LOGINตัวละครหลักของเรื่อง
พระเอก
ชื่อ :อคเนย์ ชวัลกร
ชื่อเล่น : คิลล์ (ลูกชายคนเล็กของต้าร์ จากเรื่อง My Engineerรักร้ายนายจอมโหด)
อายุ : 22 Y. น้ำหนัก/ส่วนสูง 63/186
พี่น้อง : ไคล์ แฝดพี่
เรียน : วิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมยานยนต์
นิสัย : เจ้าอารมณ์ เอาแต่ใจตามประสาลูกคนเล็ก
มีพี่ชายคอยกำราบ แต่บางทีก็เหมือนให้ท้ายเสียมากกว่า เผด็จการ เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง
สิ่งที่ชอบ : รักความเร็ว ชอบรถ ชอบเครื่องยนต์ และชอบเอาชนะ
นางเอก
ชื่อ : ดารัน ภัทรเมธาสกุล
ชื่อเล่น : ดาน่า (คนสนิทจะเรียกน่า) อายุ 19 Y.
น้ำหนัก/ส่วนสูง : 45 (หนักนม) / 165
เรียน : นิเทศศาสตร์เอกโฆษณา
นิสัย : พูดเก่ง ขี้อ้อน เอาแต่ใจ เถียงคำไม่ตกฟาก ชอบเอาชนะ
สิ่งที่ชอบ : ชอบคนหล่อ ชอบช่วยเหลือสัตว์ ชอบการแข่งขัน และชอบดูการแข่งรถ แอบเอาเงินวันเกิดที่พ่อให้มาสมัครวีไอพีของคลับเฮ้าส์ สถานที่พักผ่อนหย่อนใจระหว่างดูการแข่งรถที่สนามแข่ง TC
ชื่อ : ลูน่า (เอาชื่อตัวละครในดิสนีย์ที่ชอบมาผสมกัน)
สถานะ : หมาแก่
สภาพ : อายุ 14 ขวบ เป็นหมาแก่ที่หน้าตายังดูเด็ก
ฟันยังครบแต่เริ่มเคี้ยวอาหารยาก เอาแต่ใจไม่ยอมกินอาหารเปียก เทอาหารเม็ดให้ก็ไม่เอา
--------------------
สนามแข่งรถ TC
เสียงสัญญาณไฟดับลงรถยนต์ซูเปอร์คาร์สองคัน ก็ทะยานไปข้างหน้าราวม้าศึก เสียงเชียร์ของผู้ชมดังอึกทึกตลอดทางบ้างก็เชียร์รถคันสีดำ บ้างก็เชียร์คันสีขาว แต่ไม่ว่าสุดท้ายใครจะเป็นคนชนะก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับเขา
ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าเรียวยาว นัยน์ตาคมฉายแววหงุดหงิด บริเวณแก้มมีรอยแผลถลอกที่แห้งกรัง มือหนาซุกเข้าไปในกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ตหนังสีดำ พลางเอนกายพิงกับซูเปอร์คาร์สีแดงเพลิงแสนโดดเด่นของตัวเอง นัยน์ตาคมกวาดมองภาพการแข่งขันอย่างเฉยชา เพราะไม่มีอะไรให้น่าสนใจ สิ่งที่เขารอคอยคือการได้ดวลความเร็วกับคู่อริตลอดกาลอย่าง รามิล
“คิลล์”
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกชายหนุ่มเจ้าของรถสีแดงเพลิง และใช่นั่นคือชื่อของเขาเอง คิลล์ เขียนตรงตัวว่า kill บางทีก็สงสัยว่าทำไมป๊าถึงได้ตั้งชื่อประหลาดนัก จนกระทั่งตอนเด็กไม่สามารถทนต่อความสงสัยได้จึงเอ่ยปากถามออกไป และคำตอบที่ได้กลับมาก็คือจะได้คล้องจองกับ ไคลล์ พี่ชายฝาแฝดและใช้ตัวลอลิงใส่การันต์เหมือนกับพี่ชาย นั่นแหละคำตอบงี่เง่าของป๊า
“มีอะไร”
ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าใครเป็นคนเรียก ถ้าไม่ใช่พี่ชายฝาแฝดอย่างไคลล์ เขาขี้เกียจเห็นมันแบกหน้าบึ้ง ๆ มาให้เสียอารมณ์เลยเลื่อนสายตาไปมองการแข่งขันรถซูเปอร์คาร์ตรงหน้าแทน
“เรื่องสำคัญ”
ได้ยินพี่ชายเอ่ยออกมาอย่างนั้นคิลล์จึงเลิกคิ้วและหันกลับไปเผชิญหน้ากับคนที่หน้าเหมือนตัวเองราวกับแกะ ไม่ใช่แกะขาวแกะดำ แต่เป็นดำกับดำทึบเลยต่างหาก
“สำคัญขนาดที่มึงทำหน้าเหมือนรถถูกทุบเลยปะ?”
