในอากาศพุ่งทะยานสูงไปถึง 3,000 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ในยุคนี้เราอาจจะได้ยินคำว่าฝุ่นผง Pm 2.5 แต่เชื่อไหมว่าในขณะที่นิยายเรื่องนี้ดำเนินไปตัวเลขมันพุ่งไปถึง Pm 8.0 เข้าไปแล้ว ทั้ง ๆ ที่ปริมาณฝุ่นในอากาศที่มนุษย์อาศัยได้โดยไม่เป็นอันตรายคือ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรเท่านั้น

.

ด้วยความสัตย์จริงโลกไม่ได้เกิดสงครามนิวเคลียร์ แต่พวกเรากำลังเผชิญอยู่กับเชื้อร้ายที่แผ้วถางทุกสรรพสิ่งอย่าง "โคโรน่าไวรัส" แล้วก็อาจจะเป็นเพราะจำยากล่ะมั้ง เหล่านักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายจึงตั้งชื่อโรคอุบัติใหม่นี้ว่า "covid -19" ซึ่งเกิดจากการรวมคำสามคำ (c)orona , (vi)rus , (d)isease และ starting in 20(19) เข้าด้วยกัน!

.

ไวรัสร้ายกัดกินไปทุกพื้นที่มันแทรกซึมเข้าสู่ผู้คน , สัตว์เลี้ยง , ปศุสัตว์ , หรือแม้กระทั่งแหล่งน้ำ ปลาทะเลสัตว์น้ำจืดต่าง ๆ ล้วนถูกปนเปื้อนหมด การแพร่ระบาดอันหนักหน่วงเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2019 จวบจนถึงปีปัจจุบัน แล้วโลกก็ถึงกาลปาวสานอย่างสมบูรณ์แบบ!

.

ทั่วทุกหัวระแหงกลายสภาพเป็นทะลทราย ตึกรามบานช่องถูกทิ้งร้างเต็มไปด้วยฝุ่นผงและเถ้ากระดูกของซากศพที่ตายแล้วไม่ได้ฌาปนกิจ พวกเขาถูกปล่อยให้เน่าตายอย่างน่าสงสาร การกักตัวอันแสนทรมานทำให้เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องอยู่ในสภาวะอดอยากขาดของกิน เกิดการจราจลปล้นสะดมไปทั่วทุกหย่อมหญ้า เงินไม่มีค่าแบงค์พันเป็นปึกก็ไม่ต่างจากเศษกระดาษ เพราะเอาไปซื้ออะไรใครก็ไม่ยอมขาย

.

ซากกระดูกร่างหนึ่งหล่นลงมาจากแง่งระเบียงของคอนโดที่เคยหรู ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นชายหรือหญิง รู้แต่ว่าแห้งผากเหมือนขาดน้ำ อวัยวะภายในระเหยหายไปหมดไม่ต่างจากมัมมี่ วินาทีที่ตกกระทบพื้นจากความสูงระดับตึก 10 ชั้น ทำให้เศษชิ้นส่วนแตกกระจายเกลื่อน ผมเผ้าไม่เหลือสักเส้น แขนไปทางขาไปทางชวนให้จิตตก ก่อนที่จู่ ๆ จะมีฝูงหมาหิวโซราว 3 - 4 ตัว ปรี่เข้ามารุมแทะ

.

"บ๊อก! , บ๊อก! , บ๊อก!"

"งั่ม! , ง่ำ ๆ ๆ , ง่ำ ๆ ๆ , งั่ม!"

.

กระดูกกับหมาล้วนเป็นของคู่กันแต่ทำไมนะทำไมกัน คราวนี้เห็นทีจะไม่ใช่! เมื่อ covid-19 กินลึกเข้าไปถึงไขกระดูก มันยักย้ายถ่ายเทเชื้อจากร่างพาหะหนึ่งไปสู่อีกที่หนึ่ง โดยไม่สนว่าจะเป็นคนหรือเป็นหมา ฉะนั้นทันทีที่ฝูงหมาดังกล่าวถอยร่นออกมาหลังกินเสร็จ ร่างของพวกมันก็เริ่มหลอมละลาย

.

covid - 19 พัฒนาการได้เร็วมากใน ค.ศ.นี้ มันไม่ได้เล่นงานแค่ปอดทำให้หายใจลำบากอย่างเดียว แต่มันฆ่าทุกเซลล์ พลาสม่าในกระแสเลือดเหยื่อจะทำปฏิกิริยากับเอมไซม์ทำให้เลือดมีสภาพเป็นกรด

.

หลักฐานคือการหอนแบบแหบแห้งที่ไม่ต่างจากการไอ กลุ่มเจ้าตูบผู้หิวโหยนอนเอาหัวพิงกันตะกุยตะกายแช่มช้า แล้วต่อมาขนของพวกมันก็เริ่มหลุดร่วง ผิวหนังปริแตกออกเป็นเยื่อบาง ๆ เปื่อยยุ่ยไหลลงมากองรวมกันบนพื้นอย่างน่าขนลุก มีเลือดกรดไหลซึมออกมาพร้อมกับฟองอันฟดฟู่ ช่างเป็นภาพที่น่าหดหู่แต่ก็ยังดีที่ไม่กี่อึดใจต่อมา สัตว์ทั้งหลายก็สูญสลายกลายเป็นไอละออง

.

"ฟู่~~~!"

.

เรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นทุกตารางเมตรบนโลก ไม่ว่าจะในเมืองหลวงหรือชนบท มนุษย์โลกลดปริมาณลงอย่างรวดเร็วนับจากการระบาดเมื่อ 3 ปีก่อน ณ ปัจจุบันเราเหลือจำนวนประชากรโลกเพียง 1 ใน 3 หรือ 2 พันล้านคนจาก 7 พันล้านคนเมื่อปี 2019 แล้วก็ไม่มีแนวโน้มว่าจะหยุดลงเลย นับวันคนก็ยิ่งตาย สภาวะอดอยากเข่นฆ่าแย่งทรัพยากรมีปรากฏให้เห็นในทุกประเทศ ไม่ว่าจะชาติไหนหรือนับถือศาสนาอะไร

.

