LOGIN“เดี๋ยวอีกหน่อยเขาจะโหวตคาวเกิร์ลแล้วนะเว้ย นู่นไอ้ทีนมันหอบกุหลาบมาฝากแล้ว” อาเซียพยักพเยิดไปอีกทางที่มีรุ่นน้องในสาขาอย่างทีน เดินตรงมาทางนี้พร้อมช่อดอกไม้ในอ้อมแขน
“แล้วพวกมึงจะโหวตให้ใครวะ”
เมื่อดอกไม้มาถึงอาเซียก็ยิ้มแฉ่งอย่างอารมณ์ดี เพราะว่าทีนรู้งานเหมามาเป็นตะกร้า ก่อนจะถือมือไปมาอย่างมีความสุขพลางจัดแจงถามเพื่อนสนิทอย่างคิลล์ และฝาแฝดที่เป็นเพื่อนสาขาอื่นอย่างไคลล์
“กูไม่ลง” เจ้าของใบหน้าเรียวนัยน์ตาติดแววรำคาญ และสไลด์ผมเป็นทรงรากไทรตอบปฏิเสธ ซึ่งก็ไม่ผิดคาดจากที่อาเซียเดาไว้
“ผมจะลงน้องคนสุดท้าย” ทีนเอ่ยอย่างกระตือรือร้น
“งั้นมึงเอาไปดอกเดียว” อาเซียยื่นดอกไม้ให้รุ่นน้อง
“อ้าว ทำไมผมได้น้อยจังเลยอุตส่าห์ไปซื้อมา นี่รู้ไหมว่าไปถึงดอกไม้โดนเหมาไปจนหมดแล้ว ไม่รู้ใครมันเล่นใหญ่ขนาดนี้”
“ก็มึงจะเลือกคนเดียวกันกับกู จะให้มึงได้หน้าได้ยังไงไอ้น้อง”
คิลล์ที่กำลังรินเหล้าถึงกับหันขวับทันที พลางจ้องดอกไม้สีแดงสดเขม็ง ดอกไม้ดอกนี้ช่างดึงดูดสายตาผู้คนจริง ๆ หึ
“ไอ้พี่อาเซียเลวมาก”
“รู้ก็ดี” อาเซียยกยิ้มก่อนจะจัดแจงช่อดอกไม้ในมือ “คิลล์แล้วมึง”
“ไม่โหวต” ไม่ต้องรอให้เพื่อนเอ่ยจบเขาก็ตัดบทเองเรียบร้อย มากี่ครั้งเขาก็ไม่เคยจะโหวตเลยสักครั้ง เพราะคิดว่ามันไม่จำเป็น ก่อนจะลุกขึ้นจากโซฟาด้วยใบหน้าเบื่อหน่ายสุดชีวิต
“ไปไหน” ไคลล์ที่ตาไวดุจเหยี่ยวเอ่ยขึ้นมาทันควัน
ถามเหมือนเป็นแฝดกู อือใช่ก็มันเป็นแฝดแต่ใครก็ได้ช่วยเอามันออกไปที จะตามติดชีวิตเขาไปถึงเมื่อไหร่กัน ตัวติดกันไม่พอยังขวางกูทุกอย่างอีก เบื่อโว้ย!
“ดูดหรี่” คิลล์ทำหน้าบูดบึ้งก่อนจะชูนิ้วชี้กับนิ้วกลางขึ้นพร้อมกัน
“รีบมา” ไคลล์พยักหน้าก่อนจะรินเหล้าของตัวเองต่อ
“จู้จี้!”
