LOGIN“เรื่องเป็นไงมาไง”
เสียงทุ้มต่ำติดเย็นชาของใครบางคนเอ่ยขึ้นมา ทำให้ดาน่าที่แอบฟังจากเบื้องหลังประตูต้องเอาหน้าแนบ เพราะว่าเสียงภายในห้องเบาเหลือเกิน แม้ว่าประตูจะแง้มไว้ก็ตาม
“จะเป็นไงได้นอกจากว่าคิลล์มันตั้งใจจะแข่งกับไอ้ราม แต่ฝั่งนั้นมือหักเลยมายกเลิก พวกมึงก็รู้ว่าคราวก่อนที่ไล่ล่ามันพวกกูเกือบแหกโค้ง ไอ้คิลล์มันเลยจะมาเอาคืนวันนี้” เสียงของคนหน้าดุเอ่ยอธิบายและแฝงไปด้วยอาการหัวร้อนนิด ๆ
คิลล์ อย่างนั้นเหรอ? ชีวิตนี้เธอเคยได้ยินชื่อนี้แค่คนเดียวเท่านั้น มือบางชื้นเหงื่อเพราะวิตกกังวล ก้อนเนื้อในอกเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมา เธอภาวนาว่าขอให้ไม่ใช่คนเดียวกับที่เคยเจอ เพราะไม่อยากจะเจอกันอีกแล้ว แต่ก่อนจะได้ฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้ นำศึกก่อนเอ่ยแทรกขึ้นมาอย่างไม่พอใจ
“แล้วมันจับตัวเดวาไปทำไม น้องไม่เกี่ยวอะไรด้วย” นำศึกเอ่ยขึ้นมา นั่นทำให้ดาน่าแทบจะลุกขึ้นปรบมือให้
“แต่เด็กนั่นเป็นผู้หญิงของไอ้รามไม่ใช่เหรอ กูเคยเห็น”
“ใช่หรือไม่ใช่ มันก็ไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้”
“ไคลล์มึงรู้จักน้องมึงดี” ระหว่างที่ทั้งสองตอบโต้กันอยู่นั้นก็มีเสียงของอีกคนแทรกขึ้นมานิ่ง ๆ และดูมีเหตุมีผลเอามาก ๆ
“ศึกมึงส่งสารให้ไอ้คิลล์แล้วนี่ แค่นิ้วหักไม่ตายหรอก” ดาน่าจำเสียงได้นี่คือคนหน้าดุแน่นอน และยังเอ่ยปากเข้าข้างคิลล์ตลอด ทั้งที่รามิลผู้ชายของพี่สาวนิ้วหักแต่ยังรั้นจะแข่งเนี่ยนะ นี่มันเอาเปรียบกันชัด ๆ เธอรับไม่ได้
ตอนที่รู้ว่าพี่สาวอย่างเดวาหายตัวไป เธอทั้งตกใจและกระวนกระวายจนแทบร้องไห้ ความรู้สึกมากมายประเดประดังจู่โจมเข้าพร้อมกัน ถ้าไม่ใช่เห็นพี่นำทัพเธอคงไม่รู้ว่าจะทำยังไงและยังต้องรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุให้พี่สาวเจอเรื่องร้าย ๆ ดังนั้นไม่ว่ายังไงก็ต้องมีคนรับผิดชอบ