พระเจ้าไม่อาจช่วย อัลเลาะห์ก็ไม่แยแส ส่วนเจ้าชายสิทธัตถะจากอินเดียน่ะเหรอ ต้นโพธิ์ที่พระองค์นั่งตรัสรู้ตอนนี้ก็น่าจะถูก covid -19 กัดกร่อนลงไปยังรากลึกแล้ว โลกกำลังจะตายโดยไม่ต้องสืบ วิกฤตโลกร้อน Climate Change , ปรากฏการณ์เอลนินโญ่ , พายุหมุน , สึนามิ , สกิลการทำลายของภัยพิบัติเหล่านั้นช้าเป็นเต่าคลาน เมื่อเทียบกับความตะกละตะกลามของไวรัสร้ายนามว่าโควิด

.

.

ณ แอ่งน้ำอันแห้งขอดแห่งหนึ่ง สันนิษฐานจากสายตาคิดว่าน่าจะเป็นบ่อบำบัดน้ำเสียของโครงการบ้านจัดสรรสักที่ ทว่ากลับไม่มีใครสน ฝ่าเท้าที่ห่อหุ้มด้วยรองเท้าบูธหุ้มข้ออย่างดีย่างกายไต่ขอบตลิ่งลงไปสู่ก้นบ่อด้านล่าง เศษธุลีดินโบยบินเศษหินปลิวว่อนฟุ้งโขมง บ่งบอกว่าความเหือดแห้งกลางใจเมืองนั้นแสบทรวงขนาดไหน

.

หล่อนย่ำเท้าไปข้างหน้า 30 ก้าว กว่าจะค้นพบแหล่งที่มีความชื้นปรากฏ สักพักรองเท้าบูธก็เริ่มมีรอยบุ๋มและมีเศษดินโคลนเปื้อนติด นั่นทำให้เธอพอจะมีความหวัง

.

"ได้การณ์ล่ะ! ตรงนี้พอจะมีน้ำแฮะ!"

หญิงสาวพูดกับตัวเอง พลันซ่อนรอยยิ้มสวยเอาไว้ภายใต้หน้ากากกันฝุ่นรุ่นพิเศษ

.

จากนั้นจึงค่อย ๆ ย่อตัวลงช้อนฝ่ามือทั้งสองข้างแหวกผ่านมวลโคลนตม เพื่อตักเอาน้ำอันน้อยนิดขึ้นมาซดเสียงดัง โครกกกก!! ลงสู่ลำคอ

.

"อึก ๆ , อึก ๆ , อึก...ก...ก..ก , อึก ๆ"

.

"อ่าาาาาา~!"

.

ไม่ถึงกับชื่นใจแถมยังฝืดคอเป็นที่สุด อย่างที่รู้ว่ามันคือบ่อบำบัดน้ำเสียแล้วจะไปเอาความสะอาดสดใสเหมือนน้ำดื่มตราสิงห์ในขวดพลาสติกได้ยังไง เม็ดทรายนับล้านกลิ้งกลอกลงลำคอ แต่ก็ช่างมันเถอะ! ในเมื่อความกระหายกำลังจะฆ่าเธอกับเพื่อน ๆ ให้ตายอยู่รำไร เจออะไรก็ต้องกระดกเอาไว้ก่อน

.

หญิงสาวอยู่ในชุดผ้าคลุมสีเขียวขี้ม้า เธอมีผมตรงยาวประบ่าสีส้มอมแดงแถมยังเต็มไปด้วยคราบเขม่า เนื้อตัวสกปรกมอมแมมตามสไตล์ของผู้รอดชีวิตกลุ่มสุดท้ายซึ่งละม้ายคล้ายกับซอมบี้มากกว่าจะเป็นคน แต่ก็ไม่ใช่เพราะเธอยังมีจิตใจเมตตาเป็นกุศลอยู่ หลังจากซดน้ำล้างคอเสร็จ ก็เลยตัดสินใจลงมือทำแบบเดิมซ้ำอีกรอบ

.

ทว่าคราวนี้ต่างจากเดิมหน่อยเพราะน้ำในอุ้งมือที่ช้อนมาได้จู่ ๆ ก็ถูกเทเข้าไปในกระเป๋ากางเกงซะอย่างงั้น! เธอนั่งลงตักอีกสามสี่ทีจนกระเป๋ากางเกงตุงได้ที่ จึงได้ยืนขึ้นแล้วก็เอื้อมมืออีกข้างมาตบลงที่กระเป๋าเสียงดัง "เพลี๊ยะ!" ทำให้มีน้ำกระฉอกออกมาเล็กน้อย

.

สิ่งนี้คือนวัตกรรมล้ำโลก เป็นเทคโนโลยีที่ถูกผลิตขึ้นในปีปัจจุบันโดยบริษัทสัญชาติไทยยักษ์ใหญ่นามว่า "AP" ซึ่งมีเจ้าของเป็นเจ้าสัวคุมกิจการการค้าและสินค้าทางการเกษตรของทั้งภูมิภาค

.

การตบเมื่อครู่ทำให้ตัวเลขดิจิตอลแสดงขึ้นที่ตะเข็บกระเป๋ากางเกง ก่อนที่สาวเจ้าจะหลุบสายตาลงไปมองแล้วก็ใส่ตัวเลข 70 เข้าไป แล้วก็กดปุ่ม "Enter" ไม่ช้าไม่นานกระเป๋ากางเกงลายพรางที่มีน้ำ 3 อุ้งมือก็เริ่มสั่นไหว! กระบวนการแยกกรดเบสท์ออกจากอนุภาคไอออนเกิดขึ้นในกระเป๋า จนกระทั่งผ่านไปราวครึ่งนาทีเสียงสัญญาณเตือนดัง "ติ๊ด!" ก็ดังขึ้น

.

"อืม..เรียบร้อยแล้วสินะ!"

.