“ไอ้สัด! กูอุตส่าห์เอาข่าวไอ้รามมาบอกมึง”
“ไอ้ราม ? ทำไมอย่าบอกนะว่ามันมาแล้ว กูจะได้ไปดูหนังหน้าของมันสักหน่อย รอบก่อนทำกูแหกโค้งเกือบตาย ขับรถเหี้ยจริง”
คิลล์ยกแขนขึ้นมากอดอก ก่อนจะสบถด่าศัตรูอย่างรา-มิลยาวเหยียดอย่างไม่ไว้หน้า ไคลล์ที่ได้ยินอย่างนั้นจึงยกมุมปาก
“มันมายกเลิกการแข่งต่างหาก”
“ได้ไงวะ กูไม่ยอม”
เมื่อได้ยินข่าวที่ไม่ถูกใจคิลล์ก็ถึงกับทิ้งแขนลงข้างลำตัว ก่อนจะตวัดสายตามองพี่ชายฝาแฝดอย่างไม่สบอารมณ์ทันที เขาหวังว่าเรื่องนี้จะเป็นแค่เรื่องตลก เพราะคราวก่อนเขาขับรถไล่ล่ารามิลจนตัวเองเกือบแหกโค้ง แน่นอนว่าการแก้แค้นคือสิ่งที่คิลล์รอคอยมากที่สุด และสัปดาห์นี้ที่สนามแข่งรถ TC ก็จัดการแข่งขันใหญ่ไม่ว่ายังไงคืนนี้เขาต้องได้เอาคืนมัน
“ไม่ยอมก็ต้องยอม ไอ้ลูแปงมายกเลิกแล้วพร้อมเงิน”
“เหี้ยวะ! ยกได้ไงกูจะไปคุยกับเซริม” คิลล์เอ่ยเสียงเข้ม ตั้งท่าจะไปหาเซริมเจ้าของสนามแข่งที่มีสถานะเป็นทั้งเพื่อน และญาติของพวกเขาด้วย
“ก็ตามนั้น คราวหน้ายังมี” เพราะเห็นน้องชายเริ่มหงุดหงิด ไคลล์จึงเอ่ยเสียงเย็นเพื่อให้อีกคนลดความตึงเครียดลง แม้คราวนี้จะไม่ได้จัดการรามิล แต่คราวหน้าก็ยังมีอีกตราบใดที่พวกเขาอยู่ในระแวกเดียวกัน ยังไงก็ต้องเจออยู่แล้ว
ไคลล์ตบบ่าน้องชายฝาแฝดอย่างคิลล์เบา ๆ ก่อนจะหันหลังเดินกลับคลับเฮ้าส์ ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ และนั่งชมการแข่งขันของคนที่สมัครวีไอพีรายปีไว้
“เชี่ยเอ้ย”
ตุบ!
พ้นหลังพี่ชายฝาแฝดคิลล์ก็เตะเข้าที่ล้อรถเพื่อระบายอารมณ์ทันที เขารอเวลานี้มานานแล้วทำไมพวกมันต้องยกเลิกด้วย ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม คนอย่างเขาถ้าอยากได้ก็ต้องได้ และการเดิมพันความเร็วก็คือศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มี ไม่ว่ายังไงเขาก็จะต้องได้ยำไอ้รามให้เละ
ความเจ้าคิดเจ้าแค้นของเขานั่นไม่มีวันสิ้นสุด มือหนากำเข้าหากันแน่น ก่อนจะเดินตามพี่ชายฝาแฝดเข้าไปในคลับเฮ้าส์และนั่นก็ทำให้เขาได้ใครบางคนมาอยู่ในกำมือ
รถคือสิ่งที่เขารัก
ความเร็วคือสิ่งที่เขาไขว่คว้า
การเดิมพันคือหนทางแห่งชัยชนะ
และสามสิ่งเหล่านี้หลอมร่วมมาเป็นตัวตนของเขา
