LOGIN“คิลล์” น้ำเสียงตื่นเต้นระคนดีใจของเรเน่ที่ยืนถัดจากเธอไปไม่ไกล ทำให้ดาน่าขมวดคิ้วก่อนจะเลื่อนสายตามองตาหล่อน และพบว่ากำลังมองผู้ชายคนนี้ เขาชื่อคิลล์เหรอ ?
“ว่าไงที่ฉันพูดมามันถูกไหม?” เจ้าของใบหน้าเหลือร้ายเลิกคิ้วขึ้นในขณะที่กำลังเดินตรงมายังหน้าเวที สร้างความแปลกใจให้ทุกคนเป็นอย่างมาก เพราะคิลล์ไม่ใช่คนที่จะสามารถยุ่งด้วยได้ เขาเหมือนหายนะที่พร้อมจะสร้างเรื่องได้ทุกเมื่อ ทุกคนจึงพร้อมใจกันแหวกทางจนกระทั่งเขาเดินเข้ามาใกล้ขอบเวที
นัยน์ตาคมกริบสะท้านความแข็งกระด้าง ยิ่งอยู่ในครรลองสายตา เธอยิ่งเห็นว่าใบหน้าของเขาร้ายกาจมากจริง ๆ นัยน์ตาเรียวติดหงุดหงิด
ริมฝีปากของเขายกขึ้นอย่างคนไม่ยอมใคร และเอาแต่ใจทุกอย่างนั้นหลอมหลวมให้เขาดูเหมือนตัวร้ายที่ไม่ควรเข้าใกล้ แต่เมื่อถูกจ้องมองกลับไม่อาจหลบเลี่ยงสายตาไปได้ ยิ่งเห็นนัยน์ตาคมกริบจ้องมองมา ความรู้สึกส่วนลึกในจิตใจก็ร้อนรุ่มขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็นกับใครมาก่อน
“เอ่อ” ดีเจหนุ่มอึกอักทั้งโมโหทั้งหวาดกลัวอยู่ในที
“อะไรกันน่ะคิลล์ ออสตินแค่เล่นมุกขำ ๆ เท่านั้น” เรเน่เห็นชายหนุ่มก็กระตือรือร้นขึ้นมาทันที ทั้งน้ำเสียงยังเอ่ยอย่างสนิทสนม แต่กับดาน่าแล้วเธอไม่ขำด้วยนะจึงเตรียมง้างปาก
“ใครถามเธอ” เพียงแต่ว่านี่คือ คิลล์ เขาไม่ไว้หน้าใครอยู่แล้วจึงตวัดสายตามองเรเน่อย่างไม่เย็นชา ทำเอาสาวเจ้าหน้าแตกทันที
“ว่าไง? ไม่กล้าตอบเหรอ ทีเล่นมุกห่วย ๆ มึงยังกล้าเลย” น้ำเสียงกึ่งล้อเล่นกึ่งเย้ยหยันของคิลล์ทำให้เธอหลุดหัวเราะ คนอะไรถามได้หน้าตายขนาดนี้
“แล้วเธอหัวเราะทำไม หรือคิดว่าที่ฉันถามมันตลก” คิลล์ทำหน้ายุ่งยากขึ้นมาทันที เขากำลังเบื่อและหงุดหงิดอย่างถึงขีดสุดจนได้รู้เรื่องการทำดีลลับ
เขาอยากรู้ว่าผู้หญิงตรงหน้าจะรับมือยังไง และเธอก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวังจริง ๆ เขาจึงไม่อาจอยู่เฉยกระโดดลงมาในเกมกระดานนี่ซะเลย
เธอขมวดคิ้วเป็นปมทันทีที่ได้ยินคนตรงหน้าเอ่ยเสียงแข็ง จึงเอียงคอมองเขาอย่างยียวน ก่อนจะเหยียดยิ้ม
“หน้าหมอนั่นตลกกว่าคำพูดของนายอีก ฉันจะหัวเราะแปลกตรงไหนเหรอ” เอ่ยจบจึงยิ้มจนตาหยี แต่คำพูดของเธอกลับทำให้คิลล์ยกมุมปากขึ้นอย่างสนุก ส่วนดีเจหนุ่มที่ถูกกันซีนก็หน้าแห้งไปแล้วเรียบร้อย พลางสถบในใจว่าสองคนนี้เหมือนมารร้ายสองผัวเมียเสียจริง ทั้งสองกำลังรุมทึ้งออสตินอย่างแนบเนียน
“พี่ขอโทษนะครับน้อง เมื่อกี้แค่แซวเล่นเท่านั้น” เพราะไม่กล้าเอ่ยกับคิลล์ ออสตินจึงหน้าด้านทำทีขอโทษขอโพดดาน่าแทน
“เล่นอย่างนั้นเหรอ เฮอะ” คิลล์ตวัดสายตามองดีเจหนุ่มด้วยแววตาคมกริบ ก่อนจะตวาดเสียงแข็ง
“ลองเอาไปเล่นกับพ่อมึงนะ!”