เธอพูดหลังจากยืนเหม่อลอยอยู่ท่ามกลางอ่างเก็บน้ำอันเวิ้งว้างและแห้งแล้ง ก่อนจะใช้มือเปล่า ๆ สอดเข้าไปในกระเป๋ากางเกง แล้วก็ได้ออกมาเป็นแคปซูลบรรจุน้ำจำนวน 70 เม็ดตามที่ได้คีย์ข้อมูลเอาไว้ จัดว่าเป็นอะไรที่พกง่ายกินตอนไหนก็ได้ แถมยังง่ายต่อการจำหน่ายจ่ายแจก

.

"โอเคเท่านี้ก็ย้อนกลับขึ้นไปหาทุกคนข้างบนได้แล้ว ต้องขอบคุณบริษัท AP กับเจ้าสัวคนรวยพวกนั้นล่ะนะ ที่ผลิตของเจ๋ง ๆ แบบนี้ออกมาในยามที่ชาติวิกฤต แต่จะดีกว่านี้มากถ้า AP ช่วยขจัดเชื้อ covid -19 ให้ออกจากประเทศเราไปเลย!"

.

จบประโยคปลายนิ้วสวยก็ได้กดปุ่มเล็ก ๆ บริเวณหลังหู แล้วทันใดนั้นเอง! ครอบแก้วขนาดพอเหมาะก็พับตัวขึ้นมาเหวี่ยงสะบัดงับปิดใบหน้า "แกร็ก!" เว้นแค่ลูกตาเอาไว้เหมือนใส่หน้ากาก พอกดปุ่มเดิมซ้ำอีกทีใบพัดสีแดงสะท้อนแสงแวววับที่อยู่ภายในก็เริ่มหมุน มันจะทำการฟอกอากาศทุกอณูที่เข้าไปให้เป็นอากาศบริสุทธิ์ที่ไม่มีพิษและปลอดเชื้อ ซึ่งหน้ากากแก้วตัวนี้ก็เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่ทางบริษัท AP คิดค้นขึ้นเพื่อช่วยคนในชาติเช่นกัน

.

"ฮืดดด....ฮาดดดด....ฮืดดดด.....ฮาดดดดด"

.

"ใกล้แล้วทุกคน.. ใกล้แล้ว.. ฉันจะเอาน้ำขึ้นไปให้เดี๋ยวนี้แหละ.. อดทนหน่อยนะ.. แฮ่ก ๆ แฮ่ก ๆ"

.

แพรว อิสรา คือชื่อของเธอ ด้วยบุคลิกและท่าทางในตอนนี้ผู้อ่านอาจจะคิดว่าเธอเป็น "อลิส" ในหนังเรื่อง Resident evil แต่ความจริงนั้นตรงกันข้าม! แพรวก็แค่นักศึกษาหญิงธรรมดาคนหนึ่งที่จับพลัดจับผลูมาอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก โลกหลังการระบาดของ covid- 19 เปลี่ยนโฉมหน้าไปโดยสิ้นเชิง มันทำให้คนรวยเปลี่ยนเป็นคนโลภ , คนจนกลายเป็นคนเห็นแก่ตัว , แล้วก็เปลี่ยนคนใจดีให้เป็นฆาตกร ไม่เว้นแม้แต่เธอ ที่เปลี่ยนสถานภาพจากนักศึกษากลายเป็นอะไรไปแล้วก็ไม่รู้?

.

"เฮือกกกกก! "

"ถึงแล้ว! แฮ่ก ๆ , ถึงสักที! แฮ่ก ๆ"

.

หน้ากากครอบแก้วเต็มไปด้วยฝ้าละออง ใบพัดฟอกอากาศทำงานหนักมากเพราะต้องแข่งกับการหายใจที่หอบรัว แพรวยิ้มอยู่ภายในโดยไม่ให้ใครเห็น การทำความดีคงไม่ต้องอวดเบ่งคือสิ่งที่เธอคิดหลังก้าวขึ้นมาบนขอบตลิ่งได้สำเร็จ นั่นเผยให้เห็นภาพเบื้องหน้าที่เป็นคาราวานรถออฟโร้ดจำนวน 4 คัน จอดเรียงกันอยู่ รอยกระสุน , เศษดินโคลน , กระจกกระจังหน้าที่แตกร้าว , บวกกับความสมบุสมบันสารพัด ล้วนบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าคนกลุ่มนี้ผ่านอะไรร่วมกันมาบ้าง

.

ผู้คนเริ่มทยอยออกมาจากหลังรถ พวกเขากระชับพานท้ายปืน กำมีดกำไม้กำด้ามกระทะทำทุกอย่างเพื่อเตรียมปะทะหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น กะจากสายตาน่าจะมีกันราว 15 ชีวิตเห็นจะได้ ดูจากชุดที่แต่งก็บอกได้อีกเช่นกันว่ามีกันหลายอาชีพ ไล่มาตั้งแต่นักศึกษา , พยาบาล , คนขายล็อตเตอรี่ ไม่เว้นแม้กระทั่งเด็ก!

.

พวกเขาน่าจะหนีตายกันมาแล้วก็ถูกแพรวช่วยไว้ด้วยเหตุผลบางอย่าง ทำให้กลุ่มค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้นเป็นคาราวานที่รักและคอยปกป้องซึ่งกันและกัน หลักฐานก็คือเสียงตะโกนของเด็กชายคนหนึ่งที่แว่วดังออกมาจากกลุ่ม

.

"พี่แพรวมาแล้วววววว!! , น้ำมาแล้ว!!"

หัวกลมผมชี้วิ่งพรวดออกมากระโดดกอดแพรวอย่างน่าเอ็นดู หนุ่มน้อยรายนี้น่าจะอายุราว 8 - 9 ขวบเท่านั้น เทียบกันแล้วก็น่าจะอยู่ราวป. 2 - ป. 3 แต่จะมีประโยชน์อะไรในเมื่อโรงเรียนทั้งหมดล้วนถูกสั่งปิดไปตั้งแต่เมื่อ 3 ปีก่อน

.

"หมับ!"

