LOGIN“ฮือ ผมขอโทษทำไมต้องโหด” เจ้าของใบหน้าหล่อใสเบะปาก ทำเสียงเหมือนจะร้องไห้ แต่น้ำหนักมือของรุ่นพี่มันของจริง
คิลล์เห็นท่าทางสำออยแบบนั้นก็ส่งเสียง ‘เฮอะ’ ก่อนจะทรุดกายนั่งลงบนโซฟา ใบหน้าหล่อเหลาเรียบเฉยแต่แววตากลับเกรี้ยวกราดจนใครก็เข้าหน้าไม่ติด
“ตัดคำว่าแฝดออกเป็นอันใช้ได้” ไคลล์ตบบ่ารุ่นน้องอย่าง ‘ทีน’ ก่อนจะเดินตามคิลล์ไปและนั่งลงบนโซฟาข้าง ๆ กัน
“ไหนว่าจะไม่มาไง อารมณ์ไหน?” ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีแดงนั่งจิบน้ำ สีอำพันเอ่ยปากถาม พลางเลิกคิ้วมองเพื่อนสนิทที่เรียนสาขาเดียวกันอย่างคิลล์ ก่อนจะพยักหน้าให้ไคลล์ฝาแฝดคิลล์
“อารมณ์ไหนก็เรื่องของกู ไม่เสือก”
“ต้องเสือกโว้ย มึงบอกเองว่าอยู่สนาม กูเหล่สาวยังไม่ทั่วร้านมึงก็เหาะมาถึงร้านแล้ว ถามจริงตอนตอบกูยืนอยู่หน้าร้านป่ะ?”
“แล้วมึงจะอยากรู้ทำไมว่ากูอยู่ที่ไหน รู้ไปก็ไม่ได้ทำให้สมองมึงทำงานไวขึ้นหรอก” คิลล์เอ่ยอย่างรำคาญ ทำเอาอาเซียคิ้วกระตุกเพราะเพื่อนคนนี้ช่างตอบได้น่าประทับใจเหลือเกิน ถามหนึ่งตอบศูนย์ ถามศูนย์ตอบสี่ ง่าย ๆ คือตอบไม่ตรงคำถามเลยสักนิด และยังขยันยั่วโมโหคนอื่นอีก
“สัด!”
ชายหนุ่มเรือนผมสีแดงจัดจ้านอย่าง ‘อาเชีย’ สบถ เมื่อเห็นเพื่อนตอบอย่างไม่ยี่หระ พลางคิดในใจว่ามันจะตอบแบบคนปกติบ้างไม่ได้เลยเหรอ
หลังจากทิ้งร่างลงบนโซฟาอย่างเบื่อหน่ายแล้ว คิลล์ก็ยกขาขึ้นไขว่ห้างปากก็คาบบุหรี่ มือล้วงเข้าไปค้นหาไฟแช็กในกระเป๋ากางเกงออกมาจุด
แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอย่างที่ใจคิด บุหรี่ที่คาบไว้ก็โดนแย่งออกจากปาก นัยน์ตาคมกริบของคิลล์จึงตวัดมองเจ้าของมือที่มาก่อกวนอย่างดุดันและไม่สบอารมณ์
“อย่ามาเล่น!”
“พ่อมึงให้สูบบุหรี่ในที่ปิดทึบ” ไคลล์กดสายตามองน้องชายอย่างคิลล์ ก่อนจะตวาดออกมาอย่างเดือดดาล ป๊าสั่งสอนมาตั้งแต่เด็กถ้าจะสร้างเรื่องก็ต้องมีขอบเขต ดังนั้นถ้าอยากสูบบุหรี่ก็ไสหัวไปข้างนอก อย่ามาเพิ่มมะเร็งให้ชาวบ้าน เด็กบ้านี่เคยจำบ้างไหม
“หรือไม่อยากให้พี่ชายมึงแก่ตาย ไอ้เด็กเวร!”
