FAZER LOGIN"เห้ย พอก่อน"
จู่ๆเสียงของแอนนี่ก็ดังขึ้นคนที่ตบฉันชะงักมือก่อนจะหันไปสบตากับแอนนี่แล้วจึงลุกขึ้นยืนและฉันก็รู้ด้วยว่าทำไมเพราะพอไม่นานยัยแอนนี่ก็เป็นคนมานั่งคล่อมฉันแทนที่ยัยคนนั้นทันที "สวยนักเหรอมึงอ่ะ" แอนนี่พูดพร้อมกับเงื้อมือจะฟาดใส่หน้าฉันอีก ถุย~ แต่ก็ชะงักเพราะถูกฉันถุยเลือดที่ตอนนี้ไหลกลบไปทั้งปากใส่หน้า ยัยแอนนี้ทำหน้าขยะแขยงก่อนจะใช้หลังมือเช็ดมันออกไปพลางจ้องหน้าฉัน ทำอะไรสักอย่างสิลูกโซ่แกจะมายอมให้พวกนี้ตบอยู่อย่างนี้ได้ยังไงว่ะ ถึงมันจะมีสี่คนแต่แกจะสู้อะไรมันไม่ได้เลยมันจะอ่อนไปปะวะ ฉันคิดในใจพลางจ้องหน้าแอนนี่ "แน่จริงตัว ตัวปะ" ฉันถามในจังหวะที่แอนนี่จะฟาดหน้าฉันอีกครั้งยัยนั่นชะงักก่อนจะหัวเราะ "ถ้ากูจะตัว ตัว กูจะเอาพวกมาเหรอ อย่าโง่!" ยัยนั่นกระชากเสียงใส่หน้าฉันพร้อมกับฟาดฝ่ามือใส่หน้าฉันหนึ่งที เพี้ยะ~ เจ็บ! แต่กูจะไม่ยอมเจ็บคนเดียวแน่ แคว่ก~ "โอ๊ย!" และเพราะตอนนี้ฉันยังเล่นงานแอนนี่ไม่ได้ฉันเลยหันมาเล่นงานคนอื่นแทนก็คือคนที่ล็อกแขนฉันไว้ไงพวกนั้นล็อกที่ข้อมือฉันฉันอาศัยจังหวะที่พวกนั้นกำลังจดจ่อกับใบหน้าของฉันจิกเล็บลงไปบนแขนด้านในก่อนจะออกแรงข่วนอย่างแรงจนพวกนั้นสะดุ้งและเผลอปล่อยข้อมือของฉันที่ล็อกไว้ทันที เพี้ยะ~ เสียงนี้เป็นเสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าแต่เป็นฝ่ามือของฉันที่เป็นอิสระฟาดไปบนใบหน้าของยัยแอนนี่แทน ฉันฟาดหน้ายัยนั่นไปได้สองทีจู่ๆยัยแอนนี่ก็เซถลาลุกขึ้นไปจากตัวฉันซึ่งมันไม่น่าใช่แรงจากฝ่ามือฉันแน่ๆ มันเหมือนแรงกระชากจากทางด้านหลังมากกว่าแต่ฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรมากเมื่อยัยแอนนี่ลุกออกไปจากตัวฉันก็อาศัยจังหวะนี้ดีดขาสุดแรงจนหลุดจากเพื่อนอีกคนของยัยแอนนี่ที่ล็อกขาฉันไว้ได้ พรึ่บ~ เมื่อดีดขาออกสำเร็จฉันก็ยกเท้าถีบไปที่หน้ายัยคนนั้นอีกทีก่อนจะดีดตัวขึ้นยืนให้เร็วที่สุดเพื่อไม่ให้ถูกยื้อลงไปนอนอีก "โอ๊ย!" แล้วเสียงร้องอุทานของแอนนี่ก็เรียกให้ทุกคนหันไปมองอย่างสงสัยว่ายัยบ้านั่นเป็นอะไร "ยาหยี" ฉันเรียกชื่อผู้หญิงที่โผล่เข้ามาในเหตุการณ์คับขันของฉันพลางยิ้มออกมา ยาหยีหันมาหาฉันพลางกระตุกยิ้มก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งที่จิกหนังหัวยัยแอนนี่กระชากผมอย่างแรงจนยัยนั่นหน้าหงาย "พวกแกทำอะไรเพื่อนฉัน?" ยาหยีถามพลางกระชากผมแอนนี่อีกครั้ง ก็ใช่...