พวกเขาสวมกอดกัน ด้วยสภาพที่โคตรจะมอมแมมสกปรก

.

"อย่าวิ่งเร็วนักสิโบ๊ท! เอ้านี่! แบมือมาเอาน้ำไปกิน!"

แพรวส่งแคปซูลน้ำที่เพิ่งเก็บมาให้ 1 เม็ด หนูน้อยไม่รอช้าอ้าปากงับทันทีในเสี้ยวอึดใจ

.

"ง่ำ ๆ , อ่าาาาาา~ ชื่นใจจังครับพี่แพรว , พี่แพรวใจดีที่สุดเลย!"

.

"..........."

เธอไม่ตอบอะไรบุคลิกขี้อายกับรอยยิ้มสวย ๆ ล้วนถูกซ่อนไว้ใต้หน้ากากครอบแก้ว ก่อนจะกวักมือเรียกทุกคนออกมา วางอาวุธแล้วเอาน้ำไปกินแก้กระหายกัน พวกเขากินน้ำกันครั้งสุดท้ายก็เมื่อ 2 - 3 วันที่แล้ว

.

.

การรับแจกแคปซูลดำเนินผ่านไปด้วยดีตามวัตถุประสงค์ แต่ทว่าเมื่อถึงคิวคนสุดท้ายพี่พยาบาลวัยกลางคนที่ไม่ได้สวมชุดพยาบาลก็ได้ป้องปากบอกกับแพรวว่า คาราวานมีปัญหาบางอย่างที่เธอไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ด้วยตัวคนเดียว

.

"ซุบซิบ ๆ , ซุบซิบ ๆ "

.

"ห๊ะ! เป็นไปได้ไงคะพี่! หนูอุตส่าห์กำชับกับพี่ไว้แล้วว่าอย่าให้เรื่องนี้เกิดขึ้น! พี่คือหมอที่เก่งที่สุดที่เรามีแล้วนะคะ!"

.

"ใจเย็นค่ะน้องแพรว อย่าเสียงดังไปเดี๋ยวคนอื่นได้ยิน เอาเป็นว่าน้องมาดูกับพี่ก่อน.."

.

"ค่ะ...เอางั้นก็ได้"

.

ปล่อยให้ชาวแก๊งค์คนอื่น ๆ ดื่มด่ำกับน้ำแคปซูลที่เก็บมาจากบ่อบำบัดไป ส่วนสองสาวผู้กุมความลับไว้ก็ได้เดินอ้อมกลุ่มรถออฟโร้ดมายังรถคันที่อยู่หลังสุด สีของมันดำขลับตัวถังเต็มไปด้วยร่องรอยเฉี่ยวชนและการบุบจากการโดนกระแทก กระบะหลังมีการเชื่อมโครงเหล็กทำเป็นลูกกรงเอาไว้ พลางใช้ผ้าใบสีดำคลุมทับอีกทีราวกับเป็นของสำคัญมากๆ ที่ต้องปกป้อง แต่สุดท้ายก็ต้องโดนแพรว อิสรา กระชากออกอยู่ดี

.

"พรึบบบบ!!!!"

.

สว่างจ้าแสบตาเป็นยองใยเมื่อภาพที่เห็นคือกลุ่มเด็ก ๆ อายุราว ๆ กับโบ๊ทนั่งเว้นระยะห่างกันประมาณ 1 ช่วงแขนตามทฤษฎี Social Distancing เป๊ะ! ๆ ดูจากสายตาน่าจะมีราว ๆ 10 กว่าคนแล้วก็มีทั้งเพศชายและเพศหญิง พวกเขาไม่ได้มีท่าทางตกใจอะไรแต่แค่แสบตาเล็กน้อย มิหนำซ้ำยังยิ้มให้พี่แพรวใจดีของพวกเขาด้วย

.

"แล้วไงคะพี่..แพรวก็เห็นว่าทุกคนปกติดี"

.

"ไม่ค่ะ!?"

พยาบาลตอบเสียงสั่น เธอเอื้อมมือไปข้างหลังเพื่อหยิบเอาปืนวัดอุณหภูมิออกมาถือไว้ ก่อนจะพูดต่อ

.

"หมายเลข 013 ออกมาที่หน้ากรงด้วย.."

.

เด็กหญิงผูกผมเปียตาบ่องแบ้วคนหนึ่งค่อย ๆ แหวกขอทางเพื่อนออกมา สีหน้าเธอเป็นกังวลผิดวิสัยมิหนำซ้ำยังตัวสั่นเป็นลูกนก ราวกับรู้ตัวว่าตนเองผิดปกติ

.

สอดคล้องกันกับคุณพยาบาลที่จัดแจงยิงปืนวัดอุณหภูมิเข้าที่หน้าผาก ตัวเลขสูงปรี๊ดขึ้นไปถึง 39.7 ทั้งที่อุณหภูมิปกติกของคนเราอยู่แค่ 37 องศาเท่านั้น สิ่งนี้บ่งบอกว่าแม่หนูหมายเลข 013 กำลังเป็นไข้ แล้วแพรวผู้เป็นหัวหน้าก็ต้องทำอะไรสักอย่าง

.

"นะ...หนูขอโทษพี่แพรว...หนู....ฮือ...ฮือ...ฮือ...."

ร่างจิ๋วร้องไห้เกาะลูกกรงอย่างน่าสงสาร แม้แต่พี่พยาบาลเองก็ต้องเดินเลี่ยงออกไปน้ำตาคลอเบ้า หลังจากสังเกตเห็นสิ่งที่แพรวกำลังจะทำ

.

เธอเอื้อมมือไปที่ด้านหลัง สอดฝ่ามือขวาล้ำเข้าไปใต้ชายเสื้อกล้ามสีเขียวขี้ม้า พลันควักเอาปืนพก 9 มม. กร็อก 18 Burst Fire ความจุกระสุน 33 นัด ขึ้นมาถือไว้ในมือ ก่อนจะหันปลายกระบอกปืนไปจ่อเข้าที่กึ่งกลางหน้าผากเด็ก!

.

"ปัง!!!!!!!"