คิลล์สบถทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกมาจากโต๊ะ ที่จริงจากตรงนี้ไปหน้าร้านจะใกล้กว่าไปด้านหลัง แต่เพราะจะไปเข้าห้องน้ำด้วยคิลล์เลยเลือกจะไปสูบบุหรี่หลังร้านแทน
ที่นี่เปิดมาได้ประมาณสิบปี จะถือว่านานก็ไม่ได้ขนาดนั้นเทียบกับ Elite Pub แล้วยังถือว่าน้อยกว่ามาก ในย่านมหา’ ลัยแอลร้านเหล้าหรือผับที่ครองใจบรรดานักศึกษา ก็คงต้องบอกว่าเป็นอีลิทนั่นแหละ และร้านนั้นยังมีหุ้นส่วนเจ็ดคนเป็นเจ้าของคือป๊ากับพวกเพื่อนของป๊าเขา ผ่านมากี่ปีก็ยังไม่ปันหุ้นให้ลูก ๆ อีก แต่ใช้แรงงานเยี่ยงทาส หึ
“เชี่ย! เสียดายวะน้องคนสุดท้ายที่ขึ้นเวทีโคตรดี” เสียงสนทนาดังเข้ามาจากบริเวณสวนหย่อมหลังร้าน ทำให้คิลล์ขมวดคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์ ไปที่ไหนก็เจอแต่คนพูดถึงยัยนี่ น่าเบื่อ
“เออ ไม่น่าเลย” เสียงชายอีกคนพูดเอ่ยอย่างแสนเสียดาย ทำให้เขาที่กำลังเคาะบุหรี่จากกล่องชะงักไปอีกครั้ง
“เฮ้อ”
“สงสารวะ อยากให้น้องได้แค่หน้าตาก็ผ่านแล้ว”
“อือ”
เสียงบทสนทนาอย่างอึดอัด และเสียงถอนหายใจสลับไปมา ทำให้คนที่กำลังเคาะบุหรี่อยู่เขย่ามันแรงขึ้นเรื่อย ๆ
“แม่งไม่ออกสักที” คิลล์สถบออกมาเมื่อไม่ได้ดั่งใจ มือที่พยายามเคาะบุหรี่เขย่าแรงขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับอัตราการเต้นของหัวใจที่มีบางสิ่งบางอย่างกระทบต่ออารมณ์
“หรือจะไปยกเลิกดี”
“ไม่ได้นะเว้ยรับเงินมาแล้ว”
“เออ แต่สงสารน้องคนสวยวะ ทำไมรินต้องทำงั้นพวกผู้หญิงนี่มองแต่หน้าไม่ได้ใจโคตรอสรพิษ”
เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาเริ่มตึงขึ้นจนคิ้วขมวดเป็นปม แค่ลำพังเคาะบุหรี่ไม่ออกจากกล่องก็หงุดหงิดแล้ว ยังมาเจอพวกบ้าที่เอาแต่อาลัยอาวรณ์คร่ำควรญถึงยัยนั่นอีก
ไม่รู้ทำไมความรู้สึกไม่สบอารมณ์และร้อนรุ่มในอกจนยากจะระงับ ทำให้คนที่รำคาญง่ายอย่างเขาเริ่มจะหมดความอดทน เมื่อพวกมันสองคนเอ่ยขึ้นมาอีก
“จริง สวยแต่ซวยวะ”
ผลัวะ! คิลล์เดินออกมาจากอีกมุม ก่อนจะถีบถังขยะใส่ผู้ชายสองคนนั้นดังโครม จนคนที่มาแอบคุยกันถึงกับตกตะลึงหน้าซีด
“ไปคุยกันที่อื่นสิวะรำคาญ!”
“โว้ วันนี้มันส์ระเบิดไปเลยใช่ไหมครับทุกคน”
เสียงดีเจหนุ่มสุดฮอตกระโดดโลดเต้นอยู่บนเวทีอย่างสนุกสนาน มือข้างหนึ่งจับหูฟังปากก็เอนเตอร์เทนผู้คน ส่วนมืออีกข้างก็มิกซ์เพลงได้อย่างดีเยี่ยม ดนตรีดังกระหึ่มกระตุ้นอะดรีนาลีนในร่างกายให้ทุกคนรู้สึกฮึกเหิมและตะโกนโต้ตอบคำว่า ‘ใช่’ โต้ตอบดีเจ
“เอาละครับมันถึงเวลาแล้ว ขอเชิญสาว ๆ ทุกคนขึ้นมาบนเวทีด้วยครับ ขอเสียงต้อนรับสาวสวยกันหน่อย โว้ ๆ” สิ้นเสียงของดีเจหนุ่ม บรรดาผู้เข้าประกวด cow girl สาวทั้งหมดก็ทยอยเดินขึ้นมาพร้อมเสียงเชียร์ดังกระหึ่ม