ฉันกับยาหยีเป็นเพื่อนกันใครๆก็รู้ จริงๆฉันก็สงสัยว่ายาหยีโผล่มาที่คณะนี้ได้ไงในเมื่อเราเรียนกันคนล่ะคณะแต่ก็ต้องเก็บคำถามเอาไว้ก่อน แต่ตอนนี้ฉันอยากจะบอกยาหยีเหลือเกินว่า'แกมาทันเวลาพอดีเลย' "ทำเพื่อนฉันเลือดออก คิดว่าฉันจะปล่อยไปมั้ย!" ตอนนี้เพื่อนอีกสามคนของยัยนั่นไม่มีใครกล้าเข้าหาฉันสักคนเพราะอะไรรู้มั้ย...ยาหยีไง ใครๆก็รู้ว่ายัยนี่น่ะ ‘มือตบ'ขาไฝว้แค่ไหน ถึงฉันจะตบไม่เก่งเท่ายาหยีแต่ฉันก็สู้ยิบตาก็เห็นๆอยู่แล้วพวกเราแบดเกิร์ลน่ะนะ อย่าให้รวมตัวกันได้เชียว เดี๋ยวรู้เลย! "ฉัน พวกฉัน อ๊ะ!" พรึ่บ~ ยัยคนแรกที่ตบฉันชุดใหญ่พูดกระอึกกระอักพร้อมตั้งท่าจะหนีแต่ฉันก็ไม่ยอมไง ตบฉันซะได้เลือดยอมง่ายๆได้ไง ฉันตามไปกระชากผมยัยนั่นไว้ไม่ให้หนีส่วนเพื่อนอีกสองคนอาศัยจังหวะวิ่งหนีไปเรียบร้อยแล้ว "คงเป็นเพื่อนที่รักกันมากกก" ฉันพูดประชดพลางลากเสียงตอกย้ำความรักของเพื่อนกลุ่มนี้ น่าอิจฉาจังเวลาสุขก็สุขด้วยกันแต่พอเวลาจะโดนตบกลับตัวใครตัวมันซะงั้น เหอะ "ลูกโซ่ ฉัน ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ" ไม่ได้ตั้งใจ? "กล้าตอแหลนะ" "ไม่ต้องห่วงเลย พวกเพื่อนแกที่หนีหางจุกตูดไปฉันตามไปเอาคืนแน่ แต่ตอนนี้..." ยาหยีหันมาหาฉันพลางกระตุกยิ้ม ฉันหันไปมองยาหยีพร้อมกับกระตุกยิ้มในแบบเดียวกันและความหมายเดียวกัน "ชุดเล็ก กลาง หรือใหญ่ดี ลูกโซ่" "แล้วแต่จะกรุณา" "ขอบคุณสำหรับเจ้าภาพ" เพี้ยะ~ เพี้ยะ~ ก็ต้องเอาคืนสองคนนี้ก่อนไง...เคยได้ยินมั้ย'ทีใครทีมัน' 21.30 น. คืนนี้ฉันจำเป็นต้องหยุดงาน คงรู้กันนะว่าพราะอะไร ยัยพวกนั้นเล่นฉันซะน่วมตอนแรกมันก็ไม่อะไรมากแต่พอนานๆเข้าก็เป็นเหมือนที่ยาหยีบอกไม่มีผิด เพราะมันผ่านจุดนั้นมาก่อนฉันไงถึงขั้นสั่งให้ฉันหยุดงานเลยนะ เพราะยาหยีบอกว่าหลังจากนี้ตัวฉันจะปวดเมื่อยไปหมดมีรอยเขียวช้ำตามตัวแถมรอยข่วนจากเล็บมือนางทั้งสี่คนนั้นมาอีกนิดหน่อยและที่เป็นจุดเด่นเลยก็คือบริเวรหน้าฉันเนี่ยแหละทั้งรอยเขียวช้ำและแผลที่ปากแตกไหนจะรอยฝ่ามือที่ตบซ้ำๆลงมาที่ข้างแก้มฉันอีก พูดง่ายๆคือสภาพค่อนข้างย่ำแย่สำหรับการจะแบกสังขารไปทำงานนั่นแหละ เห้อออ~ ฉันว่าฉันกับยาหยีเอาคืนสองคนนั้นน้อยไปซะแล้วสิถ้าเทียบกับการที่ฉันต้องเสียงานเสียการแบบนี้เนี่ย เจ็บใจชะมัด! ก๊อก ก๊อก ก๊อก~ ฉันกำลังจะเดินเข้าไปที่ห้องนอนแต่ก็ต้องชะงักเมื่อมีเสียงประตูหน้าห้องฉันดังขึ้นซะก่อนฉันจึงเดินไปที่ประตูแทน ก๊อก ก๊อก ก๊อก เออ รู้แล้วจ้า เปิดแล้วจ้าเคาะอยู่นั่นแหละ --*ICE SWEET กรุ๊งกริ๊ง~ เสียงกระดิ่งตรงหน้าประตูของร้านไอศกรีมแห่งหนึ่งดังขึ้นเมื่อฉันเปิดประตูของร้านเข้าไป