หนึ่งนัดเข้าหน้าผาก

.

"ปัง!!! , ปัง!!! , ปัง!!!! , ปัง!!!!"

โหมด Burst Fire ทำให้ที่เหลือเป็นการยิงรัวกราดซ้ำจนหมดแม็ก! ศพเด็กกองอยู่ใต้ลูกกรง!

.

.

เสียงปืนดังกล่าวดังสนั่นหวั่นไหว! จนทำให้ทุกคนที่เคยกระโดดโลดเต้นเพราะได้น้ำกินหันมองเป็นตาเดียวกัน ไม่มีคนพูดอะไร สักพักถึงมีวัยรุ่นในกลุ่ม 3 - 4 คนเดินมาเก็บศพราวกับรู้หน้าที่ พวกเขาโยนร่างอันไร้วิญญาณลงไปในบ่อน้ำอันแห้งเหือดดด..

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
166 Bab
บทนำ
มลพิษในอากาศพุ่งทะยานสูงไปถึง 3,000 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ในยุคนี้เราอาจจะได้ยินคำว่าฝุ่นผง Pm 2.5 แต่เชื่อไหมว่าในขณะที่นิยายเรื่องนี้ดำเนินไปตัวเลขมันพุ่งไปถึง Pm 8.0 เข้าไปแล้ว ทั้ง ๆ ที่ปริมาณฝุ่นในอากาศที่มนุษย์อาศัยได้โดยไม่เป็นอันตรายคือ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรเท่านั้น.ด้วยความสัตย์จริงโลกไม่ได้เกิดสงครามนิวเคลียร์ แต่พวกเรากำลังเผชิญอยู่กับเชื้อร้ายที่แผ้วถางทุกสรรพสิ่งอย่าง "โคโรน่าไวรัส" แล้วก็อาจจะเป็นเพราะจำยากล่ะมั้ง เหล่านักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายจึงตั้งชื่อโรคอุบัติใหม่นี้ว่า "covid -19" ซึ่งเกิดจากการรวมคำสามคำ (c)orona , (vi)rus , (d)isease และ starting in 20(19) เข้าด้วยกัน!.ไวรัสร้ายกัดกินไปทุกพื้นที่มันแทรกซึมเข้าสู่ผู้คน , สัตว์เลี้ยง , ปศุสัตว์ , หรือแม้กระทั่งแหล่งน้ำ ปลาทะเลสัตว์น้ำจืดต่าง ๆ ล้วนถูกปนเปื้อนหมด การแพร่ระบาดอันหนักหน่วงเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2019 จวบจนถึงปีปัจจุบัน แล้วโลกก็ถึงกาลปาวสานอย่างสมบูรณ์แบบ!.ทั่วทุกหัวระแหงกลายสภาพเป็นทะลทราย ตึกรามบานช่องถูกทิ้งร้างเต็มไปด้วยฝุ่นผงและเถ้ากระดูกของซากศพที่ตายแล้วไม่ได้ฌาปนกิจ พวกเขาถูกปล่อยให้เน่
Baca selengkapnya
บทที่ 1 : ณ ปีปัจจุบัน
"ใครที่ติดเชื้อถือเป็นเลือดไม่บริสุทธิ์ ใช้ไม่ได้! หวังว่าทุกคนคงเข้าใจ!"แพรวแผดเสียงดังขึงขัง เธอลดปืน 9 มม.กร็อก18 เก็บเข้าที่ซองเก็บด้านหลัง พลันผายมือบอกให้ทุกคนขึ้นรถ.เชื่อไหมว่าไม่มีใครกล้าหือกับเธอสักคน ทุกคนนิ่งเงียบก้มหน้าก้มตาเก็บของทำตามคำสั่ง การที่มีเด็กท้ายรถคนหนึ่งติดเชื้อนั่นหมายความว่าที่นี่ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป อาจจะต้องหิวข้าวหิวน้ำกันอีกหลายวัน แต่ก็ช่วยไม่ได้! ทุกคนต่างรีบเคี้ยวแคปซูลที่ได้รับแจกมากันตุ้ย ๆ ก้นหน้าก้มตากลับมาทำหน้าที่ของตัวเองตามเดิม."มันไม่โหดไปหน่อยเหรอคะน้องแพรวพี่ว่า.. บางที.. ขวัญกำลังใจของ.ง.ง"."ไม่หรอกค่ะหนูเข้าใจว่าพี่เป็นพยาบาล พี่เคยอยู่ในที่ ๆ เต็มไปด้วยพลังบวก มีแต่คนใจดีอยู่รอบตัวเต็มไปหมด พี่ไม่เหมือนหนูโลกแบบนั้นไม่มีอีกแล้วพี่ ให้ความสวยอยู่บนใบหน้าหนูก็พอ พี่ไม่ต้องโลกสวยหรอกมันเปล่าประโยชน์!".กดปุ่มที่หลังหูดัง "กริ๊ก" โดยฉับพลัน! หน้ากากครอบแก้วอันเดิมตวัดขึ้นมาครอบหน้า พร้อมกับการทำงานของใบพัดฟอกอากาศ ~~ฟู่...ฟู่..~~."แต่น้องแพรวคะ!?"."ไม่ค่ะพี่! ใส่หน้ากากซะแล้วไปขึ้นรถ! ต่อไปนี้พี่ต้องคุมรถคันหลังสุดให้ดี ในกรงนั่นไ
Baca selengkapnya
บทที่ 2 : เพื่อน vs เพื่อน