“เอาไปถามแม่นายตอนนี้ก็โดนโบกหัวเถิกกว่าเดิมแน่” ทั้งสองเอ่ยเข้าขากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยทำให้ออสตินแทบร้องไห้ ส่วนบรรดาผู้คนโดยรอบต่างก็มองทั้งสองอย่างแปลกใจ และคิดไปต่าง ๆ นา ๆ คิลล์ คืออันธพาลของมหา’ ลัยไม่เคยยอมลงให้ใคร เรื่องช่วยเหลือยิ่งไม่มีทาง ดังนั้นทุกคนจึงฟันธงไปว่าทั้งคู่คือ
ผัวเมียมหาประลัยแน่นอน
“พี่ผิดไปแล้วขอโทษจริง ๆ ต่อไปจะไม่เล่นแบบนี้อีกแล้วโอ๊ย”
ดีเจหนุ่มถลาเข้ามาหาดาน่าอย่างรีบร้อน ทั้งพยายามจะรวบกอดร่างบางและร้องขอความเห็นใจ นั่นทำให้เธอเบิกตากว้างส่วนคนที่ยืนหน้าทำหน้าไม่สบอารมณ์ก็ยื่นมือออกมากระชากหัวของออสตินไปข้างหลัง เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ดาน่าจับไหล่ของดีเจหนุ่มไว้ได้และยกหัวเข่าขึ้นมาเตรียมแทง
“….”
ออสตินหัวใจเต้นแรงอย่างตื่นตระหนก ดวงตาเบิกกว้างทั้งหวาดกลัวและอับอาย เมื่อกี้ถ้าคิลล์ไม่กระชากดึงหัวออสตินไปข้างหลังแล้วละก็ มีหวังเข่าสวย ๆ นี่ได้กระแทกลูกชายแน่ ๆ
อึก
ดีเจหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ไม่ต่างกับชายหนุ่มด้านล่างเวที ทุกคนต่างใจหายใจคว่ำแทนเมื่อเห็นจังหวะนั้น นี่นับว่าการโดนคิลล์เล่นงานเป็นเรื่องดีเลยทีเดียว เพราะถ้าโดนแทงเข่าต่อหน้าทุกคนคงจบไม่สวยแน่
“นะน้องครับ” ออสตินเงยหน้าขึ้นสบตาดาน่าอย่างน่าสงสาร ซึ่งหญิงสาวก็ยกยิ้มบางอย่างน่ารัก เหมือนจะไม่มีอะไรเพราะเธอขยับเข่าออกไป ทำให้ทุกคนโล่งอก
แต่เหมือนถูกเหวี่ยงขึ้นแล้วก็ถูกดึงลงมาอีกครั้ง เมื่อเธอยกศอกเสยปลายคางออสตินเต็มแรง แม้แต่คิลล์ที่ยืนอยู่ตรงนั้นยังอดทำหน้าเหยเกไม่ได้
“ให้อภัย แต่ไม่ใช่จะไม่เอาคืนนะสุดหล่อ”