“ทุกคนครับบนเวทีมันฮอตเกินไปแล้ว ผมต้องตายแน่ ๆ ฮ่าฮ่า” ท่าทางเหมือนคนกำลังจะตาย ทำให้ดาน่าที่เดินขึ้นมาเป็นคนสุดท้ายทำหน้าเหยเก เพราะรู้สึกว่าดีเจคนนี้ช่างเว่อร์เหลือเกิน
“ดูเธอจะไม่ตื่นเต้นเลยนะ มั่นใจอะไรขนาดนั้น”
บางทียัยนี่ก็วอแวเหลือเกิน เธอกลอกตาก่อนจะหันไปมองริน ที่ขยับเข้ามายืนข้างเธอ ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“ก็จะว่ายังไงดี ชินกับสายตาที่มองมาอยู่แล้วน่ะ”
ในเมื่ออยากกัดไม่ปล่อยดีนัก เธอก็จะทำให้ยัยนี่อกแตกตายไปจึงไม่ปฏิเสธและยังยกยิ้มให้อีกฝ่ายอีกด้วย
คำพูดแสนน่าหมั่นไส้ของดาน่าสร้างความเกลียดชังให้รินเป็นอย่างมาก เพราะไม่เคยเจอใครที่ยืดอกรับแบบนี้มาก่อน
“ฉันจะคอยดูว่าเมื่อถึงเวลา เธอยังจะยิ้มออกอีกไหม”
รอยยิ้มไม่น่าไว้ใจของรินทำให้ดาน่าแอบสงสัย แต่ก็เก็บไว้ในใจก่อนจะเมินหน้าหนี เป็นเชิงบอกใบ้ว่าไม่อยากคุยด้วย รินชักสีหน้ากักเก็บความไม่พอใจไว้ อีกไม่นานดาน่าก็จะไม่มีโอกาสได้เชิดหน้าทำปากเก่งใส่รินอีก
“มีอะไรที่ฉันต้องกังวล นอกจากว่าใครบางคนจะไม่ทำตามข้อตกลงเอาไว้” ดาน่าเหยียดยิ้ม
“หึ ถ้าอย่างนั้นก็เตรียมใจไว้เลย ถ้าเธอแพ้ก็ต้องโนบราออกไปจากที่นี่และอย่าเสนอหน้ามาอีก”
“ว้าว นี่ลอกข้อสอบฉันเหรอเนี่ย” เธอยกมือขึ้นแตะปาก ดวงตาเบิกกว้างพยายามควบคุมท่าทางอย่างอื่น นั่นยิ่งกระตุ้นความเกลียดชังในใจของริน แต่นั่นแหละเธอไม่สนหรอก
“เอาละครับทุกท่าน ตอนนี้ดอกกุหลาบคงจะแจกจ่ายกันครบเสียแล้ว เดี๋ยวอีกไม่กี่นาทีผมและทุกคนก็จะได้รู้แล้วว่าคืนนี้จะมีใครชิงตำแหน่ง cowgirl ได้ไหม หรือเรเน่จะรักษามันไว้ได้ มาเริ่ม!”
“หึ ฉันจะรอดูตอนเธออับอายก็แล้วกัน” เพราะการโหวตกำลังจะเริ่มรินจึงยกมุมปากก่อนจะเดินกลับเข้าที่
เมื่อศัตรูตัวร้ายจากไปดาน่าก็กำมือเข้าหากันแน่น เพราะรู้สึกว่าท่าทางคำพูด และสายตาของรินมันแปลกมาก เธอกลัวว่ายัยนี่จะต้องทำอะไรลับหลังแน่ จึงกวาดสายตามองรอบบริเวณราวกับว่ากำลังสแกนหาบางอย่าง
นัยน์ตาคมกริบแข็งกร้าวที่เต็มไปด้วยปริศนาทำให้เธอหยุดชะงัก เพราะเขาไม่ได้มองเหมือนกับเธอเป็นเหยื่อตัวน้อย ไม่ได้มองหยาดเยิ้มเทิดทูนพร้อมจะยอมศิโรราบ หรือร้อนแรงจนแทบคลั่ง แต่เขามองเหมือนกับว่ากำลังเจอเรื่องสนุก
ใบหน้าเรียวยาวดูหล่อแบบเหลือร้าย ไม่มีความละมุนละไมเลยแม้แต่น้อย นัยน์ตาคมกริบสะท้อนความเกรี้ยวกราดแสดงถึงตัวตนที่ค่อนข้างใช้อารมณ์ มุมปากยกขึ้นดูเย้ยหยัน เมื่อทุกอย่างหลอมรวมเข้าด้วยกันก็ดูร้ายกาจ อันตรายจริง ๆ แล้วอะไรที่ทำให้เขามองมาที่เธออย่างนั้นกัน
มันหมายความว่ายังไง?