"เป็นธรรมดาที่เธอโดดเดี่ยว.. ทำอะไรเหมือนเธอเดินอยู่คนเดียว.. เหน็ดเหนื่อยกับปัญหาไม่มีใครม๊าาาา! เข้าจัยยยย! ♫!" เปิดหัวมาด้วยเพลงเก่าของวงโปเตโต้ที่โคตรจะเข้ากับสถานการณ์ แพรวในตอนนี้ไม่ได้อยู่ในสถานะโดดเดี่ยวอย่างที่ใครคิด เธออาจจะผิดหวังจากการให้ใจผู้ชาย แต่นั่นก็ใช่ว่าทุกสิ่งจะต้องพังทลายลงซะหน่อย แพรวยังมีเพื่อนยังเหลือ "พี" กับ "มิวท์" สองเพื่อนซี้ที่คบกันมาตั้งแต่สมัยปีหนึ่ง พวกเขามีพื้นเพเป็นคนกรุงโดยกำเนิด ก็เลยไม่มีความจำเป็นต้องขนย้ายข้าวของกลับภูมิลำเนาเหมือนเพื่อนคนอื่น ๆ.เคยได้ยินถ้อยคำจากโฆษณาเหล้าเบียร์ตัวหนึ่งที่บอกว่า "มิตรภาพ.. เหล้าสร้างไม่ได้" ไหม? เห็นทีจะไม่จริงแล้วล่ะ! ก็ในเมื่อกลุ่ม 3 สาวยังควงแขนกันไปนั่งดื่มที่ร้านประจำละแวกมหาลัยอยู่เลย."ใครบอกว่าแกเป็นสาวยะ.. แกมันกระเทยอีพี!"แพรวที่เมาน้ำแดงเฮลบลูบอยมาตั้งแต่บ่ายสำลอกออกมาเป็นคำพูด เธอเดินโซเซตั้งแต่ก้าวแรกที่ย่างกายออกมาจากหอ แถมยังคล้องแขนเพื่อนตัวโตเอาไว้แน่น."เดี๋ยวแม่ทิ้งให้นอนข้างถนน! ปากหรือโถส้วมยะหล่อน! ถึงฉันไม่ใช่ชะนีฉันก็ไม่เคยโดนผู้ชายทิ้งเหมือนแกย่ะ! "."อีตุ๊ด!"."ตุ๊ดแม่แกสิ!""ม
Baca selengkapnya
บทที่ 3 : เปิดใจสาวแตร
พอมุดช่องขยะหมาลอดเข้ามาได้ กลุ่มแก๊งค์เพื่อนสาวก็เจอโต๊ะกลมตัวหนึ่งที่มีเก้าอี้วางรอบอยู่ 3 ด้าน เหล้า , โซดา , น้ำแข็งวางให้พร้อม ท่ามกลางกลุ่มโต๊ะตัวอื่น ๆ ที่ถูกลากไปกองไว้ริมห้อง มีการนำเชือกฟางมาขึงกั้นบริเวณ พร้อมกับป้ายกระดาษที่มีข้อความเขียนไว้ว่า "ห้ามเคลื่อนย้าย รอการฆ่าเชื้อ" ตอกย้ำว่าโต๊ะตัวนี้เป็นอะไรที่พิเศษจริง ๆ ถ้ามิวท์ไม่ลงทุนอ่อยเด็กเฝ้าร้านหน้าง่อยก็คงไม่ยอมทำให้ขนาดนี้.ชายคนดังกล่าวมูล์ฟตัวเองไปหลบอยู่หลังเคาเตอร์ เขาจ้องมองนาฬิกาดิจิตอลที่ติดไว้บนฝาตลอด เป็นนัยว่าใกล้ถึงเวลาเคอร์ฟิวเมื่อไหร่จะไล่ 3 คนนี้ออกไปทันทีโดยไม่สนหน้าอินน์หน้าพรหม."เชิญครับ! , ผมจัดทุกอย่างไว้ให้แล้ว ขอติปพิเศษด้วยล่ะตามที่ตกลงกันไว้!"."ย่ะ! รู้แล้วๆ! เหล้าก็เหล้าฉัน! เต๊ะท่าอย่างกับตัวเองเป็นเจ้าของกิจการ.. ไอ้บ้านนอก!"พีมองบนใส่พลางใช้ฝ่ามือปัดตามตัว เอาคราบสกปรกจากเศษขยะออก.ทำให้มิวท์ต้องรีบเข้ามาฉุดกระชากแขน เธอช่างแสนดีเหลือเกิน บอกตามตรงว่าถ้าวัดกันแค่ไม่กี่ตอนที่ผ่านมา มิวท์ยังเหมาะจะเป็นนางเอกมากกว่าแพรวซะอีก เธอดุนหลังเพื่อนให้รีบไปนั่งที่โต๊ะขณะเดียวกันก็หันมาโค้งศีรษะ
Baca selengkapnya
บทที่ 4 : รถคันนั้น
ผับแห่งนี้เงียบสงบ ทั้งร้านมีโต๊ะตัวนี้ตั้งเด่นอยู่ตัวเดียว กับหลอดไฟเพดานที่ฉาบฉายแสงลงมาเพียงกระหย่อมหนึ่ง มันแทบจะยิงลงมาที่กลางหัวของพีผู้เป็นเจ้าของเสียงพูด ประโยคเด็ดจากเขาทำให้ทุกอย่างเงียบงัน เขาชี้นิ้วไปที่แพรวพลันพูดออกมาเป็นใจความสั้น ๆ ที่สรุปได้ว่า.ลับหลังนิทานพาฝันอันหวานแหววของแพรว ในช่วงกลางดึกของคืนเดียวกันเปรมกับพีนั้นมักจะออกไปมันส์ด้วยกันอยู่บ่อย ๆ พีก็เหมือนกับแพรวที่ตอนเป็นเฟรชชี่มักจะไปไหนไม่เป็น เขายังไม่รู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง? , คณะอยู่ตรงไหน? , ห้องสมุดอยู่ตรงไหน? , โรงอาหาร? , ชมรม? , โรงพยาบาล? , หรือแม้กระทั่งร้านเหล้า!.ในคืนวันพระเมื่อสองปีก่อนพีในวัย 18 เกิดโหยหารสชาติของสุราขึ้นมากลางดึก เขาเกิดอาการเสี้ยนที่ยังไม่ถึงกับเงี่ยน เพียงแค่ต้องการเหล้าสักกลมหนึ่งมาดื่มย้อมใจเพื่อให้หายคิดถึงบ้าน คิดได้ดังนั้นจึงตัดสินใจแวะไปที่โซนนิ่งที่ทางมหาลัยจัดเอาไว้.ลักษณะมันเป็นตรอกถนนเล็ก ๆ เส้นหนึ่ง ที่จะมีห้างร้านมากมายมาจ่ายสัปทานให้แก่สถานศึกษาเพื่อแลกกับการขายสุราและสันทนาการโลกีย์ ว่ากันว่าร้านเหล้าและผับตรงนี้สร้างรายได้ให้แก่สถาบันมากกว่าค่าเทอมที่พวก