“อ๊ากกกกกก” หมดกันตำนานดีเจสุดฮอตของ scarface เพราะถูกสาวสวยที่ไม่มีใครรู้ที่มาที่ไปเสยปลายคางจนกำเดาไหล
“ตายแล้ว! หน้าออสตินจะเป็นแผลไม่เนี่ย” รินที่ยืนมองสถานการณ์อยู่นานโพลงขึ้นเสียงดัง พลางตวัดสายคาดโทษดาน่า แต่นอกจากเธอจะไม่สลดแล้วยังยกยิ้มอย่างไม่ยี่หระ
และเอ่ยคำพูดที่ทุกคนไร้ข้อโต้แย้ง
“What does not kill me makes me stronger ความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้ทำลายเราแต่หล่อหลอมให้แข็งแกร่งขึ้น ฉันเชื่อว่าเจ้าของร้านต้องภูมิใจแน่นอนที่พนักงานของเขาสร้างบาดแผลจารึกผลงานแบบนี้”
“เธอมันบ้าจริง ๆ” เรเน่กัดฟันอย่างโมโห ก่อนจะลงมาพยุงออสตินให้ออกไปทำแผล เพราะทั้งสองต่างคุ้นเคยกันอย่างดี
“แต่การแข่งขันยังไม่จบนะ จะทำยังไงล่ะ” อยู่ดี ๆ รินก็โพลงขึ้นมาดื้อ ๆ ทำให้ทุกคนหันมามองเธอเป็นตาเดียว
“แม้ดีเจจะบาดเจ็บ ก็ยังหาคนมาแทนได้แต่ถ้างานล่มมันคงจะจบไม่สวยแน่ และฉันไม่อยากจะขาดทุน” น้ำเสียงทุ้มต่ำของใครบางคนเอ่ยออกมาท่ามกลางความเงียบ เมื่อทุกคนหันไปมองตามเสียงต่างก็ชะงัก ก่อนจะยกมือไหว้เจ้าตัว
“พี่สการ์” รินโพลงขึ้นมาอย่างดีใจเมื่อเห็นญาติตัวเอง และมีสถานะเป็นเจ้าของร้าน scarfaceแห่งนี้ด้วย ตอนแรกรินเห็นคิลล์เหมือนจะเข้าข้างดาน่า จึงกลัวแผนการตัวเองพัง
“ว่าไงคิลล์ มายืนทำอะไรตรงนี้เหรอ?” เจ้าของร้านสุดเท่เลิกคิ้วถามชายหนุ่มเจ้าของแววตาแสนเกรี้ยวกราด
“กูจะยืนตรงไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องให้มึงเสนอหน้า”
“แต่นี่ร้านของกู มึงคิดว่ากูมีสิทธิ์ถามไหม?” คิลล์ได้ยินอย่างนั้นก็แค่นเสียงหัวเราะทันที
“ปกติมึงเสนอหน้าเดินถามลูกค้าทุกคน?”