---------------------------------------------------------------------------------------ร่างบางในชุดเสื้อสายเดี่ยวบอดี้สูทรัดรูปสีดำ ท่อนล่างแมทช์กับมินิสเกิร์ตหนังสั้นสีดำ อวดเรียวขาสวยแค่มองเห็นวับ ๆ แวม ๆ ยังพานให้คนรู้สึกใจเต้นแรง เอวบอบบางของเธอเล็กจนแทบโอบได้ด้วยมือข้างเดียว เรือนผมสีน้ำถูกดัดลอนให้ดูยุ่งเล็กน้อยแลดูเซ็กซี่และน่ารัก เหมือนแมวเปอร์เซียจอมหยิ่งแต่ที่จริงแล้วขี้อ้อนเมื่อได้อยู่กับเจ้าของ บุคลิกแบบนี้ชวนให้คนที่ลอบมองอยากจะกระโจนเข้าหาเสียเหลือเกิน
ติดเพียงแต่ว่าใบหน้าสวยจัดของเธอกลับถมึงทึงอย่างน่ากลัว ท่าทางไม่สนสี่สนแปด และพร้อมจะพุ่งชนทุกคนที่ขวางหน้า ทำเอาบรรดาชายหนุ่มในโซนช่างซ่อมไม่กล้าเผยตัว แต่กลับมองตามร่างบางอย่างไม่ลดละ เหมือนไฮยีน่าที่ล็อกเป้าเหยื่อ
ดวงตากลมโตล้อมรอบด้วยแพขนตางอนยาว ตวัดสายตามองอย่างไม่สบอารมณ์ เพราะรู้สึกรำคาญที่ถูกจับจ้อง แน่นอนว่าถ้าเป็นเวลาปกติ ดาน่า คงจะไม่สนใจเพราะชิน แต่เพราะพี่สาวสุดที่รักของเธอถูกจับตัวไป จะให้อยู่เฉยก็คงจะไม่ได้
ทั้งที่วันนี้อุตส่าห์พา เดวา พี่สาวจากต่างมหา’ ลัยมาเปิดหูเปิดตาที่สนามแข่งรถแท้ ๆ แต่ดันซวยถูกหมาที่ไหนเอาไปก็ไม่รู้ เธอจึงไปขอความช่วยเหลือ จากพี่นำทัพและพี่นำศึกซึ่งทั้งคู่ก็เป็นญาติของเจ้าของสนามแข่งแห่งนี้อีกที เพื่อช่วยตามหาพี่สาว
และช่วงเวลาที่แสนทรมานก็สิ้นสุดลงเมื่อพี่นำศึกโทรมาบอกว่าเจอตัวเดวาแล้ว และพี่สาวตัวดีดันกลับไปพร้อมกับพี่เขย แม้จะอารมณ์เสียแต่อย่างน้อยเธอก็เบาใจที่พี่สาวปลอดภัย ส่วนเรื่องราวการหายตัวไปนั้น แน่นอนว่าเธอยังติดใจสงสัยและคนที่ทำจะต้องรับผิดชอบกับเรื่องนี้
“พี่ศึกแล้วใครกันที่เอาตัวเดวาไป”
ดาน่าเอ่ยปากถามรัวเร็ว เมื่อชายหนุ่มเรือนผมสีเทาสว่างเดินกลับเข้ามาในคลับเฮ้าส์พร้อมเพื่อน ๆ อีกโขยง นำศึก หนุ่มสุดฮอตของมหา’ ลัยแอลเจ้าของใบหน้าเรียบเฉยเสมือนมหาสมุทรในยามค่ำคืน แม้ภายนอกจะดูสงบแต่ภายในของเขากลับยากจะหยั่งถึง
“เรื่องนี้เด็กไม่ควรรู้นะ”
นำศึกที่กำลังคุยกับเพื่อนอยู่หันมามองดาน่าเล็กน้อย ก่อนจะวางมือหนาไว้บนศีรษะของเธอเบา ๆ แล้วเอ่ยตอบเสียงเรียบแต่ยังคงอ่อนโยนมากกว่าปกติ จนคนที่เดินตามมาด้วยเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ
“น่าไม่ใช่เด็ก”
เธอปัดมือหนาของนำศึกออกก่อนจะถอนหายใจพรืด ทุกคนเอาแต่พูดอยู่ได้ว่าเธอเป็นเด็ก ทั้งที่โตจนสามารถตัดสินใจและแยกแยะอะไรได้อย่างคนที่มีวุฒิภาวะแล้ว
“ก็เด็ก เมื่อกี้เกือบร้องไห้”
“พี่ทัพ!”
