LOGINหลังจากวันนี้คุณหญิงก็เทียวมาช่วยขายทุกวันเป็นเวลาเกือบหนึ่งอาทิตย์แล้วท่าทางจากที่เก้ๆ กังๆ ก็ดูคล่องแคล่วขึ้น
@เที่ยงวันศุกร์
วันนี้กันต์พิมุกต์ติดประชุมกับทีมงานที่มาประชุมที่ห้องประชุมในโรงแรม เรื่องการเปิดบริษัทใหม่ โชคดีที่คนเก่าคนแก่ของคุณพ่อบุษยาเมื่อว่าที่ลูกเขยของเจ้านายเก่าติดต่อไปก็ลาออกจากบริษัทของอรรนพพ่อของนี่นาเพื่อมาช่วยลูกเขยของผู้มีพระคุณที่เคยร่วมสร้างโรงงานมาด้วยกันทันที
เมื่อตอนที่อรรนพเข้ามาซื้อกิจการไว้ ผู้จัดการโรงงานเองก็พอรู้ว่าแท้ที่จริงแล้วเขาต้องมาร่วมทุนแต่ไปๆ มาๆ กลับกลายเป็นแบบนี้ในทางกฎหมายที่ไม่สามารถเอาผิดได้ สัญญาปากเปล่าที่ไม่มีผลทางกฎหมาย คนเก่าแก่ที่จงรักภักดีกับพ่อของบุษยาจึงลาออกมาอยู่กับกันต์พิมุกต์ทันทีสร้างความไม่พอใจแค้นเคืองให้พ่อลูกสหพงศ์เป็นอย่างมาก
@ร้านกินข้าวกับบัว
บุษยาที่ยืนตักแกง ตอนนี้ก็ไม่มีหน้าที่ให้ยืนตรงนี้ เพราะโดนแย่งหน้าที่จนต้องไปนั่งเช็ดใบบัว ใบตอง เด็กผักแทน ไม่ว่าจะหยิบจับลุกเดินไปทางไหนก็อยู่ในสายตาของคุณหญิงกานดา จวบจนเมื่อลูกค้าเริ่มทยอยกลับใกล้เวลาปิดร้านแล้ว
"เมื่อไหร่คุณหญิงจะกลับกรุงเทพคะ? " เสียงหวานถามขึ้นเมื่อคุณหญิงหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ
"แล้วเมื่อไหร่หนูจะกลับล่ะ ท้องก็นับวันจะใหญ่ขึ้น นี่ก็ไม่ยอมไปฝากท้องสักที กลับกรุงเทพไปฝากท้องที่นู้น ร้านนี้ถ้าไม่ปิดก็ให้พวกนมเขาทำไป หรือจะไปด้วยกันหมดนี่เลยแม่ก็ไม่ติดขัด"
เสียงคุณหญิงกานดาจริงจัง พลางเช็ดเหงื่อที่ใบหน้า แก้มแดงจากความร้อนของอากาศ จากที่ไม่เคยอยู่ข้างนอกห้องแอร์นานก็กลายเป็นมาอยู่แบบนี้ แต่ดูเหมือนจะเริ่มชิน จนบุษยาอดถามไม่ได้ว่าจะอยู่แบบนี้ไปอีกนานไหม
"บัวอยู่ไหน ครอบครัวนมก็ต้องอยู่ด้วยค่ะเพราะเราเป็นครอบครัวเดียวกัน" เสียงหวานตอบหันไปมองสามคนตา ยาย หลานช่วยกันขนหม้อไปล้าง โดยมีเด็กรับใช้ของคุณหญิงช่วยอีกแรง
บุษยาเก็บเศษซากกิ่งใบกะเพรา เศษใบตองลงถุงมัดลุกเดินไปถังขยะที่อยู่มุมทิ้งขยะหน้าบ้าน
"แม่เอาไปทิ้งให้มา"
"ไม่เป็นไรค่ะ แค่นี้เองไม่ได้หนักอะไร"
บึ้น บึ้นๆ โครมมมมมมม! เสียงบิดรถมฮเตอร์ไซค์
"ว๊ายยยยย หนูบัวๆ เป็นอะไรไหม นี่ขับรถยังไงถึงพุ่งเข้ามาแบบนี้ถ้าชนลูกสะใภ้ฉันจะทำยังไง"
"ก็ไม่เป็นไรนี่นา ก็แค่ชนถังขยะ กูเมา ขอโทษก็แล้วกัน " เสียงคนเมากลิ่นเหล้าหึ่ง บิดรถจักรยานยนต์ออกไปจากจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว บึ้นนนนนนนนนน!