“!!!” โดนย้อนอย่างนั้นสการ์เองก็ไปไม่เป็น แม้แต่รินยังเบิกตากว้าง ทุกคนรู้ดีว่าคิลล์ไม่ไหวหน้าใคร แต่นี่เจ้าของร้านนะไม่กลัวสการ์เอาคนมารุมกระทืบหรือไง
“ฮ่า ฮ่า”
“เธอหัวเราะอะไร!” รินมองดาน่าตาเขียวปั๊ด
“หัวเราะเพราะแมลงวันบินเข้าปากเธอน่ะสิ”
“หา! จริงเหรอ” อารามตกใจรินจึงรีบยกมือขึ้นมาป้องปาก ดวงตาเบิกตากว้าง ทำให้ท่าทางดูตลกจนดาน่าหัวเราะเสียงดัง
“เธอโง่จัง ที่นี่จะมีแมลงวันได้ยังไง”
“แก” รินกัดฟันกรอด ก่อนจะหันมามองญาติตัวเองอย่างสการ์
“น้องคงจะเป็นหนึ่งในผู้เข้าประกวดสินะ ถ้าอย่างนั้นเรามาเริ่มการโหวตใหม่ดีกว่าไหม ส่วนเรเน่ไม่กลับมาคือถอนตัว” สการ์เอ่ยอย่างใจเย็น พลางหันมายิ้มให้ดาน่าท่าทางใจดี
“ว่าไงนะ!” ผู้หญิงที่เข้าประกวดอีกคนโพลงขึ้นมาอย่างตกใจ เรเน่คือคนที่ได้คะแนนสูงมาตลอด ดังนั้นถ้าอีกฝ่ายถอนตัวคนอื่นก็มีสิทธิ์ที่จะได้ตำแหน่งนี้พร้อมเงินรางวัล
“ก็ตามนั้น” รินยกยิ้มอย่างเหนือกว่าให้ดาน่า เพราะมีญาติมาหนุนหลัง ส่วนหญิงสาวคนอื่นก็ไม่มีทางรู้เลยว่ารินมีแผนการอะไร
“ถ้าอย่างนั้นฉันจะเป็นคนทำหน้าที่แทนออสตินเอง ไม่ต้องกลัวว่าจะเข้าข้างใคร ฉันกล้ารับประกันด้วยศักดิ์ศรีเจ้าของร้าน”
ดาน่าได้ยินน้ำเสียงทุ้มของอีกฝ่ายก็ขนลุกซู่ และรู้สึกได้ถึงอันตรายซ่อนเร้น แววตาของสการ์ดูไม่น่าไว้ใจมาก ๆ เขาหน้าตาเท่สุด ๆ น่าจะอายุมากกว่าเธอสี่ห้าปี ตัดผมสกีนเฮดสวมชุดหนัง
ดาน่ายังไม่ทันได้คิดคำนวณอะไรในใจ
หางตากลับเห็นอาโปและมีล่ายืนอยู่ด้วยกัน และทั้งสองทำหน้าตาเคร่งเครียดจนเธอสัมผัสได้ว่ามันต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ เธอจึงเลื่อนสายตาไปสบกับรินนิ่ง
“เธอเล่นนอกกติกาสินะ”
“ไม่มีใครพูดถึงกติกาแปลว่าไม่ผิด” รินเอ่ยอย่างเจ้าเล่ห์ ขณะที่ทั้งสองยืนสบตากันอยู่อย่างนั้น คิลล์เองก็จ้องหน้าสการ์เขม็งเช่นกัน
“ว่าแต่ มึงจะไม่ลงไปเหรอคิลล์” เจ้าของชื่อได้ยินสการ์เอ่ยอย่างนั้นก็แค่นเสียง ‘เฮอะ’ ออกมาเบา ๆ
“แค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศเท่านั้น เฮ้ยมึง ยกเก้าอี้มาสิ” คิลล์ยิ้มเยาะก่อนจะชี้หน้าชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างล่าง ให้ยกเก้าอี้ขึ้นมาให้บนเวที และแน่นอนอีกฝ่ายได้ยินก็ไม่รอช้ารีบกุลีกุจอยกเก้าอี้ขึ้นมาให้คิลล์ทันที