ใครบางคนเดินแทรกออกมาจากกลุ่มคนที่มาใหม่ และเอ่ยประโยคราวกับสนิทสนม ทำให้เธอชะโงกหน้าไปมองก่อนจะขมวดคิ้วเพราะนำทัพก็เป็นอีกคนที่ว่าเธอเด็ก
“เห็นไหม เราน่ะกลับไปได้แล้วที่นี่อันตรายแล้วอย่ามาอีก”
นำศึกเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี แม้ดาน่าจะไม่ใช่ญาติตามสายเลือดแต่ยังไงก็รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก และอดห่วงไม่ได้อยู่ดี ดาน่าและเดวาก็เหมือนน้องสาวคนหนึ่งของพวกเขา
“บ้าเหรอ นี่สมัครวีไอพีคลับเฮาส์ไว้แล้วนะ”
ที่สนามแข่งรถครบวงจรแบบนี้จะมีคลับเฮ้าส์ไว้สำหรับรับรองผู้ชมอยู่แล้ว และมีเพียงคนที่สมัครวีไอพีรายปีเท่านั้นถึงสามารถมาใช้บริการคลับเฮ้าส์เพื่อชมการแข่งรถได้ และราคาของมันก็แพงหูฉี่
“เดี๋ยวให้เซริมยกเลิกให้”
“ไม่นะ!”
เธอทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เมื่อได้ยินนำศึกอาสาจะไปขอยกเลิกกับเจ้าของสนามแข่งอย่างเซริมให้ แน่นอนว่าดาน่าไม่มีทางให้ญาติผู้พี่อย่างนำศึกทำแบบนั้นแน่
“พี่ทัพช่วยน่าหน่อยสิ”
“หึ สร้างเรื่องตลอดน่ะเราเอาตามไอ้ศึกว่าดีแล้ว”
“ไม่นะ ๆ น่าสัญญาว่าจะไม่มาอีก แต่อย่ายกเลิกเลยนะเผื่อเวลาขายที่นั่งในคลับเฮ้าส์ให้พวกเพื่อนต่อ นะคะ” ร่างบางรีบคว้ามือของนำศึกไว้ ก่อนจะส่งสายตาอ้อนวอนสุดฤทธิ์ แต่เธอรู้ว่าคนที่ดูใจดีอย่างพี่ชายคนนี้ไม่ใจอ่อนแน่นอน จึงเบนสายตาไปยังนำทัพที่ยืนอยู่ข้างกัน
“พี่ทัพช่วยพูดให้หน่อยสิ” เจ้าของชื่ออย่างนำทัพยกมุมปากขึ้น ก่อนจะโคลงศีรษะเบา ๆ เป็นเชิงรับปาก
“เย้ ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ” ดาน่าร้องลั่นอย่างดีใจ ก่อนจะปล่อยมือนำศึกแล้วพุ่งมากอดนำทัพอย่างคุ้นเคย เพราะเรื่องมาเที่ยวที่อันตรายแบบนี้ที่บ้านไม่รู้ เมื่อพี่สาวสุดที่รักอกหักเธอเลยต้องพามาเปิดหูเปิดตา และไม่คิดว่าจะเกิดปัญหาด้วยซ้ำ แต่เรื่องราวมันซับซ้อนเอาไว้ไปติดตามกันเองก็แล้วกัน
“มากอดเป็นเด็กไปได้”
“ก็เป็นพี่ไม่ใช่คนอื่นสักหน่อย” ดาน่าผละตัวออกมาก่อนจะส่งยิ้มสดใสให้นำทัพ ส่วนอีกฝ่ายก็มองเธออยู่เนิ่นนานและยกยิ้มเหมือนอย่างเคย การกระทำของทั้งคู่ตกอยู่ในสายตาของทุกคนในห้อง โดยเฉพาะนำศึกที่กำลังพิจารณาอะไรบางอย่าง
“มึงไปส่งน่าด้วย”
“ไม่เป็นไรค่ะ น่ากลับเองได้”
ร่างบางเจ้าของชื่อเอ่ยแทรกขึ้นมา เมื่อนำศึกใช้น้องชายอย่างนำทัพให้ไปส่ง ดาน่า ซึ่งเธอเองก็เกรงใจมากจึงไม่รบกวน และรีบปฏิเสธทันควันเพราะยังมีบางอย่างที่ค้างคาใจ
“ไม่ได้มันอันตราย”
นำทัพโพลงขึ้นมาอย่างดุดัน ทำให้สาวน้อยหนึ่งเดียวเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ เพราะพี่ชายคนนี้พึ่งจะทำตัวใจดีกับเธอ และยังไม่เคยทำเสียงเข้มแบบนี้ด้วย