"นี่! จะหนีไปไหน ใครอยู่ข้างในมานี่หน่อยแจ้งตำรวจให้ที มันหนีไปนู้นแล้ว โอยยย"
เสียงดังโวยวายของคุณหญิงที่นอนกองอยู่กับพื้นดิน ที่มีร่างของคนตัวเล็กนอนทับทั้งตัว จนลุกขึ้นไม่ได้
"บัวไม่เป็นไรค่ะ บัวไม่เป็นไร คุณหญิงเจ็บไหมคะ" บุษยารีบลุกออกจากอ้อมกอดที่ถึงดึงออกมาได้ทันทีรถจะพุ่งชน จนพลาดไปชนถังขยะแทน
"ไม่เป็นไร หนูบัวกับหลานแม่ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว" คุณหญิงลุกขึ้นนั่งท่าทางยังมึนอยู่ แต่ก็โล่งใจที่บุษยาและหลานปลอดภัย
"เสียงเอะอะอะไร ว้าย คุณหญิง คุณหนู เกิดอะไรขึ้นเสียงดังไปถึงหลังบ้านเลย" นมพุตตาลและคนอื่นรีบวิ่งออกมาดู
"คนเมามาจากไหนก็ไม่รู้คะนม พุ่งมาจะเข้ามาชนบัว คุณหญิงดึงแขนไวได้ทัน บัวล้มทับทั้งตัวเลย จับไหมคะคุณหญิงเจ็บไหมคะ"
"เลือด! "
@โรงพยาบาล
"ให้คนไปเช็คกล้องวงจรปิดทุกตัวว่ามันมาจากทางไหน มันเมาจริงๆ หรือมันไม่ใช่อุบัติเหตุ ถ้ามันโดนจ้างวานมา จัดการสาวให้ถึงตัวคนจ้าง ฉันจะเอามันให้จมดิน!" กันต์พิมุกต์สั่งการให้ผู้ช่วยหนุ่มของเขา
"ครับ เจ้านายก็ระวังตัวด้วยนะครับ ถ้าเป็นแบบที่เราคิดมันคงไม่จบแค่นี้แน่ ผมให้จัดบอดี้การ์ดให้ทุกคนนะครับ" พันลภบอกด้วยน้ำเสียงกังวล ก่อนที่จะไปจัดการเรื่องสำคัญ แต่ที่สำคัญที่สุดตอนนี้เขาจัดบอดี้การ์ดให้เจ้านายทุกคน คนล่ะ2คนไม่เว้นแม้แต่กิ่งกานดา
"แม่เป็นไงบ้างลูก" คุณปกรณ์และกิ่งกานดาเองที่พอทราบข่าวก็บึ่งรถมาจากกรุงเทพทันที
"ข้อศอกแตกเย็บไป 5เข็มครับ ล้มทับโดนก้อนหิน มีแผลฟกช้ำ ตอนนี้หลับไปแล้วครับ"
"บัวกับลูกล่ะคะพี่กันต์" กิ่งกานดาถามด้วยน้ำเสียงกังวล
"พี่ให้หมอเช็คละเอียดแล้วไม่เป็นไรตอนนี้หลับเพราะกินยาบำรุง เดี๋ยวก็กลับบ้านได้แล้วล่ะ"
"นมครับกลับไปพักผ่อนก่อนนะครับ ตั้งแต่พรุ่งนี้ก็ปิดร้านจนกว่าจะชัดเจนว่ามันเป็นอุบัติเหตุ" คนตัวโตบอกด้วยน้ำเสียงจริงจังสั่งการเป็นครั้งแรกที่เขาต้องเด็ดขาดไม่ใช่การขอร้องอีกต่อไป
"ค่ะคุณ นมมาคิดๆดูแล้วนมจะคุยกับคุณหนูจริงจังเรื่องปิดร้าน คุณไม่ต้องห่วงไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าคุณหนูกับหลานๆของนม"