“นี่มึง!” สการ์สบถเมื่อเห็นคิลล์นั่งไขว่ห้างบนเวที
“ต่อดิ ใครจะประกวดก็ทำไปกูจะนั่งตรงนี้”
“ฮึ่ย!” เจ้าของร้านสุดจะทนจึงได้แต่เก็บความไม่พอใจไว้ และเอ่ยถึงการแข่งขันอีกครั้ง แม้จะไม่คึกคักแต่ก็ฮึกเหิมพอสมควร ผู้เข้าประกวดทุกคนเดินมายืนด้านหน้าเวที เป็นดาน่าที่เดินมาช้าสุด และระหว่างนั้นเธอก็หันมาสบตากับคิลล์ที่กำลังเล่นไฟแช็ก
“นายรู้อะไรมาใช่ไหม?” ดาน่าเอ่ยถามเบา ๆ ทั้งที่กำลังเดินผ่านคิลล์ ชั่วลมหายใจที่รอคอยเขากลับเงียบ ไม่มีแม้แต่เสียงลมหายใจเล็ดรอดออกมา ตอนนั้นที่สบตากันเธอเชื่อมั่นว่าเขาต้องรู้อะไรแน่ แววตาแบบนั้นไม่มีทางเป็นเรื่องหลอกลวง
เขาเหมือนคนที่ชอบเล่นกับไฟ ยิ่งอันตรายมากเท่าไหร่ก็ยิ่งพร้อมจะกระโจนเข้าหา เป็นคนประเภทเดียวกันกับเธอ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่โผล่ออกมาในตอนที่เธอเล่นงานออสติน ดาน่ามองเขาอย่างรอคอยจนรู้สึกวูบโหวง สุดท้ายก็ไม่ได้คำตอบ เธอจึงเม้มปากแน่นก่อนจะเร่งฝีเท้าผ่านหน้าเขาและมายืนเรียงหน้ากระดานเพื่อรอรับดอกไม้
แกรก!
มือหนาตวัดปลอกปิดไฟแช็ก ก่อนจะลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่มีใครได้ทันตั้งตัวด้วยซ้ำ ระหว่างที่สการ์กำลังพูดพล่ามบนเวที รินเองก็ส่งสัญญาณให้เพื่อนที่อยู่ด้านล่าง ทุกคนต่างหลุบตามองดอกไม้ในมือ
ส่วนดาน่าเองก็บีบมือเข้าหากันแน่นจนชื้นเหงื่อ เธอรู้สึกว่าในอกร้อนราวกับมีไฟสุมทรวง ไม่ว่ายังไงก็จะต้องหาทางรอดไปให้ได้ เธอจะไม่มีวันยอมแพ้เด็ดขาด
หมับ!
“อ๊ะ!”
“เออแล้วยัยมีล่าเป็นยังไงบ้าง?” เหมือนไอซ์จะฉุกคิดขึ้นมาได้จึงเอ่ยปากถามถึงเพื่อนสนิทของดาน่า เธอจึงเล่าให้ฟังเพราะให้เพื่อนรออยู่ที่อู่ไม่อยากให้ต้องมาเสี่ยงอันตรายที่นี่“นี่กูสงสัยมาก ทำไมพวกมึงเล่นของสูงจังวะ” เธอหลอกตาทันที เพราะรู้สึกว่าไอซ์มันไร้สาระ จึงหันไปมองการแข่งขันตรงหน้าเสียงกรีดร้องดังสนั่น เมื่อคิลล์แฉลบเกือบหลุดโค้ง“เฮ้ย!”“คิลล์!” พวกเราเองก๊อกสั่นขวัญแขวน เพราะตอนนี้รอบที่เก้าแล้วนั่นยิ่งทำให้ก้อนเนื้อในอกของเธอเต้นกระหน่ำ คิลล์จะยื้อได้นานแค่ไหนกัน สภาพของเขามันไม่พร้อมเลยจริง ๆ แต่เธอมั่นใจคนที่หัวใจแกร่งอย่างเขาต้องทำได้ ดาน่าจ้องมองอย่างไม่วางตา คิลล์เหยียดยิ้มร้ายเมื่อหลุดจากโค้งสุดท้ายมาแล้ว