“เอาตามนี้แหละน่า อย่าดื้อ” นำศึกเอ่ยเสริม
“ก็ได้ค่ะ” เมื่อเจอสายตาเย็นชาของนำศึก เธอก็ไม่อยากเรื่องมากจึงพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินกลับขึ้นไปยังชั้นสองของคลับเฮ้าส์ เพื่อเอาของสำคัญอย่างกระเป๋า โดยที่นำทัพจะรออยู่ข้างล่างกับพวกเพื่อนของเขา ซึ่งดาน่าเองก็ไม่ได้มีเวลาจะมาสนใจใครเพราะรู้อยู่แล้วว่าทั้งนำศึกและนำทัพอยู่แก๊งคนหล่อ หมายถึงเพื่อนหน้าตาดีและฮอตปรอทแตกสุด ๆ
“เฮ้ยศึก เซริมจะคุยด้วยมันรออยู่ด้านบน”
“เออเดี๋ยวกูไป”
ระหว่างที่ดาน่าเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง ใครบางคนก็วิ่งพรวดพราดเปิดประตูเข้ามาภายในคลับเฮ้าส์ และยังตะโกนเสียงดังอย่างไร้มารยาทอีกด้วย
จากตอนแรกจะไม่สนใจ แต่เมื่อได้ยินชื่อของพี่ชายอย่างนำศึก เธอเลยเหลือบตาลงไปมองยังชั้นล่าง และบังเอิญสบตากับคนที่เดินเข้ามาใหม่ทันที ดาน่าเผลอชะงักไปเล็กน้อยเพราะเขามันเหมือนกับใครบางคนซะเหลือเกิน
เขารูปร่างสูงเกือบเท่าพี่นำศึก ใบหน้าเรียวยาวนัยน์ตาคมกริบแสดงออกอย่างไม่สบอารมณ์ ทั้งดุดันและอันตราย ไว้ผมทรงรากไทรยาวลงมานั่นยิ่งทำให้เจ้าตัวดูดิบเถื่อนมากยิ่งขึ้น
“ต้องตอนนี้ เพราะไอ้คิลล์มันไม่ยอมให้ใครลงแทนไอ้ราม”
“น้องมึงนี่มันเอาแต่ใจจังวะ”
ดาน่ารีบละสายตากลับ เมื่อได้ยินเสียงบทสนทนาของทั้งคู่ ก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินนำขึ้นมายังชั้นสอง เพราะทิศทางของทั้งนำศึกและเพื่อนอีกคนคือทางเดียวกับเธอ
ช่วยไม่ได้ที่ตอนทั้งคู่คุยกันพี่นำศึกยืนหันหลัง จึงไม่รู้ว่าดาน่าแอบฟัง และเรื่องราวที่ได้ยินมันทำให้เธอรู้สึกสนใจขึ้นมา
เมื่อถึงชั้นสองดาน่าก็รีบหลบเข้ามุมที่เป็นซอกเล็ก ๆ ทันที เห็นท่าทางรวดเร็วแบบนี้เพราะตอนเด็กชอบเต้นหรอกนะ ร่างกายเลยดูแอคทีฟตลอดเวลา ไม่ใช่หัวขโมยตีนผีแน่นอน มุมปากของดาน่ายกยิ้ม เมื่อเห็นนำศึกและผู้ชายอีกคนเดินผ่านซอกระหว่างทางไปห้องน้ำชั้นสองที่เธอซ่อนตัวอยู่ไป
พวกเขาช่างสมกับเป็นตัวท็อปของมหา’ ลัยจริง ๆ แค่เห็นจากข้างหลัง ก็รู้แล้วว่าข้างหน้าต้องน่าดูแน่ เธอจุ๊ปากกับตัวเองในใจ เพราะมหา’ ลัยกว้างใหญ่ดาน่าเองก็จำได้ไม่ทั้งหมดว่าใครชื่ออะไรบ้าง รู้แค่ว่าแก๊งของพี่ชายน่ะหล่อกันแทบทุกคนเลย
“ไอ้จีก็อยู่ข้างใน” ผู้ชายหน้าดุที่มากับนำศึกเอ่ยขึ้นระหว่างที่เปิดประตูเข้าไปข้างใน
“อือ”
ดาน่าแทบอยากจะร้องว่า ‘แย่แล้ว’ เพราะที่นี่ทำเป็นห้องกระจกเสียส่วนใหญ่ ถ้าวิ่งทะเล่อทะล่าเข้าไปมีหวังโดนจับได้แน่ ดวงตากลมโตจึงกวาดมองหาที่ซ้อนอีกครั้ง ก่อนจะเห็นครึ่งล่างของห้องกระจกเป็นผนังทึบ ถ้าค่อย ๆ คลานไปคงไม่มีใครสักเกต