"ต่อไปนี้พี่พุตตาล ตาสน กับหลานพี่พุตตาลก็เป็นคนเลิศวิริยะไพบูลย์ พี่เองก็เปรียบเหมือนญาติผู้ใหญ่ของหนูบัว ฉันก็ต้องสู่ขอหนูบัวจากพี่ๆ นี่แหละ" คุณปกรณ์เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงจริงจัง แม้ลูกชายจะเคยบอกว่าได้สู่ขอบุษยากับแม่ของเธอเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ แต่ก็ยังไม่ได้เป็นทางการสักครั้ง
"คุณกรณ์ ขอแค่คุณหนูของมีความสุข ฉันยอมทั้งนั้น แล้วนี่คุณหญิงทำไมหลับนานจังไม่เป็นไรแน่นะคะ" เสียงสั่นเครือของหญิงสูงวัยถามด้วยความเป็นกังวล
"นมร้องไห้เพราะห่วงฉันหรือ ฉันไม่เป็นไรหรอกแค่ปวดเมื่อยตามตัว ก็ฉันยืนขายข้าวเป็นเดือนแล้วนี่นา ได้โอกาสนอนพักอู้บ้างสิ ห่วงฉันก็บอกตรงๆก็ได้" คุณหญิงกานดาที่ตื่นได้สักพักแต่แกล้งหลับตาฟังอยู่นานสองนาน
"คุณหญิง คือว่าาา.....ฉันขอโทษนะคะที่เคยพูดจาไม่ดีกับคุณ"
"ผมกับหลานก็ต้องขอโทษคุณหญิงเหมือนกันนะครับ"
"ฉันไม่ถือโทษโกรธเคืองอะไรที่ผ่านมาฉันเองต่างหากที่ต้องขอโทษทุกคน "
"เอาล่ะๆ กลับไปพักผ่อนกันเถอะ เอางี้ไปพักที่รีสอร์ทก่อนก็แล้วกันให้ตำรวจเขาทำงาน รีสอร์ทมีกล้องวงจรปิดมีรักษาความปลอดภัยแน่นหนา"
"ก็ดีนะคะคุณพ่อพี่กันต์จะได้ไม่ห่วงหน้าพะวงหลัง รีสอร์ทเราก็กว้างขวางหลังเดิมที่คุณพ่อของบัวทำไว้สำหรับครอบครัวหลังนั่นอยู่ได้หลายคนเลยนะคะ" กิ่งกานดาเสริมไม่ให้นมต้องรู้สึกเกรงใจอะไร
"ถ้าไม่อยากกลับก็รอน้ำเกลือฉันหมดกลับพร้อมฉันก็ได้นะ" น้ำเสียงเชิงหยิกแกมหยอกของคุณหญิงกานดาเรียกเสียงหัวเราะของทุกคนที่กำลังเคร่งเครียดอยู่
"หึหึ ฉันต้องรอคุณหญิงอยู่แล้วล่ะค่ะ เพราะคุณหนูฉันก็ยังไม่ตื่น" เสียงจิกกัด หยอกเอินกลับ เรียกรอยยิ้มเสียงหัวเราะของทุกคนขึ้นอีกครั้ง
"หึหึ ฉันชักจะห่วงแล้วสิถ้าหลานคลอดมา คงมีศึกแย่งกันเลี้ยงหลานอีกสินะ" คุณปกรณ์ปราบ หยอกล้อทั้งสองคนให้หยุดได้แล้ว
"ที่รักตื่นแล้วเหรอครับเจ็บตรงไหนไหม" คนตัวโตรีบพุ่งตัวไปที่เตียงประคองคนตัวเล็กให้นั่งเอนตัว