“ดาน่า ๆ เพื่อนรักฉันมาแล้ว”
ร่างเพรียวบางของมีล่ากระโดดอยู่หน้าเวที และยังตะโกนเสียงดัง ทำให้เธอรีบถอนสายตากลับก่อนจะหันมามองเพื่อนรัก ที่ยืนถือดอกไม้อยู่ด้านหน้า…นี่เขาเริ่มโหวตกันแล้วเหรอ
“เอ่อ อือขอบใจมาก” เพราะหน้าเวทีมีคนอยู่มาก เธอจึงรีบพุ่งตัวไปรับดอกไม้ และฉุกคิดขึ้นมาได้ว่ามีเพียงมีล่าคนเดียวที่หอบดอกไม้มาโหวตให้เธอ
“มีล่า”
“หือ?” เจ้าของชื่อทำน่าแปลกใจ ก่อนจะชะงักเมื่อดาน่าเอื้อมมือมากอบกุมมือของมีล่าไว้แน่น พลางเอ่ยถามรัวเร็ว
“การแสดงของฉันมันแย่ไหม”
“ไม่เลย ๆ มันดีมากรู้ไหมทุกคนตะลึงไปตาม ๆ กัน ไม่ใช่แค่เต้นดีแต่ยังสวยและมีอินเนอร์มาก ๆ ด้วยใครว่าไม่ดีฉันจะไปตีปากมัน” มีล่าเอ่ยยาวเหยียดก่อนจะหอบหายใจอย่างแรง เพราะว่าพูดรัวเร็วมากจนเกินไป
“แล้วทำไมคนมาโหวตฉันมันเงียบนัก” ดาน่าโน้มใบหน้าลงไปกระซิบข้างหูมีล่าอย่างแปลกใจ และยังแฝงด้วยอารมณ์แบบนี้ไม่ใช่ว่าเธอจะแพ้เพราะ ทั้งที่มั่นใจแล้วแท้ ๆ
“ไม่นะแกแสดงดีมาก” แววตาจริงจังของมีล่าทำให้เธอมั่นใจขึ้น ก่อนจะนำท่าทางคำพูดของรินมาเชื่อมโยงกัน ดาน่าจึงยกแขนขึ้นโอบกอดมีล่าไว้แน่น และกระซิบข้างหูของเพื่อน
“เธอไปหาเด็กเสิร์ฟที่ชื่ออาโป หาไม่ยากอาโปใส่ชุดของฉัน”
“แล้วแกไประ”
“อย่าพึ่งถามเลยตอนนี้แกต้องหาผู้หญิงคนนั้น แล้วให้อีกฝ่ายสืบหาเรื่องไม่ชอบมาพากลให้ที ฉันลงไปตอนนี้ไม่ได้และคงจะหวังพึ่งแค่แกแล้วแหละ”
“อือ เข้าใจแล้ว”
เธอยกยิ้มก่อนจะผละออกจากมีล่า และถอยหลังออกมายืนตรงแถวสำหรับผู้เข้าประกวด แม้จะพยายามข่มใจแต่มันก็อดจะรู้สึกน้อยใจไม่ได้ ผู้คนหลั่งไหลไปที่คนอื่นหมดไม่มีดอกไม้มาให้เธอเลยแม้แต่ดอกเดียว
ร่างบางยืนนิ่งดวงตากลมโตมองตรง ไม่ได้สนใจสายตาของผู้คนที่มองมาอย่างสงสารเห็นใจแม้แต่น้อย
“แหม ดูท่าทางเราจะได้คนแพ้แล้วสินะ” รินขยับเข้ามาใกล้ดาน่าก่อนจะเอ่ยประกระแหนะกระแหน ดาน่าเหลือบตามองรินอย่างรำคาญ มุมปากของเธอยกขึ้นเหมือนอย่างเคย
แม้จะแสดงออกว่าปกติ แต่ภายในใจนั้นไม่ใช่เลย ความหวั่นวิตกทำให้เธอจิกเล็บลงบนมือแน่น แม้จะเจ็บตัวแต่มันคงจะไม่เจ็บเท่าใจในตอนนี้ เหมือน
“ทำไมเงียบ ไม่ปากดีแล้วเหรอ?” ดาน่ากลอกตาอีกครั้ง เมื่อรินยังคงพูดพล่ามไม่เลิก เธอจึงหันหน้ามาเผชิญกับริน
“รำคาญ!”
“อีเด็กนี่!” รินหน้าตึงทันทีที่ถูกพูดกระแทกใส่หน้า
“โอ้วสาวน้อยตรงนี้น่าสงสารจังเลย ทำไมได้ดอกไม้แค่ดอกเดียวกันนะ” ระหว่างศึกทางสายตาของเรา ดีเจหนุ่มก็เดินมาทางนี้พอดี ทำให้ดาน่าได้แต่ลอบเบะปาก นี่ก็ขยี้จัง!