“เซริม” ดาน่าที่กำลังทำสีหน้าโกรธเคือง คิลล์ ถึงกับสะดุ้งเมื่อได้ยินน้ำเสียงของพี่นำศึก เอ่ยชื่ออีกคนในห้องด้วยน้ำเสียงเย็นชาและกำลังกดดัน
“อย่างที่ไอ้ไคลล์ว่า มึงส่งสารเองไม่ว่ายังไงการแข่งนัดนี้ก็ต้องเกิดขึ้น ไอ้รามรับปากแล้วไม่ว่าอะไรจะหักก็เรื่องของมัน ส่วนของเดินพันกูรับประกันว่าคิลล์ไม่ทำอะไรน้องมึงแน่นอน”
หา! นี่หมายความว่ายังไงของเดิมพันคือพี่สาวของเธออย่างนั้นเหรอ เดวาไม่ใช่สิ่งของที่ใครจะเอามาเป็นเครื่องต่อรองได้นะ
“สรุปมึงจะให้ท้ายมันอีกคน?” นำศึกกดเสียงต่ำ
“ตอนมึงไปเอาตัวน้องมึงมา ก็ต้องต่อรองกับไอ้คิลล์มาแล้ว มันยอมอ่อนข้อเพราะเห็นว่ามึงเป็นญาติดังนั้นมึงควรจะยอมมันบ้างนะศึก” เซริมเอ่ยเสียงเย็น เหมือนจะมีเหตุผลแต่ก็ดูเข้าข้างผู้ชายที่ชื่อ คิลล์อยู่ดี
“ไอ้คิลล์มันก็ไม่ไว้หน้าใครตลอด” น้ำเสียงนิ่ง ๆ เอ่ยแทรกขึ้นมาอีกครั้ง และนั่นคือเสียงของจีซัสคนที่อยู่ในห้องกับเซริมตั้งแต่แรก
“คนที่ควรยอมมันคือไอ้คิลล์ต่างหาก ดันทุรังเพื่อ”
“เพื่อเอาชนะไง”
“น้องมึงนี่นะ” นำศึกเอ่ยอย่างประชดประชัน
“ก็ช่วงนี้มันอารมณ์ไม่ค่อยดี ไม่รู้เป็นอะไร”
“มันเคยอารมณ์ดีด้วยเหรอ”
“ช่วงนี้หมายถึงเดือนสองเดือนนี้ไง อารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ”
“เลยไปลงกับน้องกู?” นำศึกโพลงขึ้นมาเมื่อเห็นจีซัสและไคลล์ปะทะฝีปากกัน หลัก ๆ ทุกคนไม่ชอบที่ไคลล์เข้าข้างคิลล์
“ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าอีกสามสิบนาทีที่จะถึง พวกมันจะต้องแข่งรถกันแล้วใช่ไหม เพราะว่าเป็นคู่สุดท้ายของวันนี้”
“ใช่”
ใบหน้าของดาน่าเคร่งเครียดขึ้นมาเมื่อได้ยินอย่างนั้น ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มแน่นอย่างอดกลั้น เรื่องนี้ต้นเหตุคือผู้ชายคนนั้น เขามีสิทธิ์อะไรมาเอาพี่สาวเธอเป็นของเดิมพัน
ยิ่งคิดดาน่ายิ่งรู้สึกโมโหจนแทบคลั่ง ดวงตากลมโตแข็งกร้าวอย่างไม่ยินยอม เขาเอาแต่ใจมากจนไม่เห็นหัวใคร สร้างเรื่องวุ่นวายมากมายเพียงเพราะตัวเอง เดี๋ยวนายเจอ!