และรถของพวกเขากำลังทะยานเข้าสู่รอบที่สิบ ที่นี่มีโค้งทั้งหมดแปดโค้งและแต่ละโค้งก็ค่อนข้างยากเพราะมันแคบ ทุกคนอาจจะหมดสนุกที่เขาไม่ยอมแซง แต่เมื่อเห็นว่าเขาเริ่มก่อกวนพายุอย่างดุดัน นั่นแหละรอบสนามถึงมีแรงเชียร์อีกครั้ง“อยากท้าทายกูมึงต้องรับความเสี่ยง” เขาไม่สนว่าเท้าที่กำลังเหยียบคันเร่งอยู่ในตอนนี้จะเป็นอย่างไร เหมือนเป็
สการ์เองก็ไม่ต้องการยื้อเวลานาน นัยน์ตาเจ้าเล่ห์จ้องคิลล์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ“เดิมพันวันนี้ง่าย ๆ เห็นแก่ที่มึงยังเจ็บอยู่แค่สิบรอบระหว่างมึงกับไอ้พายุ ถ้าชนะก็เอาเพื่อนมึงไป แต่ถ้าแพ้กูขอแค่ยัยนั่นคนเดียว” ดวงตาคมกริบของคิลล์เข้มขึ้น ก่อนจะขยับมือที่ถือไม้เบสบอลขึ้นชิดปลายคางของสการ์ ในอกรู้สึกร้อนรุ่มจนยากจะระงับนี่สินะความรู้สึกเมื่อคนที่รักถูกดึงเข้ามาในเกมของศัตรู เขาไม่มีวันยอมและต้องการให้มันจำใส่สมอง ว่าผู้หญิงของเขาไม่ใช่สิ่งของ“กูไม่ให้ใครทั้งนั้น” สการ์แค่นเสียงขึ้นจมูกก่อนจะปรายตาไปมองลูกน้อง ที่กำลังหิ้วปีกอาเซียออกมา สภาพของมันค่อนข้างเละโดยเฉพาะใบหน้า เหมือนสการ์ต้องการเหยียบย่ำหน้าหล่อ ๆ นั้น“นายนี่มันทุเรศจริง ๆ หน้าตาแย่แล้วยังทำตัวแย่อีก” ดาน่าฉุนกึกแต่มีหรือสการ์จะสน ยังไงวันนี้คิลล์ก็ไม่รอด“หึ ตามนี้นะคิลล์” ยิ่งเห็นเจ้าของชื่อโกรธจนแทบคลั่ง สการ์ยิ่งมีความสุขจึงแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย ก่อนจะหน้าซีดเมื่อคิลล์โน้มใบหน้าลงมาพลางเอ่ยเสียงเข้ม“ถ้ามึงแพ้ ร้านของมึงเละแน่”“นี่มึง!” สการ์โมโหจนแทบกระอักเลือด“จำไว้คนที่ต้องเสียคือมึงไม่ใช่กู ถ้ามึงชนะ
“ทำไม!” คิลล์เอ่ยเสียงเข้ม นัยน์ตาราวกับมีไฟลุกโชน ดาน่าหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะนั่งลงบนฝากระโปรงหน้า ก่อนจะดึงคิลล์เข้ามาใกล้แล้วใช้ขาทั้งสองข้างหนีบขาเขาไว้อีกที พลางช้อนสายตาขึ้นมองอย่างเจ้าเล่ห์“พี่รอดูได้เลย แต่ตอนนี้ห้ามงอนนะเข้าใจไหม” เธอเอ่ยอย่างรู้ทัน เขาน่ะพวกปากไม่ตรงกับใจสุด ๆ บอกไม่เคยงอนมันไร้สาระแต่หน้างี้ตึงยิ่งกว่าฉีดโบท็อกมาอีก“ใครเขาจะงอน” คิลล์ทำเสียงขึ้นจมูก พลางเหลือบตามองไปทางอื่น นั่นทำให้ดาน่าหัวเราะคิกคักก่อนจะยกแขนขึ้นกอดเอวสอบไว้หลอม ๆ เมื่อเธอนั่งเขายืนใบหน้าจึงแนบไปกับหน้าท้องแกร่ง“โอเคไม่งอนก็ไม่งอน แค่ไม่พอใจเท่านั้นถูกปะ?”