“เอาอย่างนี้ลองเต้นให้ดูอีกรอบแล้วพี่เอาดอกไม้ในมือโหวตน้องเอง” ดาน่าหันขวับทันทีที่ดีเจหนุ่มเอ่ยทีเล่นทีจริงอย่างสนุกสนาน จนได้ยินเสียงหัวเราะชอบใจจากนักท่องราตรีด้านล่าง
เธอเม้มปากแน่นมือสั่นอย่างห้ามไม่อยู่ การประกวดเต้นมันคือศิลปะอย่างหนึ่งอันนี้เธอยินดี แต่คำพูดและการกระทำของดีเจ เหมือนจะเอียงไปทางดูถูกเสียมากกว่า และเธอเกลียดพวกผู้ชายขี้ขลาดถนัดใช้ส่วนล่างมากกว่าส่วนบนมากที่สุด
ร่างบางเจ้าของใบหน้าสวยหวานยกยิ้มหวานจนตาหยี ทำเอาบรรดาชายหนุ่มด้านล่างมองตาเยิ้ม รวมถึงดีเจหนุ่ม เธอเดินเข้าไปหาเขาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยิบไมโครโฟนที่วางข้างดีเจคอนโทรลเลอร์ขึ้นมา ดวงตากลมโตจ้องเขม็งมองดีเจหนุ่มนิ่ง
“ว้าว อย่าพึ่งสารภาพรักกับพี่นะครับ” ชายหนุ่มเอนเตอร์เทนต่ออย่างสนุกสนาน สร้างความคึกคักขบขันให้เหล่าชายหนุ่ม
“หึ ไม่มีทางหรอกค่ะ ลองส่องกระจกชะโงกดูเงาด้วยว่ามีเขาไหม อ๋อ ที่จะพูดคือถ้าไม่มีคำพูดดี ๆ ก็หุบปากไปเถอะ คนจะได้มองไม่ออกว่าโง่”
“!!!” ดีเจสุดฮอตอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างและใบหน้าซีดเผือดไม่ต่างจากผู้ชมบริเวณหน้าเวทีเลยสักนิด
“ไม่รู้มาเป็นดีเจได้ยังไง” ดาน่าเหยียดยิ้มพลางเลื่อนสายตาลงมองส่วนล่าง ทำให้บรรดาสาว ๆ ด้านล่างต่างก็มองตาม
“สงสัยจะถนัดแต่เอนเตอร์เทนด้านล่าง แต่ปากอาจจะยังน้า เพราะที่พ่น ๆ ออกมามันไม่ตลก”กึก! เธอยิ้มทั้งที่ดวงตาจ้องหน้าดีเจหนุ่มเขม็ง ก่อนจะกระแทกไมโครโฟนลงบนโต๊ะวางอุปกรณ์คอนโทรลเลอร์ของดีเจ แล้วเดินกลับไปยืนอยู่ที่เดิมราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
บรรยากาศทั่วทั้งบริเวณต่างเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจเสียด้วยซ้ำ ดีเจหนุ่มสุดฮอตหน้าซีดทั้งยังอับอายต่อสายตาของผู้คน
สมน้ำหน้า!