“เอาวะ บางทีอาจจะเกี่ยวข้องกับเรื่องของเดวาก็ได้”
เพราะตอนที่ผู้ชายหน้าดุคุยกับพี่นำศึก ก็มีชื่อผู้ชายของพี่สาวอยู่ด้วย ดังนั้นเธอจึงคิดว่าพวกเขาอาจจะมีคำตอบให้ก็ได้ ร่างบางคุกเข่าลงกับพื้น ก่อนจะค่อย ๆ คลานต่ำเหมือนแมว โชคดีที่มินิสเกิร์ตที่ใส่มามันเป็นแบบกางเกงด้านใน ดาน่าจึงไม่กลัวว่าจะมีใครมาเห็น
แต่ถ้ามีก็ช่างหัวมัน
“เออแล้วยัยมีล่าเป็นยังไงบ้าง?” เหมือนไอซ์จะฉุกคิดขึ้นมาได้จึงเอ่ยปากถามถึงเพื่อนสนิทของดาน่า เธอจึงเล่าให้ฟังเพราะให้เพื่อนรออยู่ที่อู่ไม่อยากให้ต้องมาเสี่ยงอันตรายที่นี่“นี่กูสงสัยมาก ทำไมพวกมึงเล่นของสูงจังวะ” เธอหลอกตาทันที เพราะรู้สึกว่าไอซ์มันไร้สาระ จึงหันไปมองการแข่งขันตรงหน้าเสียงกรีดร้องดังสนั่น เมื่อคิลล์แฉลบเกือบหลุดโค้ง“เฮ้ย!”“คิลล์!” พวกเราเองก๊อกสั่นขวัญแขวน เพราะตอนนี้รอบที่เก้าแล้วนั่นยิ่งทำให้ก้อนเนื้อในอกของเธอเต้นกระหน่ำ คิลล์จะยื้อได้นานแค่ไหนกัน สภาพของเขามันไม่พร้อมเลยจริง ๆ แต่เธอมั่นใจคนที่หัวใจแกร่งอย่างเขาต้องทำได้ ดาน่าจ้องมองอย่างไม่วางตา คิลล์เหยียดยิ้มร้ายเมื่อหลุดจากโค้งสุดท้ายมาแล้ว และรถของพวกเขากำลังทะยานเข้าสู่รอบที่สิบ ที่นี่มีโค้งทั้งหมดแปดโค้งและแต่ละโค้งก็ค่อนข้างยากเพราะมันแคบ ทุกคนอาจจะหมดสนุกที่เขาไม่ยอมแซง แต่เมื่อเห็นว่าเขาเริ่มก่อกวนพายุอย่างดุดัน นั่นแหละรอบสนามถึงมีแรงเชียร์อีกครั้ง“อยากท้าทายกูมึงต้องรับความเสี่ยง” เขาไม่สนว่าเท้าที่กำลังเหยียบคันเร่งอยู่ในตอนนี้จะเป็นอย่างไร เหมือนเป็
สการ์เองก็ไม่ต้องการยื้อเวลานาน นัยน์ตาเจ้าเล่ห์จ้องคิลล์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ“เดิมพันวันนี้ง่าย ๆ เห็นแก่ที่มึงยังเจ็บอยู่แค่สิบรอบระหว่างมึงกับไอ้พายุ ถ้าชนะก็เอาเพื่อนมึงไป แต่ถ้าแพ้กูขอแค่ยัยนั่นคนเดียว” ดวงตาคมกริบของคิลล์เข้มขึ้น ก่อนจะขยับมือที่ถือไม้เบสบอลขึ้นชิดปลายคางของสการ์ ในอกรู้สึกร้อนรุ่มจนยากจะระงับนี่สินะความรู้สึกเมื่อคนที่รักถูกดึงเข้ามาในเกมของศัตรู เขาไม่มีวันยอมและต้องการให้มันจำใส่สมอง ว่าผู้หญิงของเขาไม่ใช่สิ่งของ“กูไม่ให้ใครทั้งนั้น” สการ์แค่นเสียงขึ้นจมูกก่อนจะปรายตาไปมองลูกน้อง ที่กำลังหิ้วปีกอาเซียออกมา สภาพของมันค่อนข้างเละโดยเฉพาะใบหน้า เหมือนสการ์ต้องการเหยียบย่ำหน้าหล่อ ๆ นั้น“นายนี่มันทุเรศจริง ๆ หน้าตาแย่แล้วยังทำตัวแย่อีก” ดาน่าฉุนกึกแต่มีหรือสการ์จะสน ยังไงวันนี้คิลล์ก็ไม่รอด“หึ ตามนี้นะคิลล์” ยิ่งเห็นเจ้าของชื่อโกรธจนแทบคลั่ง สการ์ยิ่งมีความสุขจึงแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย ก่อนจะหน้าซีดเมื่อคิลล์โน้มใบหน้าลงมาพลางเอ่ยเสียงเข้ม“ถ้ามึงแพ้ ร้านของมึงเละแน่”“นี่มึง!” สการ์โมโหจนแทบกระอักเลือด“จำไว้คนที่ต้องเสียคือมึงไม่ใช่กู ถ้ามึงชนะ