Baca selengkapnya
บทที่ 5 : มิวท์
"มันใช่ฮอนด้าซะที่ไหน โลโก้มันอาจจะคล้ายกัน แต่นั่นมันรถฮุนไดสัญชาติเกาหลีต่างหากแกอ่ะมั่วอีพี!"แพรวโต้เถียง เธอดึงตัวเองกลับมานั่งพิงพนักตามเดิม.แล้วทั้งสองคนตรงเบาะหน้าก็สาดน้ำลายใส่กันอีกยก ต่างคนต่างอ้างเหตุผลของกันและกัน แพรวบอกว่าเธอนั่งรถเปรมมาหลายครั้ง ในขณะที่พีก็บอกว่าเขาเคยนอนกอดผู้ชายในรถคันนี้มาแล้วหลายหน ซึ่งเป็นอะไรที่เหนือชั้นกว่าของแพรวมาก จนกระทั่งเวลาผ่านไปครูใหญ่ สัญญาณไฟเขียวก็สว่าง ล้อรถเริ่มเคลื่อนที่ออกไปข้างหน้าอีกครั้ง โดยที่สมาธิของคนขับนั้นกระเจิดกระเจิงไปพร้อมกับบทสนทนาแล้ว.ความรีบหายไปจนเกลี้ยงฝอยน้ำลายพ่นใส่กันนับสิบหยด จึงไม่แปลกที่ทิวทัศน์ด้านข้างจะไม่ถูกสนใจเลย ลำพังขับไปข้างหน้าให้ได้โดยไม่ชนใครก็ถือว่าเก่งแล้ว."พี่เปรมเขาก็ต้องอยู่หอสิ! เขาเป็นประธานหอนะ เขาจะมาทำอะไรตรงนี้อีบ้า!"แพรวพยายามย้ำ หล่อนปล่อยมือออกจากเข็มขัดนิรภัยเพราะรถมันแล่นช้ามาก ๆ."เหอะ! หอที่ไม่มีคนอยู่สักคนสิไม่ว่า! ยังไงซะนั่นก็คือรถของพี่เปรมแน่นอน มึงอย่ามาเถียงกูเลยอีแพรว!".พีให้เหตุผลโต้กลับโดยหารู้ไม่ว่าพ้นจากทางโค้งข้างหน้านี้ไป จะมีด่านตรวจเคอร์ฟิวตั้งอยู่หนึ่ง
Baca selengkapnya
บทที่ 6 : พ่อ
สาวเจ้านัยต์ตาสวยเดินย้อนกลับมาหาเพื่อน มิวท์เก็บสมาร์ทโฟนใส่ไว้ในกระเป๋าทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่ประเด็นที่สนทนากันเมื่อครู่คือการคบชู้ยั่วผัวเพื่อนเห็น ๆ ในหัวเธอกำลังรบราฆ่าฟันระหว่างถูกผิด เปรมบอกเลิกแพรวไปแล้วนั่นคือความจริง แต่ความจริงอีกข้อที่ว่าแพรวเป็นเพื่อนสนิทของเธอก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ ดูทรงแล้วการปล่อยตัวปล่อยใจคงไม่ทำให้เธอหลุดพ้นจากการเป็นผู้มีมลทินมัวหมอง."ทำยังไงดี.. เราจะทำยังไงดี.. จะผ่านสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้ยังไง ขึ้นห้องก็ไม่ได้เพราะมีพี่เปรมดักรออยู่ โถ่เอ๊ย!"กัดเล็บเครียดจนไม่รู้จะหาทางออกยังไง รู้ตัวอีกทีหน้าขาส่วนบนก็ชนเข้ากับขอบโต๊ะของเจ้าหน้าที่ซะแล้ว."โครมมมม!"."เฮ๊ย! , น้อง!"ร่างหนาในชุดยูนิฟอร์มลุกขึ้นเท้าสะเอว."ขอโทษค่ะ.. หนูเดินใจลอยไปหน่อย ต้องขอโทษด้วยนะคะ!"มิวท์รีบแก้ตัว.ทว่าเจ้าหน้าที่หุ่นหมีคนนั้นกลับเบี่ยงประเด็นไปทางอื่น."พี่ไม่ได้หมายถึงน้อง พี่หมายถึงเพื่อนน้องสองคนนี้ต่างหาก บอกขอใช้โทรศัพท์โทรหาที่บ้านจนครึ่งชั่วโมงผ่านไปยังไม่ได้เรื่องอะไรเลย พี่ว่าน้องสามคนเซ็นต์รับสารภาพซะเถอะเรื่องมันจะได้จบ ๆ จะลีลาไปเพื่อ
Baca selengkapnya
บทที่ 7 : ร่าน (18+)
เสร็จสิ้นจากด่านกักกันโรคดังกล่าว กระบะบุโรทั่งของพ่อก็ได้รับสติกเกอร์พิเศษมาแปะหน้ารถ เพื่อใช้ระบุว่าได้รับการยกเว้นให้ผ่านด่านเคอร์ฟิวไปได้เป็นกรณีพิเศษ แม้สีสันสะท้อนแสงของมันจะย้อนแย้งกับสภาพรถโดยรวมมากก็ตามที แต่ก็ถือว่าได้เจ้านี่แหละที่อำนวยความสะดวกให้แก่ 4 ชีวิตในห้องผู้โดยสาร."แยกข้างหน้าเลี้ยวขวาค่ะพ่อ จอดที่รั้วข้างนอกได้เลยคอนโดมิวท์อยู่ที่นั่น"มิวท์ชี้บอก ติดกันคือแพรวกับพีที่นั่งเบียดเสียดกันแนบแน่น แปลกแต่จริงที่ไม่มีใครกล้านั่งเบาะด้านข้างคนขับเลย.