“มึงเกิดก่อนกูนาทีเดียว จะมาเป็นพี่ชายเหี้ยไร”
คิลล์กระชากบุหรี่จากมือไคลล์ ก่อนจะบ่นพึมพำเรื่องพี่ชายน้องชายนี่พูดอยู่นั่น เกิดก่อนนาทีเดียวไม่นับว่าเป็นพี่เว้ย
“เกิดก่อนก็พี่หมด” ไคลล์ไหวไหล่
“ไปถามป๊ามึงดูสิ นับลุงรบกับลุงโซ่เป็นพี่ไหม”
คิลล์แค่นเสียงในลำคออย่างเยาะเย้ย ก่อนจะหุบยิ้มและสบถในลำคอ เมื่อเห็นบุหรี่ที่แย่งคืนมาจากไคลล์นั้นหักจนสูบต่อไม่ได้ เขาจึงทิ้งมันลงพื้นและใช้เท้าบดขยี้มันซะ
“ไปถามป๊ามึงสิ ทำไมให้มึงเรียกกูพี่” ไคลล์กลอกตาเพราะขี้เกียจจะเถียงกับน้องชายจอมพยศ เถียงกับคิลล์ก็เหมือนเถียงกับหมาเพราะมันฟังไม่รู้เรื่อง หมารู้จักแค่ใช่กับไม่เท่านั้น
“ก็แค่มึงออกมาหัวโตกว่ากู”
“สัด!” ไคลล์อย่างหัวเสียทันที ถ้าจะบอกว่าใครเหมือนป๊าที่สุดก็มันนั่นแหละ โคตรน่ารำคาญ
“มาถึงก็ทะเลาะกันเลยนะพวกมึง ว่าแต่พรุ่งนี้บินไม่ใช่เหรอ?” อาเซียเอ่ยแทรกพลางเลิกคิ้วอย่างสงสัย ช่วงซัมเมอร์จบปีสามพวกเขาจะต้องไปฝึกงาน แต่บางคนก็จะลงฝึกแบบสหกิจหรือปีสี่เทอมสองแทน
“บินเย็น” คิลล์ตอบอย่างคนขี้เกียจ
“แล้วมาทำไม ไม่นอนพักอยู่คอนโดให้สบายใจ” จะเดินทางอยู่แล้วยังจะตระเวนออกเที่ยวอยู่ได้
“ถามมากจังวะ แดก ๆ ไปกูจะบินตอนไหนก็เรื่องของกูเถอะ” คิลล์หยิบเม็ดมะม่วงในจานกับแกล้มยัดปากอาเซีย
“มึงมันเลวมาก ฮึ่ย” หลังจากกลืนของกินแล้วถึงได้สบถออกมา
“เฮียโดนแค่นั้นยังน้อยไป ดูผมโดนโบกไปสองที” ทีนบ่นอุบอิบ
“นั่นมึงไปกวนตีนมัน ส่วนกูถามมันดี ๆ” อาเซียแก้ต่าง
“กวนตรงไหนก็เรียกดี ๆ เถอะ”
คิลล์ยกแก้วที่มีน้ำสีอำพันขึ้นมาจรดริมฝีปาก ในระหว่างที่ยกอยู่นั้น หางตาของเขาดันเหลือบมองไปทางเวทีประกวดคาวเกิร์ลพอดิบพอดี และชั่วขณะนั้นนัยน์ตาคมกริบสีดำทะมึนก็เผลอชะงักไปเล็กน้อย เมื่อเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเดินไปยังเวที ก่อนจะเลื่อนสายตาออกไปโดยไม่มีใครสังเกต
“แม่งเอ้ย วันนี้มีแต่คนสวย ๆ เด็ด ๆ แม้น้องเรเน่จะเสร็จเพื่อนเราแล้วแต่ยังไงวันนี้ก็เซ็กซี่ขยี้ใจเหมือนเดิม” อาเซียเลิกสนใจเพื่อนแล้วหันไปมองทางเวที เมื่อได้ยินเสียงเพลงดังกระหึ่มและเสียงเชียร์จากผู้คนรอบข้าง
“จะมีใครมาล้มเรเน่ได้ไหม แต่ก็นะคงจะยากน่าดู” ทีนเอ่ยขึ้นมา
“ครบทุกคนหรือยังวะทีน”
“ไม่ใช่ครบแล้วเหรอเฮีย ปกติเรเน่จะขึ้นสุดท้าย”
ทั้งสองคนจ้องมองไปทางเวทีอย่างสนใจ แม้แต่ไคลล์ที่เบื่อหน่ายยังพุ่งสายตาไปที่นั่นเช่นกัน ก็นะใครที่ชอบการแข่งขัน ก็ต้องดูทั้งนั้นแหละอย่างน้อยจะได้รู้ว่าจะพนันฝ่ายไหน
“ไฟดับลงแล้วเฮีย หรือกำลังจะประกาศ” ทีนกระทุ้งศอกใส่อาเซียอย่างกระตือรือร้น และเข้าใจว่าเรเน่ที่แสดงไปแล้วคือคนสุดท้าย เพราะหญิงสาวคือดาวเด่นของการประกวดเสมอ
“เชี่ย เหมือนจะมีคนกำลังทำการแสดงต่อ ใครวะ? กล้าขึ้นต่อเรเน่ไม่กลัวโดนคนโห่หรือยังไง หรือมั่นใจว่าจะทำได้ดีพอ”
“มึงคิดว่าไงคิลล์ เรเน่นี่เด็ดสุดเลยปะ” อาเซียกลั้นหัวเราะในลำคอ และพยายามเย้าแหย่เรื่องเรเน่กับคิลล์ เพราะสองคนนี้เคยคั่วกันอยู่สักพักช่วงที่เรเน่ได้ตำแหน่งคาวเกิร์ลใหม่ ๆ ซึ่งมันก็ผ่านมาห้าหกเดือนแล้ว
“ไม่มีอะไรที่เป็นที่สุด” เจ้าของดวงตาคมกริบและเกรี้ยวกราดอย่างคิลล์ เอ่ยออกมาเสียงเย็น เป็นจังหวะที่บนเวทีมีสปอร์ตไลท์ส่องไปยังร่างบางของหญิงสาวคนหนึ่งกลางเวที
พรึบ!