"ไม่ค่ะคุณแม่ของคุณช่วยบัวกับลูกไว้ คุณแม่เป็นอะไรมากไหมคะ"
"หนูบัวเมื่อกี้ หนูบัวเรียกฉันว่าคุณแม่เหรอ" คุณหญิงกานดาดีใจน้ำตาคลอขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินคำว่าแม่จากปากบุษยา
"เอ่อ....ค่ะ บัวขอบคุณนะคะที่ช่วยบัวกับลูก" บุษยายกมือไหว้ขอบคุณหากไม่ได้คุณหญิงตัวเองอาจจะโดนรถชนลูกๆ อาจจะไม่ปลอดภัยแบบนี้
"คุณพี่หนูบัวเรียกฉันว่าแม่ ได้ยินไหมนมว่าลูกสะใภ้ฉันเรียกว่าคุณแม่"
บรรยากาศไปด้วยความหลากหลายอารมณ์ในเวลาเดียวกัน แต่ภาพตรงหน้าตอนนี้สร้างรอยยิ้มให้ทุกคนในห้องนี้ที่เติมไปด้วยความเข้าใจกันมากขึ้น
"คุณแม่คะ ยังเห็นกิ่งอยู่ในห้องนี้ไหมคะ" เสียงหยอกเย้ากิ่งกานดาทำให้ทุกคนขำหัวเราะออกมาพร้อมกัน
@ 5 เดือนต่อมา "ที่รักเดินดีๆนะครับ " เสียงนุ่มของกันต์พิมุกต์ ที่ประคองโอบกอด บุษยาให้เดินลงบันไดช้าๆ“ค่อยๆลงลูก รถพร้อมแล้วเราไปโรงพยาบาลกันเถอะ” เสียงตื่นเต้นของคุณหญิงกานดา ที่จัดรถมารอรับลูกสะไภ้ เพื่อจะไปอัลต้าซาวน์เพศของหลานที่อยุ่ในครรภ์“สวัสดีค่ะ/ครับ คุณแม่ คุณพ่อ” กันต์พิมุต์ และบุษยาทักทายผู้เป็นแม่ทันทีที่เท้าแตะบันไดขั้นสุดท้าย“คุณนี่หลานย่าคนที่เท่าไหร่แล้ว ยังตื่นเต้นอยุ่อีกเหรอ” เสียงของคุณปกรณ์ เอ่ยขึ้นอดเอ็นดู ภรรยาคู่ใจไม่ได้ ถึงจะมีหลานหลายคนแล้วก็ยังตื่นเต้นไม่หาย“คุณละก็ อย่าแซวสิคะ ก็ฉันอยากรู้ว่าในท้องหนูบัวจะเป็นหลานชายหรือหลานสาว”เสียง กระเง้ากระงอด ของคุณหญิง เรียกรอยยิ้มจากทุกคนไม่เว้นแม้แต่ เด็กรับใช้ในบ้านทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหญิงรักและชอบเลี้ยงเด็กแค่ไหน วันหยุดก็ชอบมารับหลานแฝดไปเที่ยวเดินเล่น โดยเฉพาะเมื่อโดนหลานชายออดอ้อน คุณย่าจะชอบใจเป็นพิเศษ บุษยารู้สึกโชคดีมากที่ได้เข้ามาเป็นครอบครัวเดียวกับเลิศวิริยะไพบูลย์ แค่ลุ้นเพศ ทั้งปู่ ย่า ถึงกับมารอลุ้นที่โรงพยาบาลด้วย@ โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังโรงพยาบาลแห่งนี้คือโรงพยาบาลที่กันต์พิมุกต์และบุษ