มือบางจิกเล็บจนเลือดซิบก่อนจะค่อย ๆ คลานออกจากบริเวณนี้ เพราะเธอจะต้องระงับเรื่องราวไม่ให้มันบานปลาย
“เธอ ไปทำอะไรตรงนั้น”
ระหว่างที่กำลังลุกขึ้นยืน ก็มีฝีเท้าคู่หนึ่งหยุดยืนอยู่ตรงบันไดขั้นสุดท้าย ดวงตาของเขาฉายแววแปลกใจที่เห็นท่าทางประหลาดของดาน่า และเธอเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมีคนมาเห็นท่าทางน่าอับอายด้วย
“เอ่อ…พอดีทำต่างหูตกน่ะ เลยพยายามหา”
“ต้องลงไปคลานกับพื้นเลยเหรอ?” ผู้ชายผมสีน้ำตาลหน้าตาดูสะอาดสะอ้านเหมือนอาบน้ำวันละสิบชั่วโมงเลิกคิ้ว
“ใช่สิ ไม่งั้นจะหาเจอได้ยังไง” เธอยังคงเฉไฉไปเรื่อย
“แน่ใจนะว่าจะเจอ”
“ไม่เจอหรอก เลยจะลงไปหาข้างล่างขอบใจมากนะที่เป็นห่วง”
ผู้ชายผมสีน้ำตาลยังคงสงสัยไม่เลิก แต่เมื่อได้ยินคำว่า ‘เป็นห่วง’ ออกจากปากหญิงสาวแสนประหลาด เขายิ่งทำหน้าเหยเกกว่าเดิม หน้าเขาเหมือนคนห่วงใยคนอื่นหรือไง
“ฉันไม่ได้ห่วงสักหน่อย ก็เธอทำท่าประหลาด”
“เอาน่าใส่ใจก็บอก” ดาน่าฉีกยิ้มตีเนียน เพราะเธอพึ่งออกมาจากห้องที่พวกพี่นำศึกคุยกัน กลัวว่าผู้ชายตรงหน้าจะเป็นเพื่อนพวกเขาน่ะสิเลยต้องรีบกลบเกลื่อนความสงสัย
“เธอมีพิรุธนะ แล้วมาจากทางนั้นด้วย” เขาหรี่ตาลง
“พิรุธอะไร นี่นายกำลังใส่ใจฉันแท้ ๆ ยังจะมาเปลี่ยนเรื่อง”
“เธอสิวะเปลี่ยนเรื่อง”
“ก็จริงนี่ คนปกติที่ไหนเขาจะถามแบบนี้เล่า มีแต่คนอยากใส่ใจทั้งนั้นแหละที่พยายามถามอะไรแบบนี้”
“เธอหลงตัวเองชะมัด” เขาสบถพึมพำและทำหน้าไม่สบอารมณ์
“ส่วนนายก็หลงฉันอีกที ขอบคุณสำหรับคำถามที่ใส่ใจนะ”
“ยัยบ้ามันจะมากไปแล้ว ไม่ได้หลงเธอเว้ย!”
ดาน่าหัวเราะอย่างอารมณ์ดี เมื่อเห็นผู้ชายที่พยายามจับผิดเธอทำหน้าเหมือนปลาตาย เธอจึงใช่จังหวะนี้เบี่ยงตัวไปทางซ้ายของเขาเพื่อเดินลงบันได แน่นอนว่าอีกฝ่ายก็รีบเปิดทางให้โดยไว เพราะกลัวว่าเธอจะเข้าใจผิดว่าเขาใส่ใจอีก
ร่างบางรีบวิ่งลงมาชั้นล่างอย่างรวดเร็ว และยังต้องหลบหลีกสายตาของผู้คนอีก จุดมุ่งหมายของเธอคือบริเวณอาคารของฝั่งนักแข่งต่างหากละ ดาน่าเคยมาที่นี่สองสามครั้งแล้วดังนั้นการไปที่นั่นไม่ยากเลยแม้แต่น้อย
ผู้คนทั่วทั้งบริเวณนั้นต่างก็คึกคักและสนุกสนาน เดินไปทางไหนก็ได้ยินเสียงอึกทึก ดาน่าพยายามเดินเลี่ยงผู้คนนอกสนาม และเดินเลียบไปตามอาคารจึงกระทั่งถึงบริเวณจุดพักรถ
“สวัสดีค่ะ”