กลางเวทีมีร่างบอบบางของหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่กลางฟลอร์ มีเพียงแสงไฟสปอร์ตไลท์ที่ฉายมาตรงกลางเท่านั้น ที่ทำให้ผู้ชมทั้งหลายเห็นว่าเธอยืนหันหลัง จนกระทั่งแสงสุดท้ายดับลง
เมื่อไฟดับลงเสียงดนตรีที่มีเสน่ห์ ลึกลับ และเซ็กซี่ของตัวแม่ฝั่งอเมริกาก็ดังขึ้นมาอย่างเป็นจังหวะ พร้อมกับไฟที่มืดมิดค่อย ๆ สว่างขึ้นจนกระทั่งเห็นร่างบางบนเวที เธอหันมาเผชิญหน้ากับเหล่าผู้ชม และค่อย ๆ เลื้อยตัวลงต่ำ ก่อนจะหมุนตัวหันข้างเก็บขาอย่างมีจังหวะไม่เปิดเผย แต่ก็ไว้ซึ่งท่วงท่าอันเย้ายวน
ดาน่าก้มหมวกคาวบอยลงจนเห็นเพียงริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงระเรื่อน่าจุมพิต ก่อนจะเหยียดยิ้มให้อินเนอร์ไหลไปตามจังหวะเพลง แน่นอนว่าเธอไม่ใช่คนที่เต้นเก่งที่สุดแบบริน ไม่ได้มีหุ่นยาวสูงเพรียวและเซ็กซี่จนน่าใจหายแบบเรเน่
แต่เธอคือ ดาน่า ที่ไม่ใช่มีเพียงหน้าตาแต่ยังมีสมองและสกิลการเอาตัวรอด เธอเติบโตมากับการเต้น cover ตั้งแต่เด็กจนกระทั่งได้ลงเรียนเป็นกิจลักษณะ และเธอมั่นใจว่าวันนี้ทุกอย่างมันจะต้องดีเยี่ยม ไม่ใช่โชคช่วยแต่เพราะทุกอย่างคิดไว้แล้วตั้งแต่การแต่งตัวในวันนี้
เรือนร่างบอบบางท่อนบนสวมบิกินีลายเสือดาวสุดเซ็กซี่และสวมทับด้วยซีทรูสีดำอีกชั้น ลำคอระหงมีสร้อยเงินยาวลงมาจนถึงเนินอกจนคนมองรู้สึกวาบหวาม เอวบางคอดกิวที่โอบรอบด้วยแขนข้างเดียวเมื่อขยับไปตามจังหวะก็ชวนให้เย้ายวนใจ
ท่อนล่างเป็นกระโปรงยีนสั้นเอวต่ำแมทช์กับเข็มขัดวินเทจหนังสีน้ำตาล และรองเท้าบูทสีเดียวกันยาวจนถึงเกือบถึงชายกระโปรง ทุกอย่างที่ร่วมอยู่บนร่างกลับมีเสน่ห์เหมือนเพลงไม่มีผิด เธอตั้งใจลงทำการแสดงต่อท้ายเรเน่เอง เพราะอยากดูว่าอีกฝ่ายจะมีความสามารถมากขนาดไหน
เทียบกับยัยรินน่ารำคาญรายนั้นยังเต้นดีกว่า แต่ก็เน้นฉีกขามากจนเกินไปมันขาดเสน่ห์ ส่วนเจ้าถิ่นอย่างเรเน่ก็เอาแต่โชว์เซ็กซี่จนเธอเองยังคิดว่ามัน น่าเบื่อ
ทุกสรรพสิ่งเงียบสนิทเมื่อหญิงสาวบนเวทีที่ทุกคนต่างสบประมาทในใจว่าคงจะไม่ได้เรื่อง ทำการแสดงได้อย่างมีเสน่ห์มาก ๆ จังหวะของเธอราวกับผีเสื้อกระพือปีกโอนอ่อน นุ่มนวล แต่เมื่อถึงช่วงบีทหนักกลับเต้นได้อย่างแข็งแรง ทั่วทั้งร่างลื่นไหลไร้ที่ติ แม้จะไม่เห็นใบหน้าแค่เพียงริมฝีปากวับ ๆ แวม ๆ ก็ทำเอาหัวใจของผู้ชม เต้นโครมครามจนไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเสียแล้ว
ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ เพลงที่มีการผสมผสานดนตรีไว้หลากหลาย เธอก็ยังสามารถแสดงอินเนอร์ออกมาได้เข้ากับเพลงมากแข็งกร้าว เซ็กซี่ ลึกลับ และน่าค้นหา ไม่ว่าใครก็ไม่อาจละสายตาไปจากร่างบางบนฟลอร์ได้เลย
แม้แต่โต๊ะของหนุ่มสุดฮอตอย่างอาเซีย ที่ส่งเสียงเชียร์เพียงเรเน่ยังอ้าปากค้างนั่งไม่ติดที เห็นแค่เสี้ยวหน้าด้านข้างของหญิงสาว หัวใจก็เหมือนถูกควักออกไป
“หุ่นโคตรดี” อาเซียมองตาค้าง
“จริงเฮีย มองจากตรงนี้นมไม่ได้ทำแน่นอน”
“มึงยังอุตส่าห์สังเกตนมเขาอีกนะ ไอ้เด็กนี่” ได้ยินรุ่นน้องเอ่ยออกมาอย่างหยาบคายอาเซียก็หันมาจะตบกระบาล แต่เหมือนจะไม่ทันเพราะเพื่อนตบให้แล้ว
“โอ๊ย เฮียคิลล์ตบทำไหมวะ”
“แหกปากอยู่ได้รำคาญ”
“โธ่เอ๊ย ก็น้องเขาสวยเซ็กเอ็กซ์แตกนี่นา ว่าแล้วก็ไปซื้อกุหลาบดีกว่า” บ่นรุ่นพี่อย่างคิลล์เสร็จก็ทำท่าระริกระรี้ก่อนจะออกไปซื้อดอกไม้อย่างที่เอ่ยปากไป
“เผื่อกูด้วย เดี๋ยวโอนคืน” อาเซียเองนึกขึ้นได้จึงตะโกนบอกทีน
คิลล์ทำสีหน้าบึ้งตึงไม่สบอารมณ์ เขาอยากกินเหล้าชิล ๆ บรรยากาศเบา ๆ ไม่ใช่มาฟังพวกหื่นกามมองผู้หญิงตาเป็นมันแบบนี้ คิลล์จึงไม่แม้แต่จะมองไปบนเวที
ยิ่งช่วงที่เรเน่ขึ้นเขาแทบจะเพ่งสายตาจ้องมองแต่เกมในโทรศัพท์เพราะรำคาญที่โดนหล่อนส่งสายตาให้ แม้แต่อาเซียยังเอาแต่แซวจนเขาอยากจะเอารองเท้ายัดปากเน่า ๆ ของมัน
เรื่องที่ผ่านมาก็คือที่ผ่านมา เขาไม่สนใจเรเน่ก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่ง แต่เริ่มจะรำคาญอาเซียจริง ๆ แล้ว เพราะผู้เข้าประกวดคนล่าสุดทำให้มันคลุมคลั่งเหมือนกอลิล่าไม่มีผิด สวยอย่างนั้น ตะลึงอย่างนี้ เดี๋ยวพร้อมเพย์ พร้อมเปย์ยังจะหอบดอกไม้ไปโหวต
แม้จะยังเสพสุขกับการดูโชว์ตรงหน้า แต่สุดท้ายก็มาถึงช่วงเวลาที่เธอจะต้องอำลาจากเวที ดาน่าหมุนตัววาดแขนออกไปและเลื้อยลงมาตามจังหวะ
จนเกือบจะถึงพื้นก็หันหน้าไปด้านข้างเข่าชิดติดพื้นส่วนอีกข้างชันขึ้น จนกระทั่งเสียงเพลงใกล้จะจบมือบางจึงขยับหมวก ขึ้น และหันหน้ามามองทางผู้ก่อนจะยกยิ้มบาง ๆ
“เชี่ย !” อาเซียถึงกับโพลงเสียงดัง ดวงตาแสนเจ้าเล่ห์เบิกกว้าง
“คนนั้นสวยเกินไปป่าววะ เด็กมอเราไหม แรร์ไอเทมแบบนี้ทำไมกูถึงไม่เคยเห็นเลย นี่พลาดได้ไง” อาเซียเลิ่กลั่กทั้งยังพึมพำไม่หยุด แม้ตอนแสดงจะไม่เห็นใบหน้าชัด แต่จากหุ่น สรีระ เสี้ยวหน้าด้านข้างก็ฟันธงได้ว่าต้องสวยและดูดีมาก แต่นี่เกินคาดนะ