ดาน่าอมยิ้มตรงมุมปากก่อนจะทอดสายตาเหม่อมองออกไปไกล ดวงตากลมโตมีเสน่ห์เปล่งประกายวาววับชวนให้น่าค้นหา การได้เอาคืนคนแม้ในสถานการณ์ยากลำบากก็ช่วยบรรเทาทุกข์ได้จริง ๆ เธอหัวเราะในใจ
“ฮ่า ฮ่า พึ่งรู้ว่าดีเจของที่นี่ไม่ได้ใช้ความสามารถไต่เต้า” ในขณะที่ในร้านเงียบกริบราวกับสุสาน ไม่นานก็มีเสียงหัวเราะของใครบางคนดังขึ้นอย่างเย้ยหยัน ดาน่าจึงเลื่อนสายตาไปมองเขาอย่างช่วยไม่ได้ และนั่นทำให้เธอถึงกับชะงัก เมื่อคนที่สอดปากราวกับทุกอย่างเป็นเรื่องตลก คือผู้ชายอันตรายที่เธอสังเกตเห็นตั้งแต่ก่อนจะเริ่มการโหวตให้คะแนน
“เออแล้วยัยมีล่าเป็นยังไงบ้าง?” เหมือนไอซ์จะฉุกคิดขึ้นมาได้จึงเอ่ยปากถามถึงเพื่อนสนิทของดาน่า เธอจึงเล่าให้ฟังเพราะให้เพื่อนรออยู่ที่อู่ไม่อยากให้ต้องมาเสี่ยงอันตรายที่นี่“นี่กูสงสัยมาก ทำไมพวกมึงเล่นของสูงจังวะ” เธอหลอกตาทันที เพราะรู้สึกว่าไอซ์มันไร้สาระ จึงหันไปมองการแข่งขันตรงหน้าเสียงกรีดร้องดังสนั่น เมื่อคิลล์แฉลบเกือบหลุดโค้ง“เฮ้ย!”“คิลล์!” พวกเราเองก๊อกสั่นขวัญแขวน เพราะตอนนี้รอบที่เก้าแล้วนั่นยิ่งทำให้ก้อนเนื้อในอกของเธอเต้นกระหน่ำ คิลล์จะยื้อได้นานแค่ไหนกัน สภาพของเขามันไม่พร้อมเลยจริง ๆ แต่เธอมั่นใจคนที่หัวใจแกร่งอย่างเขาต้องทำได้ ดาน่าจ้องมองอย่างไม่วางตา คิลล์เหยียดยิ้มร้ายเมื่อหลุดจากโค้งสุดท้ายมาแล้ว และรถของพวกเขากำลังทะยานเข้าสู่รอบที่สิบ ที่นี่มีโค้งทั้งหมดแปดโค้งและแต่ละโค้งก็ค่อนข้างยากเพราะมันแคบ ทุกคนอาจจะหมดสนุกที่เขาไม่ยอมแซง แต่เมื่อเห็นว่าเขาเริ่มก่อกวนพายุอย่างดุดัน นั่นแหละรอบสนามถึงมีแรงเชียร์อีกครั้ง“อยากท้าทายกูมึงต้องรับความเสี่ยง” เขาไม่สนว่าเท้าที่กำลังเหยียบคันเร่งอยู่ในตอนนี้จะเป็นอย่างไร เหมือนเป็
สการ์เองก็ไม่ต้องการยื้อเวลานาน นัยน์ตาเจ้าเล่ห์จ้องคิลล์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ“เดิมพันวันนี้ง่าย ๆ เห็นแก่ที่มึงยังเจ็บอยู่แค่สิบรอบระหว่างมึงกับไอ้พายุ ถ้าชนะก็เอาเพื่อนมึงไป แต่ถ้าแพ้กูขอแค่ยัยนั่นคนเดียว” ดวงตาคมกริบของคิลล์เข้มขึ้น ก่อนจะขยับมือที่ถือไม้เบสบอลขึ้นชิดปลายคางของสการ์ ในอกรู้สึกร้อนรุ่มจนยากจะระงับนี่สินะความรู้สึกเมื่อคนที่รักถูกดึงเข้ามาในเกมของศัตรู เขาไม่มีวันยอมและต้องการให้มันจำใส่สมอง ว่าผู้หญิงของเขาไม่ใช่สิ่งของ“กูไม่ให้ใครทั้งนั้น” สการ์แค่นเสียงขึ้นจมูกก่อนจะปรายตาไปมองลูกน้อง ที่กำลังหิ้วปีกอาเซียออกมา สภาพของมันค่อนข้างเละโดยเฉพาะใบหน้า เหมือนสการ์ต้องการเหยียบย่ำหน้าหล่อ ๆ นั้น“นายนี่มันทุเรศจริง ๆ หน้าตาแย่แล้วยังทำตัวแย่อีก” ดาน่าฉุนกึกแต่มีหรือสการ์จะสน ยังไงวันนี้คิลล์ก็ไม่รอด“หึ ตามนี้นะคิลล์” ยิ่งเห็นเจ้าของชื่อโกรธจนแทบคลั่ง สการ์ยิ่งมีความสุขจึงแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย ก่อนจะหน้าซีดเมื่อคิลล์โน้มใบหน้าลงมาพลางเอ่ยเสียงเข้ม“ถ้ามึงแพ้ ร้านของมึงเละแน่”“นี่มึง!” สการ์โมโหจนแทบกระอักเลือด“จำไว้คนที่ต้องเสียคือมึงไม่ใช่กู ถ้ามึงชนะ