โชคดีจริง ๆ ที่ภายในอาคารค่อนข้างสงบกว่าภายนอก มีช่างซ่อมรถแค่สองคนเท่านั้นที่ยังอยู่บริเวณนี้
“ว่าไงครับคนสวย”
“พอดีหนูกำลังตามหานักขับที่เก่ง ๆ ในสนามอยู่ค่ะ พี่ ๆ พอจะบอกได้ไหมคะ ว่าจะหาพวกเขาได้จากที่ไหนคือหนูปลื้มหลายคนมาก ๆ อยากถ่ายรูปด้วยค่ะ” เธอทำหน้าแอ๊บแบ๊วสุดพลังเพื่อให้พวกเขาลดความระแวงลง
“อืม น้องมาช้าไปแล้วตอนนี้นักแข่งน่าจะทยอยออกไปกันหมด”
“น่าเสียดายจังเลยนะคะ หนูมาครั้งแรกนึกว่ารอจบการแข่งก่อนถึงค่อยมาได้ ไม่คิดว่าพวกนักแข่งจะกลับไปกันแล้ว” เธอขยับตัวไปมาก่อนจะหลุบสายตาลงต่ำแลดูน่าสงสาร
“น้องอย่าเศร้าไป นี่ไม่รู้เหรอวันนี้ยังเหลือนัดสำคัญอีกหนึ่ง”
“ใช่ ๆ นี่เป็นคู่สำคัญเลยนะเครื่องยนต์ระดับ v10 สนุกแน่”
“จริงเหรอคะ?” เธอเงยหน้าขึ้นอย่างตื่นตะลึง
“ถูก และถ้าน้องอยากเจอนะรออีกสักพักนักแข่งจะมาวอร์มเครื่องก่อนลงสนาม รับรองว่าได้เจอแน่คนนี้ฮอตสุด ๆ”
“ใช่ บางทีสวย ๆ อย่างน้องอาจจะได้ทดลองวอร์มกับไอ้คิลล์” พวกช่างซ่อมรถสองคนเอ่ยเข้าขารับส่งมุกกันสนุกสนาน ทั้งยังเอ่ยเรื่องสองแง่สองง่ามออกมาเพราะเข้าใจว่าเธอมาอ่อยนักแข่ง
“แค่ได้เจอก็ดีใจแล้วค่ะ” ดาน่าลอบเบะปากก่อนจะส่งยิ้มอีกครั้ง ใครมันจะอยากไปวอร์มเครื่องกับหมอนั่นกันเล่า
“แหมน้อง ไม่ต้องอายผู้หญิงมาหานักแข่งก็รู้ ๆ กันอยู่ เอาอย่างนี้น้องรอที่นี่ พวกพี่จะเปิดทางให้เองเห็นว่าน้องดูนิสัยดีไม่เหวี่ยงวีนเหมือนหลาย ๆ คนที่ผ่านมานะ”
เธอส่งยิ้มหวานพลางเอ่ยปากขอบคุณอย่างมีมารยาท แม้จะแต่งตัวแรงไปนิด แต่เธอก็แสดงเป็นสาวน้อยแสนเรียบร้อยเหมือนหนีที่บ้านมาเที่ยวได้อย่างแนบเนียน ถ้าทุกคนออกไปหมดแล้วคงจะเหลือแค่คนเดียวสินะ ดาน่ายกยิ้มในใจก่อนจะเดินเข้าไปภายในตัวอาคาร
รถซูเปอร์คาร์สุดหรูสีดำช่างน่าเกรงขามและดุดันเสียเหลือเกิน เธอเดินเข้าไปใกล้รถคันนั้นที่จอดนิ่งสนิท เพราะต้องรอตรวจเช็กก่อนลงแข่ง ดาน่าเพ่งมองด้วยแววตาซับซ้อน ริมฝีปากอวบอิ่มน่าสัมผัสยกขึ้นมาอย่างเย้ยหยัน
แกรก!
“อา…อาวุธพร้อมเลยนี่นา”
เธอพึมพำออกมาเบา ๆ เมื่อเหลือบเห็นไม้เบสบอลวางอยู่ข้างกำแพง ไม่รู้ว่าเป็นของใคร แต่เธอก็ไปคว้ามันมาไว้ในมือและลองแกว่งเล่นไปมาอย่างเจ้าเล่ห์
“เอาละ มาเริ่มสั่งสอนคนอวดดีอย่างนายกัน อยากใช้พี่สาวของฉันเป็นของเดิมพันอย่างนั้นเหรอ…ก็ลองดูว่าจะทำได้ไหม”
ผัวะ!
