Mag-log inนาฬิกาบนผนังบอกเวลาตี 1 บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัดมีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานต่อเนื่อง
ฮึด..ไม่นะ ..ไม่!ม๊ายยย!!!.." ซาร่าฝันถึงเหตุการณ์เมื่อ 20 ปีก่อน เธออายุได้แค่ 9 ขวบ พ่อโดนรถชนและจากไปทิ้งไว้ให้เธออยู่กับแม่เพียงลำพัง เสียงครางครืดปนสะอื้นเบาๆ ดังขึ้นจากเตียงของเขาที่มีร่างของซาร่า นอนอยู่ ดังขึ้น ซาร่าขยับร่างกายกระสับกระส่ายใบหน้าหวานเหยเกย ด้วยความทรมานจากฝันร้ายหรืออาการละเมอเพาะพิษไข้ คารัส ที่นั่งเฝ้าอยู่ขอบเตียงไม่ยอมหลับยอมนอนรีบขยับเข้าไปหาทันที เขาเอื้อมมือไปกุมมือเรียวบางที่ชุ่มเหงื่อเอาไว้แน่นเพื่อเรียกสติเธอก่อนจะใช้ฝ่ามืออีกข้างแตะหน้าผากบนอย่างแผ่วเบาเพื่อตรวจวัดอุณหภูมิ "ตัวยังร้อนจี๋อยู่เลย" เขาพึมพำด้วยความกังวล คารัส ไม่รอช้ารีบก้าวเท้าอย่างรวดเร็วไปหยิบกะละมังใส่น้ำอุ่นและผ้าขนหนูผืนเล็กที่เตรียมไว้ล่วงหน้าเขาบิดผ้าจนหมาด แล้วเริ่มซับลงบนฝ่ามือเล็กๆเบาๆก่อนจะลากผ่านข้อมือเรียวยาว และเคลื่อนขึ้นมาที่ลำคอระหงอย่างทะนุถนอม เขากดซักผ้าอุ่นทีละจุดทั่วร่างกายของเธออย่างใจเย็นเพื่อระบายความร้อนหวังให้พิษไข้ในกายของเธอทุเลาลง แม้ว่าห้องพักแพทย์จะอยู่ใกล้เพียงไม่กี่ก้าว แต่เรื่องละเอียดอ่อนอย่างเช็ดตัวลดให้เธอ 'เขาจะเป็นคนจัดการมันเอง' เมื่อไอความร้อนเริ่มระบายออกไปใบ หน้าของเธอก็เริ่มผ่อนคลายลงลมหายใจกลับมาเป็นปกติ ราคัส กุมมือของซาร่า.ไว้แน่นอีกครั้งทางกระซิบข้างหูเบาๆ "ไม่ต้องกลัวนะฉันอยู่ตรงนี้" คำปลอบโยนนั้นราวกลับมีมนต์ขลัง คารัส รอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทั้งวันเริ่มจู่โจมจนเปลือกตาหนักอึ้งสุดท้ายเขาก็พลายฟุบหลับไปข้างๆเตียงโดยที่มือยังกุมมือเธอเอาไว้ไม่ยอมปล่อย ******* แสงแดดอ่อนๆของเช้าวันใหม่ ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้อง เขาขยับตัวตื่นขึ้นมาก่อนจะรีบเอามือแตะหน้าผากของคนป่วยเป็นสิ่งแรก ผิวเนื้อที่เคยร้อนจัดบัดนี้เย็นลงจนเป็นปกติแล้วความกังวลทั้งหมดที่มีมาตลอดทั้งคืนมาลัยหายไปสภาพไข้ที่ลดลงในเช้าวันนี้ทำให้เขายิ้มบางๆที่มุมปากออกมาในที่สุด หลังจากฝ่ามือหนาขยับมาแตะวัดอุณหภูมิที่หน้าผากมลเป็นจังหวะพอดีที่เปลือกตาบางค่อยๆ ขยับลืมขึ้นภาพและที่ปรากฏในสายตาคือใบหน้าคมคายที่แสดงถึงความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด แต่แค่แว๊บเดียวเท่านั้น ที่เธอได้เห็นสายตาอ่อนโยนของเขา เขาเอามืออุ่นๆออกจากหน้าผากของเธอ "เฝ้าฉันทั้งคืนเลยหรอ" ซาร่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบแห้งและแผ่วเบาเพราะผิดไข้ประโยคที่ส่งออกไปทำให้คนฟังถึงกับหัวใจกระตุก" "ถ้าบอกว่าไม่ใช่ก็คงไม่ได้ ยังไงก็เป็นหน้าที่ของฉัน แต่เธอไม่ต้องกังวลไปหรอก