“ทำไม!” คิลล์เอ่ยเสียงเข้ม นัยน์ตาราวกับมีไฟลุกโชน ดาน่าหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะนั่งลงบนฝากระโปรงหน้า ก่อนจะดึงคิลล์เข้ามาใกล้แล้วใช้ขาทั้งสองข้างหนีบขาเขาไว้อีกที พลางช้อนสายตาขึ้นมองอย่างเจ้าเล่ห์“พี่รอดูได้เลย แต่ตอนนี้ห้ามงอนนะเข้าใจไหม” เธอเอ่ยอย่างรู้ทัน เขาน่ะพวกปากไม่ตรงกับใจสุด ๆ บอกไม่เคยงอนมันไร้สาระแต่หน้างี้ตึงยิ่งกว่าฉีดโบท็อกมาอีก“ใครเขาจะงอน” คิลล์ทำเสียงขึ้นจมูก พลางเหลือบตามองไปทางอื่น นั่นทำให้ดาน่าหัวเราะคิกคักก่อนจะยกแขนขึ้นกอดเอวสอบไว้หลอม ๆ เมื่อเธอนั่งเขายืนใบหน้าจึงแนบไปกับหน้าท้องแกร่ง“โอเคไม่งอนก็ไม่งอน แค่ไม่พอใจเท่านั้นถูกปะ?”“ยัยตัวดี เธอก็รู้ว่าฉันหวง” คิลล์ทำหน้าตึงก่อนจะยกมือขึ้นมาบีบแก้มของดาน่าอย่างมันเขี้ยว ไม่มีใครทำให้เขารู้สึกว้าวุ่นกลุ้มใจ และไม่เป็นทำอะไรเท่าเธอมาก่อน ดาน่ามีอิทธิพลต่อจิตใจมากจริง ๆ ยิ่งเราคบกันและได้เรียนรู้นิสัยใจคอกัน ก็พบว่ามันดีกว่าตอนอยู่คนเดียวเป็นไหน ๆ“น่าก็หวงพี่เหมือนกัน ถึงพี่จะไม่น่าหวงก็เถอะ” ดาน่าอมยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ เพราะคิลล์ไม่ได้ฮอตปรอทแตกเหมือนเพื่อน ๆ เขา แม้จะหล่อแต่แค่เห็นหน้าโหด ๆ คนก็กลัวหัวห
“ตัวจริงเสียงจริง แต่ไส้ในใครวะแม่งอย่างเอา” จีซัสทำหน้าสยองขึ้นมาทันที ทำไมคนมีความรักมักเปลี่ยนไปมากขนาดนี้กัน นี่มันไม่ใช่หน้ามือเป็นหลังมือแล้วนะ นี่หลังตีนเป็นหน้ามือเลยล่ะ“มึงก็ลองมีความรักบ้างสิจี” โชตะที่ยืนล้วงกระเป๋าเอ่ยปากทั้งที่เงียบมานาน เพราะไม่ถนัดคุยเรื่องราวความรัก“นั่นคือสิ่งสุดท้ายในชีวิตที่กูคิดจะทำ คือคิดสั้น” จีซัสเอ่ยเสียงเรียบ นั่นทำให้คนที่ยืนอยู่ด้านหลังอย่างไคลล์ขำพรืด“ไอ้คิลล์แม่งพูดงี้สรุปได้เมียก่อนเพื่อน”“ก็พี่มันไม่มีน้ำยาด้วยแหละ” ไคลล์หุบยิ้มทันที ก่อนจะตวัดสายตามองเซริมที่ยืนจับขอบประตูอย่างดุดัน“เฮ้ยงานหยาบแล้วไอ้ศึกมา” เพลิงกัลป์ที่กวาดสายตามองคนทั้งคู่อยู่ถึงกับแหกปากร้องลั่น ท่าทางลนลานสุดขีดก่อนจะชี้ไปยังหน้าประตูทางเข้าอู่เมื่อเห็นคนที่ทำหน้าเรียบเฉยเหมือนปลาตายคิ้วกระตุก และตรงรี่เข้าไปคู่รัก พวกเขาก็รีบวิ่งออกมาเพื่อห้ามทันที เอาเถอะถึงยังไงนำศึกก็รักดาน่าเหมือนน้อง ถึงจะไม่ค่อยแสดงออกแต่ไม่ใช่ว่าจะทนดูน้องสาวจูบได้ นำศึกกระชากร่างของดาน่าออกมาจากคิลล์ ก่อนจะดึงน้องสาวไปไว้ข้างหลัง พลางเอ่ยเสียงเข้มกับคิลล์“มึงจ