ตุบ!
เพล้ง!
ดาน่าใช้มือข้างที่ถือไม้เบสบอลขว้างมันออกไปสุดแรงกระทบเข้ากับรถซูเปอร์คาร์สุดหรู เสมือนว่ามันคือตัวแทนของผู้ชายคนนั้น ก่อนจะจ้องมองราวกับจะกินเลือดกินเนื้อและใช้ไม้ทุบมันอยู่หลายครั้งจนมีสภาพยับเยิน
“ว้าว ดูสวยเหมาะกับคนแบบนายจริง ๆ แต่มันยังไม่พอหรอก”
ริมฝีปากอวบอิ่มยกยิ้มอย่างเยาะเย้ย ดาน่าทิ้งไม้เบสบอลลงกับพื้น ก่อนจะเดินวนอยู่แถวนั้นเพื่อหาของที่จะทำให้รถสุดหรูของคิลล์มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น
“โอ๊ะ ใส่สีอะไรดีนะ” ภายในนั้นยังมีห้องแยกไว้สำหรับนักแข่งเพื่อพักผ่อน เธอจึงเดินตรงไปยังตู้เย็นและขนของกินทุกอย่างออกมา แน่นอนว่าสีสันที่จะแต่งแต้มรถคันนี้ก็มาจากของพวกนี้นี่เอง
“อยากรู้จริง ๆ ว่าถ้านายเห็นแบบนี้แล้วจะทำสีหน้ายังไง ลองโดนสร้างปัญหาให้บ้างนะแล้วจะรู้สึก” เธอเหยียดยิ้มและเดินละเลงของกินใส่รถของเขาที่บุบสลายไม่มีชิ้นดีอย่างสาสมใจ ก่อนจะเงยหน้ามองกล้องวงจรปิดและชูนิ้วกลางใส่เพราะคิดว่ายังไงเจ้าของรถต้องได้เห็น
เธอไม่สนว่าจะโดนอะไรและไม่กลัวด้วย ในเมื่อเขาเลือกหนทางเลวร้ายเพื่อจัดการคนอื่น แล้วเธอจะมอบหนทางดี ๆ ให้เขาไปทำไมกันละ
แก้แค้นก่อนมันสนุกจะตาย ว่าไหม?
“เออแล้วยัยมีล่าเป็นยังไงบ้าง?” เหมือนไอซ์จะฉุกคิดขึ้นมาได้จึงเอ่ยปากถามถึงเพื่อนสนิทของดาน่า เธอจึงเล่าให้ฟังเพราะให้เพื่อนรออยู่ที่อู่ไม่อยากให้ต้องมาเสี่ยงอันตรายที่นี่“นี่กูสงสัยมาก ทำไมพวกมึงเล่นของสูงจังวะ” เธอหลอกตาทันที เพราะรู้สึกว่าไอซ์มันไร้สาระ จึงหันไปมองการแข่งขันตรงหน้าเสียงกรีดร้องดังสนั่น เมื่อคิลล์แฉลบเกือบหลุดโค้ง“เฮ้ย!”“คิลล์!” พวกเราเองก๊อกสั่นขวัญแขวน เพราะตอนนี้รอบที่เก้าแล้วนั่นยิ่งทำให้ก้อนเนื้อในอกของเธอเต้นกระหน่ำ คิลล์จะยื้อได้นานแค่ไหนกัน สภาพของเขามันไม่พร้อมเลยจริง ๆ แต่เธอมั่นใจคนที่หัวใจแกร่งอย่างเขาต้องทำได้ ดาน่าจ้องมองอย่างไม่วางตา คิลล์เหยียดยิ้มร้ายเมื่อหลุดจากโค้งสุดท้ายมาแล้ว และรถของพวกเขากำลังทะยานเข้าสู่รอบที่สิบ ที่นี่มีโค้งทั้งหมดแปดโค้งและแต่ละโค้งก็ค่อนข้างยากเพราะมันแคบ ทุกคนอาจจะหมดสนุกที่เขาไม่ยอมแซง แต่เมื่อเห็นว่าเขาเริ่มก่อกวนพายุอย่างดุดัน นั่นแหละรอบสนามถึงมีแรงเชียร์อีกครั้ง“อยากท้าทายกูมึงต้องรับความเสี่ยง” เขาไม่สนว่าเท้าที่กำลังเหยียบคันเร่งอยู่ในตอนนี้จะเป็นอย่างไร เหมือนเป็