ซึ่งทันทีที่รถกดห้ามล้อหยุดนิ่ง สาวเจ้าของเสียงก็เปิดประตูวิ่งพรวดออกไปเลย เธอหันมายกมือไหว้ขอบคุณผู้ใหญ่ครู่หนึ่ง ตรงข้ามกับแพรวและพีที่ได้รับรอยยิ้มอันแห้งเหือดไว้เป็นที่ระลึก ประหนึ่งว่ามิวท์นั้นมีอะไรที่ปิดบังเอาไว้อยู่."ชู่วววว..จะให้เพื่อนเห็นรถของพี่เปรมไม่ได้ จอดไม่ระวังแบบนี้เราสิจะเดือดร้อน!"มิวท์คิดในใจ.ขณะคิดอยู่ใบหูก็ได้ยินเสียงแพรวตะโกนขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง ที่ทำให้ค่ำคืนนี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี."บ๊ายบายมิวท์ ขอบคุณมากนะ ไม่มีเพื่อนดี ๆ อย่างเธอฉันคงแย่!"."จ้า.. , ไม่เป็นไรหรอกแล้วเจอกันนะแพรว..
Baca selengkapnya
บทที่ 8 : เสปิร์ม
ความอุ่นอันเกินพอดีทวีค่าจนกลายเป็นความร้อน แอร์คอนนิชั่นเสียงอื้ออึงมิอาจอำพลางดวงตะวันที่กำลังเฉิดฉายสายโด่ง แสงสีทองสาดสะท้อนรูผ้าม่านแยงเข้าดวงตาเล็กหยี มิวท์ใช้สันมือขยี้มันสองสามทีก่อนจะสะลึมสะลือขึ้นมาพร้อมกับรอยจ้ำกึ่งช้ำตามลำตัวเต็มไปหมด."อ๊าาาา.. เมื่อยชะมัด.."เธอว่า พลันทดร่างเปลือยของตนเองขึ้นค้ำกับหัวเตียงในท่านั่งพิง.ความจริงก็คือความจริง ว่าตอนนี้เปรมไม่อยู่เสียแล้ว เขาน่าจะไสหัวออกจากห้องเชือดแห่งนี้ไปตั้งแต่ช่วงตี 4 กว่า ๆ ซึ่งเป็นห้วงเวลาแห่งการหลุดพ้นจากมาตรการเคอร์ฟิวของทางรัฐ ไม่มีการจูบลาใด ๆ เสื้อผ้าก็ปล่อยกระจุยกระจายไว้ แม้แต่สาวเจ้าที่ยอมนอนให้ขืนใจก็ยังมิแยแส.แย่จริงอะไรจริง! บอกตามตรงว่าในใจมิวท์นั้นแสนจะเจ็บปวด หล่อนวางมือลงบนเนินอกตัวเองกระทั่งสัมผัสได้ถึงเสียงหัวใจที่ยังคงตื่นเต้น "ถูกฟันแล้วทิ้งรึเปล่านะ?" , "เขาจะรับผิดชอบเรารึเปล่า?" , "เราจะทำหน้ายังไงถ้าต้องอยู่ต่อหน้าพีแล้วก็แพรว?" สารพัดความกังวลถาโถมเข้ามาใส่ ทั้ง ๆ ที่ตัวเธอเองก็เป็นแค่เด็กสาวตัวเล็ก ๆ ที่เผลอตัวเผลอใจให้กับคนที่แอบชอบ."พี่เปรมคะ..!"มือเรียวเลื่อนลงมายังที่นอนด้านข้าง
Baca selengkapnya
บทที่ 9 : ฟาร์มาซี
เปรมเลือกที่จะใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในร้าน เขาใช้พลาสติกใสคลุมจานชามช้อนซ่อม ซีนบานประตูหน้าต่างอย่างมิดชิดไม่ให้เชื้อโรคจากภายนอกแทรกซึมเข้ามาได้ อาหารที่กินก็เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจำพวกซีรีแล็คของเด็กทารก อาหารเหลว Ensure (เอ็นชัวร์) สำหรับผู้ป่วยติดเตียงแต่ขาดสารอาหาร รวมไปถึงสารเร่งโปรตีนอย่างผลิตภัณฑ์ Way เพื่อใช้ในการเร่งมวลกล้ามเนื้อ สร้างความแข็งแรงให้แก่ร่างกาย.เรียกได้ว่าจะออกไปข้างนอกก็แค่ในยามจำเป็นจริง ๆ เท่านั้น เขาเก็บตัวเงียบเฝ้าดูข่าวสารจากทุกแพลตฟอร์มแบบเกาะติด โดยตั้งใจว่าจะใช้ร้านยาเป็นฐานที่มั่น มีสรรพวุธมากมายให้เขาหยิบใช้ได้ตลอดตราบเท่าที่ยังมีความรู้ บางวันเภสัชกรหนุ่มก็ถึงกับกระดกวิตามินซีชนิดเม็ดเข้าไปเกือบครึ่งกระปุกเลยทีเดียว เพราะสายตาที่อยู่ในความมืดนาน ๆ นั้นชักจะเริ่มมองไม่เห็น."อึก.. อึก..ก..ก..ก""ให้มันรู้ไปสิวะว่าเราจะติดเชื้อ! กูไม่ยอมมึงหรอกเว่ยไอ้เชื้อนรก ไอ้โควิดน้ำเว่า! (เอ้ย! โควิด-19)"..สวนทางกับสถานการณ์จากภายนอก ณ ตอนนี้รอบมหาลัยเข้าขั้นวิกฤตแล้ว ร้านรวงต่าง ๆ ถูกสั่งปิดหมดชนิดที่แม้แต่มอเตอร์ไซต์ Grab bike ก็ยังห้ามรับออเดอร์ สถานที่
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status