“ทำไม!” คิลล์เอ่ยเสียงเข้ม นัยน์ตาราวกับมีไฟลุกโชน ดาน่าหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะนั่งลงบนฝากระโปรงหน้า ก่อนจะดึงคิลล์เข้ามาใกล้แล้วใช้ขาทั้งสองข้างหนีบขาเขาไว้อีกที พลางช้อนสายตาขึ้นมองอย่างเจ้าเล่ห์“พี่รอดูได้เลย แต่ตอนนี้ห้ามงอนนะเข้าใจไหม” เธอเอ่ยอย่างรู้ทัน เขาน่ะพวกปากไม่ตรงกับใจสุด ๆ บอกไม่เคยงอนมันไร้สาระแต่หน้างี้ตึงยิ่งกว่าฉีดโบท็อกมาอีก“ใครเขาจะงอน” คิลล์ทำเสียงขึ้นจมูก พลางเหลือบตามองไปทางอื่น นั่นทำให้ดาน่าหัวเราะคิกคักก่อนจะยกแขนขึ้นกอดเอวสอบไว้หลอม ๆ เมื่อเธอนั่งเขายืนใบหน้าจึงแนบไปกับหน้าท้องแกร่ง“โอเคไม่งอนก็ไม่งอน แค่ไม่พอใจเท่านั้นถูกปะ?”“ยัยตัวดี เธอก็รู้ว่าฉันหวง” คิลล์ทำหน้าตึงก่อนจะยกมือขึ้นมาบีบแก้มของดาน่าอย่างมันเขี้ยว ไม่มีใครทำให้เขารู้สึกว้าวุ่นกลุ้มใจ และไม่เป็นทำอะไรเท่าเธอมาก่อน ดาน่ามีอิทธิพลต่อจิตใจมากจริง ๆ ยิ่งเราคบกันและได้เรียนรู้นิสัยใจคอกัน ก็พบว่ามันดีกว่าตอนอยู่คนเดียวเป็นไหน ๆ“น่าก็หวงพี่เหมือนกัน ถึงพี่จะไม่น่าหวงก็เถอะ” ดาน่าอมยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ เพราะคิลล์ไม่ได้ฮอตปรอทแตกเหมือนเพื่อน ๆ เขา แม้จะหล่อแต่แค่เห็นหน้าโหด ๆ คนก็กลัวหัวห
“ตัวจริงเสียงจริง แต่ไส้ในใครวะแม่งอย่างเอา” จีซัสทำหน้าสยองขึ้นมาทันที ทำไมคนมีความรักมักเปลี่ยนไปมากขนาดนี้กัน นี่มันไม่ใช่หน้ามือเป็นหลังมือแล้วนะ นี่หลังตีนเป็นหน้ามือเลยล่ะ“มึงก็ลองมีความรักบ้างสิจี” โชตะที่ยืนล้วงกระเป๋าเอ่ยปากทั้งที่เงียบมานาน เพราะไม่ถนัดคุยเรื่องราวความรัก“นั่นคือสิ่งสุดท้ายในชีวิตที่กูคิดจะทำ คือคิดสั้น” จีซัสเอ่ยเสียงเรียบ นั่นทำให้คนที่ยืนอยู่ด้านหลังอย่างไคลล์ขำพรืด“ไอ้คิลล์แม่งพูดงี้สรุปได้เมียก่อนเพื่อน”“ก็พี่มันไม่มีน้ำยาด้วยแหละ” ไคลล์หุบยิ้มทันที ก่อนจะตวัดสายตามองเซริมที่ยืนจับขอบประตูอย่างดุดัน“เฮ้ยงานหยาบแล้วไอ้ศึกมา” เพลิงกัลป์ที่กวาดสายตามองคนทั้งคู่อยู่ถึงกับแหกปากร้องลั่น ท่าทางลนลานสุดขีดก่อนจะชี้ไปยังหน้าประตูทางเข้าอู่เมื่อเห็นคนที่ทำหน้าเรียบเฉยเหมือนปลาตายคิ้วกระตุก และตรงรี่เข้าไปคู่รัก พวกเขาก็รีบวิ่งออกมาเพื่อห้ามทันที เอาเถอะถึงยังไงนำศึกก็รักดาน่าเหมือนน้อง ถึงจะไม่ค่อยแสดงออกแต่ไม่ใช่ว่าจะทนดูน้องสาวจูบได้ นำศึกกระชากร่างของดาน่าออกมาจากคิลล์ ก่อนจะดึงน้องสาวไปไว้ข้างหลัง พลางเอ่ยเสียงเข้มกับคิลล์“มึงจ