ฉันหยุดยืนเยื้องกับประตูนิดหน่อยพลางกวาดสายตามองหาคนที่ฉันนัดไว้ นั่นไงล่ะ... ตึก~ เมื่อเห็นว่าคนที่ฉันนัดไว้นั่งอยู่ก่อนแล้วตรงตำแหน่งด้านในซึ่งร้านทั้งร้านเป็นกระจกใสทั้งหมดเธอคนนั้นนั่งอยู่ที่โต๊ะติดกับผนังกระจกที่ด้านนอกมีบ่อน้ำพุเล็กๆอยู่ด้วย ฉันเดินเข้าไปหาเธอทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา กึก~ เมื่อเดินไปถึงโต๊ะฉันก็หยุดชะงักเพราะมีผู้ชายอีกคนเดินมาที่โต๊ะก่อนจะหยุดยืนมองหน้าฉันพร้อมกับหญิงสาววัยสิบแปดที่ก็เงยหน้าจากหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมามองฉันเช่นกัน เธอมองฉันสลับกับผู้ชายคนนั้นก่อนจะยื่นมือไปกระตุกแขนผู้ชายที่ดูรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอให้นั่งลงข้างๆ ฟลุ่บ~ ฉันมองสองคนนั้นแต่ไม่ได้พูดอะไรแค่ทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้นวมฝั่งตรงข้ามสองคนนั้น "นี่...แฟนฉันเอง" พอเห็นว่าฉันมองเธอสลับกับผู้ชายคนนั้น ลูกแก้ว ใช่แล้วล่ะคนที่ฉันนัดมาคือลูกแก้ว เธอก็เอ่ยปากพูดแนะนำผู้ชายข้างๆให้ฉันรู้จัก "ชื่อ ริว" "สวัสดีครับ พี่ลูกโซ่" ผู้ชายที่ชื่อริวและเป็นแฟนของลูกแก้ว
แต่แล้วไงล่ะ อย่าลืมสิลูกโซ่แกจะไม่ยุ่งกับเขาอีกแล้วนะ แกอุตส่าห์หนีออกมาจากห้องเขาได้แล้ว ก็นั่นแหละฉันหนีออกมาเพราะพอเพื่อนของเขามาที่ห้องไม่นานผ้าก็ตามมาส่งฉันก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วอาศัยจังหวะที่เขากำลังวุ่นวายชุลมุนทำอะไรสักอย่างกับกลุ่มเพื่อนของเขาหนีออกมาได้ ถึงแม้เขาจะบอกว่าให้ฉันอยู่รอก่อนแต่ฉันก็ไม่จำเป็นต้องฟังนิ จริงมั้ย? 00.15 น. ฉันกำลังจะกลับแล้ว ตอนนี้ฉันหนีภูมิที่จ้องจะอาสาไปส่งฉันออกมาที่หลังผับและเดินตรงไปทางออกด้านหลังซึ่งมันต้องผ่านลานจอดรถของผับ ฉันก็เดินลัดไปเรื่อยๆจนกระทั่งมีแสงไฟจากรถคันหนึ่งติดขึ้นพร้อมกับเสียงสตาร์ทรถ บรื้นนน~ ฉันชะงักเพราะตกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรเลือกที่จะเดินต่อไป เอี๊ยด~ กึก~ ขาของฉันหยุดชะงักจนแทบหน้าทิ่มเพราะอยู่ดีๆรถคันนั้นก็ขับเคลื่อนมาจอดตัดหน้าฉันในระยะประชิดจนฉันต้องเบรกขาตัวโก่งฉันตวัดสายตามองผ่านกระจกเข้าไปในตัวรถทันที "ตะวัน!" ฉันพึมพำเมื่อเห็นหน้าเจ้าของรถคันนั้นจังๆ รถคันนี้ฉันไม่เคยเห็นก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเขา ฉันก้าวถอยหลังในจังหวะเดียวกับที่ตะวันเปิดประตูรถลงมา ปึ้ง~ เขากระแทกประตูปิดแล้วก้าวยาวๆม