“ใครก็สวยหมดแหละในสายตามึง” คิลล์เอ่ยอย่างติดรำคาญ แต่ไม่สามารถหยุดยั้งอาเซียได้ เมื่ออีกฝ่ายกระทุ้งศอกใส่ไม่หยุด
“มึงแหกตาดูก่อนคิลล์ นี่ทีเด็ด”
“รำคาญจะอะไรนักหนา” ท่าทางอยู่ไม่สุขของอาเซีย ทำให้คิลล์หงุดหงิดเป็นอย่างมาก จึงยกแก้วน้ำสีอำพันขึ้นมากระดกพลางเหลือบหางตามองไปทางเวที ที่เพื่อนสนิทกำลังว้าวุ่นใจเพราะผู้หญิง
ดวงตากลมโตสีน้ำตาลมีเสน่ห์ชวนให้หลงใหลทำให้เขาเผลอชะงักไปชั่วขณะ เธอมีใบหน้าเรียวจมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากอวบอิ่มน่าบดขยี้ เพียงเสี้ยวหน้าที่เปิดเปลือยก็แทบกระชากลมหายใจผู้คน
ไม่ต้องคิดไปถึงจังหวะที่เธอกำลังถอดหมวกและขว้างมันลงมายังด้านข้างเวทีเลย ผู้คนโดยรอบเงียบกริบมาตั้งแต่ตอนเธอทำการแสดง จนกระทั่งหมวกลอยอยู่กลางอากาศ ทุกคนจึงได้สติและยื้อแย่งกัน นั่นทำให้หญิงสาวลุกขึ้นยืนและเดินลงจากเวทีไปเสียดื้อ ๆ
“เป็นไง บอกแล้วโคตรสวย” อาเซียเห็นท่าทางอย่างนั้นของคิลล์ก็หัวเราะในลำคอ ก่อนจะกระทุ้งศอกใส่สีข้างเพื่อน
“สวย? ก็แค่อยู่บนเวทียังไม่ทันเห็นกับตาเนื้อเลย” คิลล์ยักไหล่
“แต่กูเห็นมึงมองเขาตาค้าง” ไคลล์ที่อยู่ไม่ไกลเอ่ยแย้งขึ้นมาพลางยกมุมปากขึ้น แม้จะมัวแต่สนใจบนเวทีแต่ก็ไม่ลืมจะสังเกตน้องชายฝาแฝด
“นั่นไง!” ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีแดงดีดนิ้วดังเปราะ คิลล์ทำหน้าเบื่อหน่ายก่อนจะกระดกแอลกอฮอล์รสร้อนแรงลงไป พลางจ้องหน้าอาเซียอย่างเอาเรื่อง
“ตาก็ตากู จะมองใครมันก็เรื่องของกู ไม่เสือก”
“โอ้ว มิติใหม่ของเพื่อนคิลล์วะ ยอมรับว่ามองดี ๆ ก็จบ”
“มันก็มองจริง” ไคลล์เอ่ยเสริมก่อนจะยกยิ้มอย่างเหนือกว่า
ท่าทางเข้าขากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยของทั้งคู่ทำให้คิลล์เบะปาก ไม่มองก็เหี้ยละดูอาเซียระริกระรี้พูดพล่ามไม่หยุด เขาเลยจำเป็นจะต้องมองให้มันจบ ๆ
“เออแล้วยัยมีล่าเป็นยังไงบ้าง?” เหมือนไอซ์จะฉุกคิดขึ้นมาได้จึงเอ่ยปากถามถึงเพื่อนสนิทของดาน่า เธอจึงเล่าให้ฟังเพราะให้เพื่อนรออยู่ที่อู่ไม่อยากให้ต้องมาเสี่ยงอันตรายที่นี่“นี่กูสงสัยมาก ทำไมพวกมึงเล่นของสูงจังวะ” เธอหลอกตาทันที เพราะรู้สึกว่าไอซ์มันไร้สาระ จึงหันไปมองการแข่งขันตรงหน้าเสียงกรีดร้องดังสนั่น เมื่อคิลล์แฉลบเกือบหลุดโค้ง“เฮ้ย!”