@ห้องหอในรีสอร์ท"อื้อออ ที่รักปิดไฟก่อนไหมคะ "" ปิดทำไมพี่เคยเห็นมาหมดแล้วอายทำไม งั้นเหลือไฟหัวเตียงไว้นะครับ"จุ๊บ จ๊วบ คนตัวโตพรมจูบไปทั่วเรือนร่างนุ่มนิ่ม คืนนี้เขาคงไม่จบลงง่ายๆอย่างแน่นอน คนตัวโตพรมจูบ มือใหญ่ถอดชุดนอนบางเบาออกอย่างง่ายดาย ช่ำชอง"ที่รักครับถ้าพี่ขอทำแรงๆได้ไหม" คนตัวโตถามเสียงกระเส่า เมื่อเล้าโลมอยู่นานต้องถามเมียก่อนที่จะสอดใส่ เกรงว่าคนตัวเล็กจะรับไม่ไหวคนตัวเล็กยิ้มหวานก่อนที่จะพลิกตัวขึ้นมาอยู่ด้านบน ริมฝีปากบางจูบ ซุกที่ซอกคอหนา ปลายลิ้นเล็กไล่เลียลำคอ คนตัวโตส่งเสียงคราง มือเรียวใหญ่ลูบผมอย่างเบามือ "เดี่ยวบัวทำให้นะคะ" คนตัวเล็กกระซิบข้างหู "หึหึ เมียพี่นี่น่ารักจริงๆ อ่าส์" คนตัวโตครางเมื่อปลายลิ้นเล็กเลียปลายหัวน.มของเขา ไม่บ่อยนักที่เมียสาวจะทำให้แบบนี้ หลังจากที่ร่ำเรียนจากเขาที่สอนเองกับมือ"อ่าส์ ซี้ด อ่าส์.... โอ้ววว ที่รัก" คนตัวโตครางเสียงหลงเมื่อคนตัวเล็กทำรักด้วยปากให้ ความเป็นชายแข็งผงาดเมื่อถูกปากนุ่มและปลายลิ้นเล็กทั้งดูด อมให้อย่างถึงใจ คนตัวโตหัวรวบผมให้เมียรักที่ผงกหัวขึ้นลงตามจังหวะ มือเรียวเล็กก็สะกิดลูบไล้อกแกร่ง กันต์พิมุกต์จั
@งานเลี้ยงฉลองพิธีสมรสภายในโซนรีสอร์ทปิดรับแขกในค่ำคืนนี้มีเพียงคนในตระกูลเลิศวิริยะไพบูลย์ และเพื่อนสนิทของบ่าวสาวเท่านั้น สถานที่ถูกจัดไว้อย่างสวยงาม โต๊ะเก้าอี้ผูกโบว์สีขาวสวยงาม ดอกไม้ส่งกลิ่นหอมไปทั่วงาน แม้จะจัดแค่ภายในแต่ช่างภาพประจำบริษัทอย่างณดล ก็มาทำหน้าที่เก็บภาพในค่ำคืนนี้ เพียงแต่ความรู้สึกเปลี่ยนไปมีเพียงความยินดีและหวังดีให้บุษยาที่ครั้งหนึ่งเขาคิดว่าคงเป็นการแอบปลื้ม ซึ่งอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการหลงรักเพียงแต่มันยังไม่ได้ถลำไปไกล เขาส่งยิ้มให้เจ้าสาวด้วยความยินดีเมื่อคู่บ่าวสาวมาถึง"มองตาละห้อยเลยนะคุณไอ้กันต์มันแต่งงานไปแล้วถ้าคุณไม่มีใครเอา ผมยอมให้แก้ขัดได้นะ"หมอเคนที่นั่งโต๊ะเพื่อนเจ้าบ่าว แซะวิกกี้ที่ยิ้มให้เจ้าบ่าว