*Paradise Pub ฟลุ่บ~ "มีไรอ่ะแก?" ฉันเดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้สูงหน้าเคาน์เตอร์บาร์พลางถามคำถามออกไปทันทีที่ข้าวหอมหันมาเจอหน้าฉัน คือเมื่อวานนี้เธอโทรหาฉันตั้งหลายสายแต่แบตหมดฉันก็เลยไม่รู้มารู้ก็ตอนที่เปิดเครื่องอีกครั้งแล้ว "พอดี...ยุ่งๆน่ะแบตหมดเมื่อไหร่ไม่รู้ โทษทีนะ" "อืมไม่เป็นไร ว่าแต่แกว่างยัง?" ข้าวหอมที่ตอนนี้อยู่ในชุดเกาะอกสีดำคลุมด้วยเสื้อกั๊กแขนกุดตัวสั้นสีขาวและกระโปรงหนังสีดำซึ่งเป็นชุดของบาร์เทนดี้ที่นี่วางแก้วเปล่าลงแล้วเงยหน้ามาถามฉัน "อ่าาา ก็ว่างอยู่นะ" "ที่ฉันโทรไปหาอ่ะ มีงานให้ทำ" ข้าวหอมบอกฉัน ฉันเลิ่กคิ้วพลางเท้าแขนกับเคาน์เตอร์บาร์ "งานไรอ่ะ?" "ก็ถ่ายแบบไงถ่ายกับฉัน วันนั้นเป็นวันหยุดแกพอดี" "..." ฉันเกาต้นคอตัวเองอย่างใช้ความคิด ไอ้ถ่ายแบบฉันก็เคยมาบ้างเพราะข้าวหอมเคยชวนไปถ่ายแล้วแต่ฉันก็ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่หรอก "อ้อ เงินดีด้วยนะแก" เมื่อเห็นว่าฉันกำลังตัดสินใจข้าวหอมก็รีบหาข้อมาโน้มเหนี่ยวจิตใจฉันทันที เธอเท้าแขนลงกับเคาน์เตอร์บ้างแล้วกระพริบตาปริบเชิงอ้อนฉันด้วย "ถ่ายเหอะนะ ฉันอยากให้แกถ่ายด้วย นะๆๆ" "โอเค ก็ได้" "เย้
ครืด~ ตะวันดึงเก้าอี้ออกพลางกดไหล่ฉันที่ยืนมองอาหารสามสี่อย่างบนโต๊ะอยู่ให้นั่งลงก่อนที่เขาจะขยี้หัวฉันเล่นแล้วเดินไปนั่งลงอีกฝั่ง "ทำไมต้องเล่นหัว" ฉันบ่นอุบพลางใช้มือสางผมตัวเองอีกครั้งให้เข้าที่ ตะวันไม่ได้โต้ตอบฉันเขาแค่ยิ้มมุมปากเท่านั้น ยิ้มอะไรนักหนา ประสาท--' ฉันคิดในใจแต่ก็ไม่ได้พูดออกมาหรอก หลายชั่วโมงผ่านไป... เราสองคนก็ทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยแล้วหลังจากนั้นตะวันก็ดึงฉันให้มานั่งเล่นที่ชุดโซฟาหน้าทีวี เขาดูมีความสุขนะส่วนฉันก็ทำหน้ายุ่งคิ้วงี้แทบจะผูกโบว์ได้อยู่แล้วเพราะเขานะเอาแต่กดรีโมตเปลี่ยนช่องไปเปลี่ยนช่องมาพอฉันจะดูซีรี่ย์เขาก็กดย้ายช่องหนีไปดูอย่างอื่น พอฉันจะดูการ์ตูนเขาก็กดย้ายหนีอีก เป็นแบบนี้มาหลายชั่วโมงแล้วเนี่ย "เมื่อไหร่เขาจะมาส่งผ้า?" ฉันเท้าคางถามตะวันด้วยใบหน้าเซ็งตะวันเอียงคอมองฉัน "เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละ" "แบบนี้ไม่ต้องตอบก็ได้" กวนประสาท ชิ-"- กริ่งงง~ พอฉันบ่นจบเสียงออดหน้าห้องเขาก็ดังขึ้นฉันหันไปมองหน้าเขาอย่างต้องการถาม "นั่นไงมาแล้ว ไปรับมาสิ" ตะวันเหลือบตามองฉันและเหมือนรู้ว่าฉันจะถามอะไรเขาก็เลยพูดก่อนพลางพยักเ