“ยัยตัวดี เธอก็รู้ว่าฉันหวง” คิลล์ทำหน้าตึงก่อนจะยกมือขึ้นมาบีบแก้มของดาน่าอย่างมันเขี้ยว ไม่มีใครทำให้เขารู้สึกว้าวุ่นกลุ้มใจ และไม่เป็นทำอะไรเท่าเธอมาก่อน ดาน่ามีอิทธิพลต่อจิตใจมากจริง ๆ ยิ่งเราคบกันและได้เรียนรู้นิสัยใจคอกัน ก็พบว่ามันดีกว่าตอนอยู่คนเดียวเป็นไหน ๆ“น่าก็หวงพี่เหมือนกัน ถึงพี่จะไม่น่าหวงก็เถอะ” ดาน่าอมยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ เพราะคิลล์ไม่ได้ฮอตปรอทแตกเหมือนเพื่อน ๆ เขา แม้จะหล่อแต่แค่เห็นหน้าโหด ๆ คนก็กลัวหัวห
“ตัวจริงเสียงจริง แต่ไส้ในใครวะแม่งอย่างเอา” จีซัสทำหน้าสยองขึ้นมาทันที ทำไมคนมีความรักมักเปลี่ยนไปมากขนาดนี้กัน นี่มันไม่ใช่หน้ามือเป็นหลังมือแล้วนะ นี่หลังตีนเป็นหน้ามือเลยล่ะ“มึงก็ลองมีความรักบ้างสิจี” โชตะที่ยืนล้วงกระเป๋าเอ่ยปากทั้งที่เงียบมานาน เพราะไม่ถนัดคุยเรื่องราวความรัก“นั่นคือสิ่งสุดท้ายในชีวิตที่กูคิดจะทำ คือคิดสั้น” จีซัสเอ่ยเสียงเรียบ นั่นทำให้คนที่ยืนอยู่ด้านหลังอย่างไคลล์ขำพรืด“ไอ้คิลล์แม่งพูดงี้สรุปได้เมียก่อนเพื่อน”“ก็พี่มันไม่มีน้ำยาด้วยแหละ” ไคลล์หุบยิ้มทันที ก่อนจะตวัดสายตามองเซริมที่ยืนจับขอบประตูอย่างดุดัน“เฮ้ยงานหยาบแล้วไอ้ศึกมา” เพลิงกัลป์ที่กวาดสายตามองคนทั้งคู่อยู่ถึงกับแหกปากร้องลั่น ท่าทางลนลานสุดขีดก่อนจะชี้ไปยังหน้าประตูทางเข้าอู่เมื่อเห็นคนที่ทำหน้าเรียบเฉยเหมือนปลาตายคิ้วกระตุก และตรงรี่เข้าไปคู่รัก พวกเขาก็รีบวิ่งออกมาเพื่อห้ามทันที เอาเถอะถึงยังไงนำศึกก็รักดาน่าเหมือนน้อง ถึงจะไม่ค่อยแสดงออกแต่ไม่ใช่ว่าจะทนดูน้องสาวจูบได้ นำศึกกระชากร่างของดาน่าออกมาจากคิลล์ ก่อนจะดึงน้องสาวไปไว้ข้างหลัง พลางเอ่ยเสียงเข้มกับคิลล์“มึงจ
ดาน่าและคิลล์รีบลุกออกจากโซฟาทันที เมื่อเห็นมีล่าวิ่งเข้ามาด้วยท่าทางตื่นตระหนกและร้อนรน“เกิดอะไรขึ้น”“น่าคะคือ..แฮก ๆ” มีล่าจับขอบประตูแน่น ทั้งพยายามจะเอ่ยและหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอด ดาน่าเห็นอย่างนั้นก็เข้าไปพยุงแล้วตบหลังของเพื่อนสนิทเบา ๆ“แกใจเย็น ๆ มานั่งก่อนค่อยพูด” เธอรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี จึงเงยหน้าสบตากับคิลล์ ซึ่งเขาเองก็กอดอกด้วยสีหน้าครุ่นคิดเช่นกัน“น่าฉันไหว แต่คนที่ไม่ไหวน่าจะเป็นเขามากกว่า”“ใคร?”