แล้วสีหน้าเศร้าลงเมื่ออดคิดไม่ได้ว่าตรงที่ข้างๆเจ้าบ่าวเธอเคยวาดฝันไว้ว่าจะเป็นตัวเอง แต่ก็ต้องพยายามบอกตัวเองว่ามันจบไปแล้ว แต่จะทำยังไงได้ในเมื่อยังไม่มีผู้ชายคนไหนที่ใกล้เคียงสเป็คที่วางไว้เลยสักคน "หมอเคน! คุณนี่มันเป็นคนน่าเกลียดเปิดเผยจริงๆ ต่อให้ในโลกมีคุณเป็นผู้ชายคนเดียว ฉันยอมโสดตลอดชีวิตดีกว่า""หึหึ พูดเล่นก็รู้จักแยกแยะบ้างนะ ต่อให้
2เดือนต่อมางานแต่งงานของกันต์พิมุกต์ และบุษยา เลิศวิริยะไพบูลย์ ที่ถูกจัดขึ้นในภายโรงแรมบุษยา รีสอร์ทแอนด์สปา มีเพียงคนในครอบครัวและญาติสนิท เพื่อนสนิทเท่านั้นที่ถูกเชิญให้ร่วมพิธีเมื่อช่วงเช้าในวันนี้ และแน่นอนว่าทั้งสองคนได้จดทะเบียนสมรสในวันนี้เช่นกัน วันฤกษ์ดีที่ใกล้ที่สุดที่คุณหญิงกานดาเป็นคนหามานั่นเองบุษยาไม่ได้เตรียมตัวอะไรมากมายทุกอย่างกันต์พิมุกต์และแม่ของชายหนุ่มเนรมิตให้ภายใน 2เดือน ชุดแต่งงานสวยเรียบแต่หรูหราจากแบรนด์ดังคู่ควรสมฐานะกับสะใภ้ของตระกูลเลิศวิระยะไพบูลย์ ที่ทั้งสวยและเก่งเป็นที่ยอมรับ มาถึงในวันนี้บุษยาพิสูจน์ให้ทุกคนครอบครัวของเขายอมรับในตัวลูกสะใภ้คนนี้ และยังเป็นคนที่กันต์พิมุกต์รักและเลือกที่จะมาเป็นคู่ชีวิตอีกด้วยหลังพิธีเช้าจบลงภาพงานแต่งงานถูกโพสต์ลงโซเชียลโดยเพจของโรงแรม และบริษัทในเครือของเขาแสดงความยินดีในครั้งนี้ด้วย สื่อหลักในแวดวงธุรกิจจึงไม่พลาดที่จะลงข่าวใหญ่ที่น่ายินดีเช่นนี้ ช่วงชิงเอาพื้นที่ข่าวแวดวงธุรกิจสังคมชั้นสูงได้อย่างไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณา ด้านครอบครัวสหพงศ์“มันแต่งงานกันวันนี้เหรอ เพราะแกนี่แหล่ะ แค่นี้ก็ทำไม่สำเร็จทำไมไม่จับมันให้
ค่ำคืนอันแสนหวานของคู่รักข้าวใหม่ปลามันจะจบเพียงครั้งเดียวคงเป็นไปไม่ได้ ยิ่งเป็นกันต์พิมุกต์ด้วยแล้ว หากไม่ติดว่าคนตัวเล็กท้องอยู่คงได้ข้ามคืนอีกเป็นแน่ แต่ทว่าเขาก็จัดการคนตัวเล็กจบหลับคาอกเหมือนเช่นเคยหากแต่คืนนี้ดีที่เริ่มตั้งแต่หัวค่ำคนตัวเล็กหลับตาพริ้มกอดซบอกแกร่ง คนตัวโตใช้นิ้วเขี่ยไรผม จูบหน้าผากอย่างรักใคร่ก่อนที่จะหลับตามคนตัวเล็กไป