ดาน่าและคิลล์รีบลุกออกจากโซฟาทันที เมื่อเห็นมีล่าวิ่งเข้ามาด้วยท่าทางตื่นตระหนกและร้อนรน“เกิดอะไรขึ้น”“น่าคะคือ..แฮก ๆ” มีล่าจับขอบประตูแน่น ทั้งพยายามจะเอ่ยและหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอด ดาน่าเห็นอย่างนั้นก็เข้าไปพยุงแล้วตบหลังของเพื่อนสนิทเบา ๆ“แกใจเย็น ๆ มานั่งก่อนค่อยพูด” เธอรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี จึงเงยหน้าสบตากับคิลล์ ซึ่งเขาเองก็กอดอกด้วยสีหน้าครุ่นคิดเช่นกัน“น่าฉันไหว แต่คนที่ไม่ไหวน่าจะเป็นเขามากกว่า”“ใคร?”“พี่อาเซีย” เธอหันไปมองหน้าคิลล์แทบจะในทันทีที่เพื่อนเอ่ยปาก หมายความว่ายังไงกัน“อาเซียทำไม” คิลล์เองก็ตกใจเหมือนกัน ก่อนจะเอ่ยปากถามเพื่อนของดาน่า แม้จะสงสัยว่าทั้งคู่ทำไมถึงรู้จักกันได้แต่ไม่อยากซักไซ้ถามอะไรในตอนนี้“คือพี่อาเซียโดนทำร้ายค่ะ…ฮึก” มีล่าเอ่ยเล่าไปเสียงก็สั่นเครือไปด้วยจนดาน่าต้องเข้าไปปลอบ เมื่อเห็นดวงตาของเพื่อนสั่นระริก มือไม้เย็นเฉียบทำอะไรไม่ถูก เธอจึงหันไปมองคิลล์อย่างปลงตกเพราะเข้าใจความร้อนใจที่เพื่อนถูกทำร้าย“ฉันจะไปตามพวกนั้น” คิลล์เอ่ยเสียงเข้ม ไม่อยากระเบิดอารมณ์ใส่เพื่อนของดาน่าก่อนจะหันหลังเดินจากไป“มีล่าใจเย็น ๆ ฉันรู้แกห่วงพี่เขาแต่ยังไงก
มีคนติดตามในบัญชีโซเชียลมากมาย เพราะพยายามจะขายว่าตัวเองเทสดีลูกคุณหนู แต่ที่จริงเป็นเด็กเสี่ย และยังแอบคบกับออสตินดีเจหนุ่มของ scarface อีกด้วย เมื่ออ่านจบเธอก็แค่นเสียงขึ้นจมูกก่อนจะปรายตามองคนข้างกาย“นี่ใช่ไหมที่ยัยนั้นพยายามจะจับนายให้มั่น คงคิดว่าจะสละเรือเก่าที่ค่อนข้างแก่ เพื่อมาเอาเรือใหม่ที่ทั้งหนุ่มกว่าและรวยกว่า”คิลล์ได้ยินน้ำเสียงของดาน่าก็หัวเราะเบา ๆ พลางยกขาขึ้นมาไขว่ห้าง และพาดแขนกับโซฟา“ก็อาจจะ”“หึ ท่าทางนายชอบน่าดูนะ” ดาน่าหันขวับทันที ก่อนจะยกยิ้มจนตาหยี นั่นทำให้คิลล์รู้สึกเสียวสันหลังแปลก ๆ เขาแค่คิดถูกที่ตัวเองหล่อและรวยต่างหากเล่า ไม่ได้ชอบอะไรอย่างนั้น“เธอ”“อะไร!” ยังมีน่ามาเรียกเธอด้วยน้ำเสียงแปลกใจอีก คนยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่ด้วย ตั้งแต่เกิดมาเธอคุยกับผู้ชายมาเยอะมากแต่ก็นั่นแหละไม่เห็นจะชอบหรือมีอารมณ์มาหึงเลย จนกระทั่งเรื่องนี้ เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าตัวเองงี่เง่า“ทำเสียงแข็งทำไมเนี่ย ฉันแค่จะบอกว่าไม่ได้ชอบอะไรแบบนั้น” คิลล์เอาขาลงดี ๆ ก่อนจะดึงตัวเธอเข้ามาหาเขา จนร่างของเราแทบจะแนบชิดเข้าด้วยกัน กลิ่นหอมเย็นจากเรือนกายทำให้เธอเผลอสูดดมเล็กน้อย เมื่อไ







![NightZ [I] THE LOST MEMORIES](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)