ไม่รู้ทำไมใจฉันสั่นแปลกๆเมื่อเขาทำแบบนี้ ฉันไม่รู้ว่านี่มันเรียกว่าอะไรแต่สำหรับฉัน ฉันรับรู้ว่ามันอ่อนโยนและมันทำให้น้ำตาอีกหลายๆหยดของฉันไหลออกมาโดยที่ฉันไม่ได้สะอึกสะอื้นให้เขารับรู้ มันเป็นแค่น้ำตาที่ไหลออกมาเอง ไม่ได้ร้องไห้ แต่มันแค่... "คืนนี้...นอนกับฉันนะ" "..." "ลูกโซ่..." "อืม..." 08.25 น. พรึ่บ~ ฉันขยับตัวพลางค่อยๆลืมตาขึ้นมาจากนั้นก็ดันตัวเองลุกขึ้นพิงหัวเตียงพลางมองไปข้างๆก็พบว่าตอนนี้มันว่างเปล่า บนเตียงนี้มีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้น "เอ๊ะ?" ฉันก้มลงมองตัวเองแล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าตอนนี้ตัวฉันไม่ได้เปลือยเปล่าและมีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวที่ห่อหุ้มร่างกายไว้เหมือนเมื่อคืนแต่ตอนนี้มันมีเสื้อเชิ้ตผู้ชายตัวใหญ่สีขาวกับกางเกงบอกเซอร์สีน้ำเงินเข้มมาอยู่บนตัวฉันแทน หรือว่า...เขาใส่มันให้ฉันงั้นเหรอ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? แอด~ "ตื่นแล้วเหรอ" เสียงเข้มๆที่ดังขึ้นทำให้ฉันตกใจนิดๆพลางหันไปมองทางต้นเสียงทันทีก็เห็นว่าตะวันยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องเหมือนเขาจะเพิ่งเปิดเข้ามาเมื่อกี้นี้ แต่ดูเหมือนเขาจะตื่นนานแล้วเพราะตอนนี้เขาอยู่ในชุดลำลองเป็นเสื้อยืดแขนยาวสีเทา
เสียงของเขาพูดแทรกขึ้นมาตอนที่ฉันกำลังจะบอกเขาให้คลายอ้อมแขนออกอีกฉันชะงักคำพูดของตัวเองแล้วเงียบฟังเขา "เมื่อเย็น...เป็นไร" เขาถามถึงเหตุการณ์เมื่อเย็นเหรอ จริงๆฉันต้องถามเขามากกว่ามั้งว่าเขามาเจอฉันได้ยังไง "ไม่เกี่ยวกับนาย" ฉันตอบไปเพราะเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับเขาจริงๆ แล้วอีกอย่างฉันก็ไม่คิดจะพูดเรื่องนี้กับใครและมันจะไม่มีการหมั้นบ้าบอนั่นเกิดขึ้นด้วย! "เกี่ยวสิ" แต่เขาก็ยังเถียงกลับมาพลางดึงผ้าห่มที่ล่นไปอยู่ช่วงเอวขึ้นมาห่มให้เราทั้งคู่ด้วย "ไม่เกี่ยว" "เกี่ยว" "ไม่..." "เมียฉันร้องไห้นะ จะไม่เกี่ยวกับฉันได้ไง" "...!" ฉันกลืนคำพูดที่จะเถียงเขาลงคออีกครั้ง ก็ดูคำที่เขาพูดออกมาสิ "บอกมาเหอะ" "นายไม่ต้องรู้หรอก แล้วอีกอย่างนะ ฉันก็ไม่..." "อย่าพูดว่าไม่ใช่เมียฉัน ไม่งั้นฉันจะย้ำอีกรอบให้ดู" เขาขู่เสียงเข้มจนฉันเผลอเม้มปากแน่น เขากล้าเปลี่ยนสรรพนามเรียกฉันแบบนี้ได้ยังไง ก็รู้ว่าความสัมพันธ์ของเราสองคนเกินเลยไปถึงขั้นนั้นแล้วก็จริง แต่ว่า...เขาก็ไม่ได้รักฉันนะ ไม่สิ แค่ชอบยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ คำแบบนั้นเขาไม่ได้เอาไว้ใช้เรียกคู่รักกันเหรอ... "มีปัญหาอ