“คิลล์!” พวกเราเองก๊อกสั่นขวัญแขวน เพราะตอนนี้รอบที่เก้าแล้วนั่นยิ่งทำให้ก้อนเนื้อในอกของเธอเต้นกระหน่ำ คิลล์จะยื้อได้นานแค่ไหนกัน สภาพของเขามันไม่พร้อมเลยจริง ๆ แต่เธอมั่นใจคนที่หัวใจแกร่งอย่างเขาต้องทำได้ ดาน่าจ้องมองอย่างไม่วางตา คิลล์เหยียดยิ้มร้ายเมื่อหลุดจากโค้งสุดท้ายมาแล้ว และรถของพวกเขากำลังทะยานเข้าสู่รอบที่สิบ ที่นี่มีโค้งทั้งหมดแปดโค้งและแต่ละโค้งก็ค่อนข้างยากเพราะมันแคบ ทุกคนอาจจะหมดสนุกที่เขาไม่ยอมแซง แต่เมื่อเห็นว่าเขาเริ่มก่อกวนพายุอย่างดุดัน นั่นแหละรอบสนามถึงมีแรงเชียร์อีกครั้ง“อยากท้าทายกูมึงต้องรับความเสี่ยง” เขาไม่สนว่าเท้าที่กำลังเหยียบคันเร่งอยู่ในตอนนี้จะเป็นอย่างไร เหมือนเป็
สการ์เองก็ไม่ต้องการยื้อเวลานาน นัยน์ตาเจ้าเล่ห์จ้องคิลล์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ“เดิมพันวันนี้ง่าย ๆ เห็นแก่ที่มึงยังเจ็บอยู่แค่สิบรอบระหว่างมึงกับไอ้พายุ ถ้าชนะก็เอาเพื่อนมึงไป แต่ถ้าแพ้กูขอแค่ยัยนั่นคนเดียว” ดวงตาคมกริบของคิลล์เข้มขึ้น ก่อนจะขยับมือที่ถือไม้เบสบอลขึ้นชิดปลายคางของสการ์ ในอกรู้สึกร้อนรุ่มจนยากจะระงับนี่สินะความรู้สึกเมื่อคนที่รักถูกดึงเข้ามาในเกมของศัตรู เขาไม่มีวันยอมและต้องการให้มันจำใส่สมอง ว่าผู้หญิงของเขาไม่ใช่สิ่งของ“กูไม่ให้ใครทั้งนั้น” สการ์แค่นเสียงขึ้นจมูกก่อนจะปรายตาไปมองลูกน้อง ที่กำลังหิ้วปีกอาเซียออกมา สภาพของมันค่อนข้างเละโดยเฉพาะใบหน้า เหมือนสการ์ต้องการเหยียบย่ำหน้าหล่อ ๆ นั้น“นายนี่มันทุเรศจริง ๆ หน้าตาแย่แล้วยังทำตัวแย่อีก” ดาน่าฉุนกึกแต่มีหรือสการ์จะสน ยังไงวันนี้คิลล์ก็ไม่รอด“หึ ตามนี้นะคิลล์” ยิ่งเห็นเจ้าของชื่อโกรธจนแทบคลั่ง สการ์ยิ่งมีความสุขจึงแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย ก่อนจะหน้าซีดเมื่อคิลล์โน้มใบหน้าลงมาพลางเอ่ยเสียงเข้ม“ถ้ามึงแพ้ ร้านของมึงเละแน่”“นี่มึง!” สการ์โมโหจนแทบกระอักเลือด“จำไว้คนที่ต้องเสียคือมึงไม่ใช่กู ถ้ามึงชนะ