“พี่อาเซีย” เธอหันไปมองหน้าคิลล์แทบจะในทันทีที่เพื่อนเอ่ยปาก หมายความว่ายังไงกัน“อาเซียทำไม” คิลล์เองก็ตกใจเหมือนกัน ก่อนจะเอ่ยปากถามเพื่อนของดาน่า แม้จะสงสัยว่าทั้งคู่ทำไมถึงรู้จักกันได้แต่ไม่อยากซักไซ้ถามอะไรในตอนนี้“คือพี่อาเซียโดนทำร้ายค่ะ…ฮึก” มีล่าเอ่ยเล่าไปเสียงก็สั่นเครือไปด้วยจนดาน่าต้องเข้าไปปลอบ เมื่อเห็นดวงตาของเพื่อนสั่นระริก มือไม้เย็นเฉียบทำอะไรไม่ถูก เธอจึงหันไปมองคิลล์อย่างปลงตกเพราะเข้าใจความร้อนใจที่เพื่อนถูกทำร้าย“ฉันจะไปตามพวกนั้น” คิลล์เอ่ยเสียงเข้ม ไม่อยากระเบิดอารมณ์ใส่เพื่อนของดาน่าก่อนจะหันหลังเดินจากไป“มีล่าใจเย็น ๆ ฉันรู้แกห่วงพี่เขาแต่ยังไงก
มีคนติดตามในบัญชีโซเชียลมากมาย เพราะพยายามจะขายว่าตัวเองเทสดีลูกคุณหนู แต่ที่จริงเป็นเด็กเสี่ย และยังแอบคบกับออสตินดีเจหนุ่มของ scarface อีกด้วย เมื่ออ่านจบเธอก็แค่นเสียงขึ้นจมูกก่อนจะปรายตามองคนข้างกาย“นี่ใช่ไหมที่ยัยนั้นพยายามจะจับนายให้มั่น คงคิดว่าจะสละเรือเก่าที่ค่อนข้างแก่ เพื่อมาเอาเรือใหม่ที่ทั้งหนุ่มกว่าและรวยกว่า”คิลล์ได้ยินน้ำเสียงของดาน่าก็หัวเราะเบา ๆ พลางยกขาขึ้นมาไขว่ห้าง และพาดแขนกับโซฟา“ก็อาจจะ”“หึ ท่าทางนายชอบน่าดูนะ” ดาน่าหันขวับทันที ก่อนจะยกยิ้มจนตาหยี นั่นทำให้คิลล์รู้สึกเสียวสันหลังแปลก ๆ เขาแค่คิดถูกที่ตัวเองหล่อและรวยต่างหากเล่า ไม่ได้ชอบอะไรอย่างนั้น“เธอ”“อะไร!” ยังมีน่ามาเรียกเธอด้วยน้ำเสียงแปลกใจอีก คนยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่ด้วย ตั้งแต่เกิดมาเธอคุยกับผู้ชายมาเยอะมากแต่ก็นั่นแหละไม่เห็นจะชอบหรือมีอารมณ์มาหึงเลย จนกระทั่งเรื่องนี้ เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าตัวเองงี่เง่า“ทำเสียงแข็งทำไมเนี่ย ฉันแค่จะบอกว่าไม่ได้ชอบอะไรแบบนั้น” คิลล์เอาขาลงดี ๆ ก่อนจะดึงตัวเธอเข้ามาหาเขา จนร่างของเราแทบจะแนบชิดเข้าด้วยกัน กลิ่นหอมเย็นจากเรือนกายทำให้เธอเผลอสูดดมเล็กน้อย เมื่อไ
![My Engineerรักร้ายนายจอมโหด [ต้าร์พินอิน]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
![Evil Engineerร้ายรักวิศวะเลว [ไนต์]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