สการ์เองก็ไม่ต้องการยื้อเวลานาน นัยน์ตาเจ้าเล่ห์จ้องคิลล์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ“เดิมพันวันนี้ง่าย ๆ เห็นแก่ที่มึงยังเจ็บอยู่แค่สิบรอบระหว่างมึงกับไอ้พายุ ถ้าชนะก็เอาเพื่อนมึงไป แต่ถ้าแพ้กูขอแค่ยัยนั่นคนเดียว” ดวงตาคมกริบของคิลล์เข้มขึ้น ก่อนจะขยับมือที่ถือไม้เบสบอลขึ้นชิดปลายคางของสการ์ ในอกรู้สึกร้อนรุ่มจนยากจะระงับนี่สินะความรู้สึกเมื่อคนที่รักถูกดึงเข้ามาในเกมของศัตรู เขาไม่มีวันยอมและต้องการให้มันจำใส่สมอง ว่าผู้หญิงของเขาไม่ใช่สิ่งของ“กูไม่ให้ใครทั้งนั้น” สการ์แค่นเสียงขึ้นจมูกก่อนจะปรายตาไปมองลูกน้อง ที่กำลังหิ้วปีกอาเซียออกมา สภาพของมันค่อนข้างเละโดยเฉพาะใบหน้า เหมือนสการ์ต้องการเหยียบย่ำหน้าหล่อ ๆ นั้น“นายนี่มันทุเรศจริง ๆ หน้าตาแย่แล้วยังทำตัวแย่อีก” ดาน่าฉุนกึกแต่มีหรือสการ์จะสน ยังไงวันนี้คิลล์ก็ไม่รอด“หึ ตามนี้นะคิลล์” ยิ่งเห็นเจ้าของชื่อโกรธจนแทบคลั่ง สการ์ยิ่งมีความสุขจึงแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย ก่อนจะหน้าซีดเมื่อคิลล์โน้มใบหน้าลงมาพลางเอ่ยเสียงเข้ม“ถ้ามึงแพ้ ร้านของมึงเละแน่”“นี่มึง!” สการ์โมโหจนแทบกระอักเลือด“จำไว้คนที่ต้องเสียคือมึงไม่ใช่กู ถ้ามึงชนะ
“ทำไม!” คิลล์เอ่ยเสียงเข้ม นัยน์ตาราวกับมีไฟลุกโชน ดาน่าหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะนั่งลงบนฝากระโปรงหน้า ก่อนจะดึงคิลล์เข้ามาใกล้แล้วใช้ขาทั้งสองข้างหนีบขาเขาไว้อีกที พลางช้อนสายตาขึ้นมองอย่างเจ้าเล่ห์“พี่รอดูได้เลย แต่ตอนนี้ห้ามงอนนะเข้าใจไหม” เธอเอ่ยอย่างรู้ทัน เขาน่ะพวกปากไม่ตรงกับใจสุด ๆ บอกไม่เคยงอนมันไร้สาระแต่หน้างี้ตึงยิ่งกว่าฉีดโบท็อกมาอีก“ใครเขาจะงอน” คิลล์ทำเสียงขึ้นจมูก พลางเหลือบตามองไปทางอื่น นั่นทำให้ดาน่าหัวเราะคิกคักก่อนจะยกแขนขึ้นกอดเอวสอบไว้หลอม ๆ เมื่อเธอนั่งเขายืนใบหน้าจึงแนบไปกับหน้าท้องแกร่ง“โอเคไม่งอนก็ไม่งอน แค่ไม่พอใจเท่านั้นถูกปะ?”