ดาน่าและคิลล์รีบลุกออกจากโซฟาทันที เมื่อเห็นมีล่าวิ่งเข้ามาด้วยท่าทางตื่นตระหนกและร้อนรน“เกิดอะไรขึ้น”“น่าคะคือ..แฮก ๆ” มีล่าจับขอบประตูแน่น ทั้งพยายามจะเอ่ยและหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอด ดาน่าเห็นอย่างนั้นก็เข้าไปพยุงแล้วตบหลังของเพื่อนสนิทเบา ๆ“แกใจเย็น ๆ มานั่งก่อนค่อยพูด” เธอรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี จึงเงยหน้าสบตากับคิลล์ ซึ่งเขาเองก็กอดอกด้วยสีหน้าครุ่นคิดเช่นกัน“น่าฉันไหว แต่คนที่ไม่ไหวน่าจะเป็นเขามากกว่า”“ใคร?”“พี่อาเซีย” เธอหันไปมองหน้าคิลล์แทบจะในทันทีที่เพื่อนเอ่ยปาก หมายความว่ายังไงกัน“อาเซียทำไม” คิลล์เองก็ตกใจเหมือนกัน ก่อนจะเอ่ยปากถามเพื่อนของดาน่า แม้จะสงสัยว่าทั้งคู่ทำไมถึงรู้จักกันได้แต่ไม่อยากซักไซ้ถามอะไรในตอนนี้“คือพี่อาเซียโดนทำร้ายค่ะ…ฮึก” มีล่าเอ่ยเล่าไปเสียงก็สั่นเครือไปด้วยจนดาน่าต้องเข้าไปปลอบ เมื่อเห็นดวงตาของเพื่อนสั่นระริก มือไม้เย็นเฉียบทำอะไรไม่ถูก เธอจึงหันไปมองคิลล์อย่างปลงตกเพราะเข้าใจความร้อนใจที่เพื่อนถูกทำร้าย“ฉันจะไปตามพวกนั้น” คิลล์เอ่ยเสียงเข้ม ไม่อยากระเบิดอารมณ์ใส่เพื่อนของดาน่าก่อนจะหันหลังเดินจากไป“มีล่าใจเย็น ๆ ฉันรู้แกห่วงพี่เขาแต่ยังไงก
มีคนติดตามในบัญชีโซเชียลมากมาย เพราะพยายามจะขายว่าตัวเองเทสดีลูกคุณหนู แต่ที่จริงเป็นเด็กเสี่ย และยังแอบคบกับออสตินดีเจหนุ่มของ scarface อีกด้วย เมื่ออ่านจบเธอก็แค่นเสียงขึ้นจมูกก่อนจะปรายตามองคนข้างกาย“นี่ใช่ไหมที่ยัยนั้นพยายามจะจับนายให้มั่น คงคิดว่าจะสละเรือเก่าที่ค่อนข้างแก่ เพื่อมาเอาเรือใหม่ที่ทั้งหนุ่มกว่าและรวยกว่า”คิลล์ได้ยินน้ำเสียงของดาน่าก็หัวเราะเบา ๆ พลางยกขาขึ้นมาไขว่ห้าง และพาดแขนกับโซฟา“ก็อาจจะ”“หึ ท่าทางนายชอบน่าดูนะ” ดาน่าหันขวับทันที ก่อนจะยกยิ้มจนตาหยี นั่นทำให้คิลล์รู้สึกเสียวสันหลังแปลก ๆ เขาแค่คิดถูกที่ตัวเองหล่อและรวยต่างหากเล่า ไม่ได้ชอบอะไรอย่างนั้น“เธอ”“อะไร!” ยังมีน่ามาเรียกเธอด้วยน้ำเสียงแปลกใจอีก คนยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่ด้วย ตั้งแต่เกิดมาเธอคุยกับผู้ชายมาเยอะมากแต่ก็นั่นแหละไม่เห็นจะชอบหรือมีอารมณ์มาหึงเลย จนกระทั่งเรื่องนี้ เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าตัวเองงี่เง่า“ทำเสียงแข็งทำไมเนี่ย ฉันแค่จะบอกว่าไม่ได้ชอบอะไรแบบนั้น” คิลล์เอาขาลงดี ๆ ก่อนจะดึงตัวเธอเข้ามาหาเขา จนร่างของเราแทบจะแนบชิดเข้าด้วยกัน กลิ่นหอมเย็นจากเรือนกายทำให้เธอเผลอสูดดมเล็กน้อย เมื่อไ