เขาเองก็โหมงานหนักคืนนี้คงเป็นคืนที่หลับอย่างมีความสุขกว่าทุกวัน@ห้องประชุมภายในโรงแรม"สวัสดีครับคุณปกรณ์ คุณกันต์ และทุกคนนะครับ วันนี้ทางทีมเจ้าของคดีมาสอบสวนเพิ่มเติม และรายงานผลการสอบสวนนะครับ""สวัสดีครับผู้กำกับต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่อำนวยความสะดวกให้ ผลการสอบสวนได้ผลอย่างไรบ้างครับ" คุณปกรณ์เป็นตัวแทนถามแทนทุกคนที่รอคำตอบโดยเฉพาะลูกชายของเขาที่กังวลเรื่องนี้เป็นอย่างมาก"เราหาตัวคนเมาวันนั้นเจอแล้วครับ ผมของเปิดคลิปภาพที่เรารวบรวมมาให้ดูไปด้วยเลยนะครับ คนเมาคนนี้เป็นนักท่องเที่ยว แวะดื่มที่ร้าน xxx คนเดียวและมีเพื่อนมาดื่มด้วย 2คน แล้วแยกจากกัน กล้องวงจรปิดในร้านก็นั้งดื่มนั่งคุยตามปกติ จากนั้นชายคนนี้ก็ขับรถเข้าซอยมา เพื่อไปเข้าห้องพ
@โรงแรม บุษยารีสอร์ท แอนด์สปา"ค่อยๆ เดินนะคะคุณแม่ กิ่งช่วยค่ะ" กิ่งกานดาช่วยพยุงผู้เป็นแม่ให้ขึ้นเตียงนอน มีผู้เป็นพ่อช่วยเปิดประตูให้"ไม่เป็นไรแล้วลูก แม่เจ็บนิดเดียวเดี๋ยวก็หาย ว่าแต่พี่ชายเราพาหนูบัวไปพักที่ไหน" คุณหญิงกานดายังอดห่วงบุษยาไม่ได้ ภาพที่รถคนเมาพุ่งเข้าจะชนยังติดตาอยู่เลย"ไปพักห้องที่พี่เขาทำไว้ให้บัวนั่นแหละค่ะ อยู่หลังสุดติดกับประตูหลังเชื่อมไปประตูบ้านนมพุตตาลค่ะคุณแม่" กิ่งกานดาบอกตามที่พี่ชายบอกเอาไว้"คุณเจ็บมากไหมนอนพักเถอะ กินยาแก้ปวดก่อนนอนนะพรุ่งนี้น่าจะระบมนิดหนึ่ง ถ้าไม่ได้คุณไม่รู้หนูบัวกับหลานเราจะเป็นไงบ้าง" คุณปกรณ์นั่งลงข้างๆ ลูบผมอย่างเบามือ"คุณพี่คิดว่าเป็นฝีมือของพวก สหพงศ์หรือเปล่าคะ""ต้องรอตำรวจรายงานผลพรุ่งนี้ ผู้กำกับก็อาจจะมาที่นี่ด้วยตัวเอง" ผู้เป็นประมุขของบ้านบอกด้วยสีหน้ากังวล ลึกๆ แล้วก็คิดว่าน่าจะไม่ใช่อุบัติเหตุไม่อย่างนั้นกันต์พิมุกต์คงไม่ขอให้ตำรวจไล่ดูกล้องวงจรปิดทุกตัวรอบๆ ตั้งแต่คนเมาจากไหน มาได้อย่างไรครอบครัวนมพุตตาลเกรงใจขอพักห้องพักบนตึกที่สร้างใหม่เพราะโซนนี้ห้องที่ชั้นไม่สูงมากจะไม่แพงเท่าโซนรีสอร์ท แถมอยู่ใกล้ครัวไทยด้