“ทำไม!” คิลล์เอ่ยเสียงเข้ม นัยน์ตาราวกับมีไฟลุกโชน ดาน่าหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะนั่งลงบนฝากระโปรงหน้า ก่อนจะดึงคิลล์เข้ามาใกล้แล้วใช้ขาทั้งสองข้างหนีบขาเขาไว้อีกที พลางช้อนสายตาขึ้นมองอย่างเจ้าเล่ห์“พี่รอดูได้เลย แต่ตอนนี้ห้ามงอนนะเข้าใจไหม” เธอเอ่ยอย่างรู้ทัน เขาน่ะพวกปากไม่ตรงกับใจสุด ๆ บอกไม่เคยงอนมันไร้สาระแต่หน้างี้ตึงยิ่งกว่าฉีดโบท็อกมาอีก“ใครเขาจะงอน” คิลล์ทำเสียงขึ้นจมูก พลางเหลือบตามองไปทางอื่น นั่นทำให้ดาน่าหัวเราะคิกคักก่อนจะยกแขนขึ้นกอดเอวสอบไว้หลอม ๆ เมื่อเธอนั่งเขายืนใบหน้าจึงแนบไปกับหน้าท้องแกร่ง“โอเคไม่งอนก็ไม่งอน แค่ไม่พอใจเท่านั้นถูกปะ?”“ยัยตัวดี เธอก็รู้ว่าฉันหวง” คิลล์ทำหน้าตึงก่อนจะยกมือขึ้นมาบีบแก้มของดาน่าอย่างมันเขี้ยว ไม่มีใครทำให้เขารู้สึกว้าวุ่นกลุ้มใจ และไม่เป็นทำอะไรเท่าเธอมาก่อน ดาน่ามีอิทธิพลต่อจิตใจมากจริง ๆ ยิ่งเราคบกันและได้เรียนรู้นิสัยใจคอกัน ก็พบว่ามันดีกว่าตอนอยู่คนเดียวเป็นไหน ๆ“น่าก็หวงพี่เหมือนกัน ถึงพี่จะไม่น่าหวงก็เถอะ” ดาน่าอมยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ เพราะคิลล์ไม่ได้ฮอตปรอทแตกเหมือนเพื่อน ๆ เขา แม้จะหล่อแต่แค่เห็นหน้าโหด ๆ คนก็กลัวหัวห
“ตัวจริงเสียงจริง แต่ไส้ในใครวะแม่งอย่างเอา” จีซัสทำหน้าสยองขึ้นมาทันที ทำไมคนมีความรักมักเปลี่ยนไปมากขนาดนี้กัน นี่มันไม่ใช่หน้ามือเป็นหลังมือแล้วนะ นี่หลังตีนเป็นหน้ามือเลยล่ะ“มึงก็ลองมีความรักบ้างสิจี” โชตะที่ยืนล้วงกระเป๋าเอ่ยปากทั้งที่เงียบมานาน เพราะไม่ถนัดคุยเรื่องราวความรัก“นั่นคือสิ่งสุดท้ายในชีวิตที่กูคิดจะทำ คือคิดสั้น” จีซัสเอ่ยเสียงเรียบ นั่นทำให้คนที่ยืนอยู่ด้านหลังอย่างไคลล์ขำพรืด“ไอ้คิลล์แม่งพูดงี้สรุปได้เมียก่อนเพื่อน”“ก็พี่มันไม่มีน้ำยาด้วยแหละ” ไคลล์หุบยิ้มทันที ก่อนจะตวัดสายตามองเซริมที่ยืนจับขอบประตูอย่างดุดัน“เฮ้ยงานหยาบแล้วไอ้ศึกมา” เพลิงกัลป์ที่กวาดสายตามองคนทั้งคู่อยู่ถึงกับแหกปากร้องลั่น ท่าทางลนลานสุดขีดก่อนจะชี้ไปยังหน้าประตูทางเข้าอู่เมื่อเห็นคนที่ทำหน้าเรียบเฉยเหมือนปลาตายคิ้วกระตุก และตรงรี่เข้าไปคู่รัก พวกเขาก็รีบวิ่งออกมาเพื่อห้ามทันที เอาเถอะถึงยังไงนำศึกก็รักดาน่าเหมือนน้อง ถึงจะไม่ค่อยแสดงออกแต่ไม่ใช่ว่าจะทนดูน้องสาวจูบได้ นำศึกกระชากร่างของดาน่าออกมาจากคิลล์ ก่อนจะดึงน้องสาวไปไว้ข้างหลัง พลางเอ่ยเสียงเข้มกับคิลล์“มึงจ