“ยัยตัวดี เธอก็รู้ว่าฉันหวง” คิลล์ทำหน้าตึงก่อนจะยกมือขึ้นมาบีบแก้มของดาน่าอย่างมันเขี้ยว ไม่มีใครทำให้เขารู้สึกว้าวุ่นกลุ้มใจ และไม่เป็นทำอะไรเท่าเธอมาก่อน ดาน่ามีอิทธิพลต่อจิตใจมากจริง ๆ ยิ่งเราคบกันและได้เรียนรู้นิสัยใจคอกัน ก็พบว่ามันดีกว่าตอนอยู่คนเดียวเป็นไหน ๆ“น่าก็หวงพี่เหมือนกัน ถึงพี่จะไม่น่าหวงก็เถอะ” ดาน่าอมยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ เพราะคิลล์ไม่ได้ฮอตปรอทแตกเหมือนเพื่อน ๆ เขา แม้จะหล่อแต่แค่เห็นหน้าโหด ๆ คนก็กลัวหัวห
“ตัวจริงเสียงจริง แต่ไส้ในใครวะแม่งอย่างเอา” จีซัสทำหน้าสยองขึ้นมาทันที ทำไมคนมีความรักมักเปลี่ยนไปมากขนาดนี้กัน นี่มันไม่ใช่หน้ามือเป็นหลังมือแล้วนะ นี่หลังตีนเป็นหน้ามือเลยล่ะ“มึงก็ลองมีความรักบ้างสิจี” โชตะที่ยืนล้วงกระเป๋าเอ่ยปากทั้งที่เงียบมานาน เพราะไม่ถนัดคุยเรื่องราวความรัก“นั่นคือสิ่งสุดท้ายในชีวิตที่กูคิดจะทำ คือคิดสั้น” จีซัสเอ่ยเสียงเรียบ นั่นทำให้คนที่ยืนอยู่ด้านหลังอย่างไคลล์ขำพรืด“ไอ้คิลล์แม่งพูดงี้สรุปได้เมียก่อนเพื่อน”“ก็พี่มันไม่มีน้ำยาด้วยแหละ” ไคลล์หุบยิ้มทันที ก่อนจะตวัดสายตามองเซริมที่ยืนจับขอบประตูอย่างดุดัน“เฮ้ยงานหยาบแล้วไอ้ศึกมา” เพลิงกัลป์ที่กวาดสายตามองคนทั้งคู่อยู่ถึงกับแหกปากร้องลั่น ท่าทางลนลานสุดขีดก่อนจะชี้ไปยังหน้าประตูทางเข้าอู่เมื่อเห็นคนที่ทำหน้าเรียบเฉยเหมือนปลาตายคิ้วกระตุก และตรงรี่เข้าไปคู่รัก พวกเขาก็รีบวิ่งออกมาเพื่อห้ามทันที เอาเถอะถึงยังไงนำศึกก็รักดาน่าเหมือนน้อง ถึงจะไม่ค่อยแสดงออกแต่ไม่ใช่ว่าจะทนดูน้องสาวจูบได้ นำศึกกระชากร่างของดาน่าออกมาจากคิลล์ ก่อนจะดึงน้องสาวไปไว้ข้างหลัง พลางเอ่ยเสียงเข้มกับคิลล์“มึงจ
ดาน่าและคิลล์รีบลุกออกจากโซฟาทันที เมื่อเห็นมีล่าวิ่งเข้ามาด้วยท่าทางตื่นตระหนกและร้อนรน“เกิดอะไรขึ้น”“น่าคะคือ..แฮก ๆ” มีล่าจับขอบประตูแน่น ทั้งพยายามจะเอ่ยและหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอด ดาน่าเห็นอย่างนั้นก็เข้าไปพยุงแล้วตบหลังของเพื่อนสนิทเบา ๆ“แกใจเย็น ๆ มานั่งก่อนค่อยพูด” เธอรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี จึงเงยหน้าสบตากับคิลล์ ซึ่งเขาเองก็กอดอกด้วยสีหน้าครุ่นคิดเช่นกัน“น่าฉันไหว แต่คนที่ไม่ไหวน่าจะเป็นเขามากกว่า”“ใคร?”