ถ้าวันนี้เธอหายดีแล้วก็กลับไปพักห้องของเธอได้เลย" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น มาอย่างไม่คิดในคำตอบ ใบหน้าที่เคยซีดเซียวจากการป่วยบัดนี้ แปลเปลี่ยนเป็นสีหน้าดื้อรั้นที่พยายามปกปิดความเจ็บปวด ไม่ใช่เพราะร่างกายฟื้นตัวจากอาการไข้ แต่เป็นเพราะความผิดหวังที่แล่นขึ้นมาจุดที่ลำคอเธอเช็ดหน้าขึ้นเล็กน้อยพยายามปรับสีหน้าให้เรียบตึงและเย็นชาที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อไม่ให้เขาเห็นรอยร้าวในใจ "อืม ฉันเข้าใจ ไม่รบกวนนายแล้ว ฉันจะกลับห้องเลยตอนนี้" เธอตอบกลับเสียงเรียบทว่าสั่นพร่าเล็กน้อยมือบางกำผ้าห่มแน่นจนนิ้วซีดขาว ซาร่าไม่รอช้าเธอประชดความรู้สึกด้วยการรีบตวัดผ้าห่มแล้วยันกายลุกขึ้น จากเตียงอยากรวดเร็วเกินไปร่างกายที่ยังไม่ฟื้นตัวดีประท้วงทันทีทัศนียภาพรอบตัวของเธอหมุนเคว้งภาพตรงหน้าดับวูบจนร่างเอนเอียงเกือบจะล้มกระแทกพื้น "ระวัง" คารัส ร้องเสียงหลงสัญชาตญาณไวกว่าความคิดเขาถลาเข้าไปคว้าเอวบางไว้ทันท่วงทีแรงเหวี่ยงทำให้ร่างเธอเข้าปะทะกับแผงอกกว้างอบอุ่นของเขาอย่างจังทำเอาบรรยากาศความเงียบเข้าปกคลุมห้องมีเพียงเสียงหัวใจของทั้งคู่ที่เต้นรัวเร็ว. "ยังไม่หายดีเธอจะรีบลุกไปไหน" เขากระซิบข้างหูเธอ ด้วยน้ำเสียงที่เบามากแทบไม่ได้ยิน เสียงนั้นของเขาทำให้เธอได้สติทันที เธอรีบเบือนหน้าหนีเขาไปอีกทาง "รีบวางฉันลงสักที ฉันจะได้พักผ่อนต่อ จะได้รีบๆหาย" เธอเม้มปากพูดขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย ถึงแม้ในใจจะยังเต้นตึกๆตับๆอยู่ก็ตาม ----------- ช่วงก่อนฟ้าสว่าง หมอคงพิราบ ได้เข้ามาเช็คอาการของเธอเรียบร้อยแล้ว ก่อนขอตัวกลับโรงพยาบาลเพราะมีเคสเร่งด่วนพิเศษจำเป็นต้องไป สิ้นคำพูด หมอคงพิราบหันหลังเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว เพื่อทำหน้าที่แพทย์ของเขาถึงแม้จะเป็นแพทย์ประจำตระกูลด้วยก็เถอะ เช้านี้ป้าอุ่นยกข้าวต้มขึ้นมาให้เธอ "กลับมาแล้วหรอคะป้าอุ่น" ซาร่าเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงดีใจ "ค่ะ ก็คุณคารัส ส่งคนไปรับเลยได้มาถึงก่อน 1 วันนะคะ" ป้าอุ่นตอบแล้วส่งยิ้มกลับมาให้เธอ พูดต่ออีกว่า "กินตอนร้อนๆจะได้สบายท้องนะคะ" ซาร่าพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้ม กลิ่นหอมฉุยของข้าวต้มร้อนๆ ทำให้ท้องของเธอร้องประท้วงขึ้นมาทันที เธอขยับตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียง ป้าอุ่นเห็นดังนั้นจึงรีบเข้ามาช่วยประคองพร้อมกับวางถาดอาหารลงบนโต๊ะข้างเตียงอย่างเบามือ "คุณคารัสเขากำชับป้าไว้ด้วยนะคะว่าให้ดูคุณซาร่าทานให้หมดถ้วย" ป้าอุ่นพูดด้วยน้ำเสียงเอ็นดู "เขาเป็นห่วงคุณมากเลยนะคะ พอรู้ว่าคุณล้มป่วยก็รีบจัดการเรื่องคนไปรับป้ากลับมาทันที" คำพูดของป้าอุ่นทำให้หัวใจของซาร่าพองโตและอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด ความรู้สึกเหนื่อยล้าก่อนหน้านี้เริ่มมลายหายไป เหลือทิ้งไว้เพียงความรู้สึกขอบคุณในความใส่ใจของเขา "คุณคารัสเขาไปไหนแล้วเหรอคะป้าอุ่น" ซาร่าเอ่ยถามพุ่มชามข้าวต้ม สายตามองหาใครบางคนที่เมื่อกี้ยังยืมทำหน้าตึงอยู่ตรงนี้ "คุณคารัสมีประชุมด่วนที่บริษัทต้องออกไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ แต่เห็นบอกว่าตอนเย็นจะรีบกลับมาทานอาหารเย็นด้วย" ป้าอุ่นตอบพล้างยิ้มอย่างรู้ทัน "เอาล่ะค่ะ รีบทานตอนยังร้อนๆ เถอะนะคะ จะได้ทานยาแล้วพักผ่อนต่อ" ซาร่าตักข้าวต้มเข้าปาก รสชาติกลมกล่อมและอบอุ่นวิ่งผ่านลำคอลงไปถึงท้อง ไม่เพียงแค่อาหารที่ช่วยเติมพลัง แต่ความเอื้ออาทรของคนรอบข้างก็ทำให้เธอรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมากในเช้าวันนี้ ◌ึ******* และแล้ว... วันที่แสนพิเศษที่สุดในชีวิตของซาร่าก็มาถึง กำหนดวันแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ วันนี้เธอพร้อมแล้วที่จะเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดและมีความสุขที่สุดในโลก เคียงคู่กับสามีผู้เคยเย็นชาที่สุด แต่บัดนี้กลับกลายเป็นคนที่อบอุ่นและคลั่งรักเธอที่สุดในชีวิต หัวใจดวงน้อยเต็มไปด้วยความรักอันหนักแน่น... รักที่เธอมีให้เขาเพียงคนเดียวเท่านั้น และจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป เช้าวันงาน ซาร่าไม่ได้เดินทางไปแต่งตัวที่สตูดิโอแต่งงานหรือห้องชุดในโรงแรมหรูหราที่ไหน แต่กลับได้แต่งหน้าทำผมอยู่ภายในห้องนอนกว้างขวางของคฤหาสน์แทน แม้จะแอบแปลกใจกับความลับและขั้นตอนอันแปลกประหลาดที่สามีจัดเตรียมไว้ แต่เธอก็ยอมทำตามด้วยความเต็มใจ ทีมช่างแต่งหน้าและช่างทำผมระดับประเทศบรรจงเนรมิตความงามให้อย่างพิถีพิถัน ใบหน้าหวานถูกแต่งแต้มด้วยโทนสีนวลละมุน งดงามโดดเด่นสมฐานะ *เจ้าสาวของมาเฟียและเจ้าพ่ออันดับหนึ่งของประเทศ* ชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ตัดเย็บจากผ้าลูกไม้ฝรั่งเศสสุดเรียบหรู ออกแบบให้เว้าเปิดเผยไหล่เนียนสวยและร่องอกอวบอิ่มเล็กน้อยอย่าง
เมื่อความลับถูกเปิดเผยจนหมดเปลือก และแผนการเซอร์ไพรส์ไม่จำเป็นต้องเป็นความลับอีกต่อไป บรรยากาศอึมครึมระหว่างทั้งคู่ก็ละลายหายไปในทันที เหลือไว้เพียงความหวานอบอวลและประกายเพชรวาววับที่ส่องสว่างอยู่ตรงหน้า คารัสยิ้มออกมาอย่างผ่อนคลายและไร้ซึ่งความกังวล เขานำกล่องกำมะหยี่สีแดงส่งให้เธอได้มองดูใกล้ๆ ชัดๆ ด้วยตาตนเอง "ในเมื่อไม่เป็นความลับแล้ว... งั้นฉันก็ไม่ต้องแอบๆ ซ่อนๆ ไปเจอดีไซเนอร์ หรือคอยหลบๆ ซ่อนๆ คุยโทรศัพท์อีกต่อไปแล้วสินะ" คารัสเอ่ยเย้าเสียงนุ่ม นัยน์ตาคู่คมฉายแววเจ้าเล่ห์และคลั่งรัก "หลังจากนี้ ถ้าจะเลือกชุดแต่งงาน เลือกธีมงาน หรือปรับไซส์แหวน เธอก็ต้องไปกับฉันด้วยตัวเองทั้งหมด ห้ามหนีไปไหนอีกเด็ดขาด" ซาร่ามองแหวนเพชรสวยหรูตระการตาตรงหน้าด้วยหัวใจที่พองโต ความรู้สึกผิดที่เคยเข้าใจเขาผิดผสานเข้ากับความหวานซาบซึ้งจนแก้มเนียนร้อนผ่าวและเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ เธอหลุบสายตาลงต่ำ อ้อมแอ้มตอบกลับไปแก้เขิน "ใคร... ใครบอกว่าจะยอมไปกับคุณกัน" "ไม่ไปไม่ได้แล้วครับ" คารัสคุกเข่าลงข้างเตียงอย่างนอบน้อม ค่อยๆ หยิบแหวนเพชรวงงามออกจากกล่
ขณะที่กำลังก้มๆ เงยๆ ช่วยแม่จัดเก็บของกระจุกกระจิกภายในบ้านเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากความเจ็บปวดในใจ ซาร่าก็พลันรู้สึกหน้ามืด เวียนหัววูบขึ้นมาจนต้องรีบเอามือยันขอบโต๊ะไว้ ร่างบางคล้ายจะทรงตัวไม่อยู่ ก่อนที่ความรู้สึกคลื่นไส้อย่างรุนแรงจะตีขึ้นมาจากช่องท้องจนเธอต้องรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำทันที "อุ๊บ... อ้วก!" ซาร่าโก่งคอโก้งโค้งอาเจียนออกมา แต่กลับมีเพียงน้ำย่อยและลมเท่านั้นที่ออกมาจากลำคอ ใบหน้าหวานซีดเผือด เหงื่อเม็ดเล็กๆ ซึมตามไรผม ร่างกายรู้สึกหมดแรงอย่างประหลาด เมื่อความเวียนหัวเริ่มทุเลาลง ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัวจนหัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ... *'ไม่นะ... สภาพแบบนี้มัน...' * ซาร่ายกมือขึ้นกุมหน้าท้องตัวเองด้วยความตื่นตระหนก พลันนึกขึ้นได้ว่า ประจำเดือนของเธอขาดหายไปร่วมเดือนแล้ว! 'เป็นไปไม่ได้... เรา... เรามีอะไรกับคารัสแค่ครั้งเดียวเองนะ! ครั้งเดียว..เอ่อ...หรือสองครั้งในคืนนั้นที่ห้องน้ำและบนเตียง... ไม่จริงน่ะ!' ความสับสนและความกลัวถาโถมเข้าใส่จนซาร่าทำตัวไม่ถูก หากเธอท้องขึ้นมาจริงๆ ในช่วงเวลาที่เธอกำลังเข้าใจผิดและหนีเขามาแบบนี้ เธอจะทำอย่างไรต่อไป? "ซาร่า! เป็นอะ
การผ่าตัดแขนของแม่ซาร่าผ่านพ้นไปได้ด้วยดีอย่างราบรื่น คุณแม่ย้ายเข้าพักฟื้นในห้องพักพิเศษระดับ VIP ที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และในทุกๆ วันที่ซาร่าเดินทางมาเยี่ยมแม่ ร่างสูงใหญ่ของคารัสก็จะคอยก้าวตามหลังเคียงข้างเธอมาด้วยเสมออย่างไม่เคยขาด ซาร่าไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการนั่งนอนเฝ้าไข้จนเสียสุขภาพ เพราะคารัสได้จัดหาพยาบาลพิเศษคอยดูแลคุณแม่อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งคุณแม่เองก็รับรู้ได้ถึงความหวังดีนั้น เธอมักจะคอยบอกให้ซาร่ากลับไปทำงานและใช้เวลากับสามีให้เต็มที่ สำหรับผู้เป็นแม่... การได้เห็นลูกสาวมีความสุข ได้เห็นรอยยิ้มสดใสปรากฏบนใบหน้าที่เคยเศร้าหมอง และได้รู้ว่าลูกสาวได้อยู่กับผู้ชายที่รักเธอจากใจจริง แค่นี้ก็ทำให้คนเป็นแม่อิ่มเอมใจและมีความสุขที่สุดแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ภาพที่คารัสคอยคอยประคอง คอยดูแลเอาใจใส่ซาร่าอย่างทะนุถนอม ไม่เคยแสดงท่าทีเย่อหยิ่ง ถือตัว หรือหยิบยกเรื่องความแตกต่างทางฐานะเงินทองขึ้นมาข่มแม้แต่นิดเดียว ยิ่งทำให้แม่ของซาร่ามองลูกเขยคนนี้ด้วยความเอ็นดูและปลื้มปิติในหัวใจอย่างถึงที่สุด
นับตั้งแต่วันนั้น คารัสก็ย้ายข้าวของเข้ามานอนร่วมห้องกับเธออย่างสมบูรณ์แบบ ไร้ซึ่งกำแพงหรือสัญญาใดๆ กั้นกลางอีกต่อไป ภายในห้องน้ำกว้างขวาง ร่างบางของซาร่ากำลังนอนเอนกายแช่น้ำอุ่นละมุนอยู่ในอ่างจากุชชี่สุดหรู ฟองสบู่กลิ่นหอมอ่อนๆ ปกคลุมเรือนร่างโง้งเว้า ละอองไอน้ำลอยฟ่องสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย หลังจากที่ผ่านเรื่องราวเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน ตึก... ตึก... เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาในห้องน้ำอย่างถือสิทธิ์ ทำให้ซาร่าที่กำลังหลับตานิ่งชะงักกึก เธอรีบลืมตาและหันขวับไปมองทันที ดวงตากลมโตเบิ่งกว้างด้วยความตกใจ! ร่างสูงใหญ่ของคารัสก้าวเข้ามาในสภาพที่มีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวพันเกาะอยู่ที่เอวสอบ เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและมัดกล้ามสมบูรณ์แบบที่ยังมีหยดน้ำเกาะพราว เขาไม่ได้สนใจสายตาที่มองมาอย่างคัดค้านและลนลานของเธอเลยสักนิด เขาปลดผ้าขนหนูออกอย่างถือดี ก่อนจะก้าวลงมาในอ่างจากุชชี่บานใหญ่ลงมานั่งซ้อนหลังเธอทันที! "คารัส! ทำอะไรเนี่ย!" ซาร่าร้องอุทาน ละล่ำละลักพยายามจะขยับตัวหนี แต่กลับถูกอ้อมแขนแกร่งรวบเอวบางไว้แน่นจนแผ่นหลั
ขณะที่รถยนต์กำลังแล่นไปตามถนนอย่างราบรื่น ซาร่าที่กำลังนั่งจับมือกับคารัสอยู่ก็พลันชะงักกึกขึ้นมา ความทรงจำสำคัญเรื่องหนึ่งสะกิดใจเธออย่างจังจนดวงตากลมโตเบิ่งกว้างด้วยความตกใจ 'จริงสิ! ฉันลืมไปเสียสนิทเลย!' เพราะมรสุมเรื่องการถูก kidnapping(ลักพาตัว) และเรื่องของทิชาที่ถาโถมเข้ามาจนวุ่นวาย ทำให้เธอมัวแต่ตกอยู่ในฝันร้ายจนเกือบลืมเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิตไป นั่นคือเรื่อง แม่ของเธอ ที่มีกำหนดการเข้ารับการผ่าตัดแขนในอีก 2 วันข้างหน้านี้แล้ว! ความกังวลใจฉายชัดขึ้นบนใบหน้าหวาน ซาร่ากระชับมือหนาของคารัสแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว สีวันที่แปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วทำให้คารัสสังเกตเห็นได้ทันที "เป็นอะไรไปซาร่า? เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?" คารัสเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห่วงใยทันที ชายหนุ่มเอี้ยวตัวมามองเธอด้วยความตื่นตัว "คารัสคะ..." ซาร่าหันมามองเขาด้วยสายตาร้อนรุ่มและรู้สึกผิด "ฉัน... ฉันเกือบลืมไปเลย อีกสองวันแม่ของฉันต้องเข้ารับการผ่าตัดแขนแล้ว" คารัสมองท่าทางลนลานของภรรยาแล้วยิ้มบางๆ ออกมา แทนที่เขาจะตกใจหรือแสดงอาการเครียด เขากลับใช้นิ้วโป้งไล