ดาน่าและคิลล์รีบลุกออกจากโซฟาทันที เมื่อเห็นมีล่าวิ่งเข้ามาด้วยท่าทางตื่นตระหนกและร้อนรน“เกิดอะไรขึ้น”“น่าคะคือ..แฮก ๆ” มีล่าจับขอบประตูแน่น ทั้งพยายามจะเอ่ยและหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอด ดาน่าเห็นอย่างนั้นก็เข้าไปพยุงแล้วตบหลังของเพื่อนสนิทเบา ๆ“แกใจเย็น ๆ มานั่งก่อนค่อยพูด” เธอรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี จึงเงยหน้าสบตากับคิลล์ ซึ่งเขาเองก็กอดอกด้วยสีหน้าครุ่นคิดเช่นกัน“น่าฉันไหว แต่คนที่ไม่ไหวน่าจะเป็นเขามากกว่า”“ใคร?”“พี่อาเซีย” เธอหันไปมองหน้าคิลล์แทบจะในทันทีที่เพื่อนเอ่ยปาก หมายความว่ายังไงกัน“อาเซียทำไม” คิลล์เองก็ตกใจเหมือนกัน ก่อนจะเอ่ยปากถามเพื่อนของดาน่า แม้จะสงสัยว่าทั้งคู่ทำไมถึงรู้จักกันได้แต่ไม่อยากซักไซ้ถามอะไรในตอนนี้“คือพี่อาเซียโดนทำร้ายค่ะ…ฮึก” มีล่าเอ่ยเล่าไปเสียงก็สั่นเครือไปด้วยจนดาน่าต้องเข้าไปปลอบ เมื่อเห็นดวงตาของเพื่อนสั่นระริก มือไม้เย็นเฉียบทำอะไรไม่ถูก เธอจึงหันไปมองคิลล์อย่างปลงตกเพราะเข้าใจความร้อนใจที่เพื่อนถูกทำร้าย“ฉันจะไปตามพวกนั้น” คิลล์เอ่ยเสียงเข้ม ไม่อยากระเบิดอารมณ์ใส่เพื่อนของดาน่าก่อนจะหันหลังเดินจากไป“มีล่าใจเย็น ๆ ฉันรู้แกห่วงพี่เขาแต่ยังไงก
มีคนติดตามในบัญชีโซเชียลมากมาย เพราะพยายามจะขายว่าตัวเองเทสดีลูกคุณหนู แต่ที่จริงเป็นเด็กเสี่ย และยังแอบคบกับออสตินดีเจหนุ่มของ scarface อีกด้วย เมื่ออ่านจบเธอก็แค่นเสียงขึ้นจมูกก่อนจะปรายตามองคนข้างกาย“นี่ใช่ไหมที่ยัยนั้นพยายามจะจับนายให้มั่น คงคิดว่าจะสละเรือเก่าที่ค่อนข้างแก่ เพื่อมาเอาเรือใหม่ที่ทั้งหนุ่มกว่าและรวยกว่า”คิลล์ได้ยินน้ำเสียงของดาน่าก็หัวเราะเบา ๆ พลางยกขาขึ้นมาไขว่ห้าง และพาดแขนกับโซฟา“ก็อาจจะ”“หึ ท่าทางนายชอบน่าดูนะ” ดาน่าหันขวับทันที ก่อนจะยกยิ้มจนตาหยี นั่นทำให้คิลล์รู้สึกเสียวสันหลังแปลก ๆ เขาแค่คิดถูกที่ตัวเองหล่อและรวยต่างหากเล่า ไม่ได้ชอบอะไรอย่างนั้น“เธอ”“อะไร!” ยังมีน่ามาเรียกเธอด้วยน้ำเสียงแปลกใจอีก คนยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่ด้วย ตั้งแต่เกิดมาเธอคุยกับผู้ชายมาเยอะมากแต่ก็นั่นแหละไม่เห็นจะชอบหรือมีอารมณ์มาหึงเลย จนกระทั่งเรื่องนี้ เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าตัวเองงี่เง่า“ทำเสียงแข็งทำไมเนี่ย ฉันแค่จะบอกว่าไม่ได้ชอบอะไรแบบนั้น” คิลล์เอาขาลงดี ๆ ก่อนจะดึงตัวเธอเข้ามาหาเขา จนร่างของเราแทบจะแนบชิดเข้าด้วยกัน กลิ่นหอมเย็นจากเรือนกายทำให้เธอเผลอสูดดมเล็กน้อย เมื่อไ