“พี่อาเซีย” เธอหันไปมองหน้าคิลล์แทบจะในทันทีที่เพื่อนเอ่ยปาก หมายความว่ายังไงกัน“อาเซียทำไม” คิลล์เองก็ตกใจเหมือนกัน ก่อนจะเอ่ยปากถามเพื่อนของดาน่า แม้จะสงสัยว่าทั้งคู่ทำไมถึงรู้จักกันได้แต่ไม่อยากซักไซ้ถามอะไรในตอนนี้“คือพี่อาเซียโดนทำร้ายค่ะ…ฮึก” มีล่าเอ่ยเล่าไปเสียงก็สั่นเครือไปด้วยจนดาน่าต้องเข้าไปปลอบ เมื่อเห็นดวงตาของเพื่อนสั่นระริก มือไม้เย็นเฉียบทำอะไรไม่ถูก เธอจึงหันไปมองคิลล์อย่างปลงตกเพราะเข้าใจความร้อนใจที่เพื่อนถูกทำร้าย“ฉันจะไปตามพวกนั้น” คิลล์เอ่ยเสียงเข้ม ไม่อยากระเบิดอารมณ์ใส่เพื่อนของดาน่าก่อนจะหันหลังเดินจากไป“มีล่าใจเย็น ๆ ฉันรู้แกห่วงพี่เขาแต่ยังไงก
มีคนติดตามในบัญชีโซเชียลมากมาย เพราะพยายามจะขายว่าตัวเองเทสดีลูกคุณหนู แต่ที่จริงเป็นเด็กเสี่ย และยังแอบคบกับออสตินดีเจหนุ่มของ scarface อีกด้วย เมื่ออ่านจบเธอก็แค่นเสียงขึ้นจมูกก่อนจะปรายตามองคนข้างกาย“นี่ใช่ไหมที่ยัยนั้นพยายามจะจับนายให้มั่น คงคิดว่าจะสละเรือเก่าที่ค่อนข้างแก่ เพื่อมาเอาเรือใหม่ที่ทั้งหนุ่มกว่าและรวยกว่า”คิลล์ได้ยินน้ำเสียงของดาน่าก็หัวเราะเบา ๆ พลางยกขาขึ้นมาไขว่ห้าง และพาดแขนกับโซฟา“ก็อาจจะ”“หึ ท่าทางนายชอบน่าดูนะ” ดาน่าหันขวับทันที ก่อนจะยกยิ้มจนตาหยี นั่นทำให้คิลล์รู้สึกเสียวสันหลังแปลก ๆ เขาแค่คิดถูกที่ตัวเองหล่อและรวยต่างหากเล่า ไม่ได้ชอบอะไรอย่างนั้น“เธอ”“อะไร!” ยังมีน่ามาเรียกเธอด้วยน้ำเสียงแปลกใจอีก คนยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่ด้วย ตั้งแต่เกิดมาเธอคุยกับผู้ชายมาเยอะมากแต่ก็นั่นแหละไม่เห็นจะชอบหรือมีอารมณ์มาหึงเลย จนกระทั่งเรื่องนี้ เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าตัวเองงี่เง่า“ทำเสียงแข็งทำไมเนี่ย ฉันแค่จะบอกว่าไม่ได้ชอบอะไรแบบนั้น” คิลล์เอาขาลงดี ๆ ก่อนจะดึงตัวเธอเข้ามาหาเขา จนร่างของเราแทบจะแนบชิดเข้าด้วยกัน กลิ่นหอมเย็นจากเรือนกายทำให้เธอเผลอสูดดมเล็กน้อย เมื่อไ






![My Engineerรักร้ายนายจอมโหด [